บทที่ 28
กลุ่มนักฆ่า
ลู่เฟิ่งแสยะยิ้มมองเห็นเบาะแสที่ตนเองได้มา หลังจากทำการขนศพของพวกนักฆ่าพวกนี้ เขาได้รับเบาะแสสำคัญมา
ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของพวกมัน ถูกสลักเอาไว้บนร่างกาย
รูปสัญลักษณ์จิ้งจอกสีดำ นั่นคือเบาะแสที่อยู่บนร่างกายของพวกมัน
“ จิ้งจอกดำกลุ่มนักฆ่า ไม่คิดเลยว่าจะจ้างคนพวกนี้มา แต่ว่าจะจ้างกลุ่มจิ้งจอกดำทั้งทีทำไมไม่จ้างนักฆ่าที่มันมีฝีมือมากกว่านี้ ”
“ หรือคิดว่าเพียงแค่คนพวกนี้ก็สามารถสังหารคนอย่างข้าได้แล้ว ”
กล่าวถึงกลุ่มจิ้งจอกดำเป็กลุ่มนักฆ่าที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ พวกมันคือกลุ่มนักฆ่าที่มียอดฝีมือมากมาย พวกมันรับสังหารเป้าหมายที่มีความสำคัญ
พวกชนชั้นสูงหรือว่าคนที่มีอำนาจเวลาที่จะจ้างสังหารใครก็มักจะใช้งานกลุ่มนักฆ่าจิ้งจอกดำ
พวกมันเป็กลุ่มนักฆ่าใหญ่ที่มีชื่อเสียงมานาน แต่ว่ามันก็น่าแปลกที่ในครั้งนี้การเดินทางมาสังหารเขาพวกมันนำคนมาด้วยเพียงแค่นี้
บางทีพวกมันอาจจะประเมินเขาว่าเป็คนที่ไร้ความสามารถก็ได้เลยนำคนมาเพียงแค่นี้
ลู่เฟิ่งยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก “ ดูเหมือนว่าการที่เป็องค์ชายไร้ความสามารถก็มีข้อดีเหมือนกัน ”
“ พวกมันประมาทข้าเลยส่งพวกนักฆ่าฝีมือเพียงแค่นี้มา ”
“ เมื่อรู้พวกมันแล้วที่เหลือก็เพียงแค่เสพหาว่าใครที่เป็คนจ้างวานพวกมันมา ”
“ แต่ว่ามันก็น่าแปลกเสด็จพ่อเก็บเื่นี้เป็ความลับแล้วเหตุใดจึงมีคนรู้ได้ว่าข้าออกไปจากตำหนัก ”
“ .. ” ลู่เฟิ่งยืนครุ่นคิดอยู่สักพักนึง
“ รู้แล้วมีคนทรยศอยู่ภายในตำหนักบ่มเพาะ ” ลู่เฟิ่งสรุปความจริงได้อย่างที่ตนเองนั้นคิด
หลังจากที่รองครุ่นคิดดูแล้วมันไม่มีปัจจัยอื่นเลยนอกจากปัจจัยนี้ การเดินทางออกมาในครั้งนี้เขาเดินทางออกมาเพียงแค่คนเดียว
คนที่รู้เกี่ยวกับเื่นี้นอกจากองค์จักรพรรดิก็มีเพียงแค่พวกคนที่อยู่ภายในตำหนักเท่านั้น จึงสรุปได้ว่ามีคนทรยศ
และก็แจ้งเกี่ยวกับเื่นี้ให้กับใครสักคนรู้เมื่อคนผู้นั้นรู้ว่าก็ออกมาตัวคนเดียวก็ถึงส่งนักฆ่ามาลอบสังหารภายในสถานที่แห่งนี้
“ แต่มันก็น่าแปลกตัวของข้ายังไม่มีความแค้นกับผู้ใดออกไปจากตำหนักบ่มเพาะก็ยังไม่ได้ออกไป ”
“ แล้วใครที่ส่งมือสังหารมาสังหารข้าในตอนนี้กัน ” ลู่เฟิ่งเห็นว่าเื่นี้มีข้อพิรุธมากมาย
แม้ว่าตนเองนั้นจะสงสัยเกี่ยวกับเื่นี้แต่มันเองก็ยังไม่กระจ่างเสียทีเดียว
“ เดินทางต่อกันเถอะ ” ลู่เฟิ่งหันไปกล่าวกับคนขับรถม้าที่กำลังนั่งแอบตัวสั่น
ลู่เฟิ่งเดินทางต่อใช้เวลาอีกหลายวันก่อนที่จะเดินทางกลับไปถึงเมืองหลวงประมาณ 1 วัน รถม้าของเขาหยุดพักที่เมืองแห่งหนึ่ง
ลู่เฟิ่งนั่งอยู่ภายในห้องกำลังเตรียมพร้อมกับการกลับไปในครั้งนี้ ยามราตรีที่มืดมิดด้านนอกนั้นเงียบสงัด
ภายในห้องพักที่กว้างขวางลู่เฟิ่งนั่งตรงพื้นอยู่ใจกลางห้อง “ จำเป็จะต้องสลัดพลังบ่มเพาะของตนเองออกไป ”
“ ขอบเขตของข้าใช้เวลา 2 เดือนก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับสร้างพลังด้วยอายุแค่นี้มันน่าสงสัยเกินไป”
“ เพราะแบบนั้นจำเป็จะต้องสร้างสรรค์สัตว์อสูรนี้สักตัวนึง ”
ลู่เฟิ่งดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลง เริ่มทำการรวบรวมพลังภายในร่างกาย ลู่เฟิ่งทำเหมือนเดิมแต่ในครั้งนี้พลังที่โคจรอยู่ภายในร่างกายมันถูกใส่เข้าไปมากขึ้น
ขอบเขตของเขาที่ถูกล้อมรวมออกมาจากเส้นชีพจร มันเริ่มค่อยๆก่อกำเนิดกลายเป็ลมปราณหมุนเวียนรอบร่างกาย
ลู่เฟิ่งรวบรวมพลังมหาศาลสร้างสรรค์อสูรอีกตน ในครั้งนี้ลู่เฟิ่งตกอยู่ภายในห้วงภวังค์แตกต่างจากหลายครั้ง
ดวงจิตจมดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิด ร่างกายที่ถูกอัดแน่นด้วยพลังที่เออล้นออกมา ลู่เฟิ่งในขณะที่ดวงจิตนั้นจมดิ่งสู่ความมืด
ใบหน้าไม่ตื่นตระหนกใเลยแม้แต่น้อย ลู่เฟิ่งตลาดนัดรู้ดีว่าการหลอมรวมพลังการสร้างสรรค์อสูร
ยิ่งใช้พลังการสร้างสรรค์อสูรมากเท่าไหร่เขาจำเป็จะต้องใช้สมาธิมากขึ้น หลังจากที่หลอมรวมสัตว์อสูรมาสักพักเมื่อเป็สัตว์อสูรที่ต้องใช้พลังขอบเขตหลอมรวมมากขึ้น
มันจะมีโอกาสที่ดวงจิตของเขาจมดิ่งลึกลงไปสู่ความมืดมิดเช่นนี้ ท่ามกลางความมืดที่ดวงจิตนั้นลอยล่อง
ลู่เฟิ่งเพ่งสมาธิยังไม่หยุดลมปราณที่โคจรไปมาก็เริ่มหมุนเวียนแรงขึ้น ในตอนนี้ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามันผ่านมานานขนาดไหนแล้ว
ไขกระดูกถูกเชื่อมโยงเข้าหากันแก่นพลังหลอมรวมก่อกำเนิดกลายเป็สรรพสิ่ง แสงแดดส่องผ่านกระทบใบหน้าของลู่เฟิ่ง
รู้สึกตัวอีกทียามที่สัตว์อสูรนั้นถูกสร้างจนเสร็จด้านนอกก็เช้าแล้ว พลังจำนวนมากะเิออกมา
ก้อนขอบเขตบ่มเพาะั้แ่ระดับสร้างพลังถูกปลดปล่อยออกมาจนเหลือเพียงแค่ระดับรวมพลังขั้นที่ 3
พลังบ่มเพาะจำนวนมหาศาลถูกสร้างขึ้นก่อกำเนิดกลายเป็รูปร่างของสิ่งมีชีวิตตนใหม่ที่อยู่ด้านหน้า
ลู่เฟิ่งหลังจากหลุดออกมาจากห้วงภวังค์สูตรหายใจเข้าไปภายในปอดอย่างถี่ระรัว ร่างกายที่แบกรับภาระมาทั้งคืนตอนนี้กำลังส่งผลออกมา
ความเหนื่อยล้าทำให้ร่างกายของเขาในตอนนี้ตกอยู่ภายในสภาพอ่อนล้า ลู่เฟิ่งมองไปด้านหน้า “ สัตว์อสูรคนที่ 4 ของข้า ”
“ ระดับพลังของข้าในตอนนี้ลดจากขอบเขตสร้างพลังลงมาเหลือเพียงแค่ขอบเขตรวมพลังขั้นที่ 3 เท่านั้น ”
“ เท่านี้เองก็น่าจะเพียงพอ แสงสว่างไสวนั่นดูเหมือนว่าเทพเ้าแห่งโชคลาภจะเข้าข้างข้าสินะ ” ลู่เฟิ่งมองเห็นแสงที่อยู่ด้านหน้า
มันแตกต่างจากแสงธรรมดาทั่วไปตอนช่างสัตว์อสูรก่อนหน้านี้ ขึ้นออร่าตอนก่อกำเนิดสัตว์อสูรเป็สิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรได้
ในตอนที่สร้างตะขาบอัสนีมันมีคลื่นออร่าที่แข็งแกร่งกว่าหมาป่าทมิฬ แต่ในตอนนี้แสงที่อยู่ด้านหน้ามันเปล่งแสงเปล่งประกายไม่เพียงเท่านั้นยังมีออร่าที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวมากกว่า
หลังจากแสงสว่างไสวนั้นค่อยๆหายไปก็ปรากฏร่างกายของสัตว์อสูรต้นหนึ่งออกมา สัตว์อสูรตนนี้มีรูปลักษณะแตกต่างจากสัตว์อสูรทั่วไป
มันเป็สัตว์อสูรที่มีร่างกายเล็กลอยอยู่ภายในอากาศ มองด้วยตาเปล่าคล้ายคลึงกับิญญาที่ลอยล่อง
มีรูปลักษณะเป็ดวงิญญาแมวสีดำตัวเล็ก มันเป็แมวสีดำดวงตาสีแดงร่างกายโปร่งใส
“ สัตว์อสูรประเภทภูติหายาก ”
ถ้ากล่าวถึงหนึ่งในสัตว์อสูรที่สร้างยากมากที่สุด แล้วก็พบเจอยากมากที่สุด 1 อย่างสำหรับลู่เฟิ่ง เขาที่เคยสร้างสรรค์อสูรมาแล้วนับพันชนิด
1 ในสายพันธุ์ที่ปรากฏให้เห็นน้อยที่สุดก็คงจะเป็ภูติิญญา มันเป็สัตว์อสูรที่ไม่เหมือนกับสัตว์อสูรที่มีรูปร่าง
พวกมันคงอยู่ในสถานะิญญา สัตว์อสูรประเภทนี้แตกต่างจากพวกสัตว์อสูรธรรมดาทั่วไป มันไม่สามารถพัฒนาระดับได้
แต่สัตว์อสูรประเภทนี้มันจะมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างไปจากสัตว์อสูรทั่วไป ตรงที่พวกมันมีความสามารถพิเศษที่น่าเหลือเชื่อ
“ เอาล่ะเ้าสามารถทำอะไรได้ ”
เ้าแมวสีดำที่อยู่ในรูปรักิญญาที่อยู่ด้านหน้าร่างกายของมันเปล่งแสงขึ้น ก่อนที่จะพุ่งเข้ามาที่แขนของลู่เฟิ่ง
มันแปรเปลี่ยนกลายเป็กำไรหยกสีดำที่สวมใส่อยู่บริเวณข้อมือ “ นี่มัน.. ”
จบบท