POV : Kyouya
สายฝนยามค่ำคืนพัดกระหน่ำซัดสาดเข้าใส่กระจกห้องทำงานอย่างบ้าคลั่ง ฟ้าร้องครืนครั่นสะท้อนดุจหัวเราะเยาะเย้ยความว่างเปล่าในอก
หนึ่งเดือนเต็มที่แสนทรมานและน่าหงุดหงิด นับแต่มิกะหนีไปจากที่นี่ ในใจของผมเต็มไปด้วยความกังวลภายใต้เปลือกนอกอันเ็า เธอจะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน? จะกินอิ่มนอนหลับไหม? เด็กสาวตัวคนเดียวจะเอาตัวรอดอย่างไรในเมืองใหญ่ที่อันตรายนี้
ผมหมุนแก้วบรั่นดีช้า ๆ จ้องมองหน้าจอที่แสดงการส่งรหัสผ่านของ Pluvia Cybersecurity มิกะยังทำงานส่งตรงเวลาทุกวันผ่านการรีโมต โค้ดของเธอสมบูรณ์แบบและแข็งแกร่งจนน่าทึ่ง ทุกครั้งที่เห็นสัญญาณออนไลน์ของเธอในระบบ ผมถึงจะระบายลมหายใจโล่งอกได้ว่าเธอยังปลอดภัย ทว่าความเด็ดเดี่ยวของเธอกลับยิ่งทำให้ผมห่วงว่ายัยหนูจะกดดันตัวเองมากเกินไปเพื่อปลดหนี้สินบ้า ๆ นั่นให้พ้นตัว
เพนต์เฮาส์หรูหรายามนี้กลับดูเงียบเหงาเกินไป กลิ่นหอมละมุนกึ่งวนิลาของมิกะจางหายไปสิ้น เหลือเพียงกลิ่นซิการ์และกลิ่นกาแฟเย็นชืด ช่องว่างในบ้านหลังนี้ไม่ใช่การสูญเสียของมีค่า ทว่ามันคือการสูญเสียหัวใจไปต่างหาก
ผมปรายสายตามองไปยังมุมมืด ชินยังคงยืนสงบเงียบงันเป็เงาติดตามตัวดุจทุกวัน ชินทำหน้าที่บอดี้การ์ดและคนรักได้อย่างไร้ที่ติ ทว่าผมััได้ถึงความอึดอัดและความโหยหาที่ซ่อนเร้นอยู่ลึก ๆ ความสัมพันธ์ของพวกเรามั่นคงขึ้นหลังจากเคลียร์ใจเื่อดีตห้าปีก่อน ทว่าการไร้เงาของเด็กสาวผู้เป็ที่รักกลับทิ้งช่องว่างรูใหญ่ไว้ในใจของพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"คุณเคียวยะครับ... เตรียมรถพร้อมแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำของชินดังขึ้นจากความมืดมิด
ผมวางแก้วลงบนโต๊ะ "คนของเสี่ยชัยกบดานอยู่ที่ไหน?"
"โกดังร้างฝั่งตะวันออกใกล้แม่น้ำครับ... พวกมันลักลอบตั้งเครื่องดักจับสัญญาณ และสแกนพิกัดต้นทางที่รีโมตเชื่อมต่อของคุณมิกะได้สำเร็จ คาดว่าพวกมันกำลังเตรียมส่งทีมติดอาวุธบุกกักตัวเธอจากเซฟเฮาส์ลับคืนนี้เพื่อบังคับทวงหนี้และแย่งชิง Pluvia ครับ" ชินรายงานพลางขยับปืนพกคู่กายให้พร้อมสู้รบ
หัวใจของผมกระตุกวูบด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวว่ามิกะจะได้รับอันตราย ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะเปลี่ยนเป็เพลิงโทสะอันร้อนแรง
"หึ... ไอ้สุนัขลอบกัดที่คิดจะชิงของของฉัน" ผมเอ่ยเสียงเรียบพลางเค้นยิ้มเหี้ยม ทว่าในใจสั่นระริกด้วยความกลัวว่าคนพวกนั้นจะแตะต้องเธอ
ผมลุกขึ้น คว้าเสื้อคลุมยาวกันฝนสีดำมาสวมทับ แววตาคมดุจเหยี่ยววาบโรจน์ด้วยจิตสังหารอันป่าเถื่อน มาเฟียสายเือิตาลีผสมยากุซ่าอย่างดันเต้ เคียวยะ ไม่เคยปล่อยให้เศษสอยมารังแกสิ่งที่เป็ของผม ยิ่งมิกะเป็ทั้งคนที่ผมแอบรักและเฝ้ามองมาตลอดห้าปี... ใครที่คิดจะแตะต้องเธอ ต้องเตรียมตัวเผชิญหน้ากับนรก
---
พายุฝนภายนอกตกลงมาอย่างหนักหน่วง รถลีมูซีนแล่นฝ่ากระแสน้ำมุ่งหน้าสู่เขตอุตสาหกรรมเก่าฝั่งตะวันออก
ผมสบสายตากับชิน แผลเป็ยาวที่ไหล่ซ้ายจากการปกป้องชีวิตผมยังคงเตือนใจให้ผมรักและหวงแหนผู้ชายคนนี้ไม่แพ้มิกะ และในคืนนี้เราสองคนกำลังจะเดินทางร่วมกันเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามที่บังอาจคิดจะทำร้ายยัยหนูในความคุ้มครองของเรา
รถแล่นมาจอดในซอกตึกมืดเื้ัโกดังเก่า หยาดน้ำฝนเปียกชื้นส่งกลิ่นสนิมคละคลุ้ง ลูกน้องมาเฟียฝีมือดีในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถพร้อมปืนกลเก็บเสียงครบมือ ชินก้าวลงไปเปิดร่มสีดำบังฝนให้ผม
"บุกเข้าไป... เคลียร์พื้นที่อย่าให้เหลือซากและพยาน" ผมสั่งเสียงเย็นะเื
ชินพยักหน้ารับคำสั่งพลางชักปืนพกติดท่อเก็บเสียงขึ้นมากระชับ ร่างของเขาเคลื่อนไหวว่องไวดุจเงาปีศาจนำหน้าลูกน้องบุกทะลวงเข้าไปอย่างเด็ดขาด
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นแ่เบาสลับกับเสียงร่างสมุนแก๊งเสี่ยชัยที่ล้มทรุดจมกองเื ชินเหนี่ยวไกอย่างแม่นยำและโเี้ ทุกนัดเจาะเข้าจุดตายอย่างเด็ดขาด ความดิบและเ็าของชินยามลงมือสะท้อนสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ทำให้ผมหลงใหลในตัวเขามาตลอดสามปี
ผมก้าวตามเข้าไปด้านในโกดังช้า ๆ ก้าวข้ามกองเืและซากศพอย่างไม่แยแส แววตาสีนิลกวาดมองความโกลาหลเบื้องหน้า
ภายในโกดังที่มืดสลัว ร่างของ 'เสี่ยชัย' เ้าพ่อเงินกู้นอกระบบนั่งสั่นสะท้านอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าอ้วนซีดเผือด ปลายกระบอกปืนของชินจ่อแน่นอยู่ที่ขมับของมันจนเนื้อบุ๋มลึก รอบกายมันคือซากอุปกรณ์ดักสแกนสัญญาณที่ถูกทำลายจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น
"ขะ... คุณเคียวยะ! ได้โปรดเมตตาไว้ชีวิตผมด้วยครับ! ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ายัยมิกะเป็คนของคุณ!" เสี่ยชัยร่ำไห้ตัวสั่นะเื สองมือพนมไหว้อ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าสมเพช "ผมแค่พยายามตามทวงเงินที่เรนมันโกงไป... ผมไม่เคยคิดจะล่วงเกินคุณเคียวยะเลยครับ!"
ผมก้าวเข้าไปหยุดประจันหน้า ยกเท้าเหยียบกดบนหลังมืออ้วนของมันบนโต๊ะ บดขยี้ลงไปจนเสียงกระดูกนิ้วแตกหักลั่นกร๊อบ เสี่ยชัยกรีดร้องด้วยความเ็ปทรมานแสนสาหัส
"มิกะไม่ใช่ลูกหนี้แกอีกต่อไป..." ผมเอ่ยเสียงต่ำดุดันและเย็นเยียบ "และตัวมิกะ... ก็เป็ของฉันแต่เพียงผู้เดียว คนไร้หัวนอนปลายแถวอย่างแก ไม่มีสิทธิ์คิดสะกดรอยหาพิกัดของเธอ"
"ผมขอโทษครับ! ผมยอมยกเลิกหนี้ทั้งหมด! ผมจะไม่เข้าใกล้มิกะอีกแล้วครับ!" มันร้องโอดครวญพลางกระอักเืออกมา
"สายไปแล้วเสี่ยชัย..." ผมละเท้าออกจากมือเปื้อนเื ดึงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดรองเท้า "ชิน... จัดการทำความสะอาดพื้นที่ซะ อย่าให้เหลือเศษซากสุนัขตัวไหนมาคอยดักดมกลิ่นกวนใจยัยหนูของฉันได้อีก"
"ครับ... คุณเคียวยะ" ชินรับคำเสียงเฉียบ แววตานิ่งสงบไร้ความรู้สึก
ผมหมุนตัวก้าวออกจากโกดังกลับขึ้นรถลีมูซีนทันที ทิ้งเสียงปืนเก็บเสียงที่ดังขึ้นตามหลังอีกหนึ่งนัดพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของเสี่ยชัยไว้เื้ั
---
พายุฝนยังคงกระหน่ำขณะรถยนต์คันหรูแล่นมุ่งหน้ากลับเพนต์เฮาส์ ชินก้าวขึ้นมานั่งเบาะหลังหลังจากเคลียร์สถานที่เสร็จสิ้น
ชินขยับเนกไทเล็กน้อยสบสายตากับผม "จัดการเคลียร์ระบบและทำลายร่องรอยทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ"
"ดีมากชิน..." ผมเอนหลังพิงเบาะ หลับตาลงระบายความเหนื่อยล้า "สั่งการให้สายสืบทุกคนปิดปากเงียบเื่การกวาดล้างแก๊งเสี่ยชัยคืนนี้ ห้ามใครแพร่งพรายเื่นี้ให้มิกะรับรู้เด็ดขาด"
ชินเงียบไปชั่วครู่ ก่อนถาม "ทำไมล่ะครับคุณเคียวยะ? ถ้าคุณมิกะรู้ว่าคุณคอยปกป้องเธอ... เธออาจจะยอมลดทิฐิ ยอมกลับมาหาพวกเราและหวาดระแวงคุณน้อยลงนะครับ"
"ไม่จำเป็ชิน..." ผมลืมตาขึ้นมองแสงไฟภายนอกรถที่สะท้อนผ่านหยาดน้ำฝน "ฉัน้าให้มิกะมีสมาธิทำงานเขียนระบบ Pluvia โดยไม่ต้องพะวงอันตราย และฉันไม่อยากให้ยัยเด็กนั่นรู้ตัวว่าฉันคอยปกป้องเธอขนาดนี้ ปล่อยให้เธอคิดว่าเธอยังมีอิสระปลอม ๆ ในการหลบซ่อนตัวต่อไปเถอะ"
ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่ใส่ใจ ทว่าในอกกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดละอายใจลึก ๆ ผมรู้ดีว่าสาเหตุที่มิกะหนีไปเป็เพราะความบ้าคลั่งของผมในคืนนั้นที่บีบคั้นเธอมากเกินไป ผมไม่อยากให้เธอรู้ว่าผมคอยคุ้มครองเธอ เพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกเหมือนถูกกดดันหรือทวงบุญคุณจนต้องจำยอมกลับมาหาผมด้วยความอับอาย ผมอยากให้เธอกลับมาหาพวกเราด้วยใจที่ยอมเปิดรับจริง ๆ
"เพราะอีกไม่กี่วัน... กำหนดส่งมอบคีย์ความปลอดภัยขั้นสุดท้ายจะมาถึง และมิกะจำเป็ต้องก้าวเท้าเข้าออฟฟิศ Pluvia มาเซ็นอนุมัติเอกสารและคีย์รหัสด้วยตัวเองในห้องประชุมใหญ่ต่อหน้าบอร์ดบริหารของบริษัท"
ผมเอ่ยกับชินพลางทอดสายตามองออกไปนอกรถ ทว่าในใจกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างแสนสาหัส หนึ่งเดือนที่ไม่ได้กอดเธอมันทำให้ผมแทบจะเป็บ้า
"ฉันปล่อยให้นกน้อยได้บินเสพอิสระมาหนึ่งเดือนแล้วชิน... ถึงเวลาที่ต้องดึงเชือกดึงนกน้อยตัวโปรดกลับคืนกรงที่เพนต์เฮาส์เสียที และเมื่อเธอก้าวเท้ากลับเข้ามา... ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอหนีได้อีก"
ผมจงใจใช้น้ำเสียงดุดันแบบมาเฟียเพื่อบดบังความอ่อนแอในใจ ชินสบตาผมเงียบ ๆ พยักหน้ารับคำสั่งอย่างภักดี ทว่าในแววตาบอดี้การ์ดหนุ่มยังคงซ่อนประกายความหวาดกลัวและสับสนเอาไว้ลึกล้ำ
---
เมื่อรถลีมูซีนเลี้ยวเข้าลานจอดรถเพนต์เฮาส์ เราสองคนขึ้นลิฟต์ส่วนตัวกลับมาห้องทำงาน้า ไฟในห้องสว่างสลัว แสงสีทองจากโคมไฟสะท้อนขอบแก้วบรั่นดีใบเดิมที่วางทิ้งไว้
ผมทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ชินเดินเข้ามาจัดแจงยื่นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กส่งให้ผมเพื่อเช็ดหยาดฝนที่แก้ม ผมคว้าข้อมือแกร่งของชินไว้แน่น ออกแรงดึงเบา ๆ จนร่างโปร่งของเขาทรุดลงนั่งคร่อมบนหน้าตักกว้างช้า ๆ
ชินสะดุ้งเล็กน้อย แววตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนเปลี่ยนเป็ความนอบน้อม สองมือเรียววางทาบอบอกเสื้อเชิ้ตของผมอย่างสุภาพ
"คุณเคียวยะ..." ชินกระซิบแ่
ผมสอดมือเข้าไปใต้เสื้อสูทของชิน ลูบไล้ผ่านแผ่นหลังกว้างปัดผ่านรอยแผลเป็สีจางที่ไหล่ซ้าย ััอุ่นร้อนของผิวกายชินช่วยละลายความกังวลใจของผมได้ชะงัก ผมซบหน้าลงกับซอกคออุ่น สูดดมกลิ่นกายสะอาดของชินผสมกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ
"ฉันขอโทษชิน... ที่สั่งให้นายลงมือโหดร้ายในคืนนี้" ผมกระซิบเสียงต่ำแ่
"มันเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้วครับคุณเคียวยะ... เพื่อปกป้องคุณและสิ่งที่คุณรัก ผมยินดีทำทุกอย่างอยู่แล้ว" ชินเอ่ยเสียงเบา ทว่าน้ำเสียงนั้นหนักแน่นมั่นคงดุจศิลา
ผมผละใบหน้าออก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมสวยของชินที่สะท้อนเงาของผมอยู่ภายใน "นายรู้ไหมชิน... ว่าฉันรักนาย และดูแลความรู้สึกของนายเสมอ"
"ผมทราบครับ..." ชินตอบพลางหลับตาลงน้อมรับริมฝีปากอุ่นจัดของผมที่กดประกบลงไปอย่างแ่เบา จูบนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความจริงใจและการยืนยันถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ระหว่างเ้านายและมือขวาที่รบเคียงบ่าร่วมกันมาสามปี
ผมลูบไล้เส้นผมของชินอย่างทะนุถนอม ััได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นระรัวแนบแผ่นอก ผมรู้ดีว่าชินกำลังแบกรับความรู้สึกผิดบาปอันหนักหน่วงที่เผลอมีอารมณ์ปรารถนาและการที่เขากุมความลับบาปนั้นไว้ไม่บอกผมคือความทุกข์ทรมานที่สุดของเขา ทว่าผมเลือกที่จะไม่เอ่ยปากถาม ปล่อยให้มันเป็ความลับที่หลอมรวมพวกเราสามคนร่วมกัน
"ไปพักผ่อนซะชิน... พรุ่งนี้พวกเรายังมีงานใหญ่ต้องเตรียมตัวอีกเยอะ" ผมผละจูบออกช้า ๆ พลางลูบหน้าผากของเขาเบา ๆ
"ครับ... คุณเคียวยะ" ชินโค้งหัวรับคำสั่ง ก้าวลงจากตักกว้างและเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวไปพร้อมกับความเงียบสงัดของค่ำคืน
ผมหันกลับไปจ้องมองหยาดฝนภายนอกหน้าต่าง มืดมิดและสายฝนเย็นเยียบภายนอกคือพยานชั้นดีที่รู้เห็นถึงโทสะและการคุ้มครองอันป่าเถื่อนในคืนนี้ มิกะ... ยัยหนูแฮกเกอร์ตัวน้อยของฉัน หลบซ่อนตัวแอบเขียนโค้ดอยู่ในมุมอับที่เธอคิดว่าปลอดภัยต่อไปอีกสักนิดเถอะ เสพสุขกับ่เวลาสงบสุขที่ฉันแอบเคลียร์ทางให้เธอไปก่อน เพราะเมื่อถึงวันที่ต้องมาเซ็นเอกสารที่ Pluvia... ฉันจะไม่ยอมปล่อยมือจากเธออีกแล้ว ฉันจะพาเธอกลับมาสู่อ้อมกอดที่ปลอดภัยที่สุด กลับมาเป็หัวใจของฉันและชิน โดยไม่มีวันยอมให้เธอต้องเผชิญกับอันตรายข้างนอกนั่นตามลำพังอีกชั่วนิรันดร์