King of world ราชันแห่งพิภพ

    การประลองจัดอันดับแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์[2]

            ​

            ในการประลองรอบที่ผ่านมา ในเวทีประลองหลายร้อยเวที มีผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปในจำนวนไม่ถึงร้อย

            หลายเวทีไร้ซึ่งผู้ชนะ มีแต่ผู้บาดเจ็บนอนอวดครวญ

            อีกหลายเวทีแม้จะมีผู้เข้าแข่งขันรอดยืนหยัดจนเป็นคนสุดท้ายได้ แต่ก็ต้องประสบกับอาการบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถประลองต่อได้อีก จึงเสียตัดสิทธิ์ไปอย่างน่าเสียดาย

            จนแล้วจนรอดเหลือผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบต่อไปได้มีเพียง 86 คนเท่านั้น

            “เอาละ ถึงคิวพวกเราแล้ว”ฟลาวด์ หัวหน้ากิลด์ไม้หอมเอ่ยขึ้น

            สิ้นคำ เหล่าบุคคลบนที่นั่งVIPก็ทะยานลงจากแท่นสูงราวกับวิหคโผบิน

            แค่พวกเขาเหล่านั้นลงจากที่นั่งก็เกิดเสียงกรี๊ดร้องตะโกนเชียร์ดังกึกก้อง ทุกคนที่ปรากฏล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเรียงนามและยากต่อการพบเจอ แต่ในวันนี้พวกเขากลับมารวมตัวกันปรากฏต่อหน้าสายตาทุกคน

            และที่สำคัญบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเก็งที่จะได้อันดับต้นๆในการประลองครั้งนี้

            เมื่อรวมกับเหล่าบุคคลVIPที่พึ่งลงมา ผู้เข้าประลองในรอบนี้ก็มีจำนวนทั้งหมด 99 คน เท่ากับว่าทุกคนถูกติดเข้าไปในทำเนียบยอดฝีมือ 100 อันดับแรกอัตโนมัติ

            “ถึงรอบนี้ก็ถึงเวลาเปลี่ยนเวทีประลองเสียที ขอทางหน่อย”ไคเซอร์ลุกขึ้นยืนสะบัดมือคราหนึ่งคลื่นอาวุธล่องหนพัดกวาดเวทีประลองหลายร้อยเวที

            ตูมมม!

            ทุกสิ่งราบเป็นหน้ากลอง เวทีทั้งหมดได้หายไปเหลือแค่ลานโล่งๆลานหนึ่งเท่านั้น

            ฝูงชนอ้าปากค้าง หลายคนเป็นมนุษย์รุ่นใหม่ไม่เคยรับรู้ตำนานของไคเซอร์มาก่อนพากันตะลึง

            ก่อนหน้านี้พวกเขารู้เพียงแค่ว่าไคเซอร์เป็นคนที่ฆ่าแม่ทัพใหญ่ก็อบลิน แต่น้อยคนที่จะมีโอกาสได้เห็นภาพนั้นกับตา

            ตำนานมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดกำลังจะหวนกลับมาอีกครั้ง!

            “ตาแก่นั่นใช้สกิลได้ไร้สาระจริงๆ”ไป๋หลงบ่นพึมพำเบาๆ

            “หึหึ กาลเวลาไม่ได้ทำให้คุณอ่อนแอลงเลยจริงๆ”ผู้เฒ่าดำ หนึ่งในสามผู้เฒ่าแห่งสมาคมนักสำรวจเอ่ยขึ้น ถึงอายุจะใกล้เคียงกัน และเป็นมนุษย์รุ่นแรกเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาแตกต่างกันลิบลับ

            “อะแฮ่ม เริ่มต่อเถอะ”ไคเซอร์ที่เห็นว่าพิธีกรสาวมัวแต่อึ้งอยู่จึงกระแอมส่งสัญญาณ

            พิธีกรสาวรีบตั้งสติแล้วกล่าวลิ้นพันกันว่า

            “ต่อไป ขอเชิญทุกท่านมาจับฉลากบนเวทีด้วยค่ะ เนื่องจากมีผู้เข้าแข่งขัน99คน จึงจะมีผู้โชคดีคนหนึ่งที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป ซึ่งใครที่จับได้หมายเลข 99 จะได้เป็นผู้โชคดีคนนั้นค่ะ ”

            ผู้เข้าแข่งขันทยอยกันไปจับฉลาก และหมายเลขที่วาสได้มาก็คือ หมายเลข 99!

            “โห่! หมอนั่นโชคดีเป็นบ้า”

            “นั่นสิ การประลองรอบที่แล้วก็ทำตัวเป็นเต่าหัวหด ฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นเหนื่อยล้าเอาชนะไปได้ซะงั้น”

            “เชื่อเถอะ มันจะต้องแพ้ในรอบต่อไปแน่นอน”

            ดูเหมือนการประลองรอบที่แล้วของเขาจะไปขัดใจใครหลายคน และเมื่อรวมกับโชคดีในครั้งนี้ของเขาจึงทำให้มีคนหมั่นไส้วาสเพิ่มขึ้น

            วาสไม่ได้แยแสหันหลังเดินตรงไปยังที่นั่งรับรองที่ถูกจัดขึ้นสำหรับยอดฝีมือ100อันดับแรกของมวลมนุษย์

            “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร ผมเห็นคุณฝีมือดีจึงอยากจะชวนให้มาเข้าร่วม..”ระหว่างทาง ได้มีชายคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาวาสพร้อมกับพูดเชิญชวน

            “ไม่!”วาสตอบทันทีโดยไม่ต้องรอให้พูดจบ ทำให้ชายคนนั้นรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก

            “เฮ้! นี่คุณไม่คิดจะฟังขอเสนอหน่อยงั้นหรอ”

            “ไม่!”ใบหน้าชายคนนั้นเปลี่ยนเป็นสีเขียว

            “ทำไม? หรือคุณมีกิลด์เป็นของตัวเองแล้ว?”ถึงตอนนี้วาสเริ่มชักรำคาญจำเบือนหน้าหันไปมองผู้พูดชัดๆ เมื่อเห็นสัญลักษณ์กิลด์ที่ติดอยู่บนอกเด่นสง่าอยู่บนอก รวมถึงท่าทางหยิ่งยโสของผู้พูดทำให้วาสยิ้มเย็นออกมา

            “ฉันก็แค่ไม่ชอบขี้หน้ากิลด์แกเท่านั้นแหละ”

            “แก!”ชายคนนั้นหน้าดำทะมึนเมื่อได้ยินวาจาหยาบคายของวาส

            “แกคิดว่าแกเป็นใครถึงกล้ามาดูถูกกิลด์อัศวินแห่งแสงของฉัน!”ที่แท้ชายคนแรกที่เข้ามาชักชวนวาสเข้าสังกัดก็คือเนส หัวหน้ากิลด์คนใหม่ของกิลด์อัศวินแห่งแสงโจทย์เก่าของวาส

            น่าขัน! ทั้งที่เป็นศัตรูกันแท้ๆแต่เนสกลับจำวาสไม่ได้ ทั้งที่รอยแผลกรงเล็บที่วาดผ่านดวงตาเด่นชัดตาขนาดนี้

            อันที่จริงเนสก็รู้สึกคุ้นหน้าวาสอยู่บ้าง แต่เขาคิดว่าวาสคงเป็นนักสู้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งที่เคยผ่านตาเขา

            อีกทั้งในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการต่อสู้เช่นนี้ รอยแผลเป็นที่วาสมีสามารถพบได้ทั่วไปเกลื่อนกลาด แค่รอยแผลเป็นรอยกรงเล็บของวาส ถ้านับจริงๆเนสก็เคยเห็นมา7-8คนได้

            การสนทนาของเนสและวาสอยู่ในสายตาคนรอบข้างทั้งหมด หลายคนตั้งใจจะมาชวนวาสเข้าสังกัดตนเช่นกันแต่แค่ไม่ทันเนส

            แต่เมื่อเห็นการตอบโต้ที่ดุดันของเขาก็ทำให้หลายคนเปลี่ยนความคิดทันที

            กระทั่งเนสที่เป็นถึงหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงหนึ่งในขั้วมหาอำนาจแห่งมวลมนุษย์ที่ถึงแม้จะไม่มีเมืองในครอบครองแล้วแต่อำนาจในมือก็ไม่สามารถดูถูกได้

            การกระทำของวาสชัดเจนว่าไม่ใช่คนที่สามารถบงการได้ง่ายๆ ถ้าไม่สามารถจัดการได้ดีๆอาจจะมีปัญหาได้ในอนาคต

            ไป๋หลงและไทสันหัวเราะคิกคักกับการเสียหน้าของเนส ทำให้บุรุษสันดานจิ้งจอกเสียหน้าเป็นการใหญ่

            ‘ระวังตัวไว้เถอะแก’การได้มาคุมบังเหียนของกิลด์อัศวินแห่แสงยิ่งทำความหยิ่งยโสของเนสมากขึ้นเท่าทวี

            โดนหยามต่อหน้าคนจำนวนมากขนาดนี้ ฆ่าเขาให้ตายเสียดีกว่า!

            สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง พิธีกรเริ่มขานหมายเลขผู้เข้าแข่งขันทีละคนเพื่อเรียกให้ไปประลองกันบนลานโล่ง

            การประลองเป็นไปอย่างตื่นเต้น ผู้เข้าแข่งขันทุกที่ผ่านเข้ารอบมาล้วนเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมในหมู่นักสู้ทั่วไป

            ฝูงชนต่างพากันตะโกนเชียร์ผู้เข้าแข่งขันที่ตนชอบอย่างสนุกสนาน

            ความคาดหวังของไคเซอร์ประสบผลสำเร็จ ความหวาดกลัวในแววตาของมวลมนุษย์เริ่มหายไป แทนที่ด้วยความศรัทธาในการอยู่รอด

            ในสายตาของพวกเขานักสู้ทุกคนในลานประลองล้วนไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง

            กองกำลังพิทักษ์เผ่าพันธุ์คือสุดยอดกองกำลังแห่งมวลมนุษย์

            วาสเฝ้ามองการประลองเงียบๆแล้วถอนหายใจออกมา

            แข็งแกร่ง? ยอดฝีมือ?

            ในสายตาเขาบางคนยังสู้ขุนพลก็อบลินไม่ได้เสียด้วยซ้ำ!

            วาสเหลือบตาไปมองไคเซอร์ ในเวลานี้ชายชราก็เริ่มมีสีหน้าย่ำแย่บ้างแล้ว

            บางทีคนที่เข้าใจเรื่องนี้ที่สุดอาจจะเป็นชายชราคนนี้เอง

            เผ่าพันธุ์ก็อบลินโดดเด่นในเรื่องจำนวน เผ่าพันธุ์มนุษย์โดดเด่นในเรื่องคุณภาพ

            น่าเสียดายที่มนุษย์มาที่โลกใบนี้ช้าเกินไป!

            ในที่สุดการประลองที่น่าเบื่อในสายตาวาสก็จบลง เขาหวังจะได้ยลฝีมือของผู้นำมหาอำนาจสักหน่อย น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอ่อนแอเกินไปทำให้พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา

            “ขอเชิญหมายเลข 83และหมายเลข 99 ค่ะ”

            วาสบิดขี้เกียจลุกขึ้นยืนเดินไปบนเวที แต่ไม่ทันได้ก้าวขาออกไปก็เกิดเสียงดังขึ้นมาว่า

            “เอ่อ...ผมขอยอมแพ้ครับ!”วาสหันขวับไปมอง ที่แท้คูต่อสู้ของเขาในรอบนี้ก็คือไป๋หยาง พี่ชายของไป๋ฟาง!

            ไป๋หยางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ทำไมคู่ต่อสู้ของเขาจะต้องเป็นวาสด้วย ลำพังคนอื่นเขาไม่เคยหวั่นแต่กับวาสเขารู้ว่าแค่วาสสะบัดมือเขาก็เดี้ยงแล้ว

            เพียงแค่ไป๋หยางยอมแพ้ก็เกิดเสียงโห่ดังขึ้นกึกก้อง แต่คนที่โดนโห่กลับไม่ใช่ไป๋หยางแต่เป็นวาส!

            “เกิดอะไรขึ้นกัน! ทำไมถึงยอมแพ้”

            “มันต้องเป็นเด็กเส้นแน่ๆ!”

            “อะไรกัน! อยากจะดังขนาดนี้เลย ไร้ยางอายจริงๆ!”

            “ไอ้กาก!”

            .

            .

            .

            พันหมื่นคำด่าถูกพ่นมาอย่างกับสายน้ำ หลายคนนึกคึกจึงด่าตามกระแส

            ไป๋หยางหน้าเสีย เขาไม่คิดว่าแค่การยอมแพ้ของเขาจะเกิดผลลัพธ์อย่างนี้

            “เดี๋ยว! ฉันจำมันได้แล้ว”จู่ๆก็มีคนตะโกนขึ้น ชายวัยกลางคนผู้นี้เคยเป็นอดีตนักฆ่ารับจ้าง หลายปีก่อนเคยมีมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีค่าหัวมหาศาล ทำให้เขาทุ่มสุดตัวตามล่ากว่า 1 ปี แต่ไม่อาจหาร่องรอยได้พบ จนกระทั่งหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงคนปัจจุบนยกเลิกค่าหัวจึงทำให้เขาต้องเลิกล้มไปอย่างน่าผิดหวัง

            “เป็นมัน! หมอนั่นคือคนที่อดีตหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงตั้งค่าหัวไว้จำนวนมาก!”สิ้นคำเขาก็ดึงใบประกาศจับจำนวนมากออกมาแล้วโยนขึ้นฟ้าโปรยกระจายไปทั่ว

            แผ่นประกาศจับที่มีใบหน้าวาสชัดเจนนับร้อยแผ่นปลิวว่อน ดูท่านักล่าค่าหัวคนนี้จะมุ่งมั่นในตามล่าวาสมากถึงขนาดสะสมใบค่าหัววาสมากขนาดนี้

            “ใช่จริงๆด้วย!”

            “ว่าแล้วทำไมฉันคุ้นหน้าหมอนั่นแปลกๆ”

            “ไอ้เต่าหัวหดนี้เชี่ยวชาญในการหลบหนีจริงๆ ไม่คิดว่ายังมีชีวิตอยู่”

            “เฮ้! คุณเนส ตอนนี้เจอตัวหมอนี่แล้ว ไม่ทราบว่าค่าหัวยังอยู่หรือเปล่า?”

            การเปิดเผยตัวตนของวาสทำให้เกิดคลื่นรอกใหญ่ขึ้นในงานประลอง มนุษย์หลายคนจ้องมองวาสตาเป็นมัน ขอเพียงเนสบอกว่าค่าหัวยังอยู่พวกเขาจะลงมือทันที

            คอร์นับล้านดิลมากพอที่จะทำให้พวกเขาสุขสบายไปอีกนาน!

            ไคเซอร์ตะลึง มองวาสอย่างสับสน เขาไม่คิดว่าทุกอย่างจะออกมารูปแบบนี้

            เนสอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงมองไปที่วาสก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยมออกมา

            “ค่าหัวยังอยู่! ใครที่ฆ่ามันได้มารับคอร์จากฉันไปเลย 10 ล้านดิล!!!”

            “ฆ่ามัน”ฝูงชนนับพันพุ่งทะลักออกมาจากที่นั่งชม กระทั่งยอดฝีมือ100อันดับแรกแห่งมวลมนุษย์บางส่วนก็พุ่งเข้ามาด้วย

            ตอนน้พวกเขาไม่สนใจการประลองอีกแล้ว ของรางวัลจากการประลองจะไปเทียบคอร์10ล้านดิลได้อย่างไร!

            ความโลภกำลังบังตาทุกคน

            “หยุด!”ไคเซอร์ตะโกนก้อง แต่คำพูดของเขาไม่ได้เข้าหูของใครเลย ทุกคนยังคงโบกอาวุธวิ่งเข้าหาวาสอย่างบ้าคลั่ง

            มองเห็นคนนับพันกำลังวิ่งมาฆ่าตน ยามนี้ต่อให้เป็นคนอารมณ์เย็นแค่ไหนก็ไม่สามารถทนได้

            “พวกแกอยากจะฆ่าฉัน? ได้! เข้ามา!”

            สกิลมิติเชื่อมต่อ!

            สกิลมิติเชื่อมต่อ!

            สกิลมิติเชื่อมต่อ!

            สกิลมิติเชื่อมต่อ!

            สกิลมิติเชื่อมต่อ!

            .

            .

            .

            วังวนมิตินับร้อยผุดวาบขึ้นทั่วลานประลอง

            โฮกกกกกก! ก๊าซซซซซซ! ฮูมมมม!

            ซากทัพจำนวนมหาศาลทะลักออกมา จากวังวนไม่มีหยุด ถึงตอนทำสงครามกับพวกโทร์ลเขาจะเสียซากทัพไปจำนวนมาก แต่ในโลกมิติเขายังมีซากทัพเก็บไว้อีกมากโขและมันก็มากพอที่จะฆ่ามนุษย์ทุกคนในที่นี้!

            ใครคิดจะฆ่าเขา มันก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกเขาฆ่าด้วย!

            “ว๊ากกกกก! มอนเตอร์มาจากไหน!”

            “ช่วยด้วย! มันจะฆ่าฉัน”

            “ไม่! อย่าทำลูกฉัน”