ณ ตลาดสดในชนบทแห่งหนึ่งแถบจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หญิงสาววัยแรกรุ่น มาในชุดมัดผมด้านหลังที่ยาวไว้สองข้างซ้ายขวา น่ารักสมกับเป็สาวชาวไร่บ้านนอกคอกนา
ภารกิจของเธอวันนี้คือเอาผักไปส่งให้ลุงสักที่ตลาด เมื่อคืนฝนดันตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ใช่น้อย ๆ ตกซะถนนหนทางขาดไปทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอมาถึงตลาดบ้านแพรกตะคร้อช้ากว่าทุกวัน เนื้อตัวและเสื้อผ้าเปื้อนขี้ดินโคลนเป็บางจุด ดีหน่อยที่ว่าเลยจากไร่ของเธอมาได้สักสิบกิโลเมตรเป็ทางที่ลงหินไว้บ้างจึงทำให้ล้อรถมอร์ไซด์พ่วงข้างของเธอไม่จมดิน เธอจึงวิ่งมาถึงตลาดได้ในที่สุด แต่กว่าจะมาถึงก็ทุลักทุเลเป็ที่สุด
เมื่อถึงตลาด เธอตรงไปยังแผงของพ่อเธอที่มีคนรอรับผักอยู่แล้ว เธอขับรถมอร์เตอร์ไซด์พ่วงข้างวิ่งเข้ามาภายในร้านอย่างรวดเร็วแคล้วคล่องมาก ทั้งนี้เพราะคงเป็ว่าเธอได้วิ่งเข้ามาประจำนั่นเอง
“ลุงสัก ลุงสักค่ะ เอาผักมาให้ค่ะ หนูเอาวางไว้ที่เดิมนะค่ะ” เธอถามชายวัยกลางคนหนึ่ง ลุงคนนี้เป็ลูกน้องของพ่อเธออีกทีหนึ่ง ปกติแล้วเธอก็มาที่แผงผักและผลไม้ที่เป็ตลาดนัดชุมนุมมีการซื้อขายผลผลิตทางการเกษตรกันเป็ประจำ
แต่วันนี้ คนไม่คึกคักเหมือนทุกวันเนื่องจากเกิดพายุพัดกระหน่ำจนทำให้ทางขาดหลายสายโดยเฉพาะทางสายหลักที่จะออกจากหมู่บ้านไปยังชุมชนเมืองเช่นอำเภอหัวหินได้ ชาวบ้านมีความเดือดร้อนมาก บางคนบ้านจมน้ำ บางคนบ้านหลังคาพังพินาศ วัวควายตายมากมายเนื่องจากถูกน้ำซัดไปบ้าง ฟ้าผ่าบ้าง สัตว์มีพิษทั้งหลายก็ออกมาเพ่นพ่านจนชาวบ้านหลายคนโดนกัด บางคนใกลัวไม่กล้าออกไปไหน
แต่สาวน้อยคนนี้จำต้องออกมาเนื่องจากว่าจะต้องเอาผักที่เตรียมไว้ั้แ่เมื่อวานตอนเย็นก่อนที่ฝนจะตกแล้ว บ้านของเธออยู่บนเนินสูงพอสมควรตึงไม่ท่วมและเส้นทางหรือถนนที่เธอจะใช้ก็ไม่ขาดเพียงแค่แหว่งเป็บาง่เท่านั้น ทำให้เธอมาถึงตลาดได้
ลุงสัก ลูกน้องคนสนิทของพ่อเธอได้รับมอบหมายให้ขายผักและผลไม้จากไร่ของพ่อเธอ เธอเองก็สนิทชิดเชื้อกับลุงพอสมควรเพราะต้องนำผักและผลไม้มาส่งแทบทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน เธอเห็นลุงกำลังมุงหลังคาที่ปลิวหล่นมาั้แ่เมื่อคืน
“อ้าว มาแล้วรึ มะลิเอ้ย เอ็งทำไมถึงมอมแมมขนาดนั้นว่ะ ฮ่า ๆๆๆ ” ลุงเห็นสภาพของเธอถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมา
“พ่อให้เอาผักมาค่ะลุง ไม่ต้องขายนะคะ เอาให้เขาไปฟรีๆ ทุกคนกำลังเดือดร้อน พ่อสั่งไว้ค่ะ” เธอบอกถึงเจตนารมณ์ของพ่อเธอซึ่งลุงสักก็รู้เป็อย่างดีถึงความใจดีมีเมตตาของเ้าของไร่นี้ ด้วยความดีของเ้าของไร่นี่แหละที่ทำให้เขาต้องอยู่ช่วยจนมาถึงทุกวันนี้ น่าจะเกือบสามสิบปีได้แล้วแหละ
“ลุงกำลังยุ่งอยู่เลย หลังคาพังด้วย เอ็งเอาไปไว้ที่เดิมนั่นแหละ ไป” ลุงชี้ให้เอาของไปไว้ที่เดิม ที่เดิมที่ลุงพูดถึงนี่คือด้านหลังแผงซึ่งเป็ที่เก็บของเช่นผักบ้าง ผลไม้บ้าง ของป่าบ้าง แล้วแต่่เวลา ถ้า่ไหนมีอะไรก็ขายไอ้นั่นแหละ บางครั้งเป็ทุเรียนหรือเงาะ โดยเฉพาะทุเรียนที่นี่ขึ้นชื่อเื่ความอร่อยมากๆ ขายได้ราคาสูงกว่าของที่อื่นถึงสองเท่ตัวเลยทีเดียว คนในเมืองหรือคนมีสตางค์จากทั่วสารทิศหลั่งไหลกันมาซื้อถึงที่ทุกปี
“ลุง ไปช่วยหน่อยสิค่ะ มันเยอะอยู่ค่ะ” เธอร้องให้ลุงไปช่วยกันลงผักที่เธอนำมา
“นี่เอ็ง ลุงยังทำหลังคายังไม่เสร็จเลย ไปคนเดียวแหละ ปกติก้อไปคนเดียวอยู่แล้วนี่ จะกลัวอะไรว่ะ ไปๆ ” ลุงชักโมโห
“ได้ค่ะ ๆ ลุงสัก หนูไปเลยนะ เดี๋ยวหนูมาค่ะ” พูดจบเธอก็วิ่งไปที่เก็บผักที่ลุงสักพูดถึงซึ่งเลยออกไปไม่ไกล แต่แล้ว จู่ ๆ เธอก้อร้องะโออกมาอย่างใและเสียงดังมาก
“ว้ายตายแล้ว ทำไมเข่งมันขยับเองได้ล่ะลุง” ไวปานวอก ด้วยความกลัว หลังเธออุทานจบ เธอจึงวิ่งหนีมาถึงที่ที่ลุงสักยืนซ่อมหลังคาเมื่อสักครู่นี้แล้ว
“อะไรของเอ็งว่ะ ร้องอย่างกะโดนลวนลามไม่ก็ถูกผีหลอกอย่างนั้นแหละ” ลุงมองหน้าเด็กสาวที่คุ้นเคยมานาน ลุงเห็นอาการของสาวมะลิแล้วขำ พูดต่อไปเพื่อดักทางของหลานสาวไว้ก่อนเลย
“ไม่ต้องมาหลอกให้ลุงไปช่วยหรอก ไม่หลงกลหรอกโว้ย หลังคายังไม่เสร็จเห็นมั้ย? เข้าไปลงของเร็วๆ เลยไป ลุงยุ่งอยู่ ไปช่วยไม่ได้จริง ๆ ” ลุงพูดจบก็หันไปซ่อมหลังคาต่อ ส่วนสาวน้อยไม่ยอมขยับไปไหน จึงหันหน้ามามองจึงเห็นว่าเธอยังใมากอยู่ จึงโบกมือเตือนให้ไปเร็วๆ
“ก้อได้ค่ะ สงสัยหนูตาฝาดไปเองอ่ะค่ะ” เธอพยายามปลอบใจตัวเอง ฝืนเข้าไปลงผักอีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้เธอไม่ค่อยกล้า ทำเป็ค่อยๆ ย่องเข้าไปช้าๆ แต่แล้วมันก็ขยับอีกครั้งแถมยังขยับแรงกว่าเดิมด้วย เธอผวาหนักกว่าเดิม วิ่งออกมาได้นิดหนึ่ง แต่ก็ได้สติเลยหยุดยืนดูท่าทีไปก่อน
"ถ้าขืนออกไปจะโดนลุงด่ากลับมาอีกแน่" เธอบ่นเบา ๆ
"เอาไงดีว่ะ" เธอครุ่นคิด สุดท้ายเธอคิดว่า เราต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็จริง ผีไม่มีในโลกหรอก เชื่อสิ
"เข้าไปลองดูอีกรอบแล้วกัน ถ้าคราวนี้ยังหลอกอีก จะวิ่งหนีให้ไกลเลย คอยดู" เธอพูดขำ ๆ ปลอบใจตัวเอง เธอพยายามเรียกกำลังใจและกำลังกายกลับมา ค่อย ๆ ย่อง ๆ เข้าไปอีก แต่เข่งมันก็ขยับอีกครั้ง แต่ไม่แรงเท่าเก่า คราวนี้เธอไม่หนีแล้ว
“ผีอะไรมากลางวัน จะบ้ารึ? เป็ไปไม่ได้ อาจจะเป็หมาก้อได้” พูดจบ เธอก้อพยายามเข้าไปที่เข่งผลไม้เ่าั้ ยังไม่ทันจะทำอะไรต่อไป เธอก็ได้ยินเสียงอะไรแว่ว ๆ
“น้ำ น้ำ” นั่น หนักกว่าเดิม มาเป็เสียงด้วย เธอเชื่อว่าไม่ได้หูแว่วแน่นอน ไม่รอช้า เธอวิ่งปานม้าฮ้อเชียว มาหยุดที่หน้าลุงสักคนดีคนเดิม
“ไม่เอาแล้วค่ะลุง คราวนี้ไม่ขยับอย่างเดียวค่ะ มาเป็เสียงด้วยเลย ผีหลอกแน่ๆ ค่ะลุง” เธอยังไม่วายใกลัวอยู่อย่างเดิม พูดบอกลุงไปด้วย ขนลุกซู่ซ่าไปหมด
“ยุ่งจริงๆ เอ็งนี่ ไปๆ ไปดู ถ้าไม่มีอะไรนะ เอ็งโดนตีแน่ เสียเวลาลุงด้วย จะรีบมุงให้เสร็จ เดี๋ยวฝนตกลงมาอีกล่ะยุ่งน่าดูเลย” ลุงสักบ่นและก็บ่นอยู่นั่น แต่ก้อจำใจต้องไปเป็เพื่อนหลานสาวที่เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย ลุงเองก็รักมะลิเหมือนลูกเหมือนหลานของตัวเอง
ไม่นานทั้งลุงกะหลานก็มาอยู่หน้าเข่งผีสิงใบนั่น รอดูอยู่พักหนึ่ง
“ลุงไม่เห็นมันจะขยับเลย เอ็งนี่มันตาเซอะจริงๆ ไป ๆ ไปลงผักไป” ลุงสั่งอย่างอารมณ์เสียหลังจากที่ไปยังที่เกิดเหตุ ผีที่จะหลอกสักกะตัวก็ไม่มี ทุกอย่างเงียบกริบ ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ลุงหันหน้ามามองที่หลานตัวแสบ เธอเห็นอาการของลุงก็เลยกลัวที่จะโดนด่า จึงชิงตัดหน้าพูดไปอย่างรน ๆ
“ก็เมื่อกี้ มันขยับได้จริงๆ นี่นา หนูไม่ได้ตาฝาดนะลุง มีเสียงด้วย หนูสาบานเลย ให้ฟ้าผ่าตายเลยเอ้า” เธอยังยืนยันคำเดิม
“เออๆ ไม่มีอะไรแล้ว ยายเด็กบ้า มาหลอกกันได้ เสียเวลา เอ็งลงผักไป ลุงจะไปมุงหลังคาให้เสร็จ” ลุงพูดพร้อมส่ายหัวอย่างเสียไม่ได้
แต่แล้วจู่ๆ สิ่งไปคาดฝันก็เกิดขึ้น เข่งผลไม้ค่อยๆ ขยับและล้มลงมาหลายใบ ทำเอาลุงกับหลานแตกตื่นโดยเฉพาะลุงสักนี่ ถึงกลับฉี่ราดเลยทีเดียว วิ่งไปที่ที่บุงจะมุงหลังคาอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เธออยู่กับผีเข่งผลไม้คนเดียว