เกอจวิ้นกำลังสืบเรื่องนี้อยู่และเขาก็ประหลาดใจไม่น้อยเช่นกัน เขาไม่คาดคิดเลยว่ากู้ชิงเฉิงจะเป็นถึงอดีตพระชายา
อันที่จริงอดีตพระชายาผู้นั้นเลื่องชื่อในความร้ายกาจ นางไม่เพียงเอาแต่ใจเท่านั้นแต่ไม่เกรงกลัวผู้ใดอีกด้วย นางทำเรื่องเลวทรามสารพัด ที่สำคัญคือนางเป็นผู้ที่ลงมือทำร้ายมารดาผู้ให้กำเนิด ทั้งยังโหดเหี้ยมต่อพี่สาวต่างแม่ด้วยเหตุนี้ นางจึงถูกตระกูลไป๋ตัดขาดและยังถูกตระกูลกู้รังเกียจอีกด้วย
นี่เป็นเหตุผลที่ตอนเปลวไฟโหมกระหน่ำในครั้งนั้น ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือนาง
“องค์รัชทายาททรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่ใช่พระชายากู้ชิงเฉิง”กู้ชิงเฉิงกัดฟันกล่าว นางไม่เคยยอมรับในเรื่องนี้ ดังนั้นนางจึงยืนกรานต่อไป
โม่อวี้เฉินไม่ได้ตอบอะไรเขารู้ดีว่าเกอจวิ้นอยู่ที่นี่ บางคำพูดไม่อาจเอ่ยได้
เกอจวิ้นก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติเขาจึงลุกขึ้นยืน “ข้าขอตัวกลับก่อนหากท่านหมอกู้มีสิ่งใด ก็ให้คนไปแจ้งข้าได้ทุกเมื่อ” เขามักจะทำตัวเป็นคนอ่อนแอขี้โรคอยู่เสมอแต่สีหน้ากลับดูอ่อนโยน และเขามักจะปฏิบัติต่อกู้ชิงเฉิงเช่นนี้มาโดยตลอด
“เจ้าค่ะ” หลังจากตอบรับเกอจวิ้นกู้ชิงเฉิงหันไปสั่งกู่ซินว่า “ไปส่งคุณชายเกอจวิ้นด้วย”
กู่ซินตอบรับคำก่อนจะเดินไปส่งเขาด้วยตนเอง คนของอันหยวนถังทุกคนต่างชื่นชอบเกอจวิ้นมาโดยตลอดนอกจากนี้ยังมีท่าทีที่ดี และให้ความเคารพเกอจวิ้นอย่างยิ่ง
“เจ้ารู้ตัวตนของเกอจวิ้นหรือไม่?” โม่อวี้เฉินเอ่ยถามเสียงทุ้มลึกนัยน์ตาคมกริบ “เขาเพิ่งกลับเมืองหลวงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน”
“หม่อมฉันทราบเพคะ” กู้ชิงเฉิงพยักหน้านางค่อนข้างเข้าใจตัวละครในหนังสือนิยายเล่มนี้เป็นอย่างดีเพราะก่อนที่จะทะลุมิติมานั้น นางยังคงอ่านหนังสือนิยาย และยังคงรู้สึกไม่พอใจอยู่
“หากรู้แล้ว ก็จงอยู่ให้ห่างจากเขา” โม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์“แต่เดิมนั้น ข้าไว้ชีวิตเขา เพราะเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆแต่ช่วงนี้เขากลับเริ่มไม่สงบแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นกู้ชิงเฉิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เกอจวิ้นในหนังสือนิยายนั้นไม่ได้สงบจริงๆเขายื่นมือเข้าช่วยเหลือนางร้ายในการก่อกบฏ และช่วงเวลานี้ก็ใกล้เคียงกับตอนนี้มากแต่เพราะเรื่องราวของกู้ตงหลิงในระยะนี้ทำให้นางไม่มีเวลามากพอที่จะใส่ใจสิ่งอื่น
อีกทั้งนางก็กระตือรือร้นที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมเพื่อให้ตนเองและกู้จิ่งเซวียนพ้นจากจุดจบอันน่าอนาถ จึงลืมเรื่องของเกอจวิ้นไปคราวนี้ หากนางไม่ได้ร่วมมือกับฮ่องเต้แคว้นหลินเกอจวิ้นก็คงไม่สามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้อีก แล้วเขาจะทำอย่างไร?เกอจวิ้นมีความแค้นต่อต้าฉินและจะต้องชำระแค้นในครั้งนั้นอย่างแน่นอน
สีหน้าของกู้ชิงเฉิงยังคงสงบนิ่งแต่ภายในใจกลับสับสนปนเปนางย่อมรู้ดีว่าเกอจวิ้นปิดบังความสามารถของตนไว้เบื้องหน้านางแต่นางก็ไม่ได้เป็นผู้ใดของเขา จึงไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องสิ่งใดนางรักษาโรคร้ายให้เขา เขาก็คุ้มครองอันหยวนถังของนาง เช่นนี้ก็ดีแล้ว
อย่างไรเสียนางก็ไม่อยากให้เขาต้องมีเรื่อง หากชะตากรรมของเขาเหมือนกับในหนังสือก็คงไม่ต้องเป็นห่วง แต่ตอนนี้หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วนางเกรงว่าชะตากรรมของเกอจวิ้นก็จะเปลี่ยนไปด้วย
เพราะโม่อวี้เฉินได้เห็นแล้วว่าเกอจวิ้นมีจิตใจที่คิดกบฏ เขาคงไม่ยอมนั่งรอความตายเป็นแน่ด้วยความสามารถของโม่อวี้เฉิน การจัดการเกอจวิ้นนั้นไม่ได้ยากเย็นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นแววตาของกู้ชิงเฉิงที่หม่นลงโม่อวี้เฉินก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เจ้าช่วยเขาไม่ได้หรอกและก็ไม่จำเป็นต้องช่วยด้วย ที่เขาช่วยเจ้านั้นเป็นเพราะเจ้ามีประโยชน์ต่อเขา”อันที่จริง เขาไม่เข้าใจกู้ชิงเฉิงเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังพลาดช่วงเวลาห้าปีในชีวิตของนาง ทั้งก่อนหน้านั้นเขาก็ปฏิบัติต่อนางแย่มาก
เขาเข้าใจดีว่าตัวเขาในตอนนี้ย่อมไม่อาจเทียบได้กับสถานะของเกอจวิ้นในใจกู้ชิงเฉิงได้ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เขากังวล... เพราะเกรงว่านางจะทำสิ่งใดที่โง่เขลา
“เขาไม่เป็นเช่นนั้นหรอกเพคะ” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง
“เจ้าไม่ได้รู้จักเขาดีพอ” โม่อวี้เฉินส่ายหน้า“เสด็จพ่อเป็นคนสั่งประหารคนในครอบครัวของเขา”
“หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดจึงไม่กำจัดรากฐานให้สิ้นซากเล่าเพคะ?” กู้ชิงเฉิงจ้องมองโม่อวี้เฉิน
“เขาคือทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเกอ เสด็จแม่ย่อมไม่อาจนิ่งเฉยได้” อารมณ์ของโม่อวี้เฉินไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
“แล้วยามนี้ เสด็จแม่ของฝ่าบาทไม่ทรงใส่พระทัยแล้วหรือเพคะ?” กู้ชิงเฉิงเลิกคิ้วขึ้น
“กู้ชิงเฉิง ตระกูลเกอในตอนนั้นได้กระทำความผิดมหันต์” โม่อวี้เฉินกล่าวเสียงทุ้ม “เมื่อครั้งนั้นเสด็จแม่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียมากมาย”ที่เขาเอ่ยปากยื่นมือเข้ามาก็เพราะไม่อยากให้เสด็จแม่ของเขาต้องเสียใจอีกครั้ง มิเช่นนั้นเขาก็ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องมากมายขนาดนี้
“หม่อมฉันทราบเพคะ” กู้ชิงเฉิงตอบ “อันที่จริงแล้ว เราสามารถทำให้เขาไม่มีความผิดได้นี่เพคะ”
“เจ้าใส่ใจเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นที่สุดตอนนี้ในอกของเขาไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารู้สึกเปรี้ยวมากแค่ไหนความหึงหวงพลันพุ่งทะยานขึ้นมา
“แน่นอนสิเพคะ เขาช่วยอันหยวนถังไว้มาก ในเมืองอี๋สุ่ยนี้ หากไม่มีเขาอันหยวนถังจะสงบสุขเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ” กู้ชิงเฉิงกล่าวเสียงแผ่ว“หม่อมฉันจึงไม่อยากให้เขาต้องมีเรื่องราว”
นางเองก็รู้สึกขัดแย้งในใจหากเกอจวิ้นต้องตายอย่างอนาถ ก็เท่ากับว่าชะตากรรมได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางทีชะตากรรมของนางกับกู้จิ่งเซวียนก็อาจจะเปลี่ยนไปเช่นกัน
ทว่ายามนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผิดแผกไป รวมทั้งสถานการณ์ของนางกับกู้จิ่งเซวียนซึ่งตรงกันข้ามกับเนื้อหาในนิยายโดยสิ้นเชิงแม้กระทั่งนิสัยของพระเอกอย่างโม่อวี้เฉินก็พลิกผันไปถึงหนึ่งร้อยแปดสิบองศา
ยามนี้กู้ชิงเฉิงเกิดความหวังขึ้นเล็กน้อยนางไม่ต้องการให้เกอจวิ้นต้องตายอย่างอนาถ ไม่ว่าจะเป็นในนิยายหรือในตอนนี้เขาก็ยังคงช่วยเหลือทั้งนางมาโดยตลอด นางจึงไม่อาจทนเห็นเขาเป็นอะไรไปได้
หากเกอจวิ้นได้กระทำความผิดจริงนางก็ไม่อาจช่วยเขาได้ ทว่าในตอนนี้นางสามารถหยุดยั้งเขาจากการกระทำความผิดได้แน่นอนนางต้องทำให้โม่อวี้เฉินรู้ว่านางต้องการปกป้องเกอจวิ้น
แม้ว่าเกอจวิ้นจะไม่ใช่คนของนางและไม่ได้ทำงานให้นางแต่ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง เขาก็ยังคงช่วยเหลือเสมอมาซึ่งนางเองก็รับรู้เรื่องนี้ดี
ก่อนหน้านี้เกอจวิ้นยังช่วยนางสะสางเรื่องมือสังหารของอวี๋ชิงฮวาอย่างลับๆเรื่องนี้คนของนางสืบพบเข้า และกู่ซินก็เคยบอกนางมาก่อน ด้วยเหตุนี้นางจึงยืนกรานที่จะช่วยเกอจวิ้น เขาช่วยนางหนึ่งครั้ง นางก็ช่วยเขาหนึ่งครั้งถือว่าหายกันไป
สีหน้าของโม่อวี้เฉินแปรเปลี่ยนไม่หยุดเขาไม่อาจคาดเดาความคิดของกู้ชิงเฉิงได้ ทว่ายามนี้ก็รู้แล้วว่านางไม่ต้องการให้เขาลงมือ กู้ชิงเฉิงต้องการให้เขาให้เวลาเกอจวิ้นสักหน่อย
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ไม่ได้ตอบสิ่งใด เกอจวิ้นในยามนี้เป็นเพียงเซี่ยนจู่ตัวเล็กๆผู้ไร้ความสามารถ หากเขาต้องการจะบีบบังคับให้องค์รัชทายาทสละราชสมบัติเกรงว่าจะไร้ซึ่งพละกำลัง
ทว่าพักหลังมานี้เขากลับไม่สงบนัก เขากลับไปข้องเกี่ยวกับอดีตคนเก่าคนแก่ของเกอเยว่ผู้เป็นบิดาของเขาอยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้โม่อวี้เฉินคิดอยากจะกำจัดเขาเสียเพื่อป้องอันตรายตั้งแต่ต้น
“หม่อมฉันจะช่วยเขาเพคะ” กู้ชิงเฉิงเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่
“ดี ครานี้ ข้าจะช่วยเจ้า” โม่อวี้เฉินนึกถึงคำพูดที่กู้จิ่งเซวียนบอกกับเขาเขาจึงยอมรับปากในที่สุด อันที่จริงเขาเองก็ควรขอบคุณเกอจวิ้นในยามที่กู้ชิงเฉิงและกู้จิ่งเซวียนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดเป็นเกอจวิ้นที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
“ขอบพระทัยเพคะ” กู้ชิงเฉิงตอบแล้วลุกขึ้น “หม่อมฉันจะไปเยี่ยมรุ่ยอ๋องก่อน”
“ฝั่งรุ่ยอ๋องมีชิงหลิวอยู่ เขาจะไม่เป็นอันใดหรอก” โม่อวี้เฉินยังคงต้องการจะพูดอะไรบางอย่างทว่าเมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงลุกขึ้นจะจากไป จึงรีบเอ่ยปากห้าม
ทว่ากู้ชิงเฉิงไม่ได้สะทกสะท้าน“ชิงหลิวไม่ใช่หมอ เขาจะทำอะไรได้”
โม่อวี้เฉินรู้สึกจนใจเขาไม่ชอบใจกับเหตุผลนี้จริงๆ จึงจำต้องตามนางไปเยี่ยมรุ่ยอ๋องด้วยกัน
“มาเถิด มานั่งคุยกับข้าก่อนเถิด” รุ่ยอ๋องกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่พอดีเมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา จึงรีบเอ่ยปากชวนเพราะชิงหลิวเป็นคนตอบคำถามตามที่ถามเท่านั้น ไม่เหมาะแก่การสนทนาอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉินมาพร้อมกันแววตาของรุ่ยอ๋องก็ส่องประกาย ชิงหลิวก็รู้หน้าที่ ถอยออกไปทันทีที่จริงเขาไม่ได้เชื่อมั่นในกู้ชิงเฉิง แต่เชื่อมั่นในโม่อวี้เฉินต่างหาก
“ข้าได้ยินมาว่าอวี๋ชิงฮวาตายแล้ว” รุ่ยอ๋องเชื่อว่าเป็นฝีมือของโม่อวี้เฉินหลานชายผู้นี้ติดตามเขาอยู่ในกองทัพตั้งแต่เยาว์วัย อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นผู้เลี้ยงดูโม่อวี้เฉินมากับมืออีกทั้งโม่อวี้เฉินยังเด็ดขาดและเหี้ยมโหดเกินกว่าเขาไปมากนักศิษย์นั้นแซงหน้าอาจารย์แล้วจริงๆ
“เขาสมควรตายแล้ว” โม่อวี้เฉินพยักหน้าน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก
“เช่นนั้น เจ้าคิดหรือยังว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับตระกูลอวี๋อย่างไร”รุ่ยอ๋องกลับถามราวกับกำลังชมละคร
การบันดาลโทสะเพราะสตรีผู้เป็นที่ย่อมเป็นเรื่องปกติ ทว่าก็ต้องเลือกทางหนีทีไล่ให้ดีด้วย
“ท่านอาโปรดวางใจเถิด” โม่อวี้เฉินพยักหน้าเมื่อลงมือไปแล้ว เขาก็คิดเตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาเป็นคนที่ใช้เหตุผลเสมอแม้แต่รุ่ยอ๋องบางครั้งก็ยังรู้สึกตกใจ ทว่าบุรุษเช่นนี้เมื่ออยู่ต่อหน้ากู้ชิงเฉิงก็ราวกับเป็นคนละคน ยิ่งไปกว่านั้นจนถึงบัดนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
“อันที่จริงข้ากังวลเรื่องตำหนักบูรพาของเจ้าจนบัดนี้ยังไม่มีแม้แต่นายหญิง ใช่แล้ว ไม่ใช่ไม่มีนายหญิง แต่แม้แต่สตรีก็ไม่มีดูเจ้าสิ อายุมากเพียงนี้แล้ว!” รุ่ยอ๋องถอนหายใจอีกครั้ง
กู้ชิงเฉิงฟังแล้วก็มึนงงโม่อวี้เฉินเพิ่งอายุยี่สิบห้าปี กำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาวผู้สง่างามไม่ใช่หรือคนพวกนี้ช่าง…!
“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ หลานได้พบนางในดวงใจแล้ว” โม่อวี้เฉินกลับกล่าวพร้อมรอยยิ้มพลางขยิบตาให้รุ่ยอ๋อง คนที่เขาตามหาอยู่ก็เจอแล้วสิ่งที่เหลือก็คือจะหลอกนางกลับมา หรือพานางกลับมาอย่างไรเท่านั้น