1 มกราคม ปี 1976 บ้านสามซุนเริ่มต้นวันปีใหม่ด้วยการตื่นขึ้นมาั้แ่เช้า ช่วยกันเก็บกวาดอาหารที่กินทิ้งไว้ั้แ่เมื่อคืน และทำอาหารกินเช้าวันนี้
“นี่คือพะโล้เนื้อหมูที่ทำไว้เมื่อคืน ตุ๋นใส่เครื่องในหมูด้วย” จ้าวอี้เฟยบอกซุนจื่อหร่วนที่เปิดฝาหม้อตุ๋นพะโล้อาหารมื้อเช้า
ซุนม่านถิงเดินมาลองชิม หล่อนตาโต “หอมมาก! ไม่มีกลิ่นเหม็นเลย”
เมื่อคืนจ้าวอี้เฟยมองว่าเด็กในบ้านยังไม่เคยกินและอาจไม่กล้ากิน ไม่อยากทำลายบรรยากาศดี ๆ พะโล้หมูใส่เครื่องในจึงตุ๋นไว้ตอนกลางคืน และอุ่นตอนเช้าเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก
“เครื่องในหมู่น่ะเป็อาหารชั้นเลิศเลยแหละ แค่คนทำออกมาไม่ดีถึงไม่น่ากิน และแม่ไม่ได้เอามาเพราะเงินหมดด้วย ของอร่อยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อแบบนี้ ไม่เอาก็โง่แล้ว” ถึงตอนแรกขอซื้อมาก็ตาม
ซุนเย่ถานพยักหน้า “แม่ฉลาดมาก”
“ขอมาทำอาหารดีกว่าทิ้ง” ซุนจื่อหร่วนเอ่ยตามที่คิด และลองชิมพะโล้ “ว้าว! แม่ทำอร่อยกว่าพี่สาวอีก”
“ฉันแค่ทำอาหารพอได้!” ซุนม่านถิงหน้าแดง
ซุนเล่อวิ่งเข้ามาในครัว มองแม่ของเขาและเหล่าพี่สาว เอ่ยอย่างตื่นเต้น “ผมอยากชิมด้วย”
“เสี่ยวหร่วน”
พอได้ยินแม่เลี้ยงเรียกซุนจื่อหร่วนถึงตักน้ำพะโล้ใส่ถ้วยเล็กยื่นให้น้องชาย ซุนเล่อใช้ปากเป่าให้พะโล้อุ่นขึ้นก่อนยกถ้วยขึ้นดื่ม
เขาตาวาว “อร่อยมาก! ขออีก”
“ให้ชิมแค่คนละนิดก็พอแล้ว” จ้าวอี้เฟยรีบห้าม “แม่ยังเตรียมของกินให้อีกหลายอย่าง ถ้ากินอิ่มก่อนก็ไม่ได้กินของอร่อยสิ”
“ผมจะรอกินครับ”
“พ่อของพวกลูกออกไปข้างนอกยังไม่มาเหรอ” จ้าวอี้เฟยถามถึงสามี เขาออกไปพบผู้าุโในหมู่บ้านั้แ่เช้า
ความจริงต้องพาลูกในบ้านไปเจอผู้าุโในหมู่บ้านที่กลับมาเยี่ยมบ้าน หรือไปสวัสดีปีใหม่ แต่ดูเหมือนว่าหลายคนให้ความสนใจหลานชายมากกว่า ซุนเจิ้งจึงตัดปัญหาไม่พาไปสักคน
ซุนเย่ถานจำคำของพ่อได้ก่อนออกไปข้างนอก “พ่อบอกว่าจะไปบ้านตระกูลซุนด้วยค่ะ วันมงคลไม่อยากให้ทะเลาะกัน”
“อืม”
ในเมื่อเขาพูดแบบนั้นจ้าวอี้เฟยก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ทุกครั้งเจอหน้าคนตระกูลซุนต้องมีปากเสียงกันให้ได้ ระหว่างรอกินข้าวถึงได้ช่วยคนอื่นหาอะไรทำ
“แม่จะทำอะไรเหรอคะ”
จ้าวอี้เฟยต้มน้ำร้อนก่อนผสมน้ำอุณหภูมิห้องให้มันอุ่น ก่อนเทถั่วเหลืองที่ล้างทำความสะอาดอย่างดีลงไปแช่
“ต่อจากนี้แม่คิดจะหาเงินเข้าบ้าน”
“อะไรนะ” ซุนเย่ถานใ “แต่พวกเราทำการค้าขายไม่ได้นะ!”
สินค้าซื้อขายยังอยู่ในการควบคุมของรัฐบาล ประชาชนไม่สามารถค้าขายได้ ส่วนใหญ่พวกเขาลอบค้าขายในตลอดปิด หรือก็คือตลาดมืด ค้าขายแบบลับ ๆ มาตลอด สินค้าราคาสูงและหากถูกจับได้ก็ต้องถูกขังคุก
“ถ้าพวกเราไม่ทำจะหาเงินได้เหรอ” จ้าวอี้เฟยมองหน้าลูกทั้งสี่คนและบอกอย่างเด็ดขาด “เื่การค้าขายอย่าบอกคนอื่น โดยเฉพาะอาเล่อ ไม่อย่างนั้นแม่จะไม่ทำของอร่อยให้ลูกกินอีก”
“ผมเชื่อแม่”
ซุนม่านถิงกังวล “แม่ ให้อาเล่อรู้เื่นี้ด้วยจะดีเหรอคะ”
“สุดท้ายเขาต้องเห็นพวกเราทำอยู่ดี ไม่สู้มาเป็แรงงานช่วยพวกเรา และเขาจะได้เข้าใจความลำบากไปกับพวกลูกด้วย”
“ค่ะ”
ซุนจื่อหร่วนพยักหน้า “แม่ว่าดีฉันก็ว่าดี”
มีเพียงซุนเย่ถานมีสีหน้ายุ่งเหยิงแต่ในเมื่อน้อง ๆ เชื่อแม่แล้ว หล่อนในฐานะพี่สาวจะทำอะไรได้ “แต่ยังเหลือพ่อนะคะ”
“มีพวกลูกอยู่แล้ว”
อยู่ ๆ จ้าวอี้เฟยก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นางร้าย อ้อ ก็คงร้ายจริงนั่นแหละ ขาข้างหนึ่งของลูกก้าวเข้าไปในห้องขังแล้ว ถ้าพ่อไม่ช่วยจะทำอะไรได้
“พูดอะไรกันน่ะ”
จ้าวอี้เฟยส่ายหน้า “คุณกลับมาแล้วเหรอ? เป็ยังไงบ้าง บ้านคุณโมโหหรือเปล่าที่บ้านสามไม่ไปให้เห็นหน้าเลย”
เขาหน้านิ่งก่อนตอบ “ไม่หรอก”
เพียงเท่านั้นจ้าวอี้เฟยจับสังเกตได้ว่าต้องถูกด่าแน่นอน แต่ในเมื่อเขาไม่พูดก็รอให้เขาพดเอง “คุณกลับมาพอดีเลย ลูกหิวกันหมดแล้ว”
ซุนเย่ถานเอ่ยอย่างรู้ความ “พ่อแม่พาอาเล่อไปนั่งรอที่โต๊ะเถอะค่ะ ฉันกับน้องสาวจะตักกับข้าว”
“อืม”
สามพ่อแม่ลูกเดินมานั่งรอในห้องโถง ซุนเล่อนั่งกึ่งกลางระหว่างพ่อแม่ หลังพี่สาวตักข้าวใส่ถ้วยให้ จ้าวอี้เฟยก็คีบเนื้อหมูที่เคี่ยวในน้ำพะโล้จนนุ่มให้เขาด้วย ก่อนหันไปคีบให้ซุนจื่อหร่วนอีกคน