เธอเสียอาการไปหมดแล้วเพราะเขา! คนอะไรดาเมจรุนแรงชะมัด รู้จักเขามาตั้งนานไม่คิดว่าจะเป็คนเถรตรงขนาดนี้ แม้กระทั่งพูดเื่บนเตียงอย่างเต็มปากเต็มคำทำเธอเขินหน้าแดงแจ๋ไปหมด
หญิงสาวไสกระดาษสลับกับชายหนุ่ม จรดปลายปากกาลงบนหนังสือสัญญาครบถ้วนทั้ง 2 แผ่น
คนหน้าสวยมองกระดาษแผ่นนั้นตาละห้อยขณะภัทรกรวางซ้อนแล้วตอกให้พอดีกันก่อนสอดใส่แฟ้ม
หัวใจของหญิงสาวยังโสดแล่นแปลบปลาบ ถ้าแม่รู้ต้องโกรธเธอมากแน่ๆ ทำเหมือนกำลังขายตัวไม่มีผิด สละชีวิตโสดใช้หนี้ หลังจบสัญญาก็รับเงินค่าจ้างพร้อมสมญานามแม่หม้ายหย่าสามี
เฮ้อ! คุ้มค่าหรือเปล่านะ
“คนในบริษัทจะรู้มั้ยคะว่าเราแต่งงานกัน”
“ต้องรู้อยู่แล้ว ผมจะแนะนำคุณกับครอบครัว ผู้ร่วมลงทุน แล้วก็พนักงานทุกคนในฐานะภรรยาของผม”
จริงสินะ หญิงสาวคิดตาม ถ้าไม่ทำขนาดนี้คนอื่นๆ จะเชื่อถือได้อย่างไรว่าเขามีคู่ครองแล้ว
“คุณคาดหวังอยากให้ฉันวางตัวแบบไหนคะ” เธอลองหยั่งเชิง
“เป็แบบที่คุณเคยเป็นั่นแหละ”
เขารู้จากปากเพื่อนร่วมงาน กณิกนันท์เข้ากับคนง่าย มีจิตใจเอื้อเฟื้อ แถมขยันทำงาน เก่งรอบรู้เื่หน้าที่ของตัวเอง และที่สำคัญ เธอไม่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน คุณสมบัตินั้นทำให้เขาวางใจที่จะเลือกหญิงสาวมาเป็ภรรยาหลอกๆ เพราะมันเป็การันตีระดับหนึ่งว่าเธอจะไม่ขายเื่ส่วนตัวของเขากับตัวเองระหว่างมีสัญญาเป็พันธะต่อกัน
“มาสิ ผมจะพาเดินดูบ้าน”
มันกำลังจะเป็บ้านของหล่อนแล้วเหมือนกัน อย่างน้อยก็ตลอดระยะเวลา 2 ปี นี้ อสังหาริมทรัพย์ที่เขามีเ้าหล่อนต้องรู้ และต้องตอบคำถามพ่อกับแม่ หรือใครๆ ก็ตามในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของเขาให้ได้ ให้เนียนสักหน่อยสมกับเื่ที่ชายหนุ่มหมายมั่นตั้งใจว่าจะโกหก ด้วยข้อมูลเท็จๆ ว่าพวกเขาคบกันก่อนแต่งงานแล้ว 1 ปีครึ่ง
กณิกนันท์เตรียมเสื้อผ้าของเธอมาแล้ว อันที่จริงใช้คำว่าขนสมบัติพัสถานมาเลยจะถูกกว่า
เธอจะต้องใช้ชีวิตกับภัทรกรตั้ง 2 ปี เต็ม ดังนั้นชายหนุ่มจึงบอกให้เธอขนย้ายข้าวของจำเป็มาจากคอนโดมิเนียมเสีย ไม่ต้องทยอยขนทีละนิดละหน่อย เพราะถึงอย่างไรเขากับเธอก็จะใช้ชีวิตที่นี่เป็หลัก ไปอยู่ห้องขนาด 23 ตารางเมตรกัน 2 คนคงไม่สะดวกเท่าบ้านหลังกว้างมี 2 ห้องนอน ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ที่จอดรถ 3 คัน ไหนจะสนามรอบบ้านอีก แทบไม่ต้องเสียเวลาตัดสินใจเลยว่าพวกเขาควรอาศัยอยู่ที่นี่
“ทุกครั้งที่เข้าออกบ้านคุณจะต้องล็อกรั้วนะ แล้วก็ห้ามกดรหัสล็อกประตูผิดเกิน 3 ครั้ง ไม่อย่างนั้นมันจะล็อก วุ่นวายต้องโทรตามช่างอีก”
เขาเริ่มั้แ่หน้าบ้าน
“ค่ะ” หญิงสาวเริ่มจำทีละส่วน
“ใช้โรงจอดรถของผมได้ ส่วนพื้นที่สวนกับตัวบ้านจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาด แล้วก็ดูแลให้เป็ประจำ คุณไม่ต้องกวาดถูเองก็ได้”
สบายดีจัง ใช้เงินแก้ปัญหาหมดตามสไตล์คนมีเงินถุงเงินถัง
“ปกติผมไม่ใช่คนชอบทำกับข้าวไม่มีของสด มีเครื่องครัวเท่าที่จำเป็สำหรับปรุงอาหารง่ายๆ สำหรับแม่บ้านเท่านั้น แต่ถ้าคุณอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็ซื้อเข้ามาบิลแล้วเบิกกับผม แต่ถ้าเป็บิลที่ลดหย่อนภาษีได้จะดีมาก”
โห… คิดละเอียดยิบเลยแฮะ คุณสมบัตินี้ละมั้งถึงเป็ผู้บริหารได้ั้แ่อายุยังน้อย
“หลังบ้านมีโซนซักล้างนะ แต่ฝากแม่บ้านก็ได้ แกทำให้หมดทั้งงานซักงานรีด”
เธอกวาดตามองตาม เครื่องใช้ไม้สอยครบสรรพ ซึ่งล้วนเหมาะกับไฟล์สไตล์ของคนมีเงิน ครองชีวิตโสด และงานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาบริหารจัดการเื่ส่วนตัวยิบย่อยของตัวเอง
“ขอบคุณค่ะ”
ภัทรกรเลิกคิ้ว คิดว่าจะปฏิเสธซะอีก ไม่เหมือนนางเอกสาวขี้เกรงใจอย่างในละครเลยแฮะ
“ฉันจะทำอาหารเผื่อคุณด้วย”
“ขอบคุณครับ แต่ผมไม่ชอบทานหวานจัดนะ”
เธอมีเื่ต้องจำเกี่ยวกับว่าที่สามีเพิ่มอีกเื่
เขาเดินนำขึ้นชั้นสองผ่านบันไดวนกลางตัวบ้านสีขาว เครื่องเรือนสีขาว เทา และเบจ แสนสบายดี มีรสนิยมดีเลิศ
“ห้องนอนเราติดกัน ส่วนอีกปีกบ้านเป็ห้องทำงานมีเครื่องออกกำลังกายอยู่ด้านในนั้น คุณเข้าไปใช้ได้”
ห้องนอนของเราติดกัน… หมายถึงเขาจัดแจงไว้แล้วน่ะสิ ว่าจะแยกนอนกับเธอ