“ท่านหัวหน้า ทานเสร็จแล้วหรือไม่ขอรับ? ทุกอย่างปกติดีหรือไม่?”
เคอเอินที่กำลังเก็บอุปกรณ์ทานอาหารพบว่าจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกำลังหรี่ดวงตาทอดมองออกไปไกลจึงคลี่ยิ้มเอ่ยทักทาย
“อืม ทุกอย่างปกติดี ทางฝั่งซีนั่วก็ไม่มีปัญหาใดเช่นกัน”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อพยักหน้าก่อนมองไปทางรถม้า ทหารรับจ้างคนอื่นๆ มิเห็นว่าเป็นเรื่องแปลก ต่างพากันเก็บกวาดข้าวของของตน
แว่นตาข้างเดียวของเคอเอินสะท้อนแสงชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน
คนทั้งสองทำงานร่วมกันโดยมีสัญญาณลับมานานปี ตนย่อมต้องรู้ว่าความหมายแฝงของท่านหัวหน้าคือสิ่งใด — แท้จริงแล้วความหมายของคำว่า ‘ทางฝั่งซีนั่วก็ไม่มีปัญหาใดเช่นกัน’ หมายความว่า ‘พวกเจ้ามิต้องไปหาเขา และอย่าให้ผู้อื่นไปหาเขา’
…ท่านหัวหน้าต้องการจะทำสิ่งใด?
หัวหน้าจี๋เอ่อร์ป๋อเท่ออาจหุนหันพลันแล่นเป็นบางครั้งในเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ทว่าเมื่อเกี่ยวโยงถึงกิลด์ทหารรับจ้างก็มักจะสุขุมและมีเหตุผล ร่วมหารือกับผู้ร่วมงานหลายคนอยู่บ่อยครั้ง ท้ายที่สุดมีความเห็นตรงกับตนอย่างบังเอิญ เพียงแต่คำกล่าวเมื่อครู่ของท่านหัวหน้ากลับมิอยู่ในแผนการ ด้วยสถานการณ์ในยามนี้ ไม่มีความจำเป็นใดต้องลงมือกับซีนั่วแม้แต่น้อย?
แม้จะกล่าวว่าซีนั่วเป็นหัวหน้ากิลด์สาขาย่อย ทว่าหากฝั่งตนทำอันใดบุ่มบ่ามจะต้องสร้างปัญหาตามมามิน้อยเป็นแน่ ตนตามสืบเรื่องของอีกฝ่ายมานานนัก กระนั้นยังคงมิอาจรู้แน่ชัดถึงอำนาจเบื้องหลังอีกฝ่าย เห็นทีตนคงต้องเอ่ยเตือนท่านหัวหน้าสักหน่อย
“ท่านหัวหน้า ท่านทานยาแล้วหรือไม่ขอรับ?” เคอเอินหยัดกายลุกขึ้น
“วางใจเถิด ข้าจำได้ พรุ่งนี้ก็จะหยุดยาแล้ว” จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อขึ้นรถม้าแผ่วเบาโดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมา
เคอเอินแบมือพลางยักไหล่อย่างจนปัญญาก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง
ตนได้เอ่ยถามท่านหัวหน้าแล้ว และท่านหัวหน้าก็ตอบตนแล้วเช่นกัน — “มิใช่เรื่องใหญ่อันใด มิได้ส่งผลต่อภารกิจ ทุกสิ่งล้วนแต่จัดการตามแผนการเดิม”
เมื่อทุกสิ่งล้วนแต่ปกติ เช่นนั้นเหตุใดจึงมิให้คนเข้าไปในรถม้า? หรือว่า…
เคอเอินถึงกับขนลุกขนชันไปทั้งตัว ไม่มีทาง ท่านหัวหน้าไม่เคยเอ่ยปากว่าสนใจมังกรกึ่งมนุษย์ผู้นั้น
โดยสรุปคือ ท่านหัวหน้าจะต้องมีแผนการของตนเอง ตนยังต้องเฝ้าดูสถานการณ์เพื่อเตรียมรับมือ
…..
ภายในรถม้า ซีนั่วกำลังนอนราบชิดผนังรถม้า ท่าทางคล้ายนอนหลับไปเสียแล้ว จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเดินเข้าไปพลางผลักมังกรกึ่งมนุษย์แผ่วเบา
“หัวหน้ากิลด์ซีนั่ว?…หัวหน้ากิลด์ซีนั่ว!”
อีกฝ่ายไร้ซึ่งการตอบสนองคล้ายกับนอนหลับสนิทอย่างยิ่ง ลุงใหญ่ไว้หนวดเคราแค่นหัวเราะ จุดยาสูบมวนหนึ่งก่อนออกแรงสูบ จากนั้นพ่นควันคำใหญ่ใส่มังกรกึ่งมนุษย์
เมื่อเห็นว่าซีนั่วยังคงไม่ตอบสนอง จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อดับมวนยาสูบ ข้ามไปอยู่ข้างหีบใช้โซ่เหล็กและแม่กุญแจเกาะเกี่ยวโยงใยกันไว้บนตะขอ
ตนรู้ดีถึงความเป็นห่วงของเคอเอิน เพียงแต่ตนมีความมั่นใจเก้าในสิบส่วน — ภายในสุราใส่ยาเล่นแร่แปรธาตุชนิดพิเศษที่ถูกทำให้เจือจาง จะมีผลต่อเผ่าสัตว์กลายร่างเท่านั้น จะทำให้คนผู้นั้นนอนหลับไปประมาณครึ่งชั่วโมง
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อย่อกายลง ล้วงหยิบอุปกรณ์ออกมาจากถุง จากนั้นเริ่มงัดกุญแจอย่างชำนาญ —มิใช่แม่กุญแจล็อกหีบ ทว่าเป็นแม่กุญแจของโซ่เหล็กที่พันหีบเอาไว้ ผ่านไปไม่กี่นาที แม่กุญแจใหญ่ได้ถูกปลดออกโดยไม่บุบสลายแม้แต่น้อย
หลังหนึ่งเสียง ‘แกร๊ก’ หีบสัมภาระติดตัวใบใหญ่ที่อยู่ข้างกายจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อพลันถูกเปิดออก ด้านในคือหีบทองแดงที่มีลักษณะเดียวกันทุกประการ ลุงใหญ่ไว้หนวดเครายกหีบออกมา นำแม่กุญแจใหญ่ล็อกกลับตำแหน่งเดิม จากนั้นนำหีบที่มีสินค้าลึกลับวางลงในหีบสัมภาระของตนเพื่อกระทำการแอบยัดไส้
หลังทุกสิ่งสำเร็จเสร็จสิ้น จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อผู้ช่ำชองจุดยาสูบอีกหนึ่งมวน นั่งลงข้างหน้าต่างก่อนปิดเปลือกตาลง
ในปีนั้นตนเองก็เป็นช่างฝีมือเลื่องชื่อเช่นกัน เป็นศิษย์สำนักเดียวกันกับปอเอ่อร์หมี่ ต่างฝ่ายต่างรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของกันและกัน เพียงแต่เพราะสงครามตนจึงต้องร่อนเร่ต่างบ้านต่างเมืองจนกลายเป็นทหารรับจ้าง ผ่านพ้นการดิ้นรนฝ่าฟันมามากมายจึงได้ขึ้นมายืนบนตำแหน่งหัวหน้ากิลด์ทหารรับจ้างอย่างมั่นคง ก่อนหน้านี้ตนปฏิบัติตามบรรทัดฐานของทหารรับจ้างมาโดยตลอด จะไม่มีทางมองสินค้าที่ขนส่งแม้แต่ปราดเดียว
เพียงแต่ครานี้ผู้ว่าจ้างให้ราคาขายที่สูงมากยิ่งนัก คุ้มค่าจะให้ตนลองเสี่ยง —- หากทำภารกิจสำเร็จ อีกฝ่ายสัญญาว่าจะมอบอำนาจเทียบเท่าดยุคแห่งจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์ให้แก่ตน ถึงขั้นสามารถมีกองกำลังทหารส่วนตัวและที่ดินในปกครองของตน มิใช่ตำแหน่ง ‘ผู้นำที่ขาดผู้ช่วยและฐานมวลชน’ ที่มีเพียงแค่เงินเดือนเช่นในยามนี้เท่านั้น
ยามตนได้ฟังค่าตอบแทนของอีกฝ่ายยังนึกว่าอีกฝ่ายเป็นโรคเพ้อเจ้อ เพียงแต่เมื่อยามอีกฝ่ายถอดหมวกครอบออก ตนถึงกับตกตะลึงเสียจนพูดมิออกอยู่พักหนึ่ง — ผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าตนคือพระคาร์ดินัลใหญ่แห่งอาณาจักรไหลเต๋อนามไป้ย่า
การหารือในคืนนั้น ตนได้รับข่าวสารหลังม่านที่น้อยคนนักจะได้รู้ มากพอที่จะทำให้ตนต้องย่อยข้อมูลอยู่ครึ่งค่อนวัน
ยกตัวอย่างเช่น เผ่าปีศาจถูกกวาดล้างเสียจนหมดสิ้นแล้วเป็นเพียงวาจาปลอบโยนจิตใจผู้คนที่สันตะสำนักป่าวประกาศต่อผู้คนภายนอกเท่านั้น ความเป็นจริงกองทัพราชาปีศาจที่แตกซ่านจำนวนหนึ่งยังคงซ่อนตัวอยู่ในตรอกขี้เถ้า สันตะสำนักกำลังคิดหาวิธีร่วมมือกับจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์อีกครั้งเพื่อเก็บกวาดงานปิดท้ายนี้ให้เรียบร้อย
หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของราชาปีศาจมิได้มีเพียงเผ่าปีศาจ เผ่าปีศาจใช้อำนาจขู่เข็ญและหลอกล่อด้วยผลประโยชน์เพื่อดึงเผ่าพันธุ์พิเศษจำนวนหนึ่งมาไว้ใช้การ ราชาปีศาจใช้มนตร์ดำล้างสมองเผ่าพันธุ์ที่ใช้งานได้ ถึงขั้นบีบบังคับดึงเผ่าสัตว์กลายร่างจำนวนหนึ่งของราชอาณาจักรข่ายเจ๋อมาเข้าร่วมกับตน
สิ่งที่ทำให้ตนตกตะลึงมากที่สุดคงมิพ้นเรื่องเกี่ยวกับภารกิจของตน — มังกรกึ่งมนุษย์ซีนั่วมิเพียงแต่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับตรอกขี้เถ้า นึกมิถึงว่าจะเป็นดังแขนขาของราชาปีศาจ มีตำแหน่งมิต่างกับผู้บัญชาการใหญ่ของอาณาจักร
และภารกิจที่อีกฝ่ายมอบให้ตนในนามของสันตะสำนักก็คือการนำสิ่งที่อยู่ในหีบมาไว้ในมือให้จงได้ แน่นอน อีกฝ่ายมิได้บอกตนเช่นกันว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่อยู่ภายในหีบคือสิ่งใด
ปฏิกิริยาตอบสนองแรกของตนก็คือการปฏิเสธ เนื่องด้วยระดับความยากและความเสี่ยงนั้นมีมากเกินไป ตนจำต้องเผื่อหนทางระยะยาว เพียงแต่คล้ายกับอีกฝ่ายจะคาดเดาท่าทีของตนได้เสียแต่ต้นและได้มอบยาลูกกลอนสงบใจให้แก่ตนด้วยการเอ่ยว่า — ต่อให้ภารกิจไม่สำเร็จ หลังรวมกองทัพเข้ายึดครองตรอกขี้เถ้าก็จะเปิดโปงความจริงของซีนั่ว กล่าวว่าตนเป็นไส้ศึกที่เข้าไปแฝงตัว ไม่มีทางทำให้อีกฝ่ายส่งผลกระทบถึงความน่าเชื่อถือในกิลด์ของตน
ตนมิได้กังวลเรื่องความจริงหรือเท็จในวาจาของไป้ย่า ด้วยเพราะกำลังของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันเกินไป คล้ายกับตรอกขี้เถ้าแทบจะไม่มีโอกาสชนะ ปัญหาอยู่ที่ว่าความแตกต่างของกำลังทหารมีมากถึงเพียงนี้ เพียงรวมกองทัพแล้วเข้าไปบดขยี้พวกเขาโดยตรงก็สิ้นเรื่องแล้วมิใช่หรือ? เหตุใดต้องเปลืองแรงขโมยของ?
“สิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในคืออาวุธชั่วร้ายที่เผ่าปีศาจใช้เรียกรวมกำลังคนในเผ่า ทันทีที่อีกฝ่ายสร้างแนวต้านขนาดใหญ่จะทำให้ทหารจำนวนมากของพวกเราต้องบาดเจ็บล้มตาย”
สีหน้าของไป้ย่าเคร่งขรึมยิ่งนัก ริ้วรอยบริเวณหน้าผากลึกขึ้นยิ่งกว่าเดิมเสียแล้ว
“และด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงมาหาท่านหัวหน้ากิลด์จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อที่มีทั้งความฉลาดและทักษะครบครัน พวกเราจะให้การสนับสนุนท่านโดยการมอบยานอนหลับที่ทางสันตะสำนักคิดค้นอย่างลับๆ ไม่มีสีไม่มีกลิ่น จะออกฤทธิ์กับเฉพาะเผ่าสัตว์กลายร่างเท่านั้น”
เหอะ..ที่แท้สันตะสำนักก็รู้แต่แรกแล้วว่าตนมีหีบหนึ่งใบที่คล้ายคลึงกัน คิดอยากจะใช้กลยุทธ์แอบยัดไส้
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อดีดนิ้ว เปลวไฟก้อนเล็กปรากฏบนปลายนิ้ว เผาไหม้ส่วนหัวของมวนยาสูบ
“เช่นนั้นพระคาร์ดินัลไป้ย่า พวกเรามาหารือเรื่องค่าตอบแทนกันเถิด ข้าผู้ต่ำต้อยมิคิดอยากตัวเปล่าโดยมีเพียงบรรดาศักดิ์กับที่ดิน…”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อหัวเราะเสียงเบา มองไปยังเหล่าทหารรับจ้างที่เก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อยด้านนอกหน้าต่างก่อนจะหันกลับมาเหลือบมองหีบปลอมที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ — ตนเคยชั่งน้ำหนักหีบโดยอ้างว่าอยากรู้อยากเห็นและวางสิ่งของขนาดเล็กที่น้ำหนักมิต่างกันลงไปในหีบเปล่า เพื่อป้องกันมิให้เผยพิรุธใดๆ
ในเมื่ออีกฝ่ายกล่าวว่าจะต้องรักษา ‘หีบ’ ให้ดี เช่นนั้นตนก็สามารถทำได้แล้วจริงๆ เพียงแต่สิ่งของด้านในจะยังอยู่หรือไม่นั้นล้วนมิเกี่ยวอันใดกับตนเสียแล้ว
…ทว่าสิ่งของที่อยู่ด้านในหนักประมาณครึ่งแม่กุญแจเหล็กเท่านั้น หรือจะเป็นไฟส่งสัญญาณแปลกประหลาดอันใด?