ขณะที่ยี่โถกำลังยกถาดอาหารเตรียมไปเสิร์ฟเสียงเครื่องยนต์คุ้นเคยที่ดังเข้ามากระทบโสตประสาททำให้หญิงสาวหันขวับไปทางต้นเสียงนั้นตามสัญชาตญาณริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเมื่อเธอนึกไปถึงเหตุการณ์วันก่อนยี่โถหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์พลางชำเลืองมองเขาผ่านหางตาท่าทีวันนี้ของเธอดูสงบนิ่งกว่าปกติ แต่นั่นกลับไม่ได้อยู่ในสายตาของเฟลิกซ์แม้แต่น้อย
ทันทีที่ร่างสูงโปร่งเปิดประตูร้านเข้ามาเฟลิกซ์ไม่ได้เดินตรงไปยังห้องทำงานทันทีเหมือนทุกครั้งแต่เขากลับกวาดสายตามองไปตามโต๊ะลูกค้า เมื่อได้เห็นเป้าหมายเขาจึงเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะลูกค้านั้นอย่างไม่รีรอยี่โถสังเกตว่าเขาถือห่ออะไรบางอย่างเอาไว้ในมือด้วย หญิงสาวรีบจ้ำอ้าวถือถาดอาหารตามแผ่นหลังชายหนุ่มไปด้วยความสงสัย
แล้วก็เป็นไปตามคาดจริงๆชายหนุ่มหยุดยืนที่โต๊ะของเอวาเขาส่งรอยยิ้มอบอุ่นพร้อมกับส่งสายตาลึกล้ำจับจ้องสาวงามตรงหน้าไม่วางตายี่โถถือถาดไปเสิร์ฟอาหารลูกค้าโต๊ะข้างๆพลางเงี่ยหูฟังบทสนทนาของสองคนนั้นเต็มที่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งไร้แววพิรุธ
“สวัสดีครับเอวาผมซื้อหนังสือมาคืนตามสัญญา”น้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลของชายหนุ่มดึงความสนใจของเอวาที่กำลังก้มอ่านหนังสืออีกเล่มอยู่
“อ้าว! สวัสดีค่ะที่จริงคุณไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะ...เฟลิกซ์”เสียงหวานของหญิงสาวส่งผลให้เฟลิกซ์ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิมยี่โถชำเลืองมองสองคนนั้นพร้อมกับเบ้ปาก เชอะ! ยิ้มให้กันอยู่นั่นแหละไม่เมื่อยปากหรือไง! เธอแอบเขม่นในใจ ยี่โถทำทีเดินไปเช็ดโต๊ะว่างใกล้ๆ นั้นต่อแม้ว่าเธอจะเช็ดเสร็จไปแล้วรอบหนึ่งก็ตาม
“ผมขอนั่งคุยด้วยได้ไหมครับ?”สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม มือที่กำลังเช็ดโต๊ะแทบจะอ่อนปวกเปียกลงทันทียี่โถหยุดชะงักเหลือบมองร่างกำยำนั้นที่กำลังหย่อนตัวลงนั่งหลังจากเอวาตอบรับเขานี่มันเกินไปแล้วนะ! ยังไม่ทันได้ทำอะไรไปมากกว่านี้เสียงเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋าเสื้อก็ดังเรียกสติยี่โถกลับมาเสียก่อน
“อาหารโต๊ะ 30 กำลังจะเสร็จแล้ว มารอรับได้เลย” สิ้นเสียงจากเครื่องมือสื่อสารยี่โถถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินคอตกไปยังเคาน์เตอร์เพื่อรอรับอาหารขณะที่ยืนรอ เธอยังไม่วายแอบมองดูสองคนนั้นจากที่ไกลๆ
หนุ่มหล่อกับสาวสวยคุยกันอย่างออกอรรถรสอีกแล้วดูสายตาที่มองกันสิ! มีแต่ความหวานเยิ้มหยดย้อย ทำไมเธอไม่เคยได้รับสายตาแบบนี้จากเขาบ้างความรู้สึกเจ็บจุกกลางอกเข้ามาโจมตีจนเธอต้องยกมือขึ้นมากุมไว้
กริ๊ง! กริ๊ง! “ยัยยีสต์! หูดับหรือไงเนี่ย!”เสียงกริ่งตามมาด้วยเสียงเหวี่ยงวีนของเพื่อนร่วมงานได้ช่วยดึงสติหญิงสาวให้กลับมาอีกครั้งยี่โถได้แต่กัดฟันข่มความเจ็บปวดใจเอาไว้ แล้วทำหน้าที่ต่อ
แล้วหัวใจก็ปวดแปลบขึ้นมาซ้ำรอยเดิมเมื่อชายหญิงคู่นั้นยื่นโทรศัพท์ของตนเองแลกกันแล้วพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปก่อนจะส่งคืนยี่โถกัดฟันกรอดให้กับภาพตรงหน้า ไม่บอกก็รู้ว่าพวกเขาทำอะไร หึ!แน่มากเลยนะเฟลิกซ์ที่กล้านอกใจเธอซึ่งๆ หน้าขนาดนี้ ขอเธอไปคิดแผนก่อนเถอะเราได้เห็นดีกันแน่พ่อหนุ่ม!
*****
แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นใจให้ยี่โถเอาเสียเลยตั้งแต่นั้นมา เฟลิกซ์ก็มาที่ร้านแทบทุกวัน เรียกว่า มานั่งเฝ้าสาวก็คงไม่ผิดเวลาสองคนนั้นคุยกัน ก็ดูออกรสราวกับว่ารู้จักกันมาแล้วตั้งแต่ชาติปางก่อนจะคุยอะไรกันเยอะแยะ! ทำไมเธอต้องมาทนดูภาพบาดใจแบบนี้ด้วย!
แกร๊ก! เสียงวางแก้วกาแฟอย่างกระแทกกระทั้นจากยี่โถทำให้ใบหน้าคมคายชำเลืองมายังเธอเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงแวบเดียวชายหนุ่มหันกลับไปคุยกับเอวาต่อ
“วันนี้เราลองเปลี่ยนบรรยากาศกันดูไหมครับ?”เสียงนุ่มทุ้มของเฟลิกซ์พาให้คนนอกบทสนทนาอย่างยี่โถต้องตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันใดเธอยืนจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มตรงหน้า สายตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามแกมตกตะลึง
“ก็น่าสนใจนะคะไปที่ไหนเหรอ?” เสียงหวานของเอวาถามขึ้น พร้อมกับท่าทีสนอกสนใจ
“ไปที่...”เหมือนเฟลิกซ์จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหยุดพูดไปก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้ายี่โถเขม็งเช่นกันส่วนยี่โถที่กำลังลุ้นคำตอบอยู่ก็ต้องชะงักงันไปกับสายตาของเขาเธอทำทีหันซ้ายแลขวากลบเกลื่อนท่าทีพิรุธ แต่ดูเหมือนว่า จะไม่ได้เนียนเอาเสียเลยอะไร! มองมาที่เธอทำไม! เธอเปล่านะ ไม่ได้อยากรู้เรื่องสักหน่อย!
“อ๋อ...เอ่อ...ยี่โถฉันขอสั่งเค้กไวต์ช็อกโกแลตเพิ่มอีกที่หนึ่งจ้ะ”ดูเหมือนว่าเอวาจะใช้ไหวพริบอันดีเยี่ยมเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ได้ทันเฟลิกซ์หันกลับไปมองสาวสวยตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจแตกต่างกับยี่โถตอนนี้ที่หน้าตาบูดบึ้งขึ้นมาชัดเจน
“ค่ะ!”หญิงสาวกระชากเสียงตอบแล้วเดินตึงตังออกไป เซ็งชะมัด!
เมื่อยี่โถเดินเข้ามาในห้องครัวเสียงซุบซิบจากเหล่าเพื่อนร่วมงานก็ดังเข้ามาให้เธอได้ยิน
“รูปหล่อหุ่นดี เป็นเจ้าของร้านอาหารกับโรงแรม แถมยังโรแมนติกซื้อของขวัญมาฝากให้ทุกครั้งอีก ครบเครื่องกว่านี้ไม่มีอีกแล้วฉันละอิจฉาผู้หญิงคนนั้นจริงๆ!” พนักงานสาวคนนั้นพูดไปหน้าแดงไป มือก็เช็ดจานไปพลาง
“มาที่นี่ก็ได้กินฟรีอีกฉันว่า ยิ่งกว่าทองหล่นทับแล้ว!” เพื่อนอีกคนเสริมขึ้นมา ยี่โถที่ได้ยินดังนั้นเริ่มแสดงสีหน้าบึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆเธอคว้าจานเปล่าจากชั้นวางด้วยท่าทีกระแทกกระทั้นจนเกิดเสียงดัง
“เขาดูรักดูหลงจนแทบไม่เป็นอันทำงานเลยล่ะมัวแต่นั่งเฝ้าสาวทั้งวัน” บทสนทนาบาดหูยังคงดำเนินต่อไปคราวนี้ยี่โถกระชากเปิดตู้ของหวานคว้าเค้กวางใส่ในจานแบบไม่ค่อยทะนุถนอมนักเธอได้แต่บ่นในใจ ก็แหงแหละ! กลางวันติดสาวอยู่ก็เลยต้องมาชดใช้กรรมโดยการแอบมาเคลียร์งานที่ร้านตอนกลางคืนอย่างไรล่ะ!เธอรู้ก็เพราะว่าตามมาซุ่มดูอยู่ทุกวัน
“แต่ผู้หญิงคนนั้นก็สวยจริงๆนะ ยิ้มแย้มสดใส ดูเป็นคนฉลาด มั่นใจดี...” ยังไม่ทันได้ฟังบทสนทนานั้นจบยี่โถเป็นต้องรีบจ้ำอ้าวออกไปจากตรงนี้ พอแล้ว! เธอไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น!
แต่จนแล้วจนรอดเมื่อออกมายังเคาน์เตอร์ด้านหน้า เธอก็หนีไม่พ้นเสียงซุบซิบของสาวอีกกลุ่มอยู่ดี
“อุ๊ย! สองคนนั้นเขาขึ้นรถออกไปด้วยกันแล้วไปไหนกันนะ อยากรู้จังเลย” เอลลี่ทอดเสียงมายังยี่โถที่ยืนอยู่ไม่ไกล แล้วก็ได้ผลยี่โถรีบหันขวับไปยังโรงจอดรถพบว่า รถสปอร์ตคันหรูของเขาไม่อยู่แล้วจริงๆหญิงสาวได้แต่ยืนกำหมัดแน่น
“สองคนนี้ดูเหมาะสมกันมากเลยเนอะมองดูก็รู้ว่า เกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน” เพื่อนสาวอีกคนแสดงความคิดเห็นออกมาหลายคนได้ยินดังนั้นต่างพากันพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“เห็นด้วยนะเคยได้ยินมาว่าคนเป็นเนื้อคู่กัน จะจูนติดกันเร็วโดยที่ไม่ต้องพยายามหรือยัดเยียดใดๆ”พูดจบทุกคนต่างพร้อมใจกันชำเลืองมองมายังยี่โถตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักล้อเลียน
“อืมมมหากสองคนนี้ได้คบกันแล้ว หวังว่า เจ้ากรรมนายเวรแถวนี้จะรู้ตัวเสียทีว่าอะไรคือที่ของตัวเอง” เอลลี่เน้นเสียงทีละประโยคพลางหันหน้ามาสบตาเธอพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา ยี่โถไม่ได้พูดโต้เถียงอะไรออกไปทว่าจานเค้กในมือเธอถูกวางกระแทกบนเคาน์เตอร์เสียงดัง ปึง! จนสาวๆ กลุ่มนั้นสะดุ้งโหยงไปตามๆ กัน
ยี่โถเดินกระแทกเท้าปึงปังถือถาดไปเก็บโต๊ะต่อความคิดฟุ้งซ่านเริ่มไหลเวียนเข้ามาในหัว สองคนนั้นจะไปไหนกัน? ทำอย่างไรดี?อึดอัดจะแย่อยู่แล้วโว้ย! ยี่โถได้แต่เม้มปากแน่น คิ้วเรียวขมวดมุ่นมือที่ถือผ้าอยู่ลงน้ำหนักเช็ดโต๊ะวนขัดถูอยู่เนิ่นนานแม้ว่าบนโต๊ะนั้นจะไม่มีคราบสกปรกเลยก็ตาม
*****
เมื่อคืนมีเรื่องให้ยี่โถคิดไม่ตกจนนอนไม่พอเช้านี้เธอจึงรู้สึกไม่สดชื่นเอาเสียเลย หญิงสาวตบแก้มตัวเองเบาๆ เรียกสติก่อนจะยกถาดเมนูอาหารเช้าไปเสิร์ฟที่โต๊ะลูกค้าสาวขาประจำ
“ขอบคุณนะยี่โถ”เอวาเงยหน้าจากหนังสือพลางส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ มือเรียวเก็บของไว้ข้างตัวก่อนจะเลื่อนจานอาหารมาตรงหน้า
“เอ่อ...คือ...เมื่อวานนี้ไปเที่ยวสนุกไหมคะ?”ยี่โถละเลียดถามออกมา พยายามตีสีหน้าให้เรียบนิ่งเอาไว้ เดี๋ยวพิรุธออกอีก
“ไปห้องสมุดมาจ้าถ้าถามว่าสนุกไหม ก็คงเรียกว่า สนุกไปอีกแบบน่ะ” เอวาอมยิ้มตอบน้ำเสียงปนขำยี่โถได้แต่กระตุกยิ้มออกมาน้อยๆ กับคำตอบนั้น เอ่อเฟลิกซ์พาสาวไปเดตที่ห้องสมุดเนี่ยนะ!
“แล้ววันนี้จะไปไหนกันอีกไหมคะ?คือ...ยี่โถแค่อยากรู้ว่าพวกคุณจะไปกันช่วงกี่โมงพอดีว่าเมื่อวานนี้เสิร์ฟให้ไม่ทัน คุณเอวาอดทานเค้กเลยเสียดายแทนค่ะ”เธอพยายามกดเสียงให้นิ่งที่สุด ยี่โถอุตส่าห์เตรียมคำพูดนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนหวังว่าจะเนียนอยู่นะ
“ว้า! ลืมเรื่องนี้ไปเลยต้องขอโทษยี่โถด้วยนะจ๊ะ” ดวงหน้างามขมวดคิ้วท่าทางรู้สึกผิด เห็นดังนั้น ยี่โถได้แต่ส่งยิ้มแหยๆให้ โดยไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ
“ถ้าฟังเขาไม่ผิดนะวันนี้เฟลิกซ์บอกว่าช่วงบ่ายจะพาไปนั่งกระเช้าชมวิวน่ะ น่าตื่นเต้นดีนะยี่โถเคยไปหรือเปล่าจ๊ะ?” เอวานั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบออกมา
พอได้มาพินิจพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าแล้วยี่โถอดที่จะรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ ดวงหน้านวลเนียนรูปไข่ ริมฝีปากเอิบอิ่มดวงตาสีฟ้าอ่อนสุกใสเป็นประกาย ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางดูโฉบเฉี่ยวยั่วยวนซึ่งตรงกันข้ามกับชุดเดรสคอเต่าแขนยาวสีหวาน แต่กลับดูเข้ากันอย่างลงตัวใครเห็นเป็นต้องถูกสะกดสายตาเอาไว้ อย่างที่เฟลิกซ์เป็น
“เอ่อ...ไม่เคยไปเลยค่ะขอให้สนุกนะคะ” ยี่โถตอบเสียงแผ่วเบา หลังจากหลุดออกจากภวังค์เธอรีบเดินออกมาทันที ไม่ได้! ตั้งสติเข้าไว้ยี่โถ! กลับมาที่แผนต่อ นั่งกระเช้าบ่ายนี้ใช่ไหม โอเค! ไม่รู้จะทันหรือเปล่า แต่เพื่อการนี้ก็ต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง!