ในการประลองรอบที่ผ่านมา ในเวทีประลองหลายร้อยเวที มีผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปในจำนวนไม่ถึงร้อย
หลายเวทีไร้ซึ่งผู้ชนะ มีแต่ผู้บาดเจ็บนอนอวดครวญ
อีกหลายเวทีแม้จะมีผู้เข้าแข่งขันรอดยืนหยัดจนเป็นคนสุดท้ายได้ แต่ก็ต้องประสบกับอาการบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถประลองต่อได้อีก จึงเสียตัดสิทธิ์ไปอย่างน่าเสียดาย
จนแล้วจนรอดเหลือผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบต่อไปได้มีเพียง 86 คนเท่านั้น
“เอาละ ถึงคิวพวกเราแล้ว”ฟลาวด์ หัวหน้ากิลด์ไม้หอมเอ่ยขึ้น
สิ้นคำ เหล่าบุคคลบนที่นั่งVIPก็ทะยานลงจากแท่นสูงราวกับวิหคโผบิน
แค่พวกเขาเหล่านั้นลงจากที่นั่งก็เกิดเสียงกรี๊ดร้องตะโกนเชียร์ดังกึกก้อง ทุกคนที่ปรากฏล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเรียงนามและยากต่อการพบเจอ แต่ในวันนี้พวกเขากลับมารวมตัวกันปรากฏต่อหน้าสายตาทุกคน
และที่สำคัญบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเก็งที่จะได้อันดับต้นๆในการประลองครั้งนี้
เมื่อรวมกับเหล่าบุคคลVIPที่พึ่งลงมา ผู้เข้าประลองในรอบนี้ก็มีจำนวนทั้งหมด 99 คน เท่ากับว่าทุกคนถูกติดเข้าไปในทำเนียบยอดฝีมือ 100 อันดับแรกอัตโนมัติ
“ถึงรอบนี้ก็ถึงเวลาเปลี่ยนเวทีประลองเสียที ขอทางหน่อย”ไคเซอร์ลุกขึ้นยืนสะบัดมือคราหนึ่งคลื่นอาวุธล่องหนพัดกวาดเวทีประลองหลายร้อยเวที
ตูมมม!
ทุกสิ่งราบเป็นหน้ากลอง เวทีทั้งหมดได้หายไปเหลือแค่ลานโล่งๆลานหนึ่งเท่านั้น
ฝูงชนอ้าปากค้าง หลายคนเป็นมนุษย์รุ่นใหม่ไม่เคยรับรู้ตำนานของไคเซอร์มาก่อนพากันตะลึง
ก่อนหน้านี้พวกเขารู้เพียงแค่ว่าไคเซอร์เป็นคนที่ฆ่าแม่ทัพใหญ่ก็อบลิน แต่น้อยคนที่จะมีโอกาสได้เห็นภาพนั้นกับตา
ตำนานมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดกำลังจะหวนกลับมาอีกครั้ง!
“ตาแก่นั่นใช้สกิลได้ไร้สาระจริงๆ”ไป๋หลงบ่นพึมพำเบาๆ
“หึหึ กาลเวลาไม่ได้ทำให้คุณอ่อนแอลงเลยจริงๆ”ผู้เฒ่าดำ หนึ่งในสามผู้เฒ่าแห่งสมาคมนักสำรวจเอ่ยขึ้น ถึงอายุจะใกล้เคียงกัน และเป็นมนุษย์รุ่นแรกเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาแตกต่างกันลิบลับ
“อะแฮ่ม เริ่มต่อเถอะ”ไคเซอร์ที่เห็นว่าพิธีกรสาวมัวแต่อึ้งอยู่จึงกระแอมส่งสัญญาณ
พิธีกรสาวรีบตั้งสติแล้วกล่าวลิ้นพันกันว่า
“ต่อไป ขอเชิญทุกท่านมาจับฉลากบนเวทีด้วยค่ะ เนื่องจากมีผู้เข้าแข่งขัน99คน จึงจะมีผู้โชคดีคนหนึ่งที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป ซึ่งใครที่จับได้หมายเลข 99 จะได้เป็นผู้โชคดีคนนั้นค่ะ ”
ผู้เข้าแข่งขันทยอยกันไปจับฉลาก และหมายเลขที่วาสได้มาก็คือ หมายเลข 99!
“โห่! หมอนั่นโชคดีเป็นบ้า”
“นั่นสิ การประลองรอบที่แล้วก็ทำตัวเป็นเต่าหัวหด ฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นเหนื่อยล้าเอาชนะไปได้ซะงั้น”
“เชื่อเถอะ มันจะต้องแพ้ในรอบต่อไปแน่นอน”
ดูเหมือนการประลองรอบที่แล้วของเขาจะไปขัดใจใครหลายคน และเมื่อรวมกับโชคดีในครั้งนี้ของเขาจึงทำให้มีคนหมั่นไส้วาสเพิ่มขึ้น
วาสไม่ได้แยแสหันหลังเดินตรงไปยังที่นั่งรับรองที่ถูกจัดขึ้นสำหรับยอดฝีมือ100อันดับแรกของมวลมนุษย์
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร ผมเห็นคุณฝีมือดีจึงอยากจะชวนให้มาเข้าร่วม..”ระหว่างทาง ได้มีชายคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาวาสพร้อมกับพูดเชิญชวน
“ไม่!”วาสตอบทันทีโดยไม่ต้องรอให้พูดจบ ทำให้ชายคนนั้นรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก
“เฮ้! นี่คุณไม่คิดจะฟังขอเสนอหน่อยงั้นหรอ”
“ไม่!”ใบหน้าชายคนนั้นเปลี่ยนเป็นสีเขียว
“ทำไม? หรือคุณมีกิลด์เป็นของตัวเองแล้ว?”ถึงตอนนี้วาสเริ่มชักรำคาญจำเบือนหน้าหันไปมองผู้พูดชัดๆ เมื่อเห็นสัญลักษณ์กิลด์ที่ติดอยู่บนอกเด่นสง่าอยู่บนอก รวมถึงท่าทางหยิ่งยโสของผู้พูดทำให้วาสยิ้มเย็นออกมา
“ฉันก็แค่ไม่ชอบขี้หน้ากิลด์แกเท่านั้นแหละ”
“แก!”ชายคนนั้นหน้าดำทะมึนเมื่อได้ยินวาจาหยาบคายของวาส
“แกคิดว่าแกเป็นใครถึงกล้ามาดูถูกกิลด์อัศวินแห่งแสงของฉัน!”ที่แท้ชายคนแรกที่เข้ามาชักชวนวาสเข้าสังกัดก็คือเนส หัวหน้ากิลด์คนใหม่ของกิลด์อัศวินแห่งแสงโจทย์เก่าของวาส
น่าขัน! ทั้งที่เป็นศัตรูกันแท้ๆแต่เนสกลับจำวาสไม่ได้ ทั้งที่รอยแผลกรงเล็บที่วาดผ่านดวงตาเด่นชัดตาขนาดนี้
อันที่จริงเนสก็รู้สึกคุ้นหน้าวาสอยู่บ้าง แต่เขาคิดว่าวาสคงเป็นนักสู้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งที่เคยผ่านตาเขา
อีกทั้งในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการต่อสู้เช่นนี้ รอยแผลเป็นที่วาสมีสามารถพบได้ทั่วไปเกลื่อนกลาด แค่รอยแผลเป็นรอยกรงเล็บของวาส ถ้านับจริงๆเนสก็เคยเห็นมา7-8คนได้
การสนทนาของเนสและวาสอยู่ในสายตาคนรอบข้างทั้งหมด หลายคนตั้งใจจะมาชวนวาสเข้าสังกัดตนเช่นกันแต่แค่ไม่ทันเนส
แต่เมื่อเห็นการตอบโต้ที่ดุดันของเขาก็ทำให้หลายคนเปลี่ยนความคิดทันที
กระทั่งเนสที่เป็นถึงหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงหนึ่งในขั้วมหาอำนาจแห่งมวลมนุษย์ที่ถึงแม้จะไม่มีเมืองในครอบครองแล้วแต่อำนาจในมือก็ไม่สามารถดูถูกได้
การกระทำของวาสชัดเจนว่าไม่ใช่คนที่สามารถบงการได้ง่ายๆ ถ้าไม่สามารถจัดการได้ดีๆอาจจะมีปัญหาได้ในอนาคต
ไป๋หลงและไทสันหัวเราะคิกคักกับการเสียหน้าของเนส ทำให้บุรุษสันดานจิ้งจอกเสียหน้าเป็นการใหญ่
‘ระวังตัวไว้เถอะแก’การได้มาคุมบังเหียนของกิลด์อัศวินแห่แสงยิ่งทำความหยิ่งยโสของเนสมากขึ้นเท่าทวี
โดนหยามต่อหน้าคนจำนวนมากขนาดนี้ ฆ่าเขาให้ตายเสียดีกว่า!
สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง พิธีกรเริ่มขานหมายเลขผู้เข้าแข่งขันทีละคนเพื่อเรียกให้ไปประลองกันบนลานโล่ง
การประลองเป็นไปอย่างตื่นเต้น ผู้เข้าแข่งขันทุกที่ผ่านเข้ารอบมาล้วนเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมในหมู่นักสู้ทั่วไป
ฝูงชนต่างพากันตะโกนเชียร์ผู้เข้าแข่งขันที่ตนชอบอย่างสนุกสนาน
ความคาดหวังของไคเซอร์ประสบผลสำเร็จ ความหวาดกลัวในแววตาของมวลมนุษย์เริ่มหายไป แทนที่ด้วยความศรัทธาในการอยู่รอด
ในสายตาของพวกเขานักสู้ทุกคนในลานประลองล้วนไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง
กองกำลังพิทักษ์เผ่าพันธุ์คือสุดยอดกองกำลังแห่งมวลมนุษย์
วาสเฝ้ามองการประลองเงียบๆแล้วถอนหายใจออกมา
แข็งแกร่ง? ยอดฝีมือ?
ในสายตาเขาบางคนยังสู้ขุนพลก็อบลินไม่ได้เสียด้วยซ้ำ!
วาสเหลือบตาไปมองไคเซอร์ ในเวลานี้ชายชราก็เริ่มมีสีหน้าย่ำแย่บ้างแล้ว
บางทีคนที่เข้าใจเรื่องนี้ที่สุดอาจจะเป็นชายชราคนนี้เอง
เผ่าพันธุ์ก็อบลินโดดเด่นในเรื่องจำนวน เผ่าพันธุ์มนุษย์โดดเด่นในเรื่องคุณภาพ
น่าเสียดายที่มนุษย์มาที่โลกใบนี้ช้าเกินไป!
ในที่สุดการประลองที่น่าเบื่อในสายตาวาสก็จบลง เขาหวังจะได้ยลฝีมือของผู้นำมหาอำนาจสักหน่อย น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอ่อนแอเกินไปทำให้พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา
“ขอเชิญหมายเลข 83และหมายเลข 99 ค่ะ”
วาสบิดขี้เกียจลุกขึ้นยืนเดินไปบนเวที แต่ไม่ทันได้ก้าวขาออกไปก็เกิดเสียงดังขึ้นมาว่า
“เอ่อ...ผมขอยอมแพ้ครับ!”วาสหันขวับไปมอง ที่แท้คูต่อสู้ของเขาในรอบนี้ก็คือไป๋หยาง พี่ชายของไป๋ฟาง!
ไป๋หยางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ทำไมคู่ต่อสู้ของเขาจะต้องเป็นวาสด้วย ลำพังคนอื่นเขาไม่เคยหวั่นแต่กับวาสเขารู้ว่าแค่วาสสะบัดมือเขาก็เดี้ยงแล้ว
เพียงแค่ไป๋หยางยอมแพ้ก็เกิดเสียงโห่ดังขึ้นกึกก้อง แต่คนที่โดนโห่กลับไม่ใช่ไป๋หยางแต่เป็นวาส!
“เกิดอะไรขึ้นกัน! ทำไมถึงยอมแพ้”
“มันต้องเป็นเด็กเส้นแน่ๆ!”
“อะไรกัน! อยากจะดังขนาดนี้เลย ไร้ยางอายจริงๆ!”
“ไอ้กาก!”
.
.
.
พันหมื่นคำด่าถูกพ่นมาอย่างกับสายน้ำ หลายคนนึกคึกจึงด่าตามกระแส
ไป๋หยางหน้าเสีย เขาไม่คิดว่าแค่การยอมแพ้ของเขาจะเกิดผลลัพธ์อย่างนี้
“เดี๋ยว! ฉันจำมันได้แล้ว”จู่ๆก็มีคนตะโกนขึ้น ชายวัยกลางคนผู้นี้เคยเป็นอดีตนักฆ่ารับจ้าง หลายปีก่อนเคยมีมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีค่าหัวมหาศาล ทำให้เขาทุ่มสุดตัวตามล่ากว่า 1 ปี แต่ไม่อาจหาร่องรอยได้พบ จนกระทั่งหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงคนปัจจุบนยกเลิกค่าหัวจึงทำให้เขาต้องเลิกล้มไปอย่างน่าผิดหวัง
“เป็นมัน! หมอนั่นคือคนที่อดีตหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงตั้งค่าหัวไว้จำนวนมาก!”สิ้นคำเขาก็ดึงใบประกาศจับจำนวนมากออกมาแล้วโยนขึ้นฟ้าโปรยกระจายไปทั่ว
แผ่นประกาศจับที่มีใบหน้าวาสชัดเจนนับร้อยแผ่นปลิวว่อน ดูท่านักล่าค่าหัวคนนี้จะมุ่งมั่นในตามล่าวาสมากถึงขนาดสะสมใบค่าหัววาสมากขนาดนี้
“ใช่จริงๆด้วย!”
“ว่าแล้วทำไมฉันคุ้นหน้าหมอนั่นแปลกๆ”
“ไอ้เต่าหัวหดนี้เชี่ยวชาญในการหลบหนีจริงๆ ไม่คิดว่ายังมีชีวิตอยู่”
“เฮ้! คุณเนส ตอนนี้เจอตัวหมอนี่แล้ว ไม่ทราบว่าค่าหัวยังอยู่หรือเปล่า?”
การเปิดเผยตัวตนของวาสทำให้เกิดคลื่นรอกใหญ่ขึ้นในงานประลอง มนุษย์หลายคนจ้องมองวาสตาเป็นมัน ขอเพียงเนสบอกว่าค่าหัวยังอยู่พวกเขาจะลงมือทันที
คอร์นับล้านดิลมากพอที่จะทำให้พวกเขาสุขสบายไปอีกนาน!
ไคเซอร์ตะลึง มองวาสอย่างสับสน เขาไม่คิดว่าทุกอย่างจะออกมารูปแบบนี้
เนสอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงมองไปที่วาสก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยมออกมา
“ค่าหัวยังอยู่! ใครที่ฆ่ามันได้มารับคอร์จากฉันไปเลย 10 ล้านดิล!!!”
“ฆ่ามัน”ฝูงชนนับพันพุ่งทะลักออกมาจากที่นั่งชม กระทั่งยอดฝีมือ100อันดับแรกแห่งมวลมนุษย์บางส่วนก็พุ่งเข้ามาด้วย
ตอนน้พวกเขาไม่สนใจการประลองอีกแล้ว ของรางวัลจากการประลองจะไปเทียบคอร์10ล้านดิลได้อย่างไร!
ความโลภกำลังบังตาทุกคน
“หยุด!”ไคเซอร์ตะโกนก้อง แต่คำพูดของเขาไม่ได้เข้าหูของใครเลย ทุกคนยังคงโบกอาวุธวิ่งเข้าหาวาสอย่างบ้าคลั่ง
มองเห็นคนนับพันกำลังวิ่งมาฆ่าตน ยามนี้ต่อให้เป็นคนอารมณ์เย็นแค่ไหนก็ไม่สามารถทนได้
“พวกแกอยากจะฆ่าฉัน? ได้! เข้ามา!”
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
สกิลมิติเชื่อมต่อ!
.
.
.
วังวนมิตินับร้อยผุดวาบขึ้นทั่วลานประลอง
โฮกกกกกก! ก๊าซซซซซซ! ฮูมมมม!
ซากทัพจำนวนมหาศาลทะลักออกมา จากวังวนไม่มีหยุด ถึงตอนทำสงครามกับพวกโทร์ลเขาจะเสียซากทัพไปจำนวนมาก แต่ในโลกมิติเขายังมีซากทัพเก็บไว้อีกมากโขและมันก็มากพอที่จะฆ่ามนุษย์ทุกคนในที่นี้!
ใครคิดจะฆ่าเขา มันก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกเขาฆ่าด้วย!
“ว๊ากกกกก! มอนเตอร์มาจากไหน!”
“ช่วยด้วย! มันจะฆ่าฉัน”
“ไม่! อย่าทำลูกฉัน”