บทที่ 6: แค้นนี้บันทึกไว้
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลงบนแปลงเพาะปลูกหมายเลขเจ็ด เกาจิ้งยืนมองผลผลิตข้าวิญญารวงสีทองที่ถูกเก็บเกี่ยวและบรรจุลงในกระสอบเรียบร้อยแล้ว หลังจากจัดการส่งมอบข้าวิญญาตามโควตาให้กับฝ่ายธุรการครบถ้วนตามสัญญา แผนงานขั้นต่อไปของเขาก็เริ่มต้นขึ้นทันที
“ส่งข้าวครบจำนวนแล้ว เหลือส่งสมุนไพรอีก10ประเภท พื้นที่โคกหนองนาทำงานได้เสถียรแล้ว ดินในแปลงนาก็ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์จนเต็มร้อย” ชายหนุ่มพึมพำขณะเดินสำรวจ “ถึงเวลาเปลี่ยนสล็อตพื้นที่แปลงนาให้เป็แปลงสมุนไพรแบบเต็มรูปแบบสักที สมุนไพริญญาทำกำไรได้มากกว่าข้าวหลายเท่านัก”
แต่ในขณะที่เขากำลังก้มลงตรวจเช็กความชื้นในดินบริเวณแปลงสมุนไพรเดิมที่ปลูกไว้บนเนินโคก คิ้วของเขาก็ต้องขมวดเข้าหากัน เมื่อพบว่าใบของหญ้าิญญาระดับต้นหลายสิบต้นมีสีคล้ำดำและเหี่ยวเฉาผิดปกติ
“เกิดอะไรขึ้น? บั๊ก งั้นเหรอ? ระบบค่ายกลรวนหรือไง”
เกาจิ้งไม่รอช้า เขารวบรวมสมาธิและรวมกระแสปราณไปที่ดวงตา สกิล ‘เนตริญญา’ ถูกเปิดใช้งานทันที
โลกตรงหน้าเปลี่ยนเป็โครงข่ายเส้นใยเรืองแสง ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาทีก่อนที่ภาพจะตัด เขาเห็นเส้นสายพลังปราณสีดำสกปรกเส้นหนึ่งกำลังสูบกินละอองปราณสีเขียวบริสุทธิ์จากรากของสมุนไพริญญา ทิศทางของเส้นสายสีดำนั้นถูกฝังกลบอยู่ใต้ดินตื้นๆ บริเวณขอบแปลง
ภาพดับวูบลง เกาจิ้งหลับตาเพื่อบรรเทาอาการพร่ามัว เมื่อสายตากลับมาเป็ปกติ เขาก็คว้าจอบมาขุดดินตรงจุดนั้นทันที สิ่งที่เขาพบคือเศษซากพืชสีดำที่มีหนามแหลมคมขดตัวอยู่
“เถาวัลย์ปีศาจ...” เกาจิ้งแค่นเสียงเย็น มันคือวัชพืชดูดกลืนพลังที่ถูกห้ามนำเข้ามาในเขตเพาะปลูกอย่างเด็ดขาด นี่ไม่ใช่บั๊กที่เกิดจากระบบธรรมชาติ แต่มันคือ ‘มัลแวร์’ ที่มีคนจงใจเอามาปล่อยเพื่อทำลายแปลงสมุนไพรของเขาชัดๆ เกาจิ้งใช้ดัชนีย์ิญญาจัดการเถาวัลย์ปีศาจ
ถ้าเป็เมื่อก่อน เขาคงทำได้แค่เดาและไม่มีหลักฐานเอาผิดใคร แต่หลังจากเหตุการณ์ที่โดนต้าหรงและหวังเทียนมาข่มขู่ครั้งนั้น เกาจิ้งก็เรียนรู้ที่จะอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เขาควักเงินก้อนใหญ่ที่ได้จากการขายเขี้ยวหมูป่า ไปซื้อ ‘หินสะท้อนเงา’ ของจริงมาติดตั้งซ่อนไว้บนกิ่งไม้ใหญ่ที่มองเห็นแปลงทั้งหมดได้ครอบคลุม ราวกับติดกล้องวงจรปิด และวางค่ายกล ถ้าใครเดินเข้ามาในเขตหินสะท้อนเงาจะบันทึกภาพทันที
ชายหนุ่มปีนขึ้นไปนำหินสะท้อนเงาลงมา เมื่อถ่ายทอดพลังปราณเข้าไป ภาพบันทึกเหตุการณ์่กลางดึกก็ฉายขึ้นในอากาศ ปรากฏร่างของคนคุ้นเคยที่กำลังลอบเข้ามาขุดดินและฝังเถาวัลย์ปีศาจลงไป... ต้าหรง
“โง่จริงๆ ... ทำตัวเป็แฮกเกอร์แต่ทิ้งร่องรอยไว้บานเบอะขนาดนี้”
เกาจิ้งไม่รอช้า เขาเก็บหลักฐานทั้งหมด ทั้งหินสะท้อนเงาและเถาวัลย์ปีศาจ มุ่งหน้าตรงไปยัง ‘หอวินัย’ ทันที การจัดการกับพวกก่อกวนต้องใช้ระบบแบน ของเซิร์ฟเวอร์หลักเท่านั้น
เมื่อหลักฐานภาพเคลื่อนไหวชัดเจนดิ้นไม่หลุด ประกอบกับประวัติที่เกาจิ้งเคยให้คนงานไปลงบันทึกเื่การโดนทำร้ายร่างกายไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้าุโฝ่ายวินัยสั่งจับกุมต้าหรงทันที โทษของการทำลายทรัพยากรสำนักนั้นหนักหนา ต้าหรงถูกเฆี่ยนสามสิบทีและถูกปรับศิลาิญญา แถมยังโดนกักบริเวณห้ามรับภารกิจไปอีกสามเดือนเต็ม
“ไอ้เกาจิ้ง ข้าจะต้องแก้แค้นให้ได้ มีเอ็งไม่มีข้า” ต้าหรงระบายความแค้นขณะนอนรักษาตัว
หลังจากเคลียร์ปัญหาขยะในระบบเสร็จสิ้น เกาจิ้งก็สานต่อโปรเจกต์หลักของเขาทันที เขานำแผนงาน ‘ระบบโดรนขนส่งด้วยนกไม้’ ที่ตอนนี้แก้ไขอักขระเวทจนคอมไพล์ผ่านเรียบร้อยแล้ว ไปนำเสนอต่อผู้าุโฝ่ายการค้าของสำนัก พร้อมอธิบายโครงการ
[แจ้งเตือน: ความชำนาญ การสร้างนกส่งสาร (ระดับ: ง่าย) เพิ่มขึ้นเป็ 72%]
ผู้าุโมองดูนกไม้ที่เกาจิ้งบังคับให้บินส่งของชิ้นเล็กๆ รอบห้องด้วยความสนใจ แม้พลังการบินจะยังไม่ไกลมาก แต่สำหรับเขตสำนักสายนอก มันถือว่าเพียงพอแล้ว การอนุมัติจึงผ่านไปอย่างราบรื่น เกาจิ้งได้รับอนุญาตให้เช่าหน้าร้านเล็กๆ บริเวณตลาดเพื่อเปิดเป็ศูนย์กระจายสินค้า
“แชท เปลี่ยนเป้าหมายที่จะทำเป็ภารกิจ ให้ระบบแจ้งเตือนเป็ หน้าต่างเควส”
[ภารกิจหลัก: เปิดร้านบริการส่งของ
รางวัล: มีกิจการเป็ของตัวเอง]
แต่ก่อนที่ระบบเครือข่ายขนส่งจะออนไลน์ เกาจิ้งรู้ดีว่ามันยังขาดโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ‘ระบบระบุตำแหน่ง’ (GPS) ถ้านกไม้ไม่มีพิกัดที่ชัดเจน มันก็จะบินหลงทาง
เขาเอาแผนที่ของสำนักสายนอกมากางบนโต๊ะ จากนั้นก็ว่าจ้างศิษย์รับใช้ที่วิ่งส่งของเป็ประจำหลายสิบคน
“เอาแผ่นป้ายสัญลักษณ์เวทพวกนี้ ไปแปะไว้ตามหอพัก หอตำรา โรงครัว และจุดนัดพบต่างๆ ให้ทั่ว ตามตำแหน่งบนแผนที่” เกาจิ้งสั่งการพลางแจกจ่ายแผ่นไม้สลักอักขระรับสัญญาณ มันจะทำหน้าที่คล้ายบ้านเลขที่ เวลารับออเดอร์มา แค่มาที่ศูนย์บอกว่าลูกค้าอยู่จุดพิกัดไหน นกก็จะบินตามคลื่นความถี่ของป้ายนั้นไปส่งของได้เป๊ะๆ
ศิษย์รับใช้ทำหน้างงๆ กับคำศัพท์ประหลาดบางคำ แต่ก็พยักหน้ารับคำและกระจายตัวกันออกไปทำงาน การวางโครงข่ายเครือข่ายพิกัดเริ่มต้นขึ้นแล้ว
“ศิษย์พี่พอเข้าใจหลักการมั้ยครับ” เกาจิ้งหันไปถามเฟิงฉิน เขาทำความรู้จักกับเฟิงฉินมาเป็เดือนแล้วหลังจากเฟิงฉินถูกยึดแผงลอย ดูเป็คนดีมีน้ำใจ แต่ส่งยอดให้หอธุรการไม่ทันเพราะโดนกลั่นแกล้งจากหวังเทียนคนเดิม จึงถูกยึดร้านแผงลอย เฟิงฉินมาขายปลาย่างเป็อาชีพเสริม แต่ก็โดนยึดแผงไปแล้ว เกาจิ้งอธิบายหลักการให้เฉินเฟิงฟัง พร้อมชี้จุดในแผนที่
ทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะไปได้สวย จนกระทั่งในวันถัดมา ขณะที่เกาจิ้งกำลังยืนจัดเตรียมหิ้งวางนกไม้สิบตัวอยู่ในร้านเช่าของเขา
ปัง!
ประตูร้านถูกถีบเปิดออกอย่างแรง หวังเทียนในชุดคลุมไหมสีทองแดงหรูหรากว่าเดิมเดินเชิดหน้าเข้ามา พร้อมกับลูกน้องศิษย์สายนอกอีกสองคน
“อ้อ... นี่น่ะเหรอ กิจการใหม่ของศิษย์อัจฉริยะถังเกาจิ้ง” หวังเทียนกวาดสายตามองนกไม้บนชั้นด้วยแววตาเหยียดหยาม ก่อนจะตวัดมือส่งคลื่นพลังปราณกระแทกหิ้งไม้อย่างแรง
เพล้ง! นกไม้สามตัวร่วงลงมากระแทกพื้นจนปีกหัก
“นี่แกทำบ้าอะไร!” เกาจิ้งกำหมัดแน่น พลังหลอมปราณระดับ 3 ของเขาพลุ่งพล่าน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อััได้ว่าหวังเทียนในตอนนี้มีกลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก มันทะลวงไปถึงหลอมปราณระดับ 5 แล้ว
หวังเทียนหัวเราะเยาะ “ข้าก็แค่มาเดินดูตลาด แล้วบังเอิญสะดุดพลังตัวเองนิดหน่อย... ได้ข่าวว่าเ้าส่งหมาของข้า ต้าหรง ไปเข้าหอวินัยงั้นรึ? เก่งนี่ ที่รู้จักใช้สมองตื้นๆ ของเ้าหาหลักฐาน”
หวังเทียนเดินเข้ามาใกล้เกาจิ้ง แววตาของมันเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง “แต่รู้เอาไว้ซะ พรุ่งนี้ข้าจะย้ายไปเป็ศิษย์สายในของ ‘เขาโอสถ’แล้ว ด้วยทรัพยากรของท่านพ่อและพร์ของข้า ข้าจะก้าวไปในจุดที่สวะอย่างเ้าไม่มีวันเอื้อมถึง... การประลองโลกใบเล็กอะไรนั่น ข้าไม่สนแล้ว เพราะข้าอยู่คนละระดับกับเ้า วันนี้ข้าแค่มาทิ้งทวน ให้เ้ารู้ว่า ไม่ว่าเ้าจะดิ้นรนสร้างของเล่น พวกนี้ยังไง เ้าก็ยังเป็แค่เศษขยะใต้ตีนข้าอยู่ดี!”
เกาจิ้งยืนนิ่ง ไม่ตอบโต้ ไม่โวยวาย เขาเพียงแค่เปิดใช้งาน ‘ตาิญญา’ ภายในสามวินาทีนั้น เขาไม่ได้มองไปที่พลังอันโอ่อ่าของหวังเทียน แต่เขามองลึกเข้าไปในเส้นชีพจร... เขาเห็นจุดสีดำที่ติดขัดอย่างหนักบริเวณเส้นลมปราณหัวใจและตับ ซึ่งเป็ผลข้างเคียงจากการใช้ยาเร่งพลังที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่เรียกว่าพิษสะสมจากโอสถ
‘โครงสร้างระบบเละเทะไปหมด สักวันเซิร์ฟเวอร์แกต้องล่มแน่ไอ้ลูกแหง่...’ เกาจิ้งคิดในใจ
หวังเทียนเห็นเกาจิ้งเอาแต่เงียบก็คิดว่าอีกฝ่ายหวาดกลัวจนหัวหด เขาหัวเราะลั่นอย่างสะใจก่อนจะโยนหินิญญาลงฟื้น10ก้อน แล้วสะบัดแขนเสื้อเดินออกจากร้านไป ทิ้งความเสียหายไว้เื้ั
ตาของเกาจิ้งพร่ามัวไปหนึ่งนาที เขายืนพิงกำแพงรอจนภาพกลับมาชัดเจน ค่อยๆ ก้มลงเก็บเศษชิ้นส่วนนกไม้ที่พังขึ้นมา ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวที่แสดงออกภายนอก ทว่าภายในใจนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เฟิงฉินก็มาช่วยเก็บหินิญญา
ในโลกของโปรแกรมเมอร์ เมื่อเจอบั๊กหรือไวรัสที่ยังกำจัดไม่ได้ในตอนนี้ พวกเขาจะไม่โวยวาย แต่จะจดบันทึกมันลงใน Log File เพื่อรอเวลาดีบั๊กกลับแบบถอนรากถอนโคน
“เขาโอสถงั้นเหรอ...” เกาจิ้งพึมพำ มุมปากยกขึ้นยิ้มเ็า “แค้นนี้... ฉันเซฟลงฐานข้อมูลไว้แล้ว หวังเทียน”
เกาจิ้งวางแค้นลงไว้ก่อน เขากับเฉินเฟิงทำการทดสอบระบบ เขาให้เฟิงฉินวิ่งไปยืนไกลๆ แล้วส่งข้อความมาบอกว่าอยู่จุดไหน เสร็จแล้วก็ปล่อยนกส่งของออกไป ทั้งสองสลับกันทำแบบนี้หลายๆ จุด การเช็คระบบนี้ช่วยทำให้เฟิงฉินเข้าใจการทำงานมากขึ้น ถ้าของไหนหนักก็จะจ้างศิษย์ส่งของวิ่งไปส่งพร้อมรถเข็น แล้วเอาของเ้าที่อยู่ใกล้ๆ กันติดไปส่งด้วย เท่านี้ร้านรับส่งของก็พร้อมให้บริการ
จบตอน.