“เหรอ” ป้าเกรซพูด “เธอจะเป็เ้าหยงเ้าหญิง จากโขลงปลวกรึฝูงมดรังไหนฉันไม่สนใจหรอกนะยัยหนู จะไปไหนก็ไปไป๊”
“เ้า..หญิง..เหรอ..?” ผมหันไปพูดกับบลูส์เบาๆพยายามทำรูปปากให้ชัดเจน ชนิดแค่มองก็รู้ว่าผมพูดอะไรโดยที่ไม่จำเป็ต้องได้ยิน
“อะไร?” เ้ามดถามกลับ
ผมเมินเฉยกับคำถามย้อน และี้เีที่จะพูดซำ้ เพราะดันรู้เหมือนคันคอเวลายำ้ประโยคนั่น
‘เ้าหญิง’ ก็อาจเป็ไปได้ถ้าดูจากรูปประพันสันฐานที่แม้จะเปรอะเปื้อนแต่ยังส่องราศีนั้น มันติดอยู่หน่อยจะเรียกว่าอัคติก็ได้คือ ‘ยัยนี่เนี้ยนะ’ ไม่เอาอะไม่ซื้อแค่คิดก็คันคอจะพูดแล้ว
“ท่านป้าเกรซเกรซ” เ้าหญิงเขียวกล่าว
“เรียกเกรซทีเดียวพอ” ป้าเกรซพูด
“ท่านป้าเกรซทีเดียว ท่านพอจะมีที่ให้ข้าพักหรือไม่ ไม่จำเป็ต้องหรูนักเอาแค่พอเป็ส่วนตัวให้ข้าบรรทมก็พอ ข้าจะถือเป็บุญคุณอย่างยิ่ง”
“แค่ ‘เกรซ’ ถ้าจะเรียกอย่าไปเรียกตามไอ้มดไร้รังนั้น เรียกฉันแค่ ‘ป้าเกรซ’ ” เธอยํ้า “แล้วไอ้ที่พักที่เพิ๊กอะไรมันก็พอมีล่ะนะ แต่ให้นอนฟรีคงไม่ได้”
“ขออภัยกับการใช้ภาษาดินแดนนี้ของข้า ตัวข้าเองยังแยกไม่ค่อยออกระหว่างคำนามกับคำกิริยา แต่ข้าไม่ได้พกของมีค่าอะไรมาเลยนอกจากอาภรณ์ติดตัว ข้าอ้อนวรไม่สิ ข้าสัญญาว่าจะตอบแทนนำ้ใจหนนี้ให้คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มแน่นอน”
“ถ้าได้ก็ดีแต่ประทานโทษ ฉันไม่คิดว่าจะได้อะไรจากเธอ”
ป้าแมงมุมของเราปฏิเสธอีกฝ่ายดีๆ ซึ่งมันก็ดีในแบบของเธอ คนแถวนี้ปากร้ายกว่าแกเยอะเช่น ‘ลุงโม’ ตั๊กแตนแก่ขาขาด แต่ใจดีอย่างเขาทั้งสองนี้สิหายากกว่าในที่ๆอะไรก็เป็เงินไปทองไปหมด
“เอ๋า แล้วพวกแกสองคนทำงานทำการกันเสร็จหมดแล้วรึ” ป้าเกรซหันมาตะหวาดผม
“เสร็จหมดแล้วขอรับท่านป้าเกรซเกรซ” เ้ามดชิงตอบก่อนที่เธอจะบ่นร่ายยาว
“เหรอ นี่แกอู้งานแล้วให้คนอื่นทำแทนแกอีกสินะ”
เอ๋าเวรกรรมคิดอย่างงั้นไปซะได้ป้าก็
“เปล่าคร้าบ...” ผมตอบ
“แกสองคนรีบไปกินข้าวซะ ก่อนลูกค้าจะมาเยอะเดี๋ยวก็ไม่ได้กินอีก สำออยอีกลำบากใครล่ะที่นี่ ลำบากฉันเนี่ย! หึ๊ย!”
‘หึ๊ย!’ แกมักจะชอบส่งเสียงนี้ออกมาซะจนผมคิดว่า มันกลายเป็คำอุทานเฉพาะตัวของแกเมื่อเวลาอะไรๆไม่ได้ดั่งใจคุณป้าเขาล่ะ หึ๊ย..
"แต่ท่านป้าคะได้โปรดเถิด พิจารณาอีกครั้ง" ยัยหูยาวถึงขั้นต้องนั้งคุกเข่าลงกับพื้น ผมเองจากที่โมโหให้เห็นแบบนี้ก็ชักเริ่มจะสงสารเธอขึ้นมาแทน
พอลองมองกลับถ้าผมเป็ป้าเกรซ การจะรับคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ร่วมชายคามันมีความเสี่ยงอยู่ คุณคิดว่าคุณจะไว้ใจคนๆหนึ่งได้แค่ไหน กับบางคนที่สนิทสนมก็ใช่จะรู้จักเขาละเอียดหมดทุกมุม แม้แต่ผมกับเ้ามดบลูส์เองเห็นแบบนี้นะ ผมก็ไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอเขาขนาดเดาใจออกทุกการกระทำ
แต่พอตอนที่แกรับพวกผมเข้ามา ผมก็ไม่รู้แกคิดยังไงกันที่ยอม แน่นอนซึ่งตัวผมเองก็กล้าที่จะบอกว่าตนนั้นให้สัญญา ในสักวันหนึ่งข้างหน้า ไอ้เด็กคนนี้จะต้องไม่ลืมคุณคนที่เขายื่นมือเข้าช่วยเหลือเรายามลำบาก และจะตอบแทนบุญคุณแน่นอน
ยัยหูยาวทำตาลูกแมวออดอ้อนคนผ่านหน้าต่างใจ ซึ่งมันได้ผลป้าเกรซใจอ่อนเหมือนตอนรับผมกับบลูส์
“เอาอย่างงี่นะหล่อนน่ะ คือฉันรับเ้าพวกเด็กไร่หัวนอนปลายเท้าสองตัวนี้ภาระก็เยอะพอแล้ว ถ้าหล่อนจะอยู่ที่นี่ฉันยังเหลือใบไม้แห้งอยู่ไม่กี่ใบ เธอเอาไปทำที่พักได้แต่ไม่ให้อยู่ฟรีนะต้องทำงานให้ฉัน ให้ไอ้พวกนั้นสอนแล้วก็ห้ามสร้างปัญหาถ้าคิดจะอยู่ที่นี้ งานเสร็จแล้วจะทำอะไรก็ไปทำข้าวสามมื้อตามเวลาไม่งั้นไม่เหลือ ไปได้ล่ะ”
เ้าหญิงภูติเขียวพอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแย้มดีใจ
“ขอบพระคุณท่านป้ามากๆ นำ้ใจอันเหลือล้นครั้งนี้ ข้าจะจดจำไม่มีลืมเลือน”
เธอลุกขึ้นยืนเอามือทั้งสองแตะหน้าผากอีกครั้ง แล้วโค้งลงพร้อมวาดแขนอ้าออกไปทางด้านหลัง เหมือนเวลาผมสอบยืนะโไกลวิชาพละ แต่เพียงถ้าผมก้มหน้าโค้งลงแบบที่เธอทำในตอนสอบตอนนั้นล่ะก็ ผมมีหวังพุ่งหัวทิ่มดินพอดี คราวนี้แหละคุณเอ๊ยโดนล่อยันลูกบวช
~~~~~~~~~~
ต่อมา.. หลังจากที่ป้ารับเด็กสาวแปลกหน้าอีกคนเข้ามาอยู่ร่วมชายคา เธอใช้เวลาทั้งวันสร้างที่พักของตนเองห่างออกไปจากที่ๆผมกับบลูส์พักไม่ไกลมาก แต่ก็ห่างพอสำหรับความเป็ส่วนตัวของผู้หญิง ล่าสุดผมเห็นเธอกำลังหอบข้าวของเครื่องมือขุดดินกับเศษใบไม้แห่งมากองรวมกัน ไม่ใช่ว่าไม่สนใจนะก็อยากอยู่ช่วยแต่พอนึกถึงไอ้คำที่เ้าหล่อนว่าให้เราทีไร ผนวกกลัวจะโดนป้าดุว่าอู้อีก ก็เลยขอตัวไปนั้งเฝ้ารับลูกค้าที่ซุ้มรับเกวียนดีกว่า
ระหว่างนั้งมองผู้คนจอแจผมสังเกตุได้ว่า สถานที่พักนอกจากกระโจมเต้นท์กรวยใบไม้ของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าขาจรแล้ว คนจนที่พอมีกินจะสร้างบ้านโดยเอาก้อนกรวดก้อนดินวางต่อๆกันขึ้นเป็บ้านพอกันลม บ้านไหนดีขึ้นหน่อยก็อาจมีหลังคาเศษใบไม้เอาไว้บังแดดอีกด้วย คนรวยๆหน่อยก็เริ่มมีการใช้ไม้กับใบไม้เต็มใบเอามาเสียบนั้นนิด ปักนี้หน่อยพอเป็กระโจมแข็งเเรงเบาและทำง่าย
แต่ที่ประทับใจเลยคือยานพาหนะนี่แหละ พวกเขาสร้างล้อขึ้นมาโดยเอาเศษใบไม้เช่นเดิมแต่มีขนาดใหญ่หน่อย เอามาซ้อนๆกันหลายๆชั้น เชื่อมประกบด้วยเศษชิ้นที่เล็กกว่าแปะตามริมขอบรอบวง เพื่อห้อตัวล้อให้เป็ชิ้นเดียวกันอีกที แล้วเหลาลิ่มไม้ตอกยึดเสริม ใครมีเงินหน่อยก็ซื้อยางตังเมนี้แหละมาป้ายเป็กาวใช้งานไเ้นานขึ้น แต่ราคาก็แพงใช้ได้น่าจะไม่เกินสักครึ่งลีฟได้มั้ง พอจะใช้ก็เสียบล้อนี้เข้ากับแก่นเพลาของเกวียน ดังนั้นร้านรับซ้อมกับทำล้อพวกนี้ถือว่ามีฐานะอันจะกินได้เลย
ผมเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของล้อ มนุษย์โบราณเขาสร้างมันขึ้นจากการสะกัดก้อนหินใหญ่ทั้งก้อน ต่อมาจึ้นเริ่มมีการใช้ไม้มาทำแทน แม้ว่าปัจจุบันล้อโลหะพวกนี้อาจเป็สิ่งประดิษฐ์ที่ใครก็คิดก็ทำได้ แต่ถ้าให้ผมพูดคนๆแรกที่คิดทำแบบนี้เขาเป็อัจฉริยะมาก โคตรเทพคิดได้ยังไงจากศูนย์จากสิ่งที่คนรอบข้างเขาอาจจะคิดไม่ถึง มันไม่มีใครคิดได้แน่ การคิดค้นสร้างล้อครั้งนั้นกลายเป็พื้นฐานสิ่งประดิษฐ์ทุ้นแรงมนุษย์ไปได้หลายอย่าง ซึ่งมันจะช่วยให้เราสามารถสร้างตึกตราบ้านช่องได้ง่าย ทุกวันนี้ในเมืองหลวงจึงมีห้างใหญ่
~~~~~~~~~~
ผมรู้ตัวว่าชอบอยู่คนเดียวเงียบๆเป็ส่วนตัว ชอบใช้ความคิดไปเรื่อยนั้นมันถูกจริตกับผมที่สุดแล้ว นิสัยนี้เป็มานานแม้ว่าลึกๆแล้วก็อยากได้รับการยอมรับบ้าง แต่บางทีการเอาตัวเองไปแทรกอยู่ท่ามกลางสังคม เราอาจจะมีความรู้สึกว่า 'เฮ๊ย.. นี่ตัวเราโดนผู้คนเ่าั้ ดูดเอาพลังงานจากตัวเราออกไปเยอะอยู่นะ ในแต่ละวัน'
นั่งเม้อไม่นานผมก็ต้องสะดุ้งตัวเองออกมาจากภวังค์ เพราะมีรถเกวียนคันหนึ่งกำลังมุ้งหน้ามาที่ซุ้มบริการที่ผมนั่งเม้ออยู่นี่ ซึ่งคันดังกล่าวมองดูแตกต่างออกไปแม้มองดูไกลๆ สักพักพลขับจึงเคลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้า
"มาดามเกรซเธออยู่ที่นี่้้มั้ย?" เสียงแหบแห้งของชายคนขับเอ่ยถาม
เขาไม่ใช่มนุษย์ ภูติเขียว หรือมด เขาคือแมลงตัวอวบสวมหมวกทรงสูงผูกไทดำสีดำ พิจารณาโดยรวม ชายพลขับคนนี้คือแมลงสาบในมาดผู้ดีอังกฤษ ถ้าจำไม่ผิดคงประมาณสักสมัยศตวรรษที่ 19 ได้ เขายังพูดกับผมต่ออีกว่า
"เธอจะมองฉันทั้งวัน หรือจะช่วยไปบอกกับมาดามเกรซทีว่าเธอมีแขกเข้าใจนะ ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ ขอความกรุณาด้วย"
"ขอโทษน่ะครับ ใคร้าพบเธอ?" ผมถามกลับ
มีมือแมลงข้างหนึ่งถกผ้าม้านสีขาวด้านหลังพลขับ เกวียนลำนี้หรูมากเท่าที่เคยพบเ้าในสังคมแมลงนี้ แต่ผมมองเข้าไปไม่ชัดเพราะข้างในนั้นมืดมาก แต่รู้ว่าในนั้นมีคนอยู่เพียงแค่คนเดียว
"บอกเธอว่า 'อารัคเน่' น้องสาวของเธอพร้อมด้วย 'เซบาส' พ่อบ้านมาหาเพราะว่าคิดถึงนะจ่ะ พ่อหนุ่มน้อย" เสียงแหลมน่ารำคานเหมือนป้าแถวบ้าน แต่เธอเข้าใจเลือกใช้นำ้เสียงอ้อนวอนกับผม ราวกับเป็คุณป้าไฮโซการศึกษาดี ที่เมื่อคุณคิดจะเถียงเธอเมื่อไรคุณรู้เลยว่า เธอไม่เปิดช่องให้คุณพูดแน่
โอเคป้าเกรซมีน้อง อืม เป็ไปได้ แต่น้องเธอดูเรียกยังไงดีล่ะ พ่อบ้านพลขับ รถเกวียนที่มีผ้าม้าน อ๋อ รถเกวียนหรูสำหรับที่นี่ ผมรู้เพราะรอยต่อการยึดชิ้นส่วน ถูกยึดเป็ดิบดีเหมือนกับหลังคาและล้อ ซึ่งหุ้มด้วยวัสดุอ่อนนุ่มสีขาวแต่เหนียวและแข็งแกร่งเหมือน 'ใย'
ผมอยู่กับป้าเกรซได้ไม่นานนักแต่พึ่งสังเกตุเื่ป้าเกรซได้อย่าง เธอขาดบางสิ่งที่แมงมุมมีไม่ใช่เื่จำนวนขานะ เธอไม่มีการใช้ใยแมงมุมเลย
"นี่เด็กมนุษย์ ได้โปรด" พ่อบ้านพลขับพูด "มิสอารัคเน่กำลังรอ การปล่อยให้สุภาพสตรีรอมันไม่ใช่วิธีของสุภาพบุรุษนัก"
"ผมจะไปตามเธอให้ บลูส์จะนำทางไปที่ช่องจอดพิเศษครับ(ดูคำพูดเขาสิอย่างกับหลุดออกมาจากหนังขายยาฝรั่ง)" ผมหันไปเรียกเ้ามดที่กำลัง จะเดินไปที่คอกหนอน "เห้..บลูส์ บริการตรงนี้หน่อยฉันจะไปตามป้า"
~~~~~~~~~~
โปรดติดตามตอนต่อไป
~~~~~~~~~~