ตอนที่ 44 จำนายไว้แล้ว
“โบร๋ว!” เมื่อลูกหมาป่าตัวน้อยในอ้อมแขนของถังเหอเห็นสิงโตเพลิงแดงก็กระโดดออกจากอ้อมแขนของเขาทันที ร่างก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นหมาป่าที่สง่างามทรงอำนาจมากตัวหนึ่ง
ขนาดของหมาป่าลมกรดก็ไม่ได้เล็กไปกว่าสิงโตเพลิงแดง ทั้งสองเป็นสัตว์พันธะแรงก์ A เหมือนกัน แม้ว่าแรงก์ของหมาป่าลมกรดจะถูกกดไว้ที่ B และยังเป็นร่างเสมือน แต่ออร่าของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าสัตว์พันธะจริงๆ สักเท่าไร
“โฮก!” สิงโตเพลิงแดงคำรามใส่หมาป่าลมกรด เสียงของมันสะท้อนในอารีนาอยู่เนิ่นนาน
“โบร๋ว!” หมาป่าลมกรดก็ตอบสนองอย่างไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน
สัตว์พันธะทั้งสองคิดจะใช้เสียงคำรามลองเชิงและข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม พร้อมจะเข้าสู่การต่อสู้ทุกเวลา
“เจ้าเพลิง ไปจัดการหมาป่าลมกรดตัวนั้นให้ฉันซะ!” เสิ่นเหลียงอวี้เป็นฝ่ายออกคำสั่งโจมตีก่อน
สิงโตเพลิงแดงของเขาเป็นสัตว์พันธะแรงก์ A และยังเป็นคู่หูของเขาในชีวิตจริง แรงก์ของมันจึงไม่ถูกกดเอาไว้ แค่จัดการกับสัตว์พันธะเสมือนแรงก์ B ตัวเดียวไม่ใช่ว่าง่ายเหมือนปอกกล้วยหรอกหรือ
สิงโตเพลิงแดงสมกับเป็นสัตว์พันธะแรงก์ A ความกดดันอันรุนแรงนั้น กระทั่งถังเหอยังสัมผัสได้ ถ้าถูกเปลวเพลิงที่เท้าของมันสัมผัสเข้าละก็มีหวังขนคงหายไปกระจุกใหญ่ กลายเป็นหมาป่าขนโกร๋นแน่ๆ
“หมาป่าลมกรด หลบเร็วเข้า” ถังเหอพูดกับหมาป่าลมกรดทันที
เดิมทีหมาป่าลมกรดก็เป็นสัตว์พันธะที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วอยู่แล้ว เมื่อเผชิญการโจมตีอันดุดันของสิงโตเพลิงแดงก็พุ่งไปด้านหลังมันด้วยความเร็วสูงสุดทันที ตำแหน่งของสัตว์ทั้งสองสลับกันในพริบตา แล้วหมาป่าลมกรดก็โจมตีสิงโตเพลิงแดงอีกครั้งด้วยความเร็วสูงลิบ เปลี่ยนจากตั้งรับเป็นบุกโจมตี
นับแต่ถังเหอรู้ว่าเสี่ยวหลางอาจจะเป็นสัตว์พันธะ เขาก็สืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องบางส่วนเกี่ยวกับหมาป่าลมกรดเป็นพิเศษ และยังดูวิดีโอการต่อสู้ระหว่างหมาป่าลมกรดและสัตว์พันธะอื่นๆ มาแล้ว จึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการต่อสู้และทักษะเฉพาะของหมาป่าลมกรดอยู่บ้างเช่นกัน
ช่วงแรกที่เริ่มต่อสู้กับสิงโตเพลิงแดง มันยังหลบหลีกและโจมตีได้สบายๆ แต่อย่างไรหมาป่าลมกรดเสมือนก็อยู่แค่แรงก์ B สุดท้ายจึงค่อยๆ ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ
บางทีในชีวิตจริง หมาป่าลมกรดอาจไม่แพ้สิงโตเพลิงแดง แต่เมื่ออยู่ที่นี่มันยังแกร่งไม่พอ ไม่นานก็ถูกสิงโตเพลิงแดงปราบลงอย่างราบคาบ
“ฮ่าๆ…รู้ถึงความร้ายกาจของนายน้อยคนนี้หรือยังล่ะ” เสิ่นเหลียงอวี้ยืนข้างๆ สิงโตเพลิงแดง หัวเราะใส่ถังเหออย่างถือดี
“อือๆ นายร้ายกาจมาก” ถังเหอพยักหน้าอย่างขอไปที ในสมองคิดทบทวนฉากการต่อสู้เมื่อครู่อีกรอบ
เขาเพิ่งเคยได้เห็นการต่อสู้ระหว่างสัตว์พันธะเป็นครั้งแรก ถึงจะเป็นในโลกเสมือนแต่ก็ทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด กระสับกระส่ายพร้อมสู้ อยากจะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่สัตว์พันธะ เอาชนะทุกสิ่งที่ขวางหน้าเสียจริงๆ
น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่ผู้ทำสัญญา ไม่สามารถทำสัญญากับสัตว์พันธะได้
แต่โชคยังดีที่ถึงจะไม่ใช่ผู้ทำสัญญา ก็ยังต่อสู้เคียงข้างสัตว์พันธะและสัมผัสความรู้สึกของการเป็นผู้ทำสัญญาได้ในโลกเสมือน
นี่น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมโลกเสมือนถึงได้รับความนิยมจากประชาชนที่สุดจนตอนนี้
“รู้ว่านายน้อยคนนี้แข็งแกร่งก็ดีแล้ว แต่นายที่เพิ่งเข้าลานประลองมาเป็นครั้งแรกยังสู้กับนายน้อยคนนี้ได้หลายกระบวนท่า ก็แสดงให้เห็นแล้วว่านายมีพรสวรรค์อยู่บ้าง แต่แน่นอนว่าสู้นายน้อยคนนี้ไม่ได้อยู่ดีละนะ” เสิ่นเหลียงอวี้พูดต่ออย่างโอ้อวด
หายากที่เสิ่นเหลียงอวี้จะเอ่ยปากชมใครสักคน ถึงจุดประสงค์สุดท้ายของเขาจะเป็นการยอตัวเองก็ตาม
“นายชื่ออะไร วันนี้นายน้อยคนนี้อารมณ์ดี เห็นนายดูพอใช้ได้ วันหลังว่างๆ จะชี้แนะให้ก็ได้” เสิ่นเหลียงอวี้พูด
ถังเหอ “ฉันชื่อถังเหอ”
“โอเค ฉันจำนายไว้แล้ว อาหนาน เราไปกันเถอะ” เสิ่นเหลียงอวี้พูดจบก็ไปจากอารีนากับเจิ้งหนาน ปล่อยให้ถังเหอนึกย้อนภาพการต่อสู้ก่อนหน้านี้ไปคนเดียว
การต่อสู้เมื่อครู่นี้ปลุกสัญชาตญาณการต่อสู้ในตัวของเขาขึ้นมาแล้ว เขาก็อยากต่อสู้เคียงข้างสัตว์พันธะเหมือนกัน เขาอยากไปลานประลอง
แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ทำสัญญา สมรรถภาพร่างกายเทียบกับผู้ทำสัญญาตัวจริงไม่ได้แน่ ถ้าเขาไปที่ลานประลอง ก็รังแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาสัตว์พันธะของตัวเองเปล่าๆ
ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองให้เร็วที่สุด
เพราะฉะนั้นถังเหอจึงตัดสินใจไปฝึกฝนตัวเองที่สนามประลอง