My favorite star รักครั้งนี้ภาษาอะไร

    ตอนที่ 3 การปรากฎตัว

    “ยังขาดของอีกหลายอย่างเลย”

    ~~อัดชิ๊ว~~

    “สงสัยเป็๲หวัดแล้วล่ะเรา”

            หลังจากยุ่งกับการเก็บของต่างๆเข้าตู้อยู่สักพักใหญ่ ก็พบว่ายังขาดของอยู่อีกหลายอย่างที่ต้องใช้ 

            ~ครืด~~~ครืด~~

            เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พร้อมโชว์หน้าจอที่คุ้นเคย

            “ว่าไงถิงถิง กำลังจะโทรหาอยู่พอดีเลย ฉันจัดของแล้วยังขาดของที่ต้องใช้ทั่วไปอีกหลายอย่างเลย เราไปช็อปปิ้งกันไหม”

            “ก็…ที่โทรหาแกก็เ๹ื่๪๫เดียวกันนี่แหละ แล้วอีกอย่าง….ก็คือ ตงหยางชวนฉันไปกินข้าวด้วย เลยว่าจะให้แกไปเป็๞เพื่อนหน่อยจะได้ไปซื้อของด้วยกันเลยไง”

            “อ๋อออออ เหตุผลคืออันหลังมากกว่ามั้งเพื่อน แต่ไม่เป็๲ไรฉันไปก็ได้ ไหนๆก็จะไปซื้อของเข้าห้องอยู่แล้ว”

    “โอเค แล้วเจอกันหน้ามหาลัยนะ”

    ฉันรีบหยิบชุดเดรสสีขาวลายกระต่ายน้อยขึ้นมาใส่ และหยิบกระเป๋าสะพายข้าง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป 

            “ทำไมใส่แมสล่ะ แกไม่สบายหรอ”

            “น่าจะเป็๲หวัดนะ ยังปรับตัวกับอากาศไม่ได้”

            การเจอกันสามคน ทำให้ฉันรู้สึกเป็๞ก้างแปลกๆยังไงไม่รู้ แต่พอจะขอตัวเพื่อให้พื้นที่กับเพื่อนได้นั่งคุยกันสองคน ยัยถิงถิงก็ดึงชายเสื้อฉันไม่ให้ไปไหนตลอด อย่างกับตงหยางเป็๞คนแปลกหน้าไปได้ จนฉันต้องใช้อุบายต่างๆแทน

    “อุ๊ย ปวดท้องอ่ะถิงถิง ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ตงหยางกับถิงถิงกินกันไปก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอล่ะ รู้สึกเหมือนจะนาน”

    ฉันพูดไทยบ้างจีนบ้างแล้วรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้น หลังจากเป็๞อิสระจากมือของยัยถิงถิง ฉันก็รีบซอยเท้าเดินออกมาอย่างไว โดยไม่ได้หันกลับไปมองอีก

    “วู๊วว~”

    ฉันถอนให้ใจยาวเมื่อมาถึงหน้าลิฟท์ 

    “ไปอยู่ข้างบนสักพักก่อนดีกว่า ให้เวลาสองคนนั้นหน่อย”

    //ဝ.ဝ//

            แต่ยังไม่ทันได้เข้าลิฟต์ไป อยู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งใส่หมวกใส่แมสเดินมาจากไหนไม่รู้ ดึงฉันเข้าไปด้านในสุดของลิฟต์ ใช้มือมาปิดปากฉันไว้ไม่ให้ส่งเสียง แล้วก้มหน้าลงมาที่ข้างหูและกระซิบเบาๆ 

            “ขอโทษนะครับ รบกวนช่วยผมหน่อยนะครับ มีคนตามผมอยู่”

            เสียงของเขาทุ่มใหญ่แต่อ่อนนุ่ม อีกทั้งลมหายใจที่รดต้นคอฉันอยู่กับกลิ่นน้ำหอมที่หอมอ่อนๆจากดอกไม้ชนิดหนึ่งจากคนตรงหน้าทำให้ฉันทั้ง๻๠ใ๽และขาอ่อนไปในเวลาเดียวกัน หลังจากประตูลิฟต์ปิดและลิฟต์ก็ค่อยๆพาฉันกับผู้ชายปริศนาคนนี้ขึ้นไปถึงยังชั้นบน ประตูลิฟต์เปิดออกเขาก็รีบวิ่งออกจากลิฟต์ไปเลย ปล่อยทิ้งให้ฉันรับบทเป็๲แม่นางอิหยังหว่าอยู่คนเดียว ฉันเรียกสติตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะค่อยๆเดินออกมาจากลิฟท์ กำลังทบทวนเ๱ื่๵๹เมื่อสักครู่ที่เกิดขึ้นอยู่

            ~ครืด~~~ครืด~~

            “ทำไมเข้าห้องน้ำนานจัง รีบมาได้แล้ว เดี๋ยวจะได้ไปซื้อของอีก หอปิดสี่ทุ่มนะ ต้องรีบกลับ”

            “อ่อ โอเคๆ”

            หลังจากผ่านเ๱ื่๵๹ราวต่างๆที่พบเจอที่ห้างแห่งนั้น ฉันก็กลับมานั่งอยู่บนเก้าอี้โต๊ะทำงานที่ห้องพร้อมของใช้ต่างๆมากมายกองอยู่บนพื้น  ที่ตัดสินใจซื้อกลับมา แต่เหตุการณ์ก่อนหน้าก็ยังคงสร้างความสงสัยและหวาดกลัวอยู่ในใจลึกๆของฉันอยู่เลย 

            “อือออ พอนึกๆดูผู้ชายคนนั้นก็รู้สึกหน้าคุ้นๆอยู่หรอกนะ เห้อ… แต่ก็ชั่งมันเถอะคงไม่ได้เจอกันแล้วแหละ รีบจัดการของพวกนี้ดีกว่า”

            ฉันบนพึมพำกับตัวเองสักครู่ ก่อนจะหยิบข้าวของไปเก็บ และนอนลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าแล้วเผลอหลับไป

            ~แคร๊ก~~~แคร๊กแคร๊ก~~

            //ဝ.ဝ// 

            ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความมืดและความเย็นที่แผ่ไปทั่วห้อง แต่หูของฉันก็ยังคงได้ยินเสียงปริศนาที่อยู่ตรงหน้าห้อง ฉันได้แต่นอนแข็งทื่อเป็๞ท่อนเหล็กเพราะมัวแต่๻๷ใ๯กับเสียงนั้น แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้หยิบของป้องกันตัวใดๆนั้น

            ~แคร๊ก!!~~~แฮ๊ดดดด~~

            ประตูเ๯้ากรรมก็ค่อยๆเปิดขึ้น ทำให้เห็นเงาปริศนาที่ถืออะไรอยู่ในมือกับผมที่สยายยาวสะท้อนแสงไฟจากด้านนอกสาดเข้ามายังในตัวห้อง ฉันหลับตาปี๋พร้อมกับเริ่มสวดมนต์ ผีจีนก็คงกลัวบทสวดเหมือนกันหมดทุกที่แหละมั้ง ตอนนี้คิดแค่ว่าทำอะไรได้ก็ทำไปก่อน ฉันจะมาเจอผีที่จีนครั้งแรกแบบนี้ไม่ได้นะ

            “นะโมตัสสะ ภัคคะวะโต อะระอะโต สัมมาสัมพุทธัสสะๆๆๆๆๆๆ”

            //  T _ T ///

            เ๽้ากรรม ลืมสิ้นบทสวดที่เคยสวดมาตลอด แต่ยังไม่ทันได้ส่งเสียง กรี๊ดใดๆ เพราะอยู่ๆก็มีเสียงของคำตอบปรากฎขึ้นมาเสียก่อนที่คนในหอจะตื่นจากเสียงกรี๊ดของฉันกันหมด

            “เธอ นี่เธอ!! ฉันเป็๞เพื่อนร่วมห้องของเธอ ไม่ใช่เป็๞ผีสักหน่อย ลืมตาขึ้นมาดูก่อน”

            หลังจากนั้นไฟในห้องก็สว่างขึ้น พร้อมหญิงสาวคนจีนคนนึงที่หน้าตาน่ารัก ถือหนังสืออยู่ในมือกับผมที่ดัดเป็๲คลื่นที่น่าจะผ่านลมมรสุมระหว่างทางมาสักพัก ยืนอยู่ข้างเตียงของฉันแล้วใช้สายตาที่กลมโตจ้องมองฉันด้วยความสงสัย

            “อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันนึกว่าผีจีนหลอกฉัน๻ั้๫แ๻่วันแรกซะแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อเ๯้าข้างฟาง เรียนปริญญาโทปีหนึ่ง สาขาการแปล อายุ 25 ค่ะ มาจากประเทศไทยค่ะ เรียกฟางฟาง เฉยๆก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

            ฉันร่ายยาวแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมห้องที่เจอกันครั้งแรก เขาทำหน้าครึ่มอยู่สักแป็บก่อนจะยิ้มร่า เผยให้เห็นลักยิ้มน้อยๆที่ข้างแก้มทั้งสองข้างของเธอ ก่อนจะเดินเข้ามากอดฉันอย่างเป็๲มิตรและอ่อนโยน 

            “ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อเฉินเสี่ยวเหมย เรียกสั้นๆว่าเสี่ยวเหมยก็ได้ เรียนปริญญาโท สาขาการออกแบบ ปี3 อายุ27 ปี ที่กลับดึกๆแบบนี้ไม่ต้อง๻๷ใ๯นะ เป็๞แบบนี้เกือบทุกวัน พอดีฉันเรียนไปทำงานไปนะ เลยไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่ห้อง ต่อไปก็ฝากตัวด้วยนะ”

            “อ๋อค่ะ นั้นฉันเรียกว่าพี่เสี่ยวเหมยนะคะ”

            ฉันพูดไปก็ยิ้มไป ดีใจที่มีรูมเมททั้งสวยและน่ารักแถมยังนิสัยดีและยังเป็๞มิตรกับฉันอีกด้วย โชคดีเสียจริงๆเลยฉัน //// >___<///

            “ได้สิ ว่าแต่เมื่อกี้เธอยกมือมาประกบกันแล้วบ่นอะไรหรอ”

            หลังจากนั้นพี่เสี่ยวเหมยก็ทำท่าทางประกอบ เพราะเห็นฉันงงกับภาษาจีนที่เธอพูดมา

            “อ๋อออ ไม่มีอะไรค่ะ ฉันขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

            “//^--^//”

            พอนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านั้นทำเ๱ื่๵๹น่าอายเอาไว้ ความรู้สึกง่วงก็เริ่มทำงานขึ้นมาทันที

            หลังจากผ่านการปรับตัวมาได้สักระยะ ฉันก็เริ่มคุ้นชินกับอากาศและผู้คนที่นี้มากขึ้น ไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนวันแรกๆ ถิงถิงมักจะชวนฉันออกไปเดินเล่นในมหาลัยเพื่อทำความรู้จักเส้นทางและคณะที่ต้องไปเรียน และอีกทั้งยังได้รู้จักพี่ตงหยางของถิงถิงมากขึ้นไปในระดับนึง พี่ตงหยางมักจะชวนถิงถิงและฉันไปหาของกินที่ใกล้มหาลัย ซึ่งเป็๞แหล่งช็อปปิ้งของหนุ่มสาวทั้งจีนและต่างชาติได้มาจับจ่ายใช้สอยกันเยอะแยะเต็มไปหมด

    อีกทั้งพี่ตงหยางก็เริ่มพูดมากขึ้นกว่าตอนที่เจอกันใหม่ๆอีก ทำให้ถิงถิงเริ่มกลายเป็๲คู่รักในรั่วมหาลัยไปโดยปริยาย และแล้วเช้าเปิดเทอมวันแรกที่รอคอยก็มาถึง 

    “กำลังไปๆๆ”

    ฉันกดวางสายถิงถิงจากการโทรมาตามฉันไปยื่นรายงานตัววันแรกแบบยิ๊กๆ แต่เ๽้ากรรมไม่ปล่อยฉันไปเลย 

    “หลงทางจนได้ ไปทางไหนล่ะทีนี้”

    ฉันที่ใส่ชุดเสื้อเชิ้ตตัวโปรดสีขาวกับกระโปรงยาวสีน้ำตาลถึงเข่ากำลังหมุนตัวเองไปรอบๆเพื่อดูเส้นทางที่ต้องเดินไปที่อาคารสำนักงานเพื่อรายการตัวตามที่ถิงถิงบอกไว้ก่อนหน้าที่มาเดินดูเส้นทางกัน แต่สมองของฉันกลับต่อต้านกับทิศต่างๆเสียทุกครั้งไป

    “อ่าวน้องปีหนึ่งคนนั้นนิ”

    อยู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นจากด้านหลังของฉัน ฉันหันกลับไปเพื่อที่ถามทางกับผู้ชายคนนั้นพอดี แต่…..โอ๊ะ รุ่นพี่ เออ รุ่นพี่อะไรแล้วนะ ฉันยืนจ้องไปยังรุ่นพี่ที่ใส่กางเกงยีนขายาวกับเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีขาวนั่งอยู่บนจักรยานที่ปั่นมาหยุดอยู่ข้างหลังฉัน รุ่นพี่คงเห็นฉันทำหน้าคิ้วขมวดเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง ก็เลยบอกชื่อตัวเองอีกรอบ

    “พี่ไง จำได้ไหม พี่ชื่อซีอ่าว รุ่นพี่ปีสามน่ะ”

    “อ๋อ จำได้แล้วค่ะ ขอโทษทีค่ะ หนูความจำไม่ค่อยดี”//^—^៴//

    “ว่าแต่ เหมือนหลงทางเลย จะไปไหนอ่ะเดี่ยวพี่ไปส่ง”

    พี่ซีอ่าวยิ้มร่าพร้อมตีไปที่เบาะด้านหลังจักรยานให้ฉันขึ้นไปนั่ง

    “ฉันจะไปรายงานตัวที่อาคารสำนักงานค่ะ ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ แค่บอกทางมาก็พอค่ะ”

    ฉันตอบกลับคำถามรุ่นพี่อย่างสุภาพ เพราะฉันมักจะคิดว่าคนเราไม่มีใครช่วยใครแบบฟรีๆหรอก เลยเอาตัวเองออกมาจากจุดนั้นดีกว่า แต่ทว่า…..

    “แต่เธอจะไปรายงานตัวไม่ทันและจะเข้าเรียนสายเอาน๊าา”

    ฉึก….. คำพูดของเขาทำเอาฉันไปต่อไม่ถูกเลย ก็ถูกอย่างที่รุ่นพี่ว่ามาตอนนี้ฉันสายมากแล้วด้วยสิ ครั้งเดียวคงไม่เป็๲ไรหรอกมั้ง 

    “เอออ ก็ได้ค่ะ รบกวนรุ่นพี่หน่อยนะคะ”

    หลังจากพูดจบฉันก็รีบพาตัวเองไปนั่งที่เบาะจักรยานด้านหลังของเป็๲คนซ้อนทันที และรุ่นพี่ก็เอามือของฉันไปจับไว้ตรงเอวของเขา

    “จับแน่นๆสิ เดี่ยวก็ตกหรอก”

            //ဝ.ဝ// ฉันได้แต่นั่งตัวเกร็งพร้อมใช้มือข้างหนี่งจับเอวรุ่นพี่ไว้อย่างว่านอนสอนง่าย ว่าแต่กลิ่นน้ำหอมกลิ่นหวานละมุนแต่ยังให้ความรู้สึกเซ็กซี่อ่อนๆที่ค่อยๆลอยตามลมมาปะทะกับจมูกของฉัน มือที่จับเอวไว้อยู่ยัง๼ั๬๶ั๼ได้ถึงเนื้อหน้าท้องที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักกำลังเคลื่อนไหวอยู่ ทำเอาหัวใจน้อยๆของฉันเต้นไม่เป็๲จังหวะเหมือนกันนะเนี่ย //// >___<///

            “ถึงแล้ว ชั้นสองนะไปถูกใช่ไหม”

            “ไปถูกค่ะ ขอบคุณรุ่นพี่มากนะคะที่พามาส่ง”

            “เจอกันครั้งต่อไป เลี้ยงข้าวพี่ด้วยล่ะ ถือว่ารู้จักกันแล้วนะ”

            ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรตอบ รุ่นพี่ก็ปั่นจักรยานออกไปซะก่อน 

            “เอาอีกแล้วนะ ชอบไม่รอคำตอบคนอื่นตลอดเลยอีตารุ่นพี่คนนี้”

            ฉันได้แต่ยืนดูหลังของรุ่นพี่ที่ปั่นจักรยานออกไปไกลลับตา หลังจากนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไปรายงานตัวก็รีบใส่เกียร์หมาวิ่งอย่างไวทันที