“งั้น ข้าเล่าล่ะนะ เื่มีอยู่ว่า เมื่อห้าปีก่อน มีเศรษฐีท่านหนึ่งนามว่า ถังเว่ย เขามีอาชีพขายเกลือ เขานั้นเพิ่งย้ายมาอยู่ที่เมืองหนานโจวพร้อมกับฮูหยินและลูกชายวัย 9 ขวบหนึ่งคน พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งถังเว่ยได้ไปซื้อคันฉ่องโบราณมาจากแคว้นเหลียว ผ่านไปไม่นานครอบครัวของเขาก็ค่อยๆ ทยอยเสียชีวิตไปทีละคน เพราะเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ทั้งๆ ที่แต่ก่อนพวกเขาก็แข็งแรงดีทุกอย่าง เริ่มแรกก็เป็ลูกของเขา ตามด้วยภรรยา จากนั้นก็เป็ตัวท่านเศรษฐีเอง ดังนั้นบ้านของท่านเศรษฐีจึงตกเป็ของน้องชาย นั่นคือ ถังว่าน เขายังไม่ได้แต่งงาน เอาแต่ทำงานหาอัฐมากมายด้วยการค้าขายเกลือสืบต่อกิจการจากพี่ชาย แต่เพียงไม่นานเขาก็มีอาการเจ็บป่วยไม่ต่างจากครอบครัวของพี่ชายและเสียชีวิตไปในทีสุด และผู้สืบต่อมรดกก็คือน้องสาวของถังเว่ยและถังว่าน นางมีนามว่า ถังหวิน นางมีความเชื่อว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับพี่ชายทั้งสองนั้นเกิดจากคันฉ่องโบราณอันนั้น ดังนั้นนางจึงนำคันฉ่องไปทิ้ง ั้แ่นั้นมาถังหวินก็อยู่อย่างปกติ และไม่มีใครเจ็บป่วยอีกเลย” เหลียงกังเล่า
“มีคนพิสูจน์หรือเปล่าเ้าค่ะ ว่าคันฉ่องอันนี้มีอะไรหรือเปล่า มันมีพิษซ่อนอยู่หรือไม่” เหมยซูสงสัย
“ไม่มีใครกล้าแตะต้องคันฉ่องอันนั้นหรอก” เหลียงกังกล่าว
“หลังจากนั้น คันฉ่องนั้นตกอยู่ที่ใครหรือเ้าคะ” หวนเจินอยากรู้
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าก่อนหน้าที่ท่านป้าเหวยลู่จะได้นั้น คันฉ่องตกอยู่ที่ใครบ้าง แต่มีคดีหนึ่ง ท่านมือปราบได้ไปทำคดีบ้านหลังหนึ่ง ท่านมือปราบพบว่าพวกเขาเสียชีวิตทั้งครอบครัวเพราะโจรปล้นชิงทรัพย์ พวกมันเข่นฆ่าพ่อแม่ลูกจนเสียชีวิต ที่นั่นเหลือไว้เพียงคันฉ่องอาถรรพ์วางอยู่ในบ้านเท่านั้น ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดล้วนถูกขโมยไปหมดสิ้น” เหลียงกังเล่า
“ถ้าคันฉ่องอันตรายจริง นับว่าท่านป้านั้นกล้ามากที่เก็บคันฉ่องนี้มาเป็สินค้าของร้านนะเ้าคะ” หวนเจินกล่าว
“ว่าแต่ทำไมชายวัยกลางคนคนนั้นถึงซื้อคันฉ่องไปล่ะ เขานำไปทำอะไรงั้นหรือ” เหมยซูสงสัย
“เขาไม่รู้ความเป็มาของคันฉ่องหรือเปล่าเ้าคะ” หวนเจินคาดการณ์
“ทั้งๆ ที่คนทั้งเมืองโจษจันไปทั่วอย่างนั้นหรือ” เหมยซูไม่เข้าใจ
“ในเมื่อเ้าขายออกไปแล้ว ข้าก็โล่งใจ งั้นข้าขอตัวกลับก่อน” เหลียงกังหมดห่วงแล้ว
“ซวงเหมย! เ้าไปส่งท่านเศรษฐีสิ” ซานชุยรีบพูด
เหมยซูมองไปที่ซานชุย เขาส่งสัญญาณว่าเขาอยากคุยกับจือิสองต่อสอง
เหมยซูจึงเดินไปส่งท่านเศรษฐีที่หน้าร้านอย่างช่วยไม่ได้
พอถึงหน้าร้าน ท่านเหลียงกังก็เลยว่า “ซานชุย้ามาจีบเ้าอย่างนั้นหรือ ดูเขาไม่ชอบขี้หน้าข้าเอาเสียเลย”
“ท่านอย่าคิดมากเลยเ้าค่ะ ท่านไม่ได้มีเจตนาผูกสัมพันธ์กับใครไม่ใช่หรือ” เหมยซูกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“เ้ามองข้าไม่ออกอย่างนั้นหรือ” เหลียงกังพยายามมองตาหญิงสาว
“มองไม่ออกเ้าค่ะ ท่านรีบกลับเถิด” เหมยซูรีบมองไปทางอื่นและกล่าวตัดบท
“จำไว้นะซวงเหมย ข้าไม่มีวันยอมเสียเ้าให้ใครหรอก” เหลียงกังจับไหล่ของหญิงสาวและพูดกำชับ จากนั้นเขาก็ปล่อยและเดินจากไปทันที
เหมยซูคิดในใจว่า “นี่สินะ ผู้หญิงถึงหลงเสน่ห์เขา เพราะเขาให้ความหวังไปทั่วจริงๆ”
เหมยซูเดินกลับเข้าไปในห้องรับรองแขก นางยังคงไม่เข้าไปเพราะทั้งสองกำลังคุยกันอยู่
“ต่อไป อย่าเข้าใกล้ชายเ้าชู้คนนั้นอีกจะได้มั้ย ถือว่าข้าขอร้อง” ซานชุยพยายามขอร้องดีๆ
“ไม่ได้เ้าค่ะ” หวนเจินรีบปฏิเสธ
“เ้าหลงเสน่ห์เขาอย่างนั้นหรือ” ซานชุยโมโหมาก และกำหมัดไว้แน่น
“เปล่าเ้าค่ะ ท่านเหลียงกังเขา้าจีบซวงเหมย ข้าซึ่งอยู่ใกล้ชิดซวงเหมย ยังไงก็ต้องเจอท่านเหลียงกังอยู่ดี” หวนเจินรีบอธิบายเพราะรู้ว่าสามีกำลังโกรธจัด
“เขาไม่ได้จีบเ้าแน่นะ” ซานชุยถามย้ำ
หวนเจินพยักหน้า
ซานชุยเผลอตัวกำลังจะจูบหน้าผาก แต่เหมยซูขัดจังหวะไว้ได้ทัน
“อะแฮ่ม ขออภัยที่ขัดจังหวะนะ แต่พวกท่านมีความสัมพันธ์เป็พี่เขยกับน้องภรรยา อยู่ด้วยกันสองต่อสองมันคงไม่ดี” เหมยซูรีบกล่าวเตือน
“เอ่อ ข้าก็แค่….” ซานชุยพยายามแก้ตัวแต่ก็ไม่รู้ว่าจะกล่าวยังไงดี
“พวกเรามาพูดเื่คันฉ่องดีกว่า” เหมยซูเข้าใจจึงรีบเปลี่ยนเื่
“เ้าคิดว่าคันฉ่องฆ่าคนได้จริงอย่างนั้นหรือ” ซานชุยรีบถาม
“ไม่เชื่อเลยสักนิด แต่ข้าอยากสำรวจว่าคันฉ่องมีอะไรซุกซ่อนอยู่เป็แน่ เ้าช่วยสืบได้มั้ยว่าตอนนี้คันฉ่องนั้นอยู่ที่ไหน” เหมยซูขอร้อง
“ข้าจะลองสืบให้ก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ” ซานชุยอาสา
หลังจากซานชุยเดินออกไปแล้ว เหมยซูก็เลยทัก “ข้าว่าอีกไม่นานหรอก ความลับที่ความทรงจำเ้าฟื้นคืนแล้วก็ต้องถูกเปิดเผย”
“ทำไม่ล่ะเ้าคะ ข้าแสดงไม่เนียนอย่างนั้นหรือ” หวนเจินสงสัย
“ดูเ้าตอนนี้สิ หน้าแดงซะขนาดนี้ ข้าว่าเ้าเก็บซ่อนอาการไม่เก่งหรอก” เหมยซูมองเห็นหวนเจินนั้นแสดงอาการเขินอายอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าไปขอกุญแจเปิดกล่องหมายเลข 9 ดีมั้ยเ้าคะ” หวนเจินรีบเปลี่ยนเื่
“อย่าเพิ่งเลย ข้ามีลางสังหรณ์ว่าพวกเราต้องได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับของเก่าหมายเลข 8 อีก” เหมยซูกล่าว
********************************************
สองวันต่อมา เกิดคดีที่หอคณิกาถูกไฟไหม้จนไม่มีเหลือ
หวนเจินวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน “ระหว่างที่ข้าไปบ้านท่านป้าเหวยซู มีคนพบศพชายวัยกลางคนอยู่ที่หลังเขา มือปราบกำลังสำรวจสถานที่ และกำลังจะส่งศพไปชันสูตร เมื่อข้าลองไปดูหน้าตาของศพ ก็พบว่าชายดังกล่าวคือ คนที่มาซื้อคันฉ่องไปเ้าค่ะ”
“แล้วคันฉ่องล่ะ” เหมยซูอยากรู้
“เห็นว่าชายคนนั้นถูกปล้นทรัพย์สินไปทั้งหมดเลย ดังนั้นคันฉ่องก็ไม่อยู่แล้วเ้าค่ะ” หวนเจินเล่า
“หรือว่าคันฉ่องจะอาถรรพ์จริงๆ ใครต่างได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตทั้งสิ้น” เหมยซูเริ่มไขว้เขว
สักพักซานชุยก็วิ่งเข้ามา และกล่าวว่า “ข้าได้ให้ชาวยุทธ์ช่วยสืบหาคันฉ่องแล้ว ปรากฏว่าเมื่อวานนี้มีชายรูปร่างกำยำไปเที่ยวผู้หญิง เขาได้มอบคันฉ่องให้กับหญิงโฉมงามที่ถูกใจคนนึง และพอสืบดูอีกก็พบว่าวันนี้ตอนเช้าหอคณิกาดังกล่าวถูกเผาไหม้จนไม่เหลือชิ้น ผู้คนในนั้นต่างเสียชีวิตกันหมดไม่มีเหลือ”
“พวกนางเสียชีวิตก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้สินะ” เหมยซูคาดการณ์
“ทำไมถึงรู้ ใช่แล้ว บางศพที่ยังไหม้ไม่หมดก็ตรวจพบรอยฟันด้วยดาบ คาดว่าน่าจะถูกปล้นฆ่าชิงทรัพย์ก่อนที่จะมีการวางเพลิงจริงๆ” ซานชุยกล่าว
“แล้วคันฉ่องล่ะ” เหมยซูอยากรู้
“หายไปแล้ว” ซานชุยและจอมยุทธ์ต่างไม่พบร่องรอยของคันฉ่อง
“เป็เพราะอาถรรพ์ของคันฉ่องหรือเปล่าเ้าคะ” หวนเจินเริ่มกลัว
“เป็เื่บังเอิญมากกว่า” เหมยซูไม่เชื่อ
“แต่ข้าเริ่มเชื่อแล้วว่ามันน่าจะเป็เพราะอาถรรพ์ของคันฉ่องจริงๆ” ซานชุยเริ่มขยาด
“ข้าเริ่มรู้สึกผิดเสียแล้วสิ ข้าไม่น่าขายของอันตรายเลย” เหมยซูคิดว่าลูกค้าตายเพราะตน
“พวกเราลองตามหาคันฉ่องกลับคืนมา แล้วรีบกำจัดดีมั้ยเ้าคะ” หวนเจินเสนอ
“ก็ดีเหมือนกัน งั้นเ้าไปกับซานชุยก็แล้วกัน ส่วนข้าจะไปหาท่านป้าเหวยลู่เอง” เหมยซูวางแผน
“ไปบ้านท่านป้าทำไมเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“เ้ามัวแต่ดูการสอบสวนคดีฆาตกรรมชายวัยกลางคน จนลืมไปหาท่านป้าใช่มั้ยล่ะ” เหมยซูเดาออก
“เอ่อ ใช่แล้วเ้าค่ะ” หวนเจินลืมไปเสียสนิท ดังนั้นนางจึงยังไม่ได้กุญแจเปิดกล่องของเก่าหมายเลข 9
“พวกเรารีบกำจัดคันฉ่องน่ากลัวอันนั้น และรีบเปิดกล่องหมายเลข 9 ดีกว่า” เหมยซูอยากรีบชดใช้หนี้ให้หมด
********************************************
ระหว่างทางที่เหมยซูนั่งรถม้าไปที่บ้านของท่านป้าเหวยลู่อยู่นั้น พอผ่านตลาด นางก็เลยเปิดผ้าม่านเพื่อดูบรรยากาศภายนอก นางก็พบประมุขพรรคกงซานทำตัวลับๆ ล่อๆ และเดินหลบเข้าไปในหลืบ ด้วยความอยากรู้นางจึงบอกให้ชายผู้รับจ้างขี่ม้าหยุดรถ แล้วให้ชายดังกล่าวไปเดินเที่ยวตลาดรอก่อน ส่วนนางก็เลยแอบเดินไปดู
จนกระทั่งเหมยซูเดินตามไปถึงบ้านลึกลับที่อยู่ท้ายตลาด นางคิดในใจว่า “ที่นี่คือศูนย์บัญชาการลับของขบวนการล้างสมองหรือเปล่านะ” นางรีบแอบฟังอยู่หลังบ้านจนได้ยินว่า
“เ้านำคันฉ่องไปให้เหลียงเอ๋อแล้วใช่หรือไม่” เสิ่นตั้ว ประมุขพรรคกงซานกล่าว
“เ้าค่ะ ตอนนี้คันฉ่องโบราณนั้นอยู่ที่นางแล้วจริงๆ” จอมยุทธ์หญิงท่านหนึ่งรายงาน
“คราวนี้เหลียงกังไม่มีทางจับได้ว่ามันเป็ฝีมือของพวกเรา เพราะมันเชื่ออาถรรพ์ของคันฉ่องที่ผู้คนพากันเล่าลือ” เสิ่นตั้วยิ้มมุมปากที่แผนการสำเร็จ
“ไม่น่าเชื่อว่าพวกเราจะได้คันฉ่องมาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้นะเ้าคะ” จอมยุทธ์หญิงกล่าว
“เป็เพราะข้าติดตามสืบข่าวคราวเกี่ยวกับคันฉ่องอยู่ตลอดต่างหาก ข้ารู้ว่าชายคนที่ไปซื้อคันฉ่องที่ร้านขายของเก่า แท้จริงแล้วเขาก็คือพ่อบ้านตระกูลถัง เมื่อห้าปีก่อน เขาได้แอบลอบวางยาครอบครัวของถังเว่ยจนเสียชีวิตก่อน พอถังว่านรับมรดกจากพี่ชาย พ่อบ้านก็วางยาอีกและปล่อยข่าวว่าเป็เพราะอาถรรพ์คันฉ่อง พอถังหวินได้รับมรดกคือบ้านหลังนั้น นางก็แสร้งทำเป็นำคันฉ่องไปทิ้งและไล่ตะเพิดพ่อบ้านคนนั้นไป ท่านพ่อบ้านที่ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กินกับถังหวิน เขาก็ใจสลายที่ถูกถังหวินหลอกใช้ ดังนั้นเขาก็เลยเอาแต่สำมะเลเทเมาไปวันๆ ห้าปีต่อมาชายคนดังกล่าวพอได้ยินว่าร้านขายของเก่าขายคันฉ่องที่ลือว่าอาถรรพ์ เขาถึงขั้นไปกู้อัฐมาซื้อเลยทีเดียว จากนั้นเขาก็นัดถังหวินที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วให้ไปเจออดีตพ่อบ้านที่หอคณิกา เพราะเขาขู่ว่าหากไม่ไปพบ เขาจะไปสารภาพผิดกับใต้เท้าหานเว่ย ถังหวินจำต้องยอมไปพบ แต่ทว่านางนั้นได้จ้างนักฆ่าให้ไปฆ่าอดีตพ่อบ้านปิดปากและนำศพไปทิ้งหลังเขา แต่มีหญิงคณิกามาเห็นเข้าและเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ทำให้ถังหวินจำต้องสั่งให้นักฆ่าสังหารทุกคนในนั้น และเผาทำลายเพื่ออำพรางศพ” เสิ่นตั้วเฝ้าติดตามมาโดยตลอด
“ท่านรู้ละเอียดจริงๆ เ้าค่ะ ว่าแต่ท่านได้คันฉ่องมาได้อย่างไร” จอมยุทธ์หญิงอยากรู้
“ข้านั้นอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ข้ากำลังวางแผนกับลูกน้องที่แฝงตัวเป็หญิงคณิกาเพื่อสืบข่าว ข้ากับนางก็เลยแอบอยู่หลังฉากเพื่อดูเหตุการณ์ทั้งหมด ในระหว่างที่นักฆ่ากับถังหวินเดินออกไปนอกหอคณิกา ข้าก็เลยคว้าคันฉ่องและหนีไปพร้อมกับสายลับทันที” เสิ่นตั้วเผย
“อย่างนี้นี่เอง แสดงว่าคันฉ่องไม่ได้อาถรรพ์จริงๆ สินะเ้าคะ เพราะเคราะห์ร้ายทุกอย่างล้วนเป็ฝีมือของคนชั่วช้าสามานย์นี่เอง” จอมยุทธ์หญิงกล่าว
“พวกเรารีบไปกันเถอะ หลังจากเหลียงเอ๋อเสียชีวิตเพราะถูกวางยาล่องหนไปแล้ว ศพต่อไปก็คือเหลียงกัง” เสิ่นตั้วหมายที่จะกำจัดครอบครัวของเหลียงกังด้วยยาพิษล่องหน ซึ่งเป็พิษที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง แต่หมอจะไม่สามารถรักษาได้เพราะเขาจะไม่มีทางรู้ว่าคนนั้นถูกพิษ ที่เสิ่นตั้ว้ากำจัดท่านเศรษฐีและครอบครัวเนื่องจากเขานั้นออกอัฐและมอบอาวุธเพื่อสนับสนุนให้องค์รัชทายาทออกตามล่าและกำจัดขบวนการล้างสมอง
“เ้าค่ะ” จอมยุทธ์หญิงกล่าว
เหมยซูที่ได้รับรู้แผนการกำจัดครอบครัวของเหลียงกัง นางก็เลยเปลี่ยนแผนโดยกลับไปที่ร้านขายของเก่าเพื่อตั้งหลักทันที
********************************************
ตกเย็น เหมยซูได้ปลอมตัวเป็ท่านหมอผู้ชายวัยกลางคนที่มีนามว่าซูเหมิน นางได้เดินทางไปพร้อมกับหวนเจินที่ปลอมตัวเป็ผู้ช่วยหมอผู้ชายนามว่า จางไห่ และไปพร้อมกับซานชุยที่ปลอมเป็ผู้ช่วยหมอเหมือนกันนามว่า ซงเชี่ย ทั้งสามเดินเข้าไปหาเหลียงกังถึงในบ้าน ที่ตอนนี้เขากำลังกังวลถึงอาการป่วยของน้องสาว จนถึงขั้นเดินไปเดินมา
“พวกท่านเป็ใคร ้าอะไร” เหลียงกังใที่เห็นคนแปลกหน้า
“พวกข้าจะมารักษาน้องสาวของท่านขอรับ” ซูเหมินหรือเหมยซูกล่าว
“ตอนนี้ท่านหมอกำลังตรวจอาการให้นางอยู่ คงไม่จำเป็ต้องรบกวนพวกท่านหรอก” เหลียงกังตามหมอมาดูอาการน้องสาวแล้ว
สักพักท่านหมอฉู่ฮั่นก็ออกมาจากห้องและกล่าวว่า “ต้องขออภัย ข้าตรวจอาการแล้วพบว่า นางเป็ปกติดีทุกอย่าง แต่เหตุใดนางถึงแสดงอาการว่าเ็ปเช่นนี้ บางทีอาจเป็เพราะ เอ่อ นางแกล้งป่วยขอรับ”
“นางจะทำเช่นนั้นทำไมกัน” เหลียงกังไม่เข้าใจ
“ข้าเองก็ไม่รู้ขอรับ” ท่านหมอกล่าวและส่ายหน้า
“งั้นข้าจะไปดูน้องสาวเดี๋ยวนี้” เหลียงกังอยากไปถามน้องสาวให้รู้เื่
ณ ห้องนอนของเหลียงเอ๋อ
“โอ๊ย! ข้าปวดท้องเหลือเกิน ท่านพี่ช่วยข้าด้วย” เหลียงเอ๋อยังคงปวดท้องไม่หาย
“เ้าแกล้งแสดงทำไมกัน ้าเรียกร้องความสนใจอย่างนั้นหรือ” เหลียงกังกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าไม่ได้แกล้งนะเ้าคะ ข้าปวดท้องจริงๆ” เหลียงเอ๋อรู้สึกปวดท้องจนน้ำตาไหล
“เอ่อ ข้าขอตรวจอาการของนางจะได้มั้ย” ซูเหมินหรือเหมยซูกล่าว
“เ้าเป็หมอที่น้องสาวข้าจ้างให้มาหลอกลวงข้าหรือเปล่า” เหลียงกังระแวง
“หากช่วยนางไม่ทัน ท่านอาจเสียใจภายหลังได้นะ ความเ็ปที่ไม่ทราบสาเหตุ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็อันตรายนะท่าน ท่านอย่าลืมว่านี่คือชีวิตคน หากละเลยเพียงเพราะคิดว่าเป็การล้อเล่น นั่นอาจทำให้น้องสาวท่านถึงแก่ชีวิตได้” เหมยซูที่ปลอมตัวอยู่พยายามเตือน
เหลียงกังเป็ห่วงน้องสาว แม้โกรธที่ท่านหมอคนก่อนยืนยันว่านางแกล้งป่วย แต่เขาจำต้องยืนยันให้แน่ใจว่าน้องสาวป่วยจริงหรือไม่
เหมยซูที่ปลอมตัวอยู่ นางรีบจับชีพจรและตรวจอาการ จากนั้นนางก็รีบฝังเข็มเพื่อขับพิษล่องหนทันที ผ่านไปไม่นานเหลียงเอ๋อก็กระอักเื
“รีบกินยาลูกกลอนเร็วเข้า” เหมยซูมอบยาสกัดพิษให้
เหลียงเอ๋อยอมกินแต่โดยดี
“เป็ยังไง รู้สึกดีขึ้นมั้ย” เหลียงกังรีบถามน้องสาว
“อาการปวดทุเลาแล้วเ้าค่ะ” เหลียงเอ๋อกล่าว
“เป็ไปไม่ได้ ข้าตรวจโดยละเอียดแล้วนี่” ท่านหมอฉู่ฮั่นไม่เชื่อ
“นี่คือพิษล่องหน ไม่มีหมอคนไหนล่วงรู้หรอกว่าผู้ป่วยได้รับพิษ” เหมยซูอธิบาย
“แล้วเ้ารู้ได้อย่างไร” ท่านเหลียงกังสงสัย
“ขอข้าสั่งการผู้ช่วยให้ช่วยเฝ้าอาการของน้องสาวท่านก่อน แล้วข้าจะเล่าทุกอย่างให้ท่านฟังเองขอรับ” เหมยซูกล่าว
หลังจากท่านเหลียงกังและท่านหมอคนก่อนเดินออกไปแล้ว เหมยซูก็เลยกระซิบบอกหวนเจินว่า “เ้ารีบถามหาคันฉ่องจากเหลียงเอ๋อเถิด”
“เ้าค่ะ” หวนเจินกล่าวเบาๆ
จากนั้นเหมยซูก็เดินไปที่ห้องรับรองแขกในบ้านของท่านเศรษฐี
“ท่านจงเล่ามาเถิด ข้ารอฟังอยู่” เหลียงกังร้อนใจ
“ขบวนการล้างสมองกำลังหมายหัวครอบครัวของท่าน” เหมยซูกล่าวด้วยน้ำเสียงผู้ชาย
“อะไรนะ” เหลียงกังใ
“อย่าถามเลยว่าข้าได้ข่าวมาได้อย่างไร พวกมันมอบคันฉ่องให้น้องสาวท่านเพียงเพื่อโยนความผิดว่าเป็เพราะอาถรรพ์ของคันฉ่อง แต่ความจริงนั้นน้องสาวท่านได้รับพิษล่องหนจากจอมยุทธ์หญิงท่านหนึ่ง” เหมยซูกล่าว
“ข้าคงต้องหาหนทางปราบปรามพวกมันอย่างเร่งด่วน” เหลียงกังนึกแค้นใจ
“ข้ามาเตือนให้ท่านระวังตัว โชคดีที่พิษล่องหนไม่ใช่พิษรุนแรง แค่ขับพิษออกอย่างรวดเร็ว น้องท่านก็หายแล้ว” เหมยซูกล่าว
“ขอบคุณมากท่านหมอ ข้าจะเตรียมตั๋วเงินให้ก็แล้วกัน” เหลียงกังอยากตอบแทน
“ขอบคุณขอรับ งั้นข้าขอไปตรวจอาการของน้องสาวท่านอีกรอบก่อน แล้วข้าจะกลับ” เหมยซูจำต้องยอมรับอัฐเพื่อไม่ให้ฝ่ายชายสงสัย
“เชิญข้างใน” เหลียงกังเดินนำทาง
เหมยซูเดินเข้าไปในห้องเหลียงเอ๋อพร้อมกับท่านเหลียงกัง นางก็เห็นว่าคันฉ่องได้ตั้งอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
“ข้าจะรีบนำไปกำจัดเดี๋ยวนี้” เหลียงกังเห็นเข้าพอดี เขาโมโหมากที่คนร้ายตั้งใจเล่นงานวางยาครอบครัวเขา และพยายามโยนความผิดให้กับคันฉ่องธรรมดาอันนึง
“ช้าก่อน! ข้าขอสำรวจอะไรบางอย่างจะได้หรือไม่” เหมยซูรีบปราม
“งั้นเชิญ” เหลียงกังเห็นท่านหมอกำลังสูดดมกลิ่น และลองนำคันฉ่องชุบในอ่างน้ำ จากนั้นก็ใช้เข็มเงินสำรวจพิษ
พอไม่มีพิษ เหมยซูสำรวจคันฉ่องอีก จนพบว่า “คันฉ่องแกะออกได้ด้วย ด้านหลังมีแผ่นอะไรบางอย่างขอรับ”
“นี่คือลายแทงอะไรบางอย่าง” ซานชุยรับมาตรวจดู
“คันฉ่องมาจากแคว้นเหลียว หรือว่าจะเป็ทรัพย์สมบัติแคว้นเหลียวที่ซุกซ่อนในแคว้นฉิน” เหลียงกังคาดการณ์
“เชิญท่านมอบให้ทางการเถิด” เหมยซูรับลายแทงมาจากซานชุย และมอบให้เหลียงกังทันที
“เ้าไม่สำรวจต่ออย่างนั้นหรือ” เหลียงกังสงสัย
“ข้าสำรวจแล้ว คันฉ่องไม่ได้มีพิษอะไร นี่เป็เพียงคันฉ่องธรรมดาเท่านั้น แต่คนไม่หวังดีต่างหากที่โยนความผิดทุกอย่างให้คันฉ่อง จนเป็ที่โจษจันว่าเป็คันฉ่องอาถรรพ์” เหมยซูกล่าว
“ยังไงข้าก็จำเป็ต้องทำลายเพื่อความสบายใจของทุกคนในเมืองหนานโจว” เหลียงกัง้าให้ทุกคนเลิกหวาดกลัวอาถรรพ์ของคันฉ่องโบราณ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกข้าขอตัวก่อน” เหมยซูกล่าวลา
ทั้งสามจึงเดินออกไปจากบ้านของท่านเศรษฐีโดยเร็ว
ทั้งสามเดินวนอยู่นาน เหมยซูก็เลยถาม “ทำไมเ้าไม่พาพวกเรากลับร้านสักทีล่ะ”
“เหลียงกังส่งคนแอบติดตามพวกเรามาด้วย” ซานชุยกล่าวเตือน
“เป็ความจริงงั้นหรือ” เหมยซูไม่รู้มาก่อนเพราะนางไม่ได้เป็คนมีวรยุทธ์
“เขาคงอยากรู้ว่าท่านหมอเป็ใครมาจากไหนน่ะสิ” ซานชุยคาดการณ์
“งั้นพวกเราไปที่ท่าเรือกันดีกว่า” เหมยซูออกความคิด
“ไปทำไมหรือเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“พวกเรานั่งเรือข้ามฟากไปอีกเมือง จากนั้นก็ไปเที่ยวเล่นที่ต่างเมืองกันสักหน่อย เย็นๆ ค่ำๆ ค่อยกลับร้านดีกว่า” เหมยซูเสนอ
“ก็ดีเหมือนกันเ้าค่ะ ั้แ่ข้าแต่ง…” หวนเจินเผลอหลุดปาก ดีที่นางชะงักทัน (นางตั้งใจจะกล่าวว่า ั้แ่ข้าแต่งงานมา…)
ซานชุยขมวดคิ้วสงสัยเพราะจับสังเกตได้
หวนเจินรีบพูดใหม่เพื่อกลบเกลื่อน “ั้แ่ข้าแต่งตัวเป็ชาย พวกเราสามารถทำอะไรได้อย่างอิสรเสรีจริงๆ”
“เ้าไม่ได้ปกปิดอะไรข้าใช่มั้ยจือิ” ซานชุยเค้นถาม
“ข้าไม่กล้าปกปิดท่านหรอกเ้าค่ะ พี่เขย” หวนเจินรีบพูดกลบเกลื่อน
“อย่าเพิ่งเค้นถามอะไรกันเลยนะ ตรงนั้นมีร้านขายคันฉ่องด้วย” เหมยซูชี้ให้ดูร้านข้างทางเพื่อเบนความสนใจ
“ข้ารู้สึกแขยงยังไงก็ไม่รู้ ข้าว่าพวกเราไปทางอื่นดีกว่า” ซานชุยยังคงกลัว
“เ้าก็รู้แล้วนี่ว่าคันฉ่องไม่ได้อาถรรพ์จริงๆ เสียหน่อย” เหมยซูสงสัย
“คันฉ่องโบราณอันนั้นไม่อาถรรพ์ก็จริง แต่เ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าคันฉ่องในร้านแห่งนั้นไม่มีอะไรแฝงอยู่ ระวังตัวไว้ก่อนจะไม่ดีกว่าหรือ” ซานชุยจำต้องรอบคอบไว้ก่อน
ทั้งสามจึงได้แอบไปเปลี่ยนชุดที่เมืองสุ่ยผัง และไปเที่ยวงานเทศกาล พอกลับมาถึงร้านก็เจอเข้ากับเ้าของร้านขายของเก่าที่กำลังนั่งรอในร้าน คาดว่ามานั่งรออยู่นานมากแล้ว
“ไปไหนมา! ทำไมไม่อยู่เฝ้าร้าน ห๊า และนั่นอะไร ข้าบอกแล้วไง ว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับผู้ชาย ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้” ท่านป้าเหวยลู่กล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าเป็คนซื่อๆ รับรองว่าข้าไว้ใจได้แน่นอน” ซานชุยรีบพูด
“เขาคือพี่เขยของข้าเ้าค่ะ” หวนเจินรีบแนะนำ
“กลับไปได้แล้ว รอน้องสาวฮูหยินของเ้าชดใช้หนี้หมดเมื่อไหร่ เ้าค่อยรับนางกลับไปก็แล้วกัน” ท่านป้าเหวยลู่กล่าว
“ขอรับ ข้าไปล่ะ” ซานชุยรีบเผ่นทันที
“ท่านมารับอัฐงั้นหรือเ้าคะ” เหมยซูรีบเปลี่ยนเื่
“ใช่ และข้าก็เอากุญแจหมายเลข 9 มาให้ด้วย” ท่านป้ายื่นกุญแจให้
“ของเก่าในกล่อง มีความเป็มาน่ากลัวหรือเปล่าเ้าคะ” เหมยซูอยากรู้ก่อน
“เ้าเปิดดูเองเถิด ถ้ากลัวก็ไม่ต้องเปิด แต่เ้าก็ต้องทำงานให้ร้านข้าต่อไปจนแก่นั่นแหละ” ท่านป้ากล่าว
“ท่านได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับขบวนการล้างสมองหรือเปล่าเ้าคะ” เหมยซูถามตรงๆ
“เ้าสืบดูเองเถิด ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น” ท่านป้าไม่ยอมบอก
“ท่านสร้างบ้านใหม่เสร็จแล้วหรือเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“ข้ามีหลายบ้านน่ะ ถ้าเ้าไปจุดเดิมจะมีป้ายชี้บอกทางไปบ้านหลังที่สองของข้า” ท่านป้าเตรียมการไว้แล้ว
“นี่มันก็ดึกมากแล้ว ท่านค้างที่นี่ดีมั้ยเ้าคะ” เหมยซูเสนอ
“ไม่ล่ะ ข้ามีธุระที่ต้องไปทำต่อ วันพรุ่งนี้อย่าเปิดร้านสายล่ะ ข้าไปล่ะนะ” ท่านป้ากำชับ
“ข้าไม่ส่งนะเ้าคะ” เหมยซูกล่าวและคิดในใจว่า “แม้จะรู้ความเป็มาของท่านป้าเหวยลู่แล้ว แต่ตอนนี้พวกเราไม่รู้เลยว่าท่านป้านั้นได้เกี่ยวข้องกับขบวนการล้างสมองหรือไม่ เพราะสิ่งของบางอย่างที่นำไปขายล้วนมีความเชื่อมโยงกับขบวนการดังกล่าว”
“ท่านคิดอะไรอยู่หรือเ้าคะ” หวนเจินเห็นเ้านายดูเหม่อลอยเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
“พวกเรารีบไปนอนกันเถอะ เดี๋ยวตื่นสาย” เหมยซูกล่าวตัดบท
“ก็ดีเหมือนกันเ้าค่ะ” หวนเจินเห็นด้วยเพราะนางง่วงนอนมาก