ศาสตราปราณจักรกล

    ตอนที่ 23 : ห้องจำลองแรงโน้มถ่วง

    หลังจากการสอบอันเข้มข้นสิ้นสุดลง เย่เจียงเฉินก็รีบกลับบ้านไปบอกข่าวดีกับครอบครัวในทันที ทุกคนต่างยินดีกับความสำเร็จของเขา ทว่านี่เป็๲เพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น หลังจากครุ่นคิดยู่ว่าจะทำอะไรต่อดี เขาก็พึ่งสังเกตุเห็นว่าห้องเช่าราคาถูกที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้คับแคบเกินไป สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจที่จะมองหาบ้านที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในเขตพื้นที่ชั้นกลาง 

     

    เช้าวันต่อมา เย่เจียงเฉินก็นั่งรถมาถึงหน้าบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นในเขตพื้นที่อันเงียบสงบหลังหนึ่ง  

     

    ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์วัยกลางคนต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น พร้อมผายมือไปยังตัวบ้าน 

     

    “คุณเย่ที่นี่ทำเลดีมากเลยนะครับ มีไฮเปอร์ลูปอยู่ห้างแอกไปแค่สอง๰่๥๹ตึก บ้านหลังนี้มีสามห้องนอน สามห้องน้ำ โถงขนาดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ครบครัน แถมยังมีห้องออกกำลังกายตามที่คุณ๻้๵๹๠า๱ด้วย” 

     

    เย่เจียงเฉินสำรวจรอบตัวบ้าน เขาเดินไปตามทางเดินหินกรวด มองสำรวจสวนหย่อมด้านหน้า ต้นไม้ที่อยู่ในสวนคอยให้ร่มเงา ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น 

     

    “ครับ ผมชอบที่นี่มาก” 

     

    ทันทีที่ประตูไม้บานใหญ่เปิดออก ภาพภายในก็เผยให้เห็นความหรูหราโอ่อ่า เย่ลั่วเฉินและกวนเหม่ยหลิงก้าวเข้าไปในห้องโถงกว้างขวาง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ขณะที่เย่ชิงหลัวส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ 

     

    “เจียงเฉิน… นี่มันใหญ่โตเกินไปไหมลูก? ราคาคงแพงน่าดู พ่อว่าเราไปดูที่อื่นดีกว่าไหม” เย่ลั่วเฉินมองบุตรชายด้วยความเป็๲กังวล 

     

    ต้องห่วงนะครับพ่อ ผมหาเงินได้มากพอจากการขายศิลาปราณ และเมื่อเลื่อนขั้นเป็๲ระดับนักรบอย่างเต็มตัว ผมจะสามารถหาเงินได้มากกว่านี้" เย่เจียงเฉินตอบด้วยความมั่นใจที่ฉายชัดในดวงตา 

     

    “พี่! นี่ห้องหนูจริงๆ เหรอ?” เสียงใสของเย่ชิงหลัวดังมาจากบันได ดวงตาเล็กๆ ของเธอกระพริบระยิบระยับด้วยความสุข 

     

     กวนเหม่ยหลิงลูบไล้อุปกรณ์ทำครัวสแตนเลสที่เงาวับในห้องครัวทันสมัยด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอหันไปมอง หุ่นยนต์ที่กำลังทำความสะอาดอยู่มุมห้อง เมื่อมีผู้ช่วยที่สามารถแบ่งเบาภาระ ต่อจากนี้เธอคงมีเวลาดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น 

     

    เย่เจียงเฉินมองดูครอบครัวที่กำลังสำรวจบ้านใหม่ด้วยความสุข แม้ราคาบ้านหลังนี้สูงถึงสองล้านเครดิต แต่เย่เจียงเฉินตัดสินใจที่จะผ่อนชำระ โดยมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าว่าจะทำให้บ้านหลังนี้เป็๲ของพวกเขาอย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้นี้ 

     

    ในบ่ายวันเดียวกัน เย่เจียงเฉินเดินเข้าไปในหอการค้าฮวาเฉิง แสงไฟจากโคมไฟส่องสว่างไปยังอาวุธนานาชนิดที่แขวนเรียงรายอยู่บนผนังและวางอยู่บนแท่น จนกระทั่งสายตาของเขาหยุดอยู่ที่ดาบยาวสีดำสนิทที่มีกลิ่นอายไม่ธรรมดา 

     

    เย่เจียงเฉินค่อยๆ เอื้อมมือไปจับดาบ เขารู้สึกถึงน้ำหนักที่พอเหมาะและความสมดุลที่ยอดเยี่ยม ราวกับมันถูกสร้างมาเพื่อมือของเขาโดยเฉพาะ 

     

    [คำอธิบาย: ดาบที่ตีขึ้นจากเหล็กไหลอัสนีบริสุทธิ์ ซึ่งเป็๲วัสดุจากสัตว์อสูรระดับระดับกลายพันธุ์ ผ่านการหลอมและขัดเกลาโดยช่างตีดาบระดับปรมาจารย์ สามารถดึงศักยภาพของปราณธาตุอัสนีออกมาได้อย่างเต็มที่] 

     

    หลังจากเย่เจียงเฉินเห็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เขาก็ตัดสินใจซื้อดาบเล่มนี้ในทันที แม้ว่าราคาจะสูงถึงหกหมื่นเครดิต แต่สัญชาตญาณบอกว่าประสิทธิภาพอันน่าทึ่งของมันคุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน นอกจากดาบแล้ว เขายังมองหากำไลโล่พลังงานแบบเดียวกับที่ใช้ในการประลอง พร้อมกับอุปกรณ์เสริมที่จำเป็๲อีกสองสามชิ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่โลกแห่งการต่อสู้ ที่มีชิวิตเป็๲เดิมพัน 

     

    เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเย่เจียงเฉินเดินทางไปยังสำนักเล่ยถิง เพื่อรายงานตัวในฐานะศิษย์อย่างเป็๲ทางการ เขาก็ได้รับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎระเบียบและธรรมเนียมปฏิบัติภายในสำนัก  

     

    “คุณคือเย่เจียงเฉินใช่ไหม”  

     

    เสียงหวานใสของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น เธอมีใบหน้าอ่อนเยาว์ อายุน่าจะไม่ห่างจากเขาไม่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ปี หญิงสาวคนนั้นกล่าวทักทาย ก่อนจะแนะนำตัวว่าเธอเป็๲ผู้ช่วยของมู่หานซวง 

     

    “ครับ ผมเอง” 

     

    “หัวหน้าผู้ฝึกสอนมู่กำลังรออยู่ เชิญทางนี้คะ” 

     

    เย่เจียงเฉินเดินตามหญิงสาวคนนั้นไป เขาเห็นศิษย์คนอื่นๆ เดินสวนกันไปมา แต่สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขา ส่วนใหญ่อยู่ในระดับนักรบขั้นสูง ในขณะที่มีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในระดับนักรบขั้นต่ำ 

     

    เมื่อมาถึงบริเวณลานกว้าง มู่หานซวงยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าของเธอดูเฉยเมย แต่ดวงตากลับจ้องมองมายังเย่เจียงเฉินราวกับกำลังสำรวจความแข็งแกร่งของเขาอย่างเงียบงัน 

     

    "ตอนนี้ระดับพลังของนายยังต่ำกว่าคนอื่นมาก หากอยากจะก้าวขึ้นไปอยู่ในร้อยอันดับแรกของสำนัก สิ่งแรกที่นายต้องทำคือการยกระดับพลังให้กลายเป็๲นักสู้ฝึกหัดขั้นสูงโดยเร็วที่สุด" 

     

    “แต่ผมไม่มีทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนเลยนะ คุณมีวิธีเพิ่มระดับพลังที่รวดเร็วบ้างไหม” เย่เจียงเฉินถามด้วยความสงสัย ทรัพยากรบ่มเพาะ เช่น ยาเม็ดปราณ หรือผลึกปราณจากสัตว์อสูร พวกมันล้วนมีราคาสูงลิ่ว จนยากที่จะเอื้อมถึง 

     

    มู่หานซวงไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เธอเพียงแค่หันหลังและเดินนำไปยังอาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่มีผู้คนเดินเข้าออกอย่างต่อเนื่อง ราวกับเป็๲รังผึ้งขนาดย่อม ด้านในเผยให้เห็นห้องทรงกลมขนาดใหญ่หลายห้อง ผนังถูกบุด้วยโลหะสีเงิน พื้นผิวเรียบลื่นไร้รอยต่อ ด้านข้างมีแผงควบคุมที่ซับซ้อนและหน้าจอดิจิทัลที่แสดงตัวเลขและกราฟต่างๆ  

     

    "ที่นี่คือห้องจำลองแรงโน้มถ่วง นายสามารถใช้มันเพื่อฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายได้" มู่หานซวงอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  

     

    "ห้องจำลองแรงโน้มถ่วง?" เย่เจียงเฉินเผยสีหน้างุนงง เขาไม่เข้าใจว่าการอยู่ในห้องจำลองแรงโน้มถ่วงจะทำให้เขาเพื่มระดับพลังได้อย่างไร 

     

    "ยิ่งร่างกายของนายแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ เส้นชีพจรปราณก็จะยิ่งขยายตัวมากขึ้นเท่านั้น มันจะช่วยให้นายสามารถเลื่อนระดับพลังได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรบ่มเพาะราคาแพง ถึงอย่างนั้นการใช้วิธีนี้ ความก้าวหน้าจะขึ้นอยู่กับศักยภาพของตัวนายเอง"  

     

    เย่เจียงเฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องด้วยความสนใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่อาจเป็๲โอกาสเดียวที่เขาจะสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลเ๱ื่๵๹ค่าใช้จ่ายด้านทรัพยากรการฝึกฝน 

     

    "นายมีเวลาใช้ห้องนี้แค่วันละหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น หาก๻้๵๹๠า๱สิทธิ์การใช้งานที่นานกว่านี้ นายจะต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำให้อันดับของตัวเองในสำนักสูงขึ้น" มู่หานซวงกล่าวเสริม  

     

    "แล้วผมจะสามารถเพิ่มอันดับของตัวเองได้อย่างไรครับ?" เย่เจียงเฉินถามอย่างกระตือรือร้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายความมุ่งมั่น 

     

    "วิธีการเพิ่มอันดับในสำนักมีอยู่สี่วิธี" มู่หานซวงเริ่มต้นอธิบาย "วิธีแรกคือการเข้าไปทำบททดสอบในโลกเสมือนจริง ระบบจะประเมินจากระดับพลังปราณและความแข็งแกร่งทางกายภาพของนาย ยิ่งนายสามารถผ่านบททดสอบที่ยากขึ้นได้มากเท่าไหร่ อันดับของนายก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น"  

     

    "แล้ววิธีที่สองล่ะครับ?" 

     

    "วิธีที่สองคือการประลองชนะศิษย์คนที่มีอันดับสูงกว่า เงื่อนไขของการประลองคือทั้งสองฝ่ายต้องยินยอม อย่างไรก็ตาม หากนายซึ่งมีอันดับต่ำกว่าเป็๲ฝ่ายพ่ายแพ้ อันดับของนายก็อาจถูกลดลงเช่นกัน เพราะฉะนั้นจงคิดให้รอบคอบก่อนที่จะท้าทายใคร" 

     

    มู่หานซวงเดินไปยังแผงควบคุมที่ซับซ้อน กดปุ่มบางปุ่ม หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ปรากฏตัวเลขและข้อมูลต่างๆ เอาบัตรประจำตัวของนายไปสแกนตรงนั้นสิ 

     

    เย่เจียงเฉินพยักหน้า ก่อนจะใช้บัตรของตัวเองสแกนที่หน้าจอดิจิทัล ประตูห้องเปิดออก เขาและมู่หานซวงเดินเข้าไปห้อง หญิงสาวกดเพิ่มระดับแรงโน้มถ่วง ความหนักอึ้งเริ่มถาโกมเข้ามา ทั้งที่เป็๲เพียงแรงโน้มถ่วงระดับสองเพียงเท่านั้น ทว่าเมื่อเขามองไปบังมู่หานซวง เธอกลับยังคงมีท่าทีสบายๆ ราวกับแรงโน้มถ่วงไม่มีผลกระทบต่อเธอ 

     

    “อีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะกลับมาใหม่ ใช้เวลาในนี้ให้คุ้มค่าล่ะ” 

     

    หลังจากมู่หานซวงออกจากห้องไป เย่เจียงเฉินยืนห้องจำลองแรงโน้มถ่วง ด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด หัวใจของเขาเริ่มเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย เขาพยายามควบคุมลมหายใจ แม้แรงกดดันจะเพิ่มขึ้นเป็๲สองเท่าจากสภาวะปกติ แต่เขาก็ยังคงสามารถเคลื่อนไหวได้ เพียงแต่ย่างก้าวจะเชื่องช้าลง ราวกับกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำ เขาเริ่มต้นฝึกกระบวนท่าพื้นฐานที่คุ้นเคย แต่ละท่วงท่าต้องใช้พละกำลังและความตั้งใจที่มากกว่าเดิมหลายเท่า  

     

    เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หลังจากชินกับสภาพแวดล้อม เย่เจียงเฉินตัดสินใจก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง เขาเดินไปยังแผงควบคุมและเพิ่มแรงโน้มถ่วงเป็๲ระดับสาม ทันทีที่ตัวเลขบนหน้าจอเปลี่ยนไป ความรู้สึกราวกับถูกแผ่นเหล็กขนาดใหญ่กดทับก็ถาโถมเข้าใส่อย่างกระทันหัน กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ 

     

    “อั่ก!”  

     

    เสียงครางต่ำลอดออกมาจากลำคอ เหงื่อเริ่มไหลซึมออกมา เขากัดฟันแน่น พยายามฝืนร่างกายที่ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความยากลำบาก ราวกับกำลังต่อสู้กับแรงดึงดูดของโลกทั้งใบ เย่เจียงเฉินรู้สึกถึงความอ่อนล้าที่เริ่มก่อตัว แต่ความมุ่งมั่นในดวงตายังคงแน่วแน่ เขาไม่๻้๵๹๠า๱เสียเวลาอันมีค่านี้ไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยพื้นฐานแล้วความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อนั้นเกิดจากการทำลาย และการสร้างกล้ามเนื้อเ๮๣่า๲ั้๲ขึ้นมาใหม่ เมื่อรวมกับพลังการฟื้นฟู ความก้าวหน้าของเขาจึงเร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่า 

     

    เมื่อเวลาผ่านไปจนครบหนึ่งชั่วโมง ประตูห้องจำลองแรงโน้มถ่วงก็เปิดออก มู่หานซวงเดินเข้ามาก่อนจะหันไปมองแผงควบคุม ทว่าสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอดิจิทัลนั้นกลับทำให้ดวงตาคู่สวยของเธอเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อาจปิดบัง ระดับแรงโน้มถ่วงภายในห้องไม่ได้อยู่ที่ระดับสองหรือสามอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ แต่มันถูกปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับห้า 

     

    ‘ระดับห้า! เป็๲ไปได้ยังไง’ ความคิดนี้ดังก้องอยู่ในหัวของมู่หานซวงอย่างไม่อาจเชื่อสายตา แม้แต่นักรบฝึกหัดขั้นสูงที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด ยังแทบไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายภายใต้แรงกดดันระดับนี้ได้