เคล้ง! โครม!
“อุ้ย” นาลินใที่ได้เห็นถ้วยชามตกระเนระนาดต่อหน้าต่อตา
“แกงเลียงผัก ผัดผัก ไข่เจียวชะอมนี่กะจะให้ฉันทานอาหารแบบนี้เข้าไปอย่างนั้นเหรอ” คนหิวทั้งโมโหหิวโมโหแม่ตัวดีตรงหน้าหล่อนสูบพลังของเขาไปทั้งคืนแล้วยังตามต่อด้วยวันนี้อีกครึ่งวัน
“พะ พี่บุญ” เราทานแบบนี้มาด้วยกันั้แ่ต้นยามมีเนื้อปลาเขาจะแบ่งให้เธอ ยามมีเนื้อหมูเขาก็ตักให้ส่วนตัวเขาเองมักจะทานข้าวกับผักหรือน้ำแกงเสมอ...แต่วันนี้ทำไม
“ไปตลาดเดี๋ยวนี้เลยนะอย่าให้ฉันหิวไปมากกว่านี้และต่อไปนี้เมนูทุกมื้อต้องมีเนื้อหมู เนื้อไก่อาหารทะเลทุกมื้อ ผักบ้าๆที่เธอปลูก อย่าเอามาให้ฉันเห็นอีก” ชายหนุ่มสาดวาจาร้ายๆเข้าใส่ แล้วกลับไปนอนสบายใจบนฟูกนอนต่อ
“ค่ะ” สาวน้อยหน้าเศร้าเดินคอตกออกไป
บดีศวรแยะยิ้มไม่คิดจะสงสารผู้หญิงตรงหน้าเพียงนิด ทั้งหมดนี้คือการเอาคืนสองคนพ่อลูกส่วนเรือนร่างที่ตอบสนองตัณหาของเขาได้อย่างดี...สิ่งเ่าั้คือกำไรที่เขากอบโกยโทษฐานที่นาลินทำให้หนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆค่อนประเทศติดเง็กอยู่ในเกาะทรุดโทรมแห่งนี้นานนับเดือน
สามีของเธอตกงานมาได้ 3วันแล้ว พี่บุญคนใหม่แตกต่างจากพี่บุญเติมคนเก่าทุกประการ เขากินนอนอยู่บนบ้านไม่ทำงานอะไร ยามที่ต้องลงมาห้องน้ำด้านล่างก็บ่นว่าร้อนเสียงดังไปหมดงานบ้าน งานเรือน ทำอาหาร รวมถึงผักสวนครัวข้างบ้านนาลินดูแล รดน้ำพรวนดินเองร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากสามีไม่ย่างก้าวเข้ามายังแปลงผักแล้ว เขายังไม่ปลายหางตามามองสักนิด
“นาง นาง นาลิน”
“ค่ะ นางมาแล้วค่ะ” นาลินรีบวางบัวรดน้ำข้างๆแปลงผักเมื่อสามีเรียกหาเธออีกครั้งใน่เย็นโพล้เพล้
ตึง ตึง ตึง
“นางมาแล้วค่ะพี่บุญ” หญิงสาวบอกกล่าวสามีพร้อมมือปาดเหงื่อที่ไหลเต็มหน้า
“ไม่ต้องทำแล้วไอ้แปลงผักน่ะ เอาถ้วยชามพวกนี้ไปเก็บ”บดีศวรหมายถึงถ้วยชามสำรับตอนเย็นของเขาที่ภรรยาชาวเกาะนำมาบริการถึงที่นอนแม้ที่นี่จะคับแคบไปหน่อยแต่การมีคนรองมือรองเท้าไม่ต่างจากที่ที่ตนเคยจากมา...เขาพออยู่ไหว
“ค่ะ” สาวน้อยทำตามอย่างไม่อิดออด
“แล้วรีบอาบน้ำหอมๆ มาปรนนิบัติผัวได้แล้ว”
“พี่บุญ” แก้มสาวแดงปลั่งมีท่าทางอิดออด นอกจากเธอที่เหนื่อยจากการทำงานทุกวันแล้วทุกคืนนาลินเหน็ดเหนื่อยสาหัสกับบทรักป่าเถื่อนที่สามีมอบให้...ที่เธออดทนที่เธอตามใจ ทำทั้งหมดลงไปเพราะความรักที่มอบให้เขาทั้งดวงนั่นเอง
จานชามถูกล้างอย่างสะอาดนาลินเดินไปยังแปลงผักเพื่อเก็บอุปกรณ์ก่อนไปอาบน้ำ
“นางอยู่นี้นี่เอง”
“ตาผ่อง ยายมะลิมีอะไรเหรอคะ?” มาเสียเย็นเชียว
“ว่าจะมาไหว้วานเ้าบุญมันอีกครั้งยายจะให้ขนทุเรียนและผักของเอ็งไปที่ท่าเรืออีกวันพรุ่งนี้ครั้งก่อนคุณมารศรีชมดังเปราะ ทุเรียนและผักของเกาะเราน่าทานที่สุด”
“ค่ะ”
“แล้วไหนเ้าตัวล่ะ ไม่ได้อยู่ช่วยเอ็งรดน้ำผักเหรอหรือว่ามันออกทะเล”
“พี่บุญไม่ได้ออกทะเลแล้วล่ะคะ” สาวน้อยตอบแบ่งรับแบ่งสู้
“อ่อ...ถ้าอย่างนั้นเื่ธุระวันพรุ่งนี้ยายฝากบอกผัวเอ็งด้วยนะนาง”
“เออ...” นาลินไม่กล้ารับปากเหมือนอย่างคราวก่อนครั้งนี้พี่บุญของเธออาจจะไม่ยอมทำ
“ครับ ตายาย พรุ่งนี้ผมจะทำธุระจัดการให้” มันถึงเวลาอันสมควรแล้ว...ถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านจริงๆเสียที
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เอ็งเอาผักไปรวมกับทุเรียนที่บ้านข้าแล้วลงเรือไปเลยนะเ้าบุญ จะได้ไม่ต้องขนไปมาให้เสียเที่ยวเหมือนครั้งก่อน”
“ได้ครับตาผ่อง” ชายหนุ่มตกปากรับคำนาลินโล่งใจไปได้เปราะหนึ่งเธอมองสองตายายที่เดินกลับบ้านจนลิบสายตา
“พี่บุญ อื้อออออ” กลีบปากแดงระเรื่อถูกฉกจูบนาลินไม่ทันได้กล่าวในสิ่งที่อยากพูด
“บอกให้อาบน้ำๆ ชักช้าจนต้องลงมาตาม” แล้วเขาก็มาทันเื่ไหว้วานของสองผู้เฒ่านั่น
“ค่ะ ค่ะ นางจะรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้” นาลินกล่าวสั่นๆ สาวน้อยพยายามระงับความน้อยใจที่มีอยู่เต็มอก 3-4 วันมานี้เธอถูกเขาต่อว่าบ่อยๆ ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ ขัดใจสามีไปเสียทุกอย่าง
ทั้งๆที่พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว
แต่พี่บุญเติมก็ยังโกรธเธออยู่ดี
“ไม่ต้ององอาบมันแล้ว เอามันตรงนี้นี่แหละ” ปรับเปลี่ยนบรรยากาศเสียบ้างก็ดีเหมือนกันบรรยากาศสวนผักที่ห่างจากชายหาดมานิด...บดีศวรไม่เคยลองมาก่อน
“อย่าค่ะ อย่านะพี่บุญ อื้อออออ” หญิงสาวปัดป่ายขัดขืน ปากน้อยถูกปิดด้วยปากใหญ่พร้อมๆกับน้ำตานวลนางไหลรินออกมาเป็สาย เมื่อชายผู้เป็ที่รัก กระทำราวกับว่าเธอไม่มีหัวใจ
“อยู่นิ่งๆสิ อยากเจ็บตัวหรือไง” ลำคอขาวผ่องถูกบีบอย่างแรงบดีศวรดันตัวหญิงสาวที่พยายามขัดขืนให้นอนราบบนพื้นดิน มืออีกข้างก็ลวนลาม ขยำลูบคลำตามชอบใจ
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก นะ นางหายใจไม่ออก”
“ฮือ พี่บุญ ปล่อยค่ะ” นาลินงัวเงียขึ้นมากลางดึกบุรุษร่างใหญ่เคลื่อนกายไปมาบนเรือนร่างของเธอ
“ยัยแม่มด อ่าส์ เธอทำอะไรกับฉัน” บดีศวรไม่อาจผละออกจากร่างหอมหวน ชวนฝันได้นานเลย่พลบค่ำเขาเริงสวาทภายในสวนผักที่งอกงามเขียวขจีไปถึง 2 ครั้งจากนั้นก็พาเธอไปชำระกายพร้อมสาดใส่ความดิบเถื่อนจนเพิงห้องน้ำลุกร้อนเป็ไฟกระนั้นก็ยังไม่อิ่มหนำใจ บดีศวรอุ้มนาลินมาจัดชุดใหญ่ต่อบนกระท่อม บางครั้งบางคราวยามเคลื่อนไหวชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกับว่ากระท่อมแข็งแรงโยกไหวตามเขาไปด้วย
ยัยแม่มดนาลิน...เขาติดใจจนอยากยืดเวลาอยู่ที่นี่ออกไปอีกสักพัก
“อ่ะ อ่ะ อ่าส์ พะ พี่บุญขา” นาลินตกอยู่ในวังวนเสน่หาที่มีชายผู้เป็ที่รักคอยชักนำทางเขาบอกซ้ายเธอก็ไปซ้ายยามบุญเติมสั่งไปทางขวาสาวน้อยก็หัวอ่อนพร้อมทำตามอย่างเต็มใจ
ดวงใจปฏิพัทธ์และความรักมั่นที่พร้อมยอมพลี
ชาตินี้เธอมีเขาเพียงหนึ่งเดียว
“อ่าส์ นางรักพี่บุญ” เรียวแขนโอบรอบลำคอชายหนุ่มส่วนเรียวขาขาวๆ ตวัดเกี่ยวผูกรัดสะโพกศอกที่ขับเคลื่อนส่ายไหว
พับ พับ พับ พับ พับ พับ พับ พับคำว่ารักที่เปล่งจากปากคนใต้ร่าง มันคือเชื้อเพลิงปรารถนาอย่างดีพละกำลังมหาศาลของบดีศวรไม่รู้มาจากไหน มันโหมกระหน่ำ สาดใส่ จนเขาแทบลืมหายใจ
“อร้ายยยยยยย/โอ้ววววว สุดยอด” สองร่างที่แนบชิด กระตุกแกร่งพร้อมกันบนแดนดินที่แสนพร่างพรายชาติเชื้อพันธะทุกหยาดหยดปลดปล่อย ฝากเอาไว้ในกายสาวหมดสิ้น
ความสุขสุดยอดเหมือนเดิมทุกครั้งั้แ่คืนแรกที่ได้เคลื่อนเข้าไปในกายเธอ มาจนถึงค่ำคืนสุดท้าย
มันไม่เกี่ยวกับความจำเสื่อมหรือความทรงจำกลับคืนมา...ความรู้สึกเปรมปรีวิเศษสุดคงไว้เช่นเดิม บดีศวรมองใบหน้าสวยหวานของคนที่หลับใหลเพราะความเหนื่อยล้า
“เธอเหนื่อยอะไรนาลิน ฉันออกแรงคนเดียวตลอด” เขาเห็นแค่เ้าหล่อนเผลอกัดปาก บางครั้งก็ปล่อยเสียงครวญครางฟังเสนาะหูก็เท่านั้น
“ยัยตัวร้าย ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปฉันจะลืมเธอลืมเื่บ้าๆบนเกาะนี้ให้หมด” บดีศวรทิ้งตัวนอนเคียงข้างไร้จุมพิต ไร้การโอบกอด ไร้ซึ่งััที่แผ่ซ่านความอบอุ่นใดใด
หนุ่มหล่อพ่อโครตรวยความทรงจำกลับคืนมาและรู้ความจริงั้แ่5 วันก่อน คนเย่อหยิ่งคิดมาถึงตอนนี้ก็งงใจตัวเองเขาทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่ต่ออีกตั้ง 5 วันนะ
อยากสั่งสอน 2 พ่อลูกจอมหลอกลวง ปั้นน้ำเป็ตัวนั่น...ก็ใช่
หรือยังติดใจติดกายในรสชาติหวานล้ำทุกครั้งที่เข้าัั...ก็ถูก
ถามว่าสั่งสอนพอแล้วยัง?ตักตวงความสุขจากนาลินอิ่มแล้วหรือ?...ก็ยัง
สมองอันชาญฉลาดของหนุ่มนักเรียนนอกตอนนี้กำลังสับสน ตียุ่งกันไปมาสรุปว่าพรุ่งนี้เขาควรไปแล้วไปลับหรือกลับมาทบต้นทบดอกต่อดี
ร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนักในเวลากลางวันและกลางคืนนาลินในวันนี้ตื่นสายในเวลาเกือบ 8 โมงเช้าสาวน้อยยันกายขึ้นมากลางบ้าน สายตาสอดส่ายมองหา
“ป่านนี้พี่บุญคงไปส่งทุเรียนบนฝั่งแล้ว” หญิงสาวพาตัวเองไปชำระร่างกายให้กระปี้กระเปล่าตามต่อด้วยประกอบอาหารคาวหวานดีๆทุกเมนูอุดมด้วยเนื้อสัตว์หลายชนิดถูกปรุงสุกไว้รอท่า คอยสามีกลับมา
เที่ยงวันแล้วนาลินชะเง้อมองไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่ไพศาลเธอเลือกพรวนดินแปลงผักรอเวลาที่บุญเติมกลับมาแล้วจึงรับประทานอาหารพร้อมกัน
“ตาจ๋า ยายจ๋า เห็นพี่บุญบ้างมั้ยคะ?” หัวใจตวัดห่วง ทำให้เธอเดินมาสอบถามสองผู้เฒ่าถึงบ้านหลังใหญ่
“อ้าว เ้าบุญมันยังไม่กลับมาอีกเหรอหนูนางไปส่งของเรียบร้อยแล้วนี่น่า” 8 โมงกว่าๆ ตาผ่องได้รับรายงานว่าการส่งของเสร็จสิ้นแล้วนี่ยิ่งป่านนี้คนขับรถบ้านคุณหญิงมารศรีคงใกล้กลับถึงที่หมายแล้วเต็มที
“อ่อค่ะ” ถ้าหากเป็อย่างนั้นอีกสักพักหนึ่งสามีของเธอคงกลับมา
“คงซื้อหาอะไรอยู่บนฝั่งหรือเปล่าหนูนางเดี๋ยวมันก็คงกลับมา” สองตายายกล่าวเช่นนั้น คู่ข้าวใหม่ปลามันตัวแทบติดกันเป็ตังเมประจักษ์ต่อสายตาคนเกือบทั้งเกาะเ้าบุญเติมเองมันคงไม่อยากอยู่ห่างจากเมียรักของมันนานๆหรอกมั้ง
บดีศวรที่ขอติดห้อยโดยสารรถจากท่าเรือร่างสูงก้าวลงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่เขาแสนคุ้นเคย
“เอ็งจะลงตรงนี้เหรอไอ้น้อง” หนุ่มขับรถคนใหม่ของบ้านอีกหลังสอบถาม
“ครับ ขอบคุณที่ให้ติดรถมาด้วยนะครับพี่” เขาหันไปขอบน้ำใจเพื่อนบ้าน
“เออๆ ไม่เป็ไรไอ้น้อง” รถขนของจากไปก่อนเลี้ยวหัวเข้าบ้าน บ้านที่กำแพงติดกัน
กริ่ง กริ่ง กริ่ง
“มาแล้ว มาแล้ว กดอยู่นั่นแหละ” รปภ.แก่ๆร่างท้วม วิ่งย่องมาเปิดประตูรั้วเล็กๆ
แอด แอด
“สบายดีนะลุงโชค”
“ผะ ผีหลอก” ชายชราตาเหลือกเข่าอ่อน สั่นไปทั้งตัวทันทีที่ได้เห็นหน้าผู้กดกริ่งรัวๆ
“ผมเอง ผีที่ไหนจะหล่อแบบนี้ลุงโชค”
“คุณบรู๊ด คุณบรู๊คเหรอครับ คุณผู้หญิงครับคุณผู้ชายครับ คุณหนูบรู๊คเธอกลับมาแล้ว พวกเรา พวกเรา คุณหนูกลับมาแล้ว” รปภ.นามว่าสมโชค แทบะโตัวลอยโห่ร้องด้วยความดีใจ
อาหารที่ประกอบไว้ั้แ่เช้าถูกอุ่นครั้งแล้วครั้งเล่านาลินนั่งกอดเข่า พร้อมน้ำตาที่ไหลร่วงริน สาวน้อยไม่มีกระจิตกระใจรดน้ำพรวนดินแปลงผักของตนั้แ่่บ่าย…จนตอนนี้พลบค่ำ
เื่ของสามีที่หายไปเธอไม่กล้านำไปปรึกษาบิดาที่กำลังป่วยไข้กลัวว่าอาการที่เป็อยู่จะทรุดหนักลงไปอีก...พรุ่งนี้เธอจะไปสอบถามตาผ่องยายมะลิอีกครั้ง ขอร้องให้พวกท่านช่วยเหลือ ต่อจากนั้นก็จะไปแจ้งความเพื่อตามหาเพราะถึงเวลานั้นสามีจะหาตัวไปครบ 24 ชั่วโมงพอดี
สองมือน้อยๆยกพนมไหว้เหนือหัว
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์เ้าขาคุ้มครองพี่บุญเติมให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยนะเ้าคะ ฮือ ฮือ” ไม่ว่าสามีของเธอจะอยู่ที่ไหน...ขอแค่เขาปลอดภัยก็พอใจแล้วน้ำตาของนาลินไหลบ่าอาบหน้า หัวใจคนรอได้แต่เฝ้ารอชายผู้เป็ที่รักด้วยความกัดหนอง
ค่ำคืนนี้ช่างหนาวเหน็บและมืดมนอาการแบบนี้นาลินเคยประสบพบเจอเมื่อรั้นสูญเสียมารดาผู้เป็ที่รักไปตลอดกาล
ตอนนั้นเธอเหมือนคนตัวคนเดียวหว้าเหว่ ไร้ที่พึ่งพิงทางกายและใจตอนนี้ความรู้สึกทุกข์ทนเ่าั้กลับคืนมาทำร้ายหัวใจดวงน้อยอีกคร่า
“อือ อือ อือ นางคิดถึงแม่ พี่บุญขา นางคิดถึงพี่”สาวน้อยนั่งกอดตัวเองใน่อุณหภูมิลดต่ำตลอดคืนนี้ทำอย่างไรก็ไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้
“ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮึก ฮึก”