ตอนที่ 8: แผนหลบหนีและกรงเล็บมัจจุราช
คล้อยหลังการปะทะฝีปากและหักหน้าอนุชายาเจียหนิงจนล่าถอยไปเมื่อ่สาย เสิ่นเยว่ก็ก้าวเท้ากลับมายังเรือนพักส่วนตัวด้วยอัตราการเต้นของหัวใจที่สงบลงกว่าเดิมมาก
การได้งัดข้อและตอกกลับเพื่อแสดงอำนาจเหนืออนุชายาผู้หยิ่งผยองนั้น ช่วยบรรเทาความอึดอัดคับแค้นที่สั่งสมมาั้แ่วินาทีแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในโลกใบนี้ได้ไม่น้อย
กระนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็เพียงชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ บนกระดานหมากรุกที่กว้างใหญ่ไพศาล นางย่อมตระหนักดีว่าการไปกระตุกหนวดเสือในอาณาเขตของศัตรู ย่อมนำมาซึ่งความวุ่นวายระลอกใหม่ในไม่ช้า
‘แผนการหลบหนี…จะต้องเริ่มต้นขึ้นเดี๋ยวนี้!’
ร่างระหงทรุดกายนั่งลงบนตั่งไม้ เอ่ยปากสั่งการให้ชิงหลัวไปจัดเตรียมอาหารและยกมาให้ที่เรือนพัก โดยอ้างเหตุผลว่ารู้สึกปวดศีรษะวิงเวียนและ้านอนพักผ่อนอย่างเงียบๆ นางหวังจะใช้่เวลาปลอดคนนี้ในการสำรวจโครงสร้างเรือนพักของตนเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อค้นหาจุดบอดและช่องโหว่สำหรับการหลบหนี
เรือนพักประทับของพระชายาเอกแห่งจวนติ้งอ๋องนั้นโอ่อ่ากว้างขวางและพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายสารพัด กระทั่งของประดับตกแต่งทุกชิ้นยังเป็ของล้ำค่าหาตัวจับยาก แต่ถึงกระนั้น ทุกตารางนิ้วกลับถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบและปิดตายแ่าจนน่าขนลุก เสิ่นเยว่ก้าวเดินสำรวจห้องหับทุกห้องอย่างระมัดระวัง ั้แ่ห้องนอนใหญ่ ห้องเปลี่ยนอาภรณ์ ไปจนถึงห้องหนังสือขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกัน
มีเพียงกำแพงศิลาที่สูงลิ่วทะลุยอดไม้ และหน้าต่างทุกบานล้วนถูกดัดแปลงตอกตรึงด้วยลูกกรงเหล็กกล้าอย่างแ่า ไร้ซึ่งรอยต่อให้มดปลวกเล็ดลอด!
ความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในอก นางแทบจะถอดใจทรุดตัวลงนั่ง แต่แล้ว หางตาของนางก็พลันไปสะดุดเข้ากับช่องลมระบายอากาศขนาดเล็กที่เจาะอยู่เหนือกรอบหน้าต่างบานหนึ่งภายในห้องอาบน้ำ
ช่องลมบานนั้นถูกปิดทับด้วยแผ่นไม้ระแนงที่เริ่มผุกร่อนตามกาลเวลาและสภาพความชื้น หากใช้ของแข็งงัดแงะมันออกไปได้ ขนาดของช่องว่างก็น่าจะกว้างพอให้เรือนร่างบอบบางอรชรของนางบิดม้วนตัวและลอดผ่านออกไปสู่โลกภายนอกได้พอดิบพอดี
‘นี่แหละ! เส้นทางรอดเพียงสายเดียวของข้า!’
เมื่อก้าวเข้าสู่่บ่ายคล้อย เหล่าสาวใช้ถูกสั่งให้ออกไปพักผ่อนรออยู่ด้านนอก เสิ่นเยว่ก็เริ่มลงมือตามแผนการทันที นางรื้อค้นหีบใส่เสื้อผ้า คว้าเอาผ้าคลุมไหล่ผืนเก่าที่สีซีดจางมาห่อรวมสัมภาระจำเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นจึงก้าวเท้าเดินตรงไปยังห้องอาบน้ำ ปิดประตูล็อกดาลจากด้านในอย่างแ่า
นางปีนขึ้นไปยืนเหยียบขอบอ่างอาบน้ำหินอ่อน ล้วงเอามีดพกเล่มจิ๋วที่แอบซ่อนไว้ในแขนเสื้อั้แ่เมื่อคืนออกมาจรดลงบนร่องไม้ พยายามออกแรงแซะแผ่นไม้ระแนงออกทีละชิ้นอย่างเงียบเชียบและระมัดระวังที่สุด
เวลาแต่ละจังหวะลมหายใจไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับถูกสาป หยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดซึมขึ้นตามไรผม ก่อนจะไหลกลิ้งลงมาตามลำคอระหงจนชื้นแฉะไปทั่วแผ่นหลัง นอกจากการออกแรงงัดแงะแผ่นไม้ที่ฝืดเคืองแล้ว โสตประสาทของนางยังต้องคอยเงี่ยหูฟังและระแวดระวังเสียงฝีเท้าจากด้านนอกอยู่ตลอดเวลา กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนตึงเครียดจนปวดร้าว
แกร็ก…
เสียงไม้ลั่นเบาๆ ดุจเสียง์ ในที่สุด ไม้ระแนงชิ้นสุดท้ายก็หลุดร่วงหลุดพ้นจากกรอบประตู!
แสงสว่างรำไรจากภายนอกสาดส่องลอดช่องว่างเข้ามา พร้อมกับมวลอากาศเย็นเยียบของฤดูเหมันต์ที่พัดโชยปะทะใบหน้า เสิ่นเยว่ค่อยๆ เขย่งปลายเท้า ชะโงกหน้าออกไปมองประเมินสถานการณ์เบื้องล่างอย่างระมัดระวัง
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือกำแพงจวนชั้นนอกที่อยู่ลึกลงไป ไม่ได้สูงชันจนเกินกำลัง หากนางสามารถจัดระเบียบร่างกายและะโทิ้งตัวลงไปบนพุ่มไม้ด้านล่างได้โดยไม่าเ็จนแขนขาหัก ก็น่าจะมีโอกาสอาศัยความมืดหลบหนีเร้นกายไปจากจวนนรกแห่งนี้ได้สำเร็จ
‘สำเร็จแล้ว!’
ริมฝีปากอวบอิ่มอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างพึงพอใจ แผนการหลบหนีในค่ำคืนนี้ถูกวาดภาพจัดแจงไว้ในสมองอย่างเป็ขั้นเป็ตอนและสมบูรณ์แบบที่สุด
กระทั่งยามวิกาลมาเยือน ท้องนภาถูกฉาบทับด้วยผืนผ้าใบสีหมึก แสงจันทร์สีเงินยวงทอประกายเรืองรองสาดส่องลงมาอาบไล้ผืนกระเื้ัคา
เสิ่นเยว่ผลัดเปลี่ยนมาสวมชุดอาภรณ์สีเข้มเรียบง่ายที่แอบตระเตรียมเอาไว้ นางมัดรวบเส้นผมยาวสลวยขึ้นเป็มวยสูงอย่างแ่าเพื่อความคล่องตัวในการปีนป่าย พร้อมกับซ่อนถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุเศษเงินหยวนเป่าเอาไว้ในแขนเสื้อกว้าง
จังหวะเวลา์เป็ใจมาถึง เมื่อสาวใช้หน้าห้องถูกสั่งให้ไปตักน้ำร้อนสำหรับอาบน้ำ และชิงหลัวถูกใช้ให้เดินไปหยิบขนมมงคลที่โรงครัวด้านหน้าจวน เสิ่นเยว่ก็ไม่รอช้า นางพุ่งตัวลัดเลาะเข้าไปในห้องอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เหยียบขอบอ่างและปีนป่ายขึ้นไปเกาะขอบหน้าต่างแคบๆ นั้นทันที
ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นกระหน่ำรัวเร็วจนแทบจะทะลุซี่โครงออกมา ทั้งตื่นเต้น หวาดหวั่น และบ้าบิ่นระคนกัน นี่คือการวางเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของนาง หากพลาดพลั้ง โทษทัณฑ์ที่รออยู่ย่อมไม่ใช่แค่การถูกเฆี่ยนตี!
นางสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับสอดศีรษะและท่อนบนของร่างกายเข้าไปในช่องลมระบายอากาศอย่างระมัดระวัง อาศัยความยืดหยุ่นของสตรีค่อยๆ ผลักดันเรือนร่างให้ลอดผ่านช่องแคบๆ ออกไปได้อย่างทุลักทุเล เนื้อผ้าเสียดสีกับขอบไม้จนเกิดรอยขาดวิ่น กระนั้นเสิ่นเยว่ก็ััได้ถึงกลิ่นอายของอิสรภาพที่ลอยวนอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือคว้า
เมื่อศีรษะและหัวไหล่ทั้งสองข้างพ้นขอบหน้าต่างออกมาัักับอากาศเย็นจัดภายนอก นางก็พยายามบิดตัวยื่นมือลงไปเบื้องล่าง หวังจะจับยึดขอบกำแพงหินด้านนอกเพื่อค่อยๆ หย่อนทิ้งตัวลงสู่พื้นดิน
แต่แล้ว… สิ่งที่รอคอยอยู่เบื้องล่างกลับw,jใช่อากาศธาตุอันว่างเปล่า!
หมับ!
ยังไม่ทันที่ปลายเท้าของนางจะข้ามพ้นกรอบหน้าต่าง ฝ่ามือหนาขนาดใหญ่ที่เย็นเฉียบราวกับคีมเหล็กสกัด ก็พุ่งพรวดขึ้นมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของนางเอาไว้แ่าจนกระดูกแทบร้าว!
เสิ่นเยว่สะดุ้งเฮือกสุดตัวราวกับถูกผีหลอก ดวงตาหงส์เบิกกว้างขยายด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ลมหายใจสะดุดกึกค้างอยู่ในลำคอ นางรีบก้มหน้าลงมองเบื้องล่างอย่างหวาดหวั่นพรั่นพรึง
ภาพที่ปรากฏชัดเจนอยู่ท่ามกลางเงามืด คือใบหน้าหล่อเหลาคมคายของบุรุษผู้สวมอาภรณ์สีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิดของราตรี เซียวเหยียน!
ั์ตาสีนิลของเขาเย็นเยียบและลึกล้ำดุจธารน้ำแข็งพันปี กำลังแหงนหน้าจ้องมองตรงมาที่นางด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น หากแต่ภายในความเงียบงันนั้น กลับอัดแน่นไปด้วยรังสีอำมหิตคุกคามและอันตรายร้ายแรง จนสตรีบนกำแพงรู้สึกปวดร้าวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงฟาดฟันเข้าใส่ร่าง
‘เป็ไปไม่ได้! เขามาโผล่ยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร!’
แผนการหลบหนีที่นางเพียรคิดคำนวณมาทั้งวันว่ารัดกุมและแยบยลที่สุด กลับถูกบุรุษมัจจุราชผู้นี้มองออกและมาดักรอจับกุมตัวได้ในพริบตาเดียว!
แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขาออกแรงกระตุกดึงเพียงเล็กน้อย ร่างบอบบางของเสิ่นเยว่ที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนขอบหน้าต่างก็ปลิวหวือ ถูกกระชากดึงกลับเข้าไปทางช่องลมเดิมอย่างรุนแรง นางเสียหลักร่วงหล่นลงมาจากหน้าต่างอย่างไม่เป็ท่า ไหล่กระแทกพื้นและล้มพับลงไปกองอยู่บนพื้นกระเบื้องห้องอาบน้ำอย่างหมดสภาพ
เซียวเหยียนw,jได้ปริปากเอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ เขาหมุนกายเดินอ้อมมายังประตูห้องอาบน้ำ ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาหาหญิงสาวอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบดุจใบมีดโกนกวาดมองสำรวจช่องลมที่ถูกงัดแงะทำลายอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะลากสายตากลับมาหยุดตรึงอยู่ที่ร่างของนักโทษหนีคดีบนพื้น
แรงกดดันอันมหาศาลและหนักหน่วงแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงตระหง่าน บีบรัดบรรยากาศภายในห้องแคบๆ จนเสิ่นเยว่รู้สึกหายใจไม่ออก นางนั่งพับเพียบตัวแข็งทื่อเป็หิน ไม่กล้าแม้แต่จะขยับปลายนิ้ว ภายในหัวสมองมีเพียงคำถามที่ดังก้องกังวานซ้ำไปซ้ำมา
‘เขามาดักรออยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อใด เขาจับตาดูการกระทำของนางอยู่ตลอดเวลาเลยหรือ’
ความพ่ายแพ้และล้มเหลวอย่างไม่เป็ท่าสร้างความเจ็บใจอย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเข้าหากันจนห้อเื ปลายเล็บจิกจมลงบนฝ่ามือเพื่อเรียกสติ นางบังคับตนเองให้สงบสติอารมณ์ เงยหน้าขึ้นสบประสานสายตากับมัจจุราชหนุ่มตรงๆ แม้ก้อนเนื้อในอกซ้ายจะกำลังเต้นระรัวและหวาดกลัวจนแทบขาดใจก็ตาม
“ท่านอ๋อง” นางเค้นเสียงแ่พร่าลอดไรฟัน พยายามรวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มี “หม่อมฉัน…”
“คิดจะหลบหนีอย่างนั้นหรือ”
เซียวเหยียนเอ่ยปากแทรกตัดบทอย่างไร้เยื่อใย น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบนั้นเย็นเยียบเสียดกระดูกราวกับพายุหิมะในคืนเหมันต์ ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวตะคอกด่าทอ กระนั้น…ความนิ่งสงบของเขากลับดูอันตรายและชวนให้ขนหัวลุกยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยวใดๆ บนโลกหล้า
เสิ่นเยว่เม้มริมฝีปากแน่น นางตระหนักดีกว่าใครว่า การเล่นลิ้นโกหกพกลมในสถานการณ์ที่หลักฐานคาตาเช่นนี้ มีแต่จะเร่งรัดให้ชะตากรรมของตนเองดิ่งลงสู่ก้นนรกเร็วขึ้น
“เพคะ” นางเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมหลบสายตา “หม่อมฉันไม่ปรารถนาที่จะทนถูกกักขังอยู่ในจวนอ๋องแห่งนี้”
ประกายแห่งความประหลาดใจพาดผ่านั์ตาสีนิลของเซียวเหยียนไปเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่มันจะถูกฉาบทับด้วยความเรียบเฉยดังเดิม เขากระตุกยิ้มหยันที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือขวาออกมาเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า
เสิ่นเยว่หดคอเกร็งร่างขึ้นทันควัน หลับตาปี๋เตรียมรับความเ็ปจากการถูกตบตีหรือทำร้ายร่างกาย
ผิดคาด…ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธข้างนั้น กลับทำเพียงแค่ล้วงกระชากเอาถุงผ้าใบเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของนางออกมาถือไว้อย่างง่ายดาย ก่อนจะโยนมันทิ้งลงบนพื้นหินอ่อนราวกับขยะเศษไร้ค่า เสียงเหรียญอีแปะและเศษเงินหยวนเป่ากระจัดกระจายดังกริ๊งๆ
“มีเศษเงินติดตัวเพียงน้อยนิดเท่าหางอึ่งเช่นนี้ เ้าคิดฝันว่าจะใช้มันหลบหนีไปได้ไกลสักกี่ลี้กันเชียว” เขาตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและสมเพชเวทนาจับใจ “หรือแม่นางผู้สูงศักดิ์นึกฝันไปเองว่า การออกไปใช้ชีวิตระหกระเหินในโลกภายนอก มันจะราบรื่นและง่ายดายกว่าการเสวยสุขอยู่ในจวนของข้า”
สิ้นประโยคเสียดแทง บุรุษผู้กุมอำนาจก็มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก เขาก้มตัวลงไปหยิบเศษไม้ระแนงที่หลุดร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้ แล้วหมุนตัวเดินหันหลังก้าวออกจากห้องอาบน้ำไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่จะกลืนหายลับไปในความมืดมิดของราตรี
เสิ่นเยว่นั่งหอบหายใจรวยริน ทอดสายตามองตามแผ่นหลังกว้างของเขาไปจนลับตา นางไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขากำลังจะเดินไปที่ใด หรือสั่งการสิ่งใดต่อ แต่สิ่งที่ประจักษ์ชัดแจ้งแก่ใจในวินาทีนี้คือ…เขาจงใจละเว้น ไม่ยอมลงดาบสั่งลงโทษนางในทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
เพียงชั่วอึดใจเดียว เสียงค้อนเหล็กตอกกระแทกตะปูตัวเขื่องลงบนเนื้อไม้ก็ดังสนั่นกึกก้องขึ้นจากทางด้านนอกของกำแพงห้องอาบน้ำ เสียงตอกอัดแต่ละครั้งหนักหน่วงและรุนแรง ราวกับจงใจตอกย้ำให้สตรีที่นั่งอยู่ด้านในได้รับรู้ถึงความจริงอันโหดร้าย
เซียวเหยียนไม่ได้แค่ปรากฏตัวมาจับกุมนางได้คาหนังคาเขา แต่เขายังจงใจสั่งคนมาตอกตะปูปิดตายช่องลม ซึ่งเป็ทางรอดเพียงหนึ่งเดียวของนางให้พังพินาศลงต่อหน้าต่อตา
‘แผนการหลบหนีครั้งแรก…ล้มเหลวพังทลายไม่เป็ท่า!’
เสิ่นเยว่ก้มหน้าลงมองถุงเงินและเศษเหรียญที่ตกกระจายเกลื่อนพื้น แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดเข้ามาเพียงริบหรี่สะท้อนกับเหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญในนั้น นางอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงหัวเราะและคลี่ยิ้มหยันเยาะให้กับความไร้เดียงสาของตนเองออกมาอย่างสมเพช
‘เซียวเหยียน บุรุษผู้นี้…สายตาของเขาแหลมคมดุจเหยี่ยว และมีความอันตรายซุกซ่อนอยู่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่นางประเมินเอาไว้หลายสิบเท่านัก!’