คลินิกิัและความงาม หมอคนเก่ง
“หวัดดีครับคนไข้”
คนเก่งหรือหมอเก่ง แพทย์ิัเฉพาะทาง ชายหนุ่มวัย32 รูปร่างผิวพรรณดีใบหน้าขาวใส เน้นหนักไปทางน่ารักชวนมอง สมกับเป็เ้าของคลินิกด้านิั
“เจ็บไหมครับคุณหมอ”
ชายหนุ่มร่างใหญ่วัย20ปีกว่าๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้คนไข้ เอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ตอนสัก เจ็บไหมล่ะ”
หมอคนเก่งจับดูลายสักที่ต้นแขน ชายหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยถาม ขณะที่ชายดังกล่าวก็รีบตอบอย่างไม่รั้งรอ
“ไม่เลยคุณหมอ ตอนนั้นรู้แค่ว่ามีความสุขมาก”
“คลั่งสินะ”
“ครับ หมอเก่ง..เก่งสมชื่อนะเนี่ย เดาถูก”
“เฮ๊อ! ตอนรักมันก็คลั่ง แต่พออกหัก มันก็เจ็บ จนอยากจะลืม”
“คุณหมอคงเจอคนไข้แบบผมเยอะสินะครับ ถึงได้เข้าใจหัวอกพวกคลั่งรักเป็อย่างดี”
“หึ!..คงงั้นละครับ”
คุณหมอคนเก่งพูดคุยกับคนไข้ ขณะทำความสะอาดผิวบริเวณที่คนไข้้าจะเลเซอร์ลบรอยสัก ชื่อคนรักที่อยู่บนต้นแขนออก ในขณะเดียวกันตัวหมอเองก็แอบมองที่ข้อมือของตน ที่ตอนนี้มีิัที่ขาวเนียน
แต่หารู้ไม่ว่าภายใต้ความเนียนเรียบนั้น อดีตของมันมีาแ ถึงแม้จะไม่ลึก แต่มันก็เป็รอยแผลเป็ ต่อให้ลบเลือนเลเซอร์ออก แต่ความฝังจำในหัวใจไม่อาจลบลืม
(ย้อนกลับไป)
ในวัยแรกรุ่น ่นั้น หมอคนเก่งอายุย่าง17ปี อยู่มัธยมปีที่5 ของโรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง เขาฝันอยากเป็หมอ
ทั้งที่ครอบครัวทำสวนผลไม้ ฐานะที่บ้านปานกลาง มีพี่น้อง4คนผู้ชายทั้งหมดและเขาเป็ลูกคนที่สาม
วันหนึ่งที่โรงเรียนมีโครงการพี่ติวน้อง สำหรับเด็กมัธยมปีที่3เพื่อเตรียมสอบเข้ามัธยมปีที่ 4หรือต่อสายอาชีพ ซึ่งคนเรียนดีอย่างเขาก็ไม่พลาด ติดหนึ่งในพี่เลี้ยงที่จะต้องไปช่วยน้องติวหนังสือ โดยโครงการจะให้พี่จับฉลากชื่อน้องคล้ายกับระบบพี่รหัสในมหาวิทยาลัย และนั่นจึงเป็จุดเริ่มต้น
“น้องสกายคนไหนครับ”
คนเก่งจับฉลากรายชื่อน้อง ม.3ที่เขาจะต้องดูแล ร่างเล็กเดินมายังห้องเรียนของน้องที่ระบุไว้ในรายละเอียด หลังเลิกเรียน หมายจะทำความรู้จัก
“ว้าว..พี่คนเก่ง กรี๊ดดดด”
เสียงหวีดร้องจากน้องๆ ทั้งหญิงและชายดังลั่น เพราะคนเก่งขึ้นชื่อเื่หน้าตาผิวพรรณดีอยู่มาก และยังเป็ตัวแทนโรงเรียนไปสอบแข่งขัน จนได้รางวัลขึ้นบอร์ดของโรงเรียนอยู่หลายครั้ง
“ใครวะ!”
สกาย หรือกาย เด็กวัยรุ่นกำลังแตกเนื้อหนุ่ม ตัวล่ำกรามเนื้อแน่น เมื่อเทียบกับคนอายุ 17อย่างคนเก่งที่ตัวเล็กผอมบาง เขานั่งเอนตัวเผลอหลังอยู่บนเก้าอี้ เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการซ้อมบาส
“ไอ้กาย..น่ารักอ่า”
ธารา/ธารเพื่อนสนิทในแก๊งสกายรีบแซว พร้อมส่งั์ตาแวววาวไปยังคนที่ยืนประหม่าอยู่หน้าประตูห้อง ก่อนที่กายจะลุกขึ้นเดินไปหาอีกคนอย่างก่อกวน
“มีปัญหาอะไร?” สกายส่งเสียงห้วน แสดงท่าทางห่ามๆ อย่างชัดเจน
“นายชื่อสกายเหรอ?”
“เอ่อสิวะ!” เขาส่งเสียงหงุดหงิดไม่พอใจ
“นี่นาย..พูดจาปกติก็ได้นะ..พี่ไม่ได้มาหาเื่”
“ลูกคนเดียวโว้ย!”
สกายยกมือวางที่กรอบประตูห้องเรียนด้วยความสูง175เิเ ทำใบหน้าก่อกวนส่งให้กับคนหน้าใส ที่กำลังขึ้นสีแดงจางๆ ด้วยความโมโห ก่อนที่เหล่าบรรดาเพื่อนๆ ในแก๊งจะกูร้องส่งเสียงเซียร์เพื่อนตัวตึงดังก้อง
“วู้~~วิว!..วิดวิว~~โว้ๆๆ”
คนเก่งได้แต่สูดหายใจเฮือกใหญ่ ในหัวคิดวกวน อยากจะแลกเปลี่ยนเด็กเวรนี้กับเพื่อนสักคนเสียในตอนนี้ แต่แล้วความคิดนั้นต้องหยุดลง
“กายกลับยัง?”
เสียงหวานๆ ดังมาจากทางหลังของสกาย ทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังโชว์ความเกรียนกลั่นแกล้งรุ่นพี่อยู่ ต้องหันกลับไปสนใจ
“ยิหวาขอติดรถไปด้วยนะ”
ดวงยิหวาเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาสวย ถือกระเป๋านักเรียนเดินมา พลางยกยิ้มหวาน ในขณะนั้นคนเก่งก็ถือโอกาสจับยัดข้อมูลของโครงการ ที่เขาตั้งใจเขียนแนะนำตัวให้กับรุ่นน้อง ส่งเข้ามือของสกายแล้วรีบวิ่งแจ้นจากไปในทันที
“อื้อ! สะดวกก็ติดต่อมา ม.5ห้องคิง”
“อ๊ะ!..ด่ะ..เดี๋ยว~~บ้าเอ๋ย!”
สกายส่งเสียงร้องตามคนที่วิ่งจากไป ก่อนจะมองสมุดโน๊ตเล่มเล็กน่ารักในมือด้วยความไม่เข้าใจ
“กายไปนะ!..เจอกันพรุ่งนี้”
เพื่อนในแก๊ง3คนยกมือล่ำลา พลางเดินออกจากห้องเพื่อกลับบ้าน ขณะที่ยิหวายังยืนรอคำตอบ ก่อนที่เขาจะเอ่ยกับเพื่อนสาวต่อ
“ยิหวา..เรามีธุระ..เอ่อ...”
“อ้อ!..ได้งั้นเรากลับนะ”
เด็กสาวยกยิ้มเริงร่าถึงกับใบหน้าเจื่อนลงอย่างผิดหวัง และหน้าแตกในเวลาเดียวกัน ดวงยิหวากับสกายจัดได้ว่าเป็คู่จิ้นของห้อง ทั้งสองคนมักจะถูกเลือกให้เป็ตัวแทนห้องในงานต่าง ๆ อยู่เสมอ และดวงยิหวาเองก็แอบมีใจ จึงหาทางที่จะอยู่ใกล้ชิด แต่หลายครั้งสกายก็มักจะหาทางเลี่ยง
ปึ๊ก!ปึก!..เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นหญ้าสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่จะหยุดนิ่งหน้าสแตนด์เชียร์ พร้อมกับเสียงหายใจหอบ
“บ้าเอ๊ย!.ซวยฉิบหาย”
คนเก่งทิ้งตัวลงนั่ง ด้วยความเหนื่อยหลังจากวิ่งหนีคนปากหมา มายังอีกฟากสนาม ซึ่งโรงเรียนของเขามีอาคารเรียนขนาดใหญ่สองฝั่งสนามฟุตบอล แบ่งแยกระหว่าง มัธยมต้นกับปลาย
“อื้อ!”
“โอ๊ย!..ใ”
คนเก่งกำลังนั่งพักเหนื่อยร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ ๆ ก็มีบางอย่างยื่นให้กับตนไม่ทันตั้งตัว ขณะที่กายยื่นส่งสมุดคืนเ้าของ ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน พร้อมกับยกมือล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียนของตน แสดงออกถึงการไม่ยอมรับอย่างชัดเจน ขายาวก้าวเดินเพียงสองก้าวจำต้องหยุด เมื่อมีบางอย่างปะทะเข้าที่ท้ายทอย ตุ๊บ!..
คนเก่งรู้สึกเกลียดเด็กคนนี้เข้าไส้ ทั้งที่เขาเป็คนมองโลกในแง่ดี แต่ครั้งนี้คือข้อยกเว้น มือเล็กสั่นเทา จับสมุดที่เขาบรรจงเขียนขึ้นด้วยลายมือสวยงามบอกเล่าความเป็มา หวังว่าจะผูกมิตรกับรุ่นน้อง ช่วยประคับประคองให้น้องเดินสู่จุดหมาย
แต่ฝันอันสวยงามได้ดับสลายลง สมุดเล่มสวยลอยละลิ่วตามแรงส่งที่กะน้ำหนักมือได้พอดี จนฟาดเข้ากับท้ายทอยหนาอย่างหนักได้สาสมกับความโมโหที่เ้าของสมุดมี ก่อนที่จะหันหลังแล้วรีบวิ่งหนีด้วยความกลัว
“บ้าจริง!”
สกายชะงักเท้าหยุดเดิน ริมฝีปากหนาขบกัดพลางหลับตาพริ้มอย่างกดอารมณ์ความโมโห รู้แน่ว่าสิ่งที่ฟาดต้นคอตนเป็สิ่งใด
เขาหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันกลับมาพร้อมกับอ้าปากจะด่า แต่ก็ต้องพับเก็บลงทันที เมื่อเห็นอีกคนวิ่งแจ้นไปไกล ก่อนที่สายตาจะมองลงไปเห็นสมุดที่เปิด ทำให้เขาถึงกับหันมาสนใจส่งที่เขียนในสมุด จนต้องก้มลงเก็บขึ้นมา
ส่วนคนเก่งวิ่งขึ้นรถเมล์หน้าโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน ร่างเล็กรู้สึกโมโหจนต้องบ่นระบายความรู้สึกในใจ ด้วยการส่งข้อความหาเพื่อนสนิท
...................................................................................