เมื่อประตูทางฝั่งซ้ายได้เปิดออกนั้นมีทางเดินลากยาวที่ตกแต่งไปด้วยของเครื่องประดับอันงดงามตกแต่งตามผนัง ส่วนตามผนังนั้นมีรูปภาพติดอยู่ตามทางเดิน กลุ่ม 20 คนนั้นได้เดินตรงตามทางโถงทางเดิน แฟร์ได้สังเกตเห็นถึงรูปภาพที่ติดตามฝาผนัง รูปภาพทั้งหมดนี้ล้วนมาจากพื้นเบื้องล่างทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็การซ้อมรบของอาณาจักรทางเหนือ หรือ การทำเกษตรแถวอาณาจักรทางใต้ และอีกทั้งอาณาจักรอื่น ๆ รูปภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพวกเค้าเฝ้ามองพวกเราอยู่ตลอดเวลา
ภายในกลุ่มที่เดินอยู่นั้น บางคนแสดงท่าทางที่ดูตื่นเต้นตลอดเวลา บางคนก็สงบนิ่งไม่สนต่อรูปภาพเ่าั้ ส่วนแฟร์นั้นรู้สึกไม่สบายใจสีหน้าของแฟร์แสดงบ่งบอกออกมาได้อย่างชัดเจน
เพียงชั่วครู่กลุ่ม 20 คนก็ได้เดินมาถึงประตู ลวดลายบนประตูนั้นมีรูปร่างที่ดูดีเป็อย่างมากมีการแกะสลักรูปเสือทางประตูฝั่งซ้าย และรูปของหงส์ทางประตูฝั่งขวา เป็จิตกรรมที่งดงามอย่างหามิได้ และแล้วเสียงประตูก็ดังขึ้นประตูค่อยๆ เปิดอย่างช้าๆ แสงไฟจากภายในห้องได้สาดส่องมาที่กลุ่ม 20 คน สิ่งแรกที่ทุกคนได้เห็นก็คือมีพ่อบ้านชายชราใส่หน้ากากตัวตลกครึ่งหน้ารออยู่
“ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ”
เสียงของชายชราได้พูดขึ้นได้เชิญทั้ง 20 คนเข้าไปในห้อง ก้าวแรกที่เข้ามาทุกคนต่างตะลึงเพราะว่าการตกแต่งภายในนั้นแตกต่างจากโถงทางเดินลิบลับ ภายในห้องมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง ฝั่งซ้ายนั้นมีบาร์ที่ตกแต่งด้วยรากของต้นไม้ต่าง ๆ ที่หลอมรวมกับโต๊ะบาร์ ส่วนฝั่งขวานั้นมีที่นั่งมากมายและกระจกใสติดอยู่ หลังจากที่ชายชราได้พามาที่ตรงกลางห้อง
“สวัสดีครับทุกท่าน กระผมมีนามว่า ปีย์เนสต้า ครับ”
ปีย์เนสต้าเป็ชายชราที่ดูสูงประมาณ 180 เิเ แม้ว่าเค้าจะปิดบังครึ่งหน้าหน้ากากตัวตลก แต่ส่วนที่เหลือของนั้นแสดงให้เห็นถึงรอยย่นและที่มือ สีผมของปีย์เนสต้านั้นมีสีขาวที่เปลี่ยนไปตาม่อายุและเสียงของเค้า
“ทำไมพวกเราถึงโดนแยกออกมากันคะ”
เสียงพูดของเด็กสาวคนหนึ่งได้พูดเปิดขึ้นมา แฟร์ได้หันไปมองเ้าของเสียงที่พูดมาเป็เด็กสาวใส่แว่นผมสีชมพูอ่อน ปีย์เนสต้าได้หยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา มือซ้ายได้หยิบแว่นตาเลนเดียวขึ้นมา ปีย์เนสต้าเหมือนกับหาอะไรบางอย่างจากในสมุดอยู่ เสียงของกระดาษที่พลิกหน้าไปประมาณหนึ่งและก็หยุดลง
“คุณโอลิเวีย มาร์ติเซนต์ สินะครับ จดหมายของพวกคุณนั้นที่แตกต่างจากคนอื่นนั้นเพราะว่า ในตัวของคุณมี “อาร์เทอร์” อยู่ในตัวคุณยังไงล่ะครับ”
“อาร์เทอร์?”
ในสมัยอดีตกาลนัน การใช้งานอาวุธต้องสาปนั้นเป็ที่แพร่หลายมากแม้ว่าจะสูญเสียตัวตนหลังจากที่ใช้งานแล้ว เพื่อแลกมาด้วยพลังที่มหาศาลทำให้การใช้อาวุธต้องสาปจึงเป็ที่นิยมนำมาใช้ในการทำา แต่นั้นก็ทำให้ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยคนที่มีอาการสิงสู่ ด้วยพละกำลังที่มากและความบ้าคลั่ง ถือเป็เื่ที่ยากมากที่จะต่อกรด้วย
ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นาได้แต่หลบซ่อนอยู่แต่ภายในบ้านเรียกได้ว่าเป็ยุคมืดเสียก็ว่าได้ แต่แล้ว์ก็ไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา ได้มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นพวกเขาสามารถต่อสู้กับคนที่มีอาการสิงสู่ได้อย่างสูสี ร่างกายของพวกเขานั้นมีออร่าสีทองอยู่รอบตัวเวลาต่อสู้ พวกเขาต่อสู้กับจำนวนคนที่อาการสิงสู่แทบหมดสิ้น นั้นทำให้ชาวบ้านต่างยกยอพวกเขาว่า อัศวินแห่งพระเ้า
พวกเขาเชื่อว่าพลังนี้มาจากพระเ้าที่มอบให้และเรียกพลังนี้ว่า อาร์เทอร์
และนั่นทำให้พวกเค้าได้ก่อตั้งอาณาจักรขึ้นมาเรียกว่า “อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์” แม้ความรุ่งเรืองจะมีมากสักเท่าไหร่แต่แล้วก็ต้องแพ้ให้กับกาลเวลาและยุคสมัยใหม่ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ได้ล่มสลายไปในที่สุดโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
ใน่เวลา 100 ปีที่ผ่านมาสายเืของที่มีอาเทอร์แทบเลือนหายไปตามกาลเวลา นั่นเป็ประวัติที่ทุกคนทวีปนี้ทราบกันมาอย่างดี
“บางท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วนะครับว่าตัวเองนั้นแตกต่างจากคนอื่น ไม่ว่าเป็ พละกำลังที่มหาศาล หรือ การที่สามารถใช้อาวุธเชี่ยวชาญทุกรูปแบบ ทุกอย่างล้วนมาจาก อาร์เทอร์ ทั้งสิ้นครับ”
นั่นเป็เื่ที่ใอย่างมาก ทุกคนต่างครุ่นคิดว่าเื่ที่ปีย์เนสต้าพูดมานั้นเป็ความจริงหรือไม่ เพราะถ้าหากเป็จริงนั่นถือว่าเป็การค้นพบประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่กว่าได้
แฟร์เองก็คิดว่าเื่นี้มันดูเป็ไปได้เช่นกันเพราะว่าดวงตาของแฟร์สามารถมองเห็นบางสิ่งได้ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบจิติญญาออร่า แฟร์สามารถมองออกได้แทบทั้งหมด อย่างตอนที่เจอเอลล์เอง แฟร์ก็มองเห็นออร่าสีม่วงดำจากดาบของเอลล์ได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นรูปร่างที่แท้จริงออก แฟร์จึงได้เตือนเอลล์ไป
“คุณปีย์เนสต้าคะ หรือว่าที่พวกคุณเรียกพวกเรามาเพื่อที่จะทดลองกับพวกเรา..”
โอลิเวียได้พูดขึ้นมาคำพูดของโอลิเวียนั้นทำให้ทุกคนต่างระวังตัวต่อปีย์เนสต้า
“ก็ไม่เชิงสักทีเดียวครับพวกเรา้าสำรวจและดูความเป็ไปได้น่ะครับ”
“ความเป็ไปได้หรอคะ?’
“ใช่แล้วครับ พวกเรา้าข้อมูลของคนที่มีสายเือาร์เทอร์อยู่ในตัว และทางเราจะพัฒนาพลังของทุกท่านและสนับสนุนทุกอย่างครับ”
“หึ! แกก็แค่้าทดลองกับพวกเราสินะ”
เสียงของชายหนุ่มได้พูดขึ้น ลักษณะเป็ชายหนุ่มที่สูง ผมยาวสีแดงถึงหลัง มีรูปร่างที่ดูกำยำเป็อย่างมากและรอยฟันอันมากมายตรงแขนของเค้า นี่เขาอายุ 16 ปีจริงหรือ?
ปีย์เนสต้าได้หยิบสมุดขึ้นพร้อมกับแว่นตาเลนเดียว
“คุณมาร์ก้าสินะครับ อย่างที่บอกไปครับทางเราจะสนับสนุนทุกๆ อย่างครับ”
มาร์ก้าได้เดินออกไปประชันหน้ากับปีย์เนสต้า เสียงฝีเท้าของมาร์ก้าที่เดินออกไปเป็เสียงที่ดูแข็งกร้าวเป็อย่างมาก
ตอนนี้นั้นมาร์ก้ายืนประชันหน้าปีย์เนสต้าเพียง 1 เมตร
“แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่้าที่จะทดลองอะไรห่าเหวนี่ล่ะว่ะ”
“ถ้าคุณไม่้าทางเราสามารถส่งตัวคุณกลับไปยังข้างล่างได้นะครับ แต่กระผมไม่รับความปลอดภัยของคุณนะครับ”
ดวงตาของแฟร์ได้สังเกตเห็นพลังงานออร่าที่โพยพุ่งมาจากตัวของมาร์ก้า สีของมาร์ก้านั้นสีเหลืองและก่อตัวเป็รูปร่างคล้ายสิงโต
“แกบอกว่าจะไม่รับความปลอดภัยงั้นหรอ!”
มาร์ก้าได้ง้างหมัดเตรียมที่จะชกใส่ปีย์เนสต้าอย่างเต็มกำลัง คนภายในห้องนั้นรับรู้ได้ว่าแรงหมัดของมาร์ก้านั้นรุนแรงแค่ไหนและอันตรายมากเพียงใด ด้วยความเร็วของหมัดที่มาร์ก้าต่อยไปได้เกิดควันออกมาจากที่มือของมาร์ก้า แต่ภาพตรงหน้ากับใเสียมากกว่า ปีย์เนสต้ารับหมัดของมาร์ก้าได้ด้วยนิ้วชี้เพียงแค่นิ้วเดียว
ปีย์เนสต้าไม่ได้รับผลกระทบจากหมัดมาร์ก้าเลยแม้แต่น้อย มันเป็ไปได้ด้วยงั้นหรือที่ปีย์เนสต้าจะรับหมัดได้ด้วยเพียงแค่นิ้วเดียว นี่มันสัตว์ประหลาดหรือยังไงกัน!
หมัดของมาร์ก้าที่ต่อยไปนั้นยังคงค้างอยู่เดิมและไม่มีทีท่าที่จะปล่อยวาง
“แกทำอะไรกับร่างกายฉัน!!”
มาร์ก้าได้ะโออกมา ใช่ว่ามาร์ก้าไม่ปล่อยวางแต่ขยับไม่ได้ต่างหาก ร่างกายของมาร์ก้าดูสั่นออกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อยู่ดี
“คุณสะกดจุดร่างกายของเขาไว้สินะครับ”
มีเสียงผู้ชายดังขึ้นมา ผมสีดำและท่าทางของเขาจะรู้จักเกี่ยวกับท่าของปีย์เนสต้า
“ใช่แล้วครับ กระผมนั้นได้สะกดจุดเขาเอาไว้ ไม่ทราบว่าท่านนั้นคือ….”
“กระผมมีนามว่า ‘มิคาล’ ครับ และรูปแบบที่คุณใช้ก็คือทักษะการแทงรูปแบบทั้ง 32 ของอาณาจักร Mores สินะครับ”
มิคาลได้ยิ้มออกมาราวกับมองออกทุกกระบวนท่าของปีย์เนสต้า ปีย์เนสต้าได้ดีดนิ้วของตน นั่นจึงทำให้มาร์ก้าได้หลุดพ้นจากการถูกสะกดจุด
“ไม่คิดเลยว่าจะมีรู้จักกระบวนท่านี้อยู่ คุณมิคาลช่างยอมเยี่ยมเสียจริงๆ ครับ”
“ขอบคุณมากครับ”
คำพูดที่ชมออกมาปีย์เนสต้านั่นเองทำให้มิคาลยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะกลับคืนสู่สภาพปกติ
หลังจากได้เป็อิสระ มาร์ก้าดูอารมณ์เสียไม่ใช่น้อย แต่ก็ทำอะไรต่อไม่ได้ ถึงสู้ไปก็ไม่สามารถชนะอยู่ดี มาร์ก้าได้สังเกตเห็นถึงจิตสังหารตอนที่ตนนั้นได้
ต่อยออกไป มันมากพอที่จะทำให้คนธรรมดาเสียสติได้ แต่ด้วยนิสัยที่เสพติดในการต่อสู้นั้นทำให้มาร์ก้ารอดพ้นมาได้
“ทางเราไม่ใช่เพียงแค่้าศึกษาทุกท่านเพียงอย่างเดียว แต่ทางเรา้ารักษาชีวิตของทุกท่านด้วยน่ะครับ”
“หมายความยังไงกันคะ?”
“ขณะนี้ร่างกายของทุกท่านเปรียบเสมือนกับภาชนะที่รองรับพลังของอาร์- เทอร์ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่พลังของอาร์เทอร์ก็จะมากขึ้นตามไป และสักวันหนึ่งภาชนะที่รองรับพลังนั้นของแต่ละท่านก็จะแตกออกมานั่นเองครับ”
โอลิเวีย ได้ถามคำถามไปมาต่อปีย์เนสต้าอย่างตรงไปตรงมา ส่วนปีย์เนสต้าเองก็ได้ตอบทุกคำถามของโอลิเวียทุกข้อ ส่วนข้อที่ทำให้ทุกคนยังตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อ
“ทางพวกคุณรู้ได้อย่างไหร่คะ ว่าพวกเรามีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน”
“ทางเราได้ศึกษาคนที่มีพลังของอาร์เทอร์มาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วครับ
ในทุกๆ ปีอาร์เทอร์จะเพิ่มขึ้นตามทวีคูณไปเรื่อย ๆ จนไม่สามารถรับมือกับมันไหวนั่นเองครับ นั่นจึงทำให้ทางเราข้อสรุปออกมาเช่นนั้นครับ”