เปลือกตาบางบนเตียงคิงไซส์กว้างสีขาวสะอาดตาค่อยๆ ขยับสั่นไหวเบาๆ มือบางเอื้อมหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องโปรดขึ้นมาดูเวลา
10.00 น. วันนี้เธอตื่นสาย เนื่องจากเมื่อคืนกว่าเธอจะได้นอน ปาเข้าไปเกือบตีสี่ เธอค่อยๆ นั่งเขียนรายการสิ่งที่เธอจะต้องเตรียมการมากมาย ตากลมโตเหลือบไปมองกระดาษกองโตที่ตกอยู่บริเวณพื้นห้อง เธอลบแล้วเขียน แล้วก็เขียนๆ เพิ่มไปทุกอย่างมากมาย พอไล่ไปไล่มา เธอกลับรู้สึกว่าทุกอย่างมันสำคัญไปหมด อันนู้นก็ต้องใช้อันนี้ก็ต้องเตรียม อันนี้ก็ขาดไม่ได้ …. เอาน่าคุณหนูอ้ายฉิงคะ ของเหลือเยอะ ดีกว่าขาดนะคะ นี่แหละคือธรรมชาติของมนุษย์ มีเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอต่อความ้า เงินเราก็มี แรงเราก็มี เวลาเราก็มี กำลังคนเราก็เยอะ มากๆ เข้าไว้ดีที่สุด
อ้ายฉิงตบตีกับตนเองทางความคิดอยู่ซักพัก เมื่อได้ข้อสรุปกับตนเองร่างแบบบางจึงลุกออกจากเตียงกว้างเพื่อไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ความสดชื่นชุ่มฉ่ำของสายน้ำทำให้เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่า หัวสมองก็โล่งสบาย
ชั่วโมงถัดมาเธอนั่งอยู่บนรถหรูพร้อมทีมบอดี้การ์ดขาประจำเ้าเก่าเ้าเดิม เพื่อมุ่งตรงไปที่แถบชานเมือง ระหว่างเมืองหลวงเก่าที่คอนโดเธอตั้งอยู่ กับเมืองเหอผิง ซึ่งเป็เมืองที่ตั้งอยู่ค่อนไปทางเหนือของภูมิภาคตะวันออก ซึ่งเป็ส่วนที่สามารถเชื่อมต่อภาคเหนือและภาคกลางได้อย่างสะดวก
ประเทศชิงหลัวนี้เป็ประเทศที่แบ่งการปกครองออกเป็ 5 ภูมิภาค คือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก จัดเป็ประเทศขนาดใหญ่และทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของโลก เมืองเก่าที่เธออยู่ คือ เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศชิงหลัวอยู่ทางภูมิภาคตะวันออก ตามประวัติศาสตร์อันยาวนาน ประเทศชิงหลัวได้มีการย้ายเมืองหลวงจากภูมิภาคตะวันออกเดิมไปอยู่ในภาคกลาง ซึ่งเป็จุดศูนย์กลางของประเทศ เหตุผลที่ทางรัฐบาล และผู้นำมีการย้ายเมืองหลวงของประเทศชิงหลัวนั้นก็สืบเนื่องมาจาก้าให้เมืองหลวงอยู่ในจุดกึ่งกลางของประเทศ ซึ่งเป็จุดยุทธศาสตร์ที่จะสามารถทำการติดต่อสื่อสาร คมนาคมขนส่งหากันและกันได้สะดวก เป็แหล่งกระจายสินค้า และแหล่งติดต่อสื่อสารกันระหว่างประเทศ
ส่วนภูมิภาคตะวันออกที่เธออยู่นั้น เป็เมืองหลวงเก่าที่มีประชากรส่วนมากเป็ตระกูลเก่าแก่ เป็การรวมตัวกันของตระกูลผู้ทรงอิทธิพลของประเทศ เื่จากที่ดินและคฤหาสน์เก่าของพวกเขายังคงตั้งอยู่ในเมืองหลวงเดิม คฤหาสน์ตระกูลฟู่ก็กินอาณาบริเวณกว้างขวางบริเวณค่อนไปทางใต้ของภูมิภาค มีแม่บ้าน คนรับใช้ และคนงานในบ้านหลายร้อยชีวิต
เธอจำได้ว่าตอน่ที่เกิดปรากฏการณ์แรกๆ ที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีดำ และแผ่นดินเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง บริเวณที่ตั้งของคฤหาสน์ตระกูลฟู่ ก็ตั้งอยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก โครงสร้างบ้านเรือนสิ่งก่อสร้างในบริเวณของคฤหาสน์พังทลายลงมาแทบทั้งหมด เนื่องจากบริเวณนั้นเป็บริเวณที่มีการขยับตัวอย่างรุนแรงของแผ่นดินไหว คนงานภายในบ้านหลายร้อยชีวิตหนีตายกันอย่างจ้าละหวัน ส่วนมากพวกเขาเ่าั้จะไม่สามารถหนีรอดออกมาได้ เพราะโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างที่ตกลงมาทับร่าง ทำให้เสียชีวิตทันที เื่ที่เกิดขึ้นนี้เธอมาทราบภายหลังจากการเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ทำให้ ณ ่เวลานั้น ตระกูลฟู่ประสบกับความสูญเสีย ทั้งทรัพยากรและกำลังคนเป็จำนวนมาก
เมื่อขาดผู้ภักดีและผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อตระกูลฟู่อย่างแท้จริง ทำให้หลังจากนั้น ตระกูลฟู่ประสบปัญหาหลายๆ อย่างตามมา ทั้งการทรยศหักหลังจากคนงานใหม่ที่ตระกูลรับเข้ามา ทั้งการเอาเปรียบและฉกชิงผลประโยชน์ ตระกูลฟู่เป็บริษัทที่ดำเนินการธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ส่วนใหญ่ในประเทศ เมื่อประสบปัญหากับการที่แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ทำให้บ้านเรือนสิ่งก่อสร้างพังทลาย เสียหายหลายแห่ง แน่นอนบริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักสุดย่อมเป็บริษัทภายในส่วนใหญ่ของตระกูลเธอ หุ้นในธุรกิจเครือตระกูลฟู่ลดต่ำและดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง เงินหมุนเวียนหลายแสนล้านต้องนำไปอุดรอยรั่วและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ป๊าและพี่ชายของเธอวุ่นจนหัวหมุน พยายามประคับประคองสถานการณ์ คาดว่าเมื่อผ่านพ้นเวลา่นี้ไป อะไรๆ ต่างๆ ก็จะเข้าที่และดีขึ้น ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม
ผู้ถือหุ้นต่างๆ ของบริษัทเครือตระกูลฟู่เทขายหุ้นออกไปในราคาที่ต่ำ เสถียรภาพทางการเงินของตระกูลเริ่มติดลบ
เพื่อนและญาติมิตรเริ่มหดหาย ครอบครัวคุณลุงที่นับถือกันประหนึ่งญาติสนิทหักหลังครอบครัวเธออย่างเืเย็น หนิงเทียนใช้ความสามารถ และความคิดทั้งหมดเพื่อประคับประคองสถานการณ์จนกลับมาดีในสองปีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ของอากาศข้างนอกที่ร้อนระอุ แต่อนิจาอะไรก็ไม่แน่นอนความร้อนและอุณหภูมิสูงขึ้นไม่หยุดยั้ง ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภคราคาแพงพุ่งกระฉูดหลายเท่าตัว เมื่อครบสองปีเกิดการสั่นไหวของแผ่นดินอีกครั้งอย่างรุนแรง ทำให้กลุ่มธุรกิจในเครือของตระกูลล่มสลายลงอย่างถาวร ไม่มีใครอยากซื้อบ้าน ซื้ออาคารที่พักอาศัยใหม่ เนื่องจากทุกคนล้วนไม่มั่นใจในความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น และราคาสินค้าต่างๆ ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชาชนเลยจะต้องใช้มาตรการในการรัดเข็มขัด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในสิ่งที่ไม่จำเป็ การซื้อบ้านใหม่ การก่อสร้างสิ่งใหม่ๆ จึงต้องหยุดและไม่มีใครคิดที่จะใช้จ่ายในด้านนี้
หนิงเทียนและหนิงเฉิงพยายามทุกวิถีทางในการที่จะกอบกู้สถานการณ์ พยายามไปกู้เงินและหยิบยืมจากญาติสนิท มิตรสหาย และกู้จากสถาบันทางการเงินต่างๆ แต่ในสถานการณ์ ณ เวลานั้น กลับไม่มีใครเลยที่จะหยิบยื่นไมตรีจิตให้กับครอบครัวของเธอ เนื่องจากมองว่าครอบครัวของเธอและธุรกิจที่อยู่ในมือ คงไม่สามารถเติบโต และไม่สามารถไปรอดต่อไปได้
หนิงเทียนผู้นำตระกูลตัดสินใจมอบเงินก้อนโตให้แก่คนงานและบอดี้การ์ดที่เหลืออยู่ เพื่อจะสามารถนำเงินก้อนนี้ไปเป็ทุนในการตั้งตัว และฝ่าฟันวิกฤตการณ์ในครั้งนี้
เงินส่วนที่เหลือหนิงเทียนจึงนำมาใช้บริหารจัดการในครอบครัว
ภายในเวลาต่อจากนั้นอีกไม่กี่ปี ครอบครัวของเธอใช้เงินส่วนที่เหลือนั้นหมดไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่พวกเธอใช้เปลืองหรือบริหารจัดการเงินไม่ดี แต่เป็เพราะความใจดีของครอบครัวของเธอเอง!!!!!!