เมื่อหลิวต้าขุยได้ยินแบบนี้ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไป แม้ว่ามันไม่อยากจะยอมรับ แต่ก็ต้องจำใจยอมรับอย่างเสียไม่ได้ เพราะมันคือเื่จริงเพียงเซียวเฉินเอ่ยปากมาแค่คำเดียว ก็สามารถทำให้มันตกงานได้ทันที!
ถ้ามันต้องออกจากบริษัทนี้ บัญชีแค้นที่มีต่อเซียวเฉินจะมีความหมายอะไรอีก? อย่างมากก็ทำได้แค่ระบายความโกรธออกไปเท่านั้น!
สิ่งที่มัน้าก็คือ อยากให้เซียวเฉินาเ็สาหัสจนต้องนอนโรงพยาบาล ส่วนตัวก็จะได้ขึ้นเป็หัวหน้าแผนก!
เมื่อคิดถึงเื่นี้ดี ๆ หลิวต้าขุยก็สูดหายใจเข้าไปฝืดใหญ่พยายามข่มใจให้เย็นลง คลายหมัดที่กำแน่นออก แล้วพูดขึ้นว่า “ เอาล่ะ...เื่นี้ฉันผิดเอง ต่อจากนี้ฉันจะใส่สนใจให้มากกว่านี้”
สำหรับตอนนี้พญามารหลิว ต้องกล้ำกลืนฝืนทนเก็บกับความแค้น ก้มหน้าก้มตาทำตามเซียวเฉินไปก่อน!
การยอมรับผิดอย่างว่าง่ายของมัน ทำให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่น้อยตกตะลึง พญามารหลิวกลั่นแกล้งผู้อื่นมาตลอด จะยอมก้มหัวให้กับคนอื่นง่าย ๆ อย่างงั้นหรือ?
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์กระซิบกระซาบวิจารณ์เื่นี้ไปกันต่าง ๆ นานา ต่างสงสัยว่าทำไมคนไร้ยางอายอย่างมัน ฉันยอมรับผิดง่าย ๆ แบบนี้? ทำไมมันไม่สู้? เมื่อวานได้ยินว่าเกิดการปะทะขั้นอย่างดุเดือดรุนแรงภายในโรงยิม แล้วทำไมวันนี้ถึงแตกต่างจากวันนั้นอย่างสิ้นเชิง?
“เอาเถอะ... ในเมื่อหัวหน้าหลิวรู้ตัวว่าผิดก็ให้มันแล้ว ๆ ไป งั้นก็พอแค่นี้แหละ!” ที่น่าแปลกคือไหงอยู่ ๆ เซียวเฉินก็กลับมาพูดดีด้วย อีกทั้งยังพูดไปยิ้มไป
หลิวต้าขุยถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในใจกลับหัวเราะเ็าว่า : หึหึ รอให้ฉันโทรหาเหรินคุนก่อนเถอะ!
“หัวหน้าหลิว คุณรู้ไหมว่าทำไมท่านประธานซู่ถึงให้ผมขึ้นเป็หัวหน้าแผนก?” เซียวเฉินจุดบุหรี่แล้วถาม
“ ไม่รู้... แต่ถ้าจะให้เดาการที่ท่านประธานซู่ทำแบบนี้ เธอก็คงจะมีเหตุผลของเธอ!” หลิวต้าขุยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วตอบประโยคนี้กลับไป ในใจมันรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของ ซู่ฉิง!
“ หึหี ประธานซู่ทำแบบนี้ เพราะเธอมีเหตุผลของเธองั้นเหรอ...” เมื่อเซียวเฉิน พูดมาถึงจุดนี้ น้ำเสียงของเขากลายเป็จริงจัง อยู่ ๆ เขาใช้มือขวาทุบลงไปบนโต๊ะ ะโออกไปว่า “ ก็เพราะว่าแผนกรักษาความปลอดภัย มาถึงจุดที่เกินจะเยียวยาแล้วยังไงล่ะ!”
อยู่ ๆ เขาตะคอกเสียงดังขึ้นมา ทำให้ทุกคนในที่นี้ถึงกับสะดุ้งโหยง แผนกรักษาความปลอดภัยมาถึงจุดที่เกินจะเยียวยาอย่างงั้นเหรอ? มันหมายความว่ายังไง?
“หัวหน้าหลิว เมื่อวานเย็นมีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าเวรอยู่ภายในบริษัทนี้กี่คน?” เซียวเฉินหันมามองหลิวต้าขุยแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า
หลิวต้าขุยขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว แล้วตอบกลับไปว่า “ น่าจะซักประมาณ 12 คน”
”เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 12 คนงั้นเรอะ? เห๊อะ! มีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถึง 12 คนที่เข้าเวร แต่ยังปล่อยให้มีคนร้ายลอบเข้าห้องประธานได้อีกงั้นเหรอ?” เมื่อเซียวเฉินพูดจบ เขากวาดสายตาตรวจสอบปฏิกิริยาของแต่ละคน
เมื่อได้ยินคำถามของเซียวเฉิน เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ภายในหัวตั้งคำถามว่า: มีคนร้ายแอบเข้าห้องประธาน ?
“ว่าอะไรนะ? เป็ไปไม่ได้!” หลิวต้าขุยเบิกตากว้าง
“เป็ไปไม่ได้? จะให้ฉันเรียกท่านประธานซู่มาพูดด้วยตัวเองเลยมั้ย?” เซียวเฉินพูดอย่างเ็า
“ มะ...ไม่ต้อง ไม่ต้องก็ได้” หลิวต้าขุยรีบส่ายหัวปฏิเสธ
“แม้ว่าจะไม่มีของหาย แต่ท่านประธานซู่โกรธมาก ด้วยเหตุนี้เธอถึงอยากปรับปรุงแผนกรักษาความปลอดภัย!” เซียวเฉิน พูดอย่างหน่ายใจ “ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะ ฉันกับประธานซู่ได้ตรวจสอบเื่นี้แล้ว แต่กลับยังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร...”
“แจ้งตำรวจรึยัง?”
“ไม่มีของหาย ประธานซู่เลยไม่ได้แจ้งตำรวจ แต่เธอย้ำนักย้ำหนาว่า… ต่อจากนี้เเธอจะไม่ยอมปล่อยให้แผนกรักษาความปลอดภัย เอ้อระเหยลอยชายไร้ประสิทธิภาพแบบนี้อีก! ผมถึงได้รับคำสั่งเสี่ยงตาย ว่าต้องรับหน้าที่อันหนักหน่วงนี้ไงเล่า!”
เมื่อฟังมาท่อนนี้ หลิวต้าขุยและคนอื่น ๆ ก็ถึงกลับแบะปากกรอกขึ้นตาบน ภายในใจแอบคิดว่า: เว่อร์ไปแล้ว งานนี้มันถึงขั้นคอขาดบาดตายซะที่ไหนกันฟร่ะ?
“ ด้วยเหตุนี้เลย ‘ถึงเวลาใช้มาตรการจริงจัง’ ดังนั้นผมเลยตัดสินใจจะเริ่มต้นด้วยการประเมินคุณสมบัติแผนกรักษาความปลอดภัยและทุกคน ”
ประเมินคุณสมบัติ?
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกมันตกอยู่ในอาการสับสนอย่างสิ้นเชิง ภายในใจคิดว่า นี่มันคือเื่ห่าเหวอะไรกันวะเนี่ย?
“ คนที่ผ่านการประเมินจะได้อยู่ต่อ! ส่วนคนที่ไม่ผ่านการประเมินจะต้องออกไป! นี่คือสาเหตุว่าทำไมประธานซู่ถึงมอบหน้าที่นี้ให้ผม ดังนั้นต่อจากนี้...จะอยู่หรือไปก็ขึ้นอยู่กับตัวของพวกคุณเอง!”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของแต่ละคนก็เปลี่ยนไป ภายในใจต่างคิดว่า ถึงขั้นไล่ออกกันเลยเหรอเนี่ย?
“ ติงลี่ โทรศัพท์เรียกเพื่อนร่วมงานอีกกลุ่มหนึ่งให้เข้ามารับการประเมินที่บริษัทเดี๋ยวนี้ หลังประเมิน...คนที่ได้อยู่ต่อจะต้องถูกจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด ”
“คะ ครับ?” ติงลี่ ตอบรับแบบงง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ทั้งยังสงสัยว่าตัวเองจะไม่ถูกไล่ออกไปด้วยใช่ไหม?
“ครับอะไร รีบไปเรียกคนมาซะสิ!” เซียวเฉินเร่งติงลี่
“ รับทราบครับผม ผมจะรีบโทรเดี๋ยวนี้” ติงลี่ รีบตอบรับทราบอย่างลนลาน
หลังจากนั้นเซียวเฉินก็หันมามองหลิวต้าขุย แล้วพูดขึ้นว่า “หัวหน้าหลิว การที่คุณปล่อยคนร้ายลอบเข้ามาถึงในห้องประธานได้ ในฐานะหัวหน้าคุณต้องมีส่วนร่วมกับการรับผิดชอบในเื่นี้ ดังนั้นผมจะเริ่มประเมินจากคุณเป็คนแรก!”
หลิวต้าขุยแทบจะอกแตกตาย ตอนนี้มันชักตงิด ๆ รู้สึกสังหรณ์ไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก “แล้วจะประเมินยังไง?”
“ ตอนนี้ขอให้ทุกคนไปเจอกันที่โรงยิมก่อนแล้วกัน พอถึงที่นั่นก็จะรู้เอง!” พอเซียวเฉินพูดจบเขาก็หันตัวเดินจากไป
โรงยิมเหรอ?
สีหน้าของหลิวต้าขุยเปลี่ยนไปอีกครั้ง ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ภายในใจแอบหวั่น ๆ คิดว่า : มันคงไม่ฉวยโอกาสล้างแค้นเรา เพราะเื่เมื่อวานใช่มั้ย?
ไม่เพียงแต่หลิวต้าขุยเท่านั้น แม้แต่เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายก็เริ่มมีสีหน้ากังวลไม่น้อยทีเดียว ทุกต่างหันมองกันเลิ่กลั่ก ในใจต่างคิดว่าหัวหน้าคนใหม่ กำลังใช้อำนาจของการเป็หัวหน้ามาแก้แค้นส่วนตัว!
เมื่อมาถึงโรงยิมแล้วเซียวเฉินก็เอนตัวพิงลู่วิ่ง จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “หัวหน้าหลิวเมื่อวานคุณว่า คิดจะเป็บอดี้การ์ดก็ต้องมีฝีมือให้มากพอ… ผมรู้สึกว่า ถึงจะเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสมรรถนะทางร่างกายก็ต้องพร้อมเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นแล้วหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น พวกคุณจะปกป้องความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับบริษัทได้อย่างไร ถูกไหม?”
“ .... ” ตอนนี้ หลิวต้าขุยมั่นใจแล้วว่า เซียวเฉินกำลังจะแก้แค้นเื่เมื่อวาน!
“หัวหน้าหลิว∼ถ้าอยากแข็งแกร่ง คุณก็ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงเสียก่อน ดังนั้นเริ่มจากวิดพื้นสัก 300 ทีก่อน! ”
เมื่อได้ยินจำนวน ปากของหลิวต้าขุยก็ถึงกลับกระตุก วิดพื้น 300 ที! แกจะบ้าไปแล้วเหรอฟร่ะ!?
“ หืม~ หรือหัวหน้าหลิวไม่อยากจะเข้ารับการประเมิน?” เซียวเฉิน เลิกคิ้วพูดอย่างไม่ยี่หระ
หลิวต้าขุยทำได้เพียงแค่กัดฟันกรอด พร่ำบอกตัวเองว่าให้อดทนไปก่อน!
“ได้! ฉันจะเริ่มประเมิน แต่ก่อนอื่น… ฉันอยากจะเข้าห้องน้ำสักหน่อย!”
“ได้สิ งั้นก็รีบไปรีบมาแล้วกันอย่าเถลไถลล่ะ แล้วก็อย่าคิดหนีเชียว ไม่อย่างนั้นผมจะไล่คุณออก!”
หลิวต้าขุย สะกดข่มความขุ่นเคืองไว้ในใจ รีบเดินจากออกไป มันคิดที่จะโทรศัพท์ไปหาเหรินคุนบอกให้เขารีบพายอดฝีมือทั้ง 2 มาจัดการกับเซียวเฉินซะ!
เซียวเฉิน เหล่ตามองตามแผ่นหลังหลิวต้าขุยไป เขายิ้มอย่างเ้าเล่ห์ในใจคิดว่า: เห๊อะ! ไอ้ลูกหมาเอ้ย คิดว่าจะหนีการประเมินของฉันได้อย่างนั้นเหรอ? วันนี้ถ้าแกไม่กระอักเื หรือเยี่ยวราด ก็อย่าได้หวังว่าฉันจะจบง่าย ๆ!
“ส่วนพวกคุณ เมื่อวานผมเห็นแข็งแรงฟิตกันดี ถ้าอย่างนั้นก็… วิดพื้นกันคนละ 200 ครั้งก็แล้วกัน!”
เซียวเฉิน ชี้นิ้วไปที่กลุ่มคนสนิทของหลิวต้าขุย เมื่อถึงขัดนี้ ความแค้นส่วนตัวที่อยู่ภายในจิตใจ ก็ถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน!
“ส่วนคนอื่น ๆ วิดพื้นคนละ 50 ครั้ง ทั้งหมดลงมือได้!”
ในใจของเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายต่างร้องคำรามอยู่ภายในใจว่า บัดซบ แกกล้าสั่งฉันแบบนี้งั้นเหรอ!?
แต่นี่ก็เป็เพียงความคิดเท่านั้น ไม่มีกล้าขัดขืนคำสั่งของหัวหน้า เวลานี้ติงลี่เป็ผู้นำการวิดพื้น จนภายในโรงยิมดังอื้ออึ้งไปด้วยเสียงการวิดพื้น
ขณะเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมดกำลังวิดพื้นกันอยู่ หลิวต้าขุยก็โทรศัพท์ไปหา เหรินคุน
แต่สิ่งที่ทำให้มันคลั่งจนแทบบ้าก็เพราะ เหรินคุนไม่เปิดเครื่อง มันเลยติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้!
มันกำลังรู้สึกจนตรอกอย่างที่สุด ตอนนี้มันจึงทำได้แค่เก็บโทรศัพท์มือถือกลับเข้าไป ตัดสินใจกลับไปวิดพื้นก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที มันต้องอดทนรอจนกว่าจัดการเซียวเฉินให้ได้เสียก่อน เมื่อถึงตอนนั้นมันจะแก้แค้นเหรินคุนเป็คิวต่อไป!
เมื่อหลิวต้าขุยกลับมาที่โรงยิม ก็เห็นคนหนุ่มอีกไม่กี่คนยังคงวิดพื้นอยู่ ส่วนคนอื่น ๆ วิดพื้นกันเสร็จแล้ว
“หัวหน้าหลิวกลับมาแล้ว มา! ทุกคนมาช่วยเขานับหน่อย เขาจะขาดไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว!” เซียวเฉินมองหน้าหลิวต้าขุยที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความโมโหจน จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“ครับ!”เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมดตอบรับ แล้วมองมาที่มันเป็ตาเดียว การประเมินเป็แค่เื่บังหน้า หัวหน้าแผนกคนใหม่แค่อยากจะจัดการกับ พญามารหลิว เท่านั้น!
หลิวต้าขุย สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วเริ่มต้นวิดพื้น
“1 2 3 ....”
เซียวเฉินเริ่มนับไปพร้อม ๆ กับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่นด้วยเสียงดังลั่น ทุกครั้งที่เขานับแทบจะทำให้ หลิวต้าขุยแทบอยากจะกระโจนเข้าไปซัดหน้าเขาซักเปรี้ยง!
“199 200......”
ด้วยเพราะมันเคยเป็หน่วยรบพิเศษมาก่อน จึงทำให้หลิวต้าขุย มีร่างกายที่ฟิตพอตัว มันสามารถวิดพื้นได้ 200 ครั้งอย่างต่อเนื่อง และยังคงยืนหยัดอดทนวิดพื้นต่อไปได้
อย่างไรก็ตามเมื่อวิดพื้นมาถึงจำนวน 245 ครั้ง ก็ดูเหมือนว่ามันจะทนไม่ไหวอีกต่อไป!
เส้นเืบนหัว และ ตามแขนทั้งสองข้างปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยเป็ทาง หน้าแดงก่ำ แต่ละครั้งสีหน้าของมันเริ่มบ่งบอกถึงความทรมานอย่างที่สุด เมื่อต้องฝืนวิดพื้นต่อให้ครบตามจำนวน
“265 266...”
“หัวหน้าหลิว เหลืออีกแค่สามสิบกว่าทีสู้ ๆ ! ผมได้ยินมาว่าคุณเคยอยู่หน่วยรบพิเศษมาก่อน? เป็ถึงหน่วยรบพิเศษแต่กลับวิดพื้นอีกแค่ 30 กว่าทีไม่ได้? ถ้าเื่นี้รั่วไหลออกไป มีหวังคงได้ขายหน้าหน่วยรบพิเศษแห่งประเทศจีนแน่ ๆ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้หลิวต้าขุยไม่สามารถระงับความโกรธได้อีกต่อไป มันแปรเปลี่ยนอารมณ์โกรธให้กลายมาเป็แรงฮึดอัดวิดพื้นต่อทันที!
ไอ้เวรเอ้ย วิดพื้นมาได้ตั้ง 260กว่าทีแล้ว? เหลืออีกแค่ 30 กว่าทีเท่านั้น ทำไมจะทำไม่ได้วะ!
หลิวต้าขุยกัดฟันกรอด ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโมโห ในใจก็ก่นด่าเซียวเฉินอย่างต่อเนื่อง
หลายคนข้าง ๆ มอง หลิวต้าขุย ด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ แต่ในใจก็แอบรู้สึกว่าตัวเองโชคเหลือเกินที่ เซียวเฉิน ไม่สั่งให้พวกมันวิดพื้นถึง 300 ครั้ง ไม่งั้นมีหวังพวกมันต้องตายแน่ ๆ!
“300!”
ในตอนที่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนับครั้งที่ ‘300’ ออกมา หลิวต้าขุยก็ไม่อาจจะทนเก๊กท่าได้ต่ออีกไป มันล้มแผละลงไปนอนกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ร่างกายของมันยังสั่นเทิ้มไม่หยุด เรียกได้ว่าสภาพของมันในตอนนี้ ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวไปไหนอีกแล้ว
“ แปะ ๆ ๆ ยินดีด้วยหัวหน้าหลิว ในที่สุดคุณก็ผ่านการประเมินแรกจนได้ ” พอพูดจบเซียวเฉิน ก็ลุกขึ้นยืน แล้วชี้นิ้วไปทางชายฉกรรจ์ที่เหลือแล้วพูดขี้นว่า “อีก 5 นาที พวกคุณทั้งหลายไปฝึกฝีมือกับหัวหน้าหลิว ให้เหมือนกับที่ฝึกกับผมเมื่อวาน เข้าใจไหม? ถ้าพวกคุณชนะหัวหน้าหลิวจะถูกไล่ออก ถ้าแพ้พวกคุณแพ้จะต้องถูกไล่ออกซะเอง!”
“...........”
หลิวต้าขุยตะลึงตาค้าง มันเพิ่งผ่านพ้นจากนรกมาได้หมาด ๆ แต่กลับมีพักเวลาแค่ 5 นาทีเอง? ทุกคนต่างรู้ดีว่า ถ้าร่างกายอ่อนล้าถึงขีดสุด การผ่อนคลายเพื่อเรียกแรงกลับมาให้ได้ใหม่ดังเดิมนั้น เป็เื่ที่ยากลำบากมาก ๆ!
ทว่าเซียวเฉินกลับให้เวลามันพักเพียงแค่ 5 นาที เห็นได้ชัดว่าเขาต้องไล่หลิวต้าขุยออก!
หลิวต้าขุย ลอบสบถออกมาอย่างหัวเสีย เหล่าชายฉกรรจ์ที่เพิ่งวิดพื้นมา 200 ทีก็ยังแอบด่าอุบเช่นกัน พวกมันเพิ่งใช้แรงไปกับการวิดพื้นจนหมด ตอนนี้ร่างกายล้าจนไม่รู้จะล้ายังไงแล้ว จะให้พวกมันเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้?
แต่ถ้าไม่สู้พวกมันทั้งหมดก็โดนไล่ออก? แล้วใครหน้าไหนจะยอมกันฟร่ะ! หากพวกมันไม่ขยับก็จะถูกไล่ออก ถ้าแพ้ก็ถูกไล่ออกอีก าแในจิตใจครั้งนี้ ทำให้พวกมันแต่ละเคียดแค้นเป็อย่างมาก!
“เอาล่ะ… ครบ 5 นาทีแล้ว ลงมือได้!” เซียวเฉินมองสถานการณ์ แล้วตอนนี้ก็แอบเหยียดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้จริง ๆ
หลิวต้าขุยพยายามยันกายลุกขึ้นยืน ด้วยการจับขาทั้ง 2 ข้างที่ยังสั่นไม่หยุด มองไปที่เซียวเฉินด้วยแววตาโกรธแค้น เห็นได้ชัดว่าเขา้าให้มันแพ้!
ถึงมันจะรู้ทันความคิดของ เซียวเฉิน แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ทำได้เพียงแค่ส่งสายตาให้คนสนิท เพื่อเป็การส่งซิกว่ายอมล้มมวยให้มันซะดี ๆ!
ถ้าลูกสมุนอย่างพวกมันยอมเสียสละตัวเองไป ก็ยังพอสามารถยืนหยัดแก้แค้นสู้กับเซียวเฉินต่อไปได้ แล้วรอจนกว่าแผนกรักษาความปลอดภัยตกเป็ของหลิวต้าขุยอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้นค่อยรับพวกมันกลับเข้ามาใหม่ก็ย่อมได้!
แต่ถ้าหัวโจกอย่างมันถูกไล่ออก ทุกอย่างก็ถือเป็อันจบสิ้น!
คนสนิทสบสายตากับหลิวต้าขุย แน่นอนว่าพวกมันรู้ถึงนัยแอบแฝง จึงลอบพยักหน้าอย่างลับ ๆ ซึ่งหมายความว่าพวกมันจะยอมร่วมมือล้มมวบ เพื่อให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปก่อนก็พอ
ขณะทั้ง 2 เตรียมพร้อมลงมือ แต่แล้วอยู่ ๆ เซียวเฉินกลับพูดขึ้นว่า “ ผมยังจำได้ดีว่าพวกคุณแข็งแกร่งกันมากขนาดไหน จงทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีกับการต่อสู้นี้ ไม่อย่างนั้นก็ออก ๆ ไปให้หมดนั่นแหละ!”
“……”