...แม้ชีวิตใหม่หลางเทียนจะดูลำบาก อดมื้อกินมื้อ ไม่ใช่คุณชาย3 หลางเทียน แห่งตระกูลเทียน เมืองโซ่อีกต่อไป บางครั้งเขาถึงกับต้องไปจับปลา ภายในธารน้ำไหลเย็น เชี่ยวกราก ให้ท้องมีอาหาร ร่างกายซูบผอมไปบ้าง แต่ใบหน้าเขาก็เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมาประทับบนใบหน้า
ครั้นหันปรายตาไปมองกลุ่มคน ผู้เข้ามาใหม่รอบนี้ เป็จอมยุทธ์รุ่นเยาว์ เขาอดไม่ได้จะเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ชายวัยกลางคน ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูเมือง นามว่า ม้อซือ ออกมา แต่อย่างว่าเมืองตะวันเรืองไร้ชีวิตชีวาแห่งนี้ อยู่ได้เพราะเงินเก็บส่วยเ่าั้ หลางเทียนจึงเลิกเสียใจ กับเงินที่เขาเสียไป
เมื่อย่างเข้าอายุ8ปี ยังดีที่หลางเทียนได้เด็กหญิง ที่เขาเคยเจอหน้าทางเข้าเมืองก่อนหน้านี้ นางขอร้องท่านพ่อ มอบที่พักหลังเก่า ญาติของนางที่ย้ายจากเมืองนี้ไป ให้หลางเทียนใช้ซุกหัวนอน ผ่านพ้น่หน้าหนาวที่เย็นเหยียบ เสียดแทงกระดูกไปได้2ปี ทำให้หลางเทียน สนิทกับซิ่วฮวา เด็กหญิงข้างบ้านไม่น้อย
เช้าที่อากาศเย็นเหยียบ ลมหนาวปะทะใบหน้า หลางเทียนขี่เ้าลาโง่ ผ่านตรอกตีเหล็ก เด็กหญิงนามว่าซิ่วฮวา กล่าวทักทายหลางเทียนออกมา “เ้าจะไปที่ธารน้ำอีกแล้วเช่นนั้นหรือ?”
หลางเทียนพยักหน้าให้เด็กหญิง “หากข้าได้ปลา ข้าจะเอามาฝากเ้า กับท่านพ่อ”
“อืมๆ ระวังด้วยล่ะ”
หลางเทียนขี่เ้าลาโง่ผ่านตรอกนี้อยู่บ่อยครั้ง ครั้นหันปรายตาไปมอง เห็นชายแก่ถือไม้เท้า เข้ามาภายในเมือง พร้อมตัวเขาเมื่อ2ปีก่อน กำลังเล่านิทานให้เด็กๆ นั่งล้อมวงฟังอย่างตั้งใจ
หลางเทียน เขาเคยได้ยินมันจนเบื่อ จากปากของชายแก่ เื่วิญญูชนขี่ลา ตวัดพู่กัน ทิศบูรพา สร้างูเาแม่น้ำ ชายชรานักเล่าเื่ ทิศอุดร ลมปากเคลื่อนขุนเขา เทพกระบี่ นักตีดาบ ทิศประจิม เพลงกระบี่ดุดันแข็งกร้าว บัณฑิตหน้าเด็ก ทิศทักษิณ ผู้เชี่ยวชาญทำลายค่ายกล ราวกับเป็สวนหลังบ้าน
...ไม่นานหลางเทียน ก็เดินทางมาถึงต้นน้ำลำธารที่หนาวเย็น ขึ้นเขาห่างจากเมืองไปไม่มากนัก เดินทางมาร่วมชั่วโมงก็ถึงที่หมาย ก่อนปล่อยเ้าลาโง่ เดินเล็มหญ้า บริเวณธารน้ำ พร้อมร่างเด็กหนุ่ม จะเริ่มลงไปจับปลาตามโขดหิน
ด้วยท่วงท่าที่ปราดเปรียวของหลางเทียน ฝ่ามือควานลงไปตามซอกหินอย่างชำนาญ ครู่เดียวเขาก็วิ่งเข้าหาฝั่ง พร้อมปลาขนาดไม่ใหญ่มากนัก มาใส่ไว้ภายในตะกร้าไม้ไผ่สาน ตัวแล้วตัวเล่า ถูกหลางเทียนจับขึ้นมา อย่างเชี่ยวชาญ
ครั้นหลางเทียนเห็นว่า ได้ปลามาพอแล้ว เขาจึงนั่งพักบริเวณโขดหิน ถอนหญ้าอ่อนริมธารน้ำ เอาไปให้เ้าลาโง่กินบ้าง เป็บางครั้ง
ระหว่างนั้นมีเสียงฝีเท้า ม้าหลายตัว วิ่งห่อตะบึงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนกลุ่มจอมยุทธ์อนุชนรุ่นเยาว์ ที่ขี่ม้าจะลดความเร็วลง เมื่อศิษย์หญิง อายุราวๆ 12ปี ยกฝ่ามือเป็สัญญาณผ่อนความเร็ว
ซุยเฟิง นางมองมาที่หลางเทียนอยู่แวบหนึ่ง เห็นหลางเทียนเด็กหนุ่มประหลาด มาอยู่บริเวณนี้อยู่บ่อยครั้ง เนื่องด้วยพวกเขา ควานหาของล้ำค่าไปทั่วูเา อดไม่ได้ที่จะถอนลมหายใจออกมายาว ก่อนจะหยุดม้า กล่าวไต่ถามหลางเทียนออกมา
“เ้ามีนามว่าอะไรเ้าเด็กหนุ่ม” เด็กสาว ซุยเฟิง ที่ไต่ถามหลางเทียน เห็นได้ชัด นางแปลกใจการมีอยู่ของหลางเทียน ภายในสถานที่แห่งนี้ เด็กหนุ่มอายุ8ปี ผิวพรรณเขาไม่เหมือนปุถุชน คนธรรมดาทั่วไป แม้จะผอมแห้งไปบ้างก็ตาม แต่ไม่อาจหลบเลี่ยง สายตาแหลมคม นางไปได้ ทว่านางก็ไม่คิดถามความหลังอีกฝ่าย
หลางเทียนส่งหญ้าให้เ้าลาโง่กิน เสียง หงับ!! หงับ!! ฟันของลา มันจะบดเคี้ยวเอื้อง ก่อนเขาจะหันซ้ายหันขวา จนแน่ใจว่า เด็กสาวเนินูเาลูกใหญ่ดึงดูดสายตา ไต่ถามตัวเขา หลางเทียนจึงกล่าวตอบออกไป “เรียกข้าว่าคนบ้าก็ได้”
กลุ่มพวกเขาต่างก็ขำขันออกมา “ฮ่าๆ มีเช่นนี้ด้วยหรือ คนที่ยอมรับว่าตนเองบ้า ดูสิพี่หญิง”
หญิงสาวยกฝ่ามือห้ามปรามพวกเขา ก่อนเอ่ยพูดเข้าประเด็น พรางอธิบายออกมา “เ้าเคยเห็น สิ่งของที่มีรอยแตกร้าวสีทอง คล้ายแผ่นกระดาษติด ผ่านตาเ้าบ้างหรือไม่?”
หลางเทียนมีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหัวออกมา หญิงสาวหัวหน้ากลุ่ม นางถอนลมหายใจออกมายาว ด้วยความเสียดาย นึกว่าจะได้คำตอบที่ดีกว่านี้
“เข้าไปภายในเมืองกันเถอะ พี่หญิง” เด็กหนุ่มที่ขี่ม้าตัวใหญ่กล่าวพูด พร้อมพวกเขาพยักหน้าให้กัน
เด็กสาวภายในกลุ่มเตรียมจะควบม้าจากไป นางกล่าวพูดด้วยใบหน้านึกสนุก “เรามาแข่งกัน ใครลงไปถึงร้านตีเหล็ก ได้ก่อนเป็ฝ่ายชนะดีหรือไม่”
ก่อนเด็กสาว จะหันปรายตาไปบอกกล่าวหลางเทียน “เ้าด้วย เ้าเด็กบ้า หากเ้าตามพวกเราทัน ใน100ลมหายใจ ข้าจะมีของรางวัลให้เ้า”
พร้อมพวกเขาจะควบม้า ลงไปตามเส้นทางูเา “ฮ่าๆ พี่หญิงก็... จะให้เอาม้าชั้นดี ไปแข่งกับลาโง่ตัวนั้นได้อย่างไร”
พร้อมเสียงม้าร้อง ฮี้!! วิ่งควบฝุ่นตลบออกไปยาว
หลางเทียน หันกลับไปมองธารน้ำแวบหนึ่ง มีก้อนหินที่มีรอยแตกร้าวสีทอง คล้ายแผ่นกระดาษ ติดอยู่ภายในธารน้ำ ที่เขาจับปลาเมื่อครู่ ก่อนละสายตาจากมันไป เมื่อเห็นเ้าลาโง่ มันทำเสียง บรือ!! มีอาการไม่พอใจ กลุ่มคนพวกนั้นดูถูกดูแคลนมัน
หลางเทียนถามทันที ก่อนจะขึ้นขี่หลังมัน “เ้ามั่นใจว่าจะชนะหรือ?” ลาโง่มันเขี่ยเท้าแกลกๆ ไม่คิดยอมแพ้พวกม้าคึกคะนองเ่าั้ แล้วพาหลางเทียน พุ่งตรงลงจากเนินเขา ไม่ใช้เส้นทางอ้อมแต่อย่างใด ทำให้หน้าตา เสื้อผ้า หลางเทียน เต็มไปด้วยกิ่งไม้ที่ถูกครูด จนเด็กหนุ่มต้องกอดมันไว้ให้มั่น
“เ้า!! เ้า!! บ้าไปแล้วหรือ!!” แม้หลางเทียนจะรับรู้ว่า ลาตัวนี้ไม่เหมือนลาตัวอื่นก็ตาม
กลุ่มจอมยุทธ์ที่ควบม้าไป หันกลับมามองหลางเทียน แวบหนึ่งพวกเขาก็มองไม่เห็น เด็กหนุ่มกับเ้าลาโง่แล้ว พวกเขาต่างก็ส่ายหัวออกมา “เกรงว่าจะเป็พี่หญิง จะชนะอีกแล้วกระมังคราวนี้” พร้อมเสียง ย้า!! พวกเขา ควบม้าตามกันไปอย่างรวดเร็ว...
ไม่ถึง20นาที พวกเขาก็มาหยุดรอหน้าทางเข้าเมืองตะวันเรืองอีกครั้ง ทว่าใครจะไปคิด เห็นเด็กหนุ่มกับลาโง่ของเขา ตามห่างพวกเขามาไม่ถึง10ลมหายใจ พร้อมสภาพคนขี่ ที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก สายตาพวกเขาเต็มเปี่ยม ไปด้วยความไม่อยากเชื่อทันที