ไทเดินเข้าไปใกล้โต๊ะรับสมัครที่มีชายวัยกลางคนร่างท้วมกำลังนั่งจดรายชื่ออยู่ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“หนู...มาทำอะไร?” ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองไทั้แ่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสงสัย
“ผมมาสมัครแข่งทำอาหารครับ”ไทตอบเสียงนิ่ง
ชายคนนั้นเลิกคิ้วสูงก่อนจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา “หะ? แกเนี่ยนะจะมาแข่งทำอาหาร? ดูสภาพสิ...เด็กน้อยหน้าจืดอย่างแกน่ะนะจะมาสู้พวกมืออาชีพได้ไง” เสียงหัวเราะของเขากึงก้องไปทั่วศาลาทำให้ผู้คนรอบข้างหันมามองไทเป็ตาเดียว
หญิงวัยกลางคนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆชายคนนั้น มองไทด้วยสายตาเหยียดหยาม “คุณสมบัติอะไรก็ไม่มี หน้าตาก็ดูซื่อๆเหมือนไม่เคยจับตะหลิวมาั้แ่เกิดเลยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่แข่งทำอาหารเลยแค่ทำอาหารให้หมากินยังไม่รู้จะอร่อยรึเปล่า”
เสียงซุบซิบนินทาและเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นรอบตัวไทบางคนถึงกับชี้นิ้วมาที่เขาด้วยความขบขัน
“นี่ไอ้หนู!กลับบ้านไปกินข้าวคลุกน้ำพริกที่แม่แกตำให้ดีกว่ามั้ย”ชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านยืนกอดอกมองไทด้วยแววตาดูถูก“สนามนี้มันไม่ใช่ที่ของเด็กกะโปโลอย่างแกหรอกนะ”
ไทไม่ได้โต้ตอบอะไรเขายืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำดูถูกเ่าั้แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยไฟแค้นที่กำลังลุกโชน เขาจำคำสอนของพ่อได้ดี "คนโง่เท่านั้นที่ใช้ปากคนฉลาดจะใช้การกระทำ"
“ชื่ออะไรล่ะไอ้หนู? จะได้ลงทะเบียนให้มันจบๆ ไป”ชายท้วมถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
“ไทครับ”
เมื่อกรอกใบสมัครเสร็จไทก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มแรกของการแข่งขัน รอบคัดเลือกเป็การแข่งขันทำอาหารง่ายๆที่ใครๆ ก็ทำได้ นั่นคือ "ข้าวผัดอเมริกัน"
“หึ! แค่ข้าวผัดอเมริกันเด็กอย่างแกจะไปทำอะไรได้” เสียงดูถูกยังคงดังไม่หยุด เมื่อกรรมการประกาศเมนูไทมองไปยังวัตถุดิบที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า ทั้งข้าวสวย ไส้กรอก แฮมซอสมะเขือเทศ และอื่นๆ อีกมากมาย
คู่แข่งคนอื่นๆดูมีประสบการณ์มากกว่าไทมาก บางคนเป็เ้าของร้านอาหารเล็กๆ ในตลาดบางคนเป็เชฟจากร้านใหญ่ในตัวอำเภอ พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วหยิบจับวัตถุดิบและอุปกรณ์อย่างชำนาญ
ไทสูดหายใจเข้าลึกๆเขานึกถึงพ่อที่เคยสอนเขาเื่ข้าวผัด พ่อเคยบอกว่า "ข้าวผัดที่อร่อยที่สุดไม่ใช่ข้าวผัดที่ใส่อะไรเยอะที่สุด แต่เป็ข้าวผัดที่ใส่ใจลงไปมากที่สุด"
เสียงระฆังดังขึ้นเป็สัญญาณเริ่มต้นการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเริ่มลงมือทำอาหารอย่างเร่งรีบเสียงตะหลิวกระทบกระทะดังระงม กลิ่นผัดข้าวหอมฟุ้งไปทั่ว
ไทไม่ได้รีบร้อนเขาค่อยๆ หยิบวัตถุดิบขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน มองสำรวจสีสันและเนื้อััเขาเลือกข้าวที่เม็ดสวย น้ำมันหมูที่ดูสะอาด ไส้กรอกที่เนื้อแน่นเขาจัดการกับวัตถุดิบอย่างใจเย็น หั่นไส้กรอกเป็แว่นพอดีคำ สับกระเทียมละเอียดก่อนจะเริ่มตั้งกระทะ
คู่แข่งที่อยู่ข้างๆไท หันมามองเขาด้วยสายตาเยาะหยัน “ดูมันทำสิ! ชักช้าโอ้เอ้แบบนี้เมื่อไหร่จะเสร็จวะ! สงสัยไม่เคยเข้าครัว”
ไทไม่ได้สนใจคำพูดนั้นเขาเทน้ำมันลงกระทะ รอน้ำมันร้อนจัด ก่อนจะใส่กระเทียมลงไปเจียวจนหอมตามด้วยไส้กรอกและแฮมผัดจนเกรียมเล็กน้อย แล้วจึงใส่ไข่ลงไปยีพลางปรับไฟอย่างชำนาญ ไม่ให้ไข่สุกเกินไป
“เด็กนี่...ทำไมไม่รีบร้อนเหมือนคนอื่น”กรรมการคนหนึ่งที่คอยสังเกตการณ์อยู่พึมพำเบาๆ
ไทตักข้าวลงกระทะเขาผัดข้าวอย่างรวดเร็วแต่เนิบนาบ ทำให้ข้าวทุกเม็ดเคลือบด้วยน้ำมันและกลิ่นหอมของเครื่องเทศเขาใส่ซอสมะเขือเทศที่ปรุงรสเล็กน้อยลงไป ก่อนจะผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันดีเม็ดข้าวแต่ละเม็ดแยกจากกันอย่างชัดเจน ไม่แฉะ ไม่จับตัวเป็ก้อน
“ดูสิ...มันทำเหมือนไม่เคยจับตะหลิวเลย”ผู้ชมบางคนกระซิบกัน “ข้าวผัดอะไรจะดูธรรมดาขนาดนั้น”
ไทตักข้าวผัดอเมริกันใส่จานที่เตรียมไว้จัดวางไส้กรอกและแฮมอย่างสวยงาม โรยด้วยผักชีเล็กน้อย แม้จะเป็อาหารง่ายๆแต่ทุกขั้นตอนของไทกลับดูประณีตอย่างน่าประหลาด เขาไม่ได้ปรุงรสจัดจ้านหรือใส่วัตถุดิบแปลกๆ เหมือนคู่แข่งคนอื่น แต่เน้นความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นเป็สัญญาณหมดเวลาทุกคนก็หยุดมือ ไทส่งจานข้าวผัดอเมริกันของเขาให้กับกรรมการด้วยสีหน้าสงบ
กรรมการทั้งสามคนเริ่มชิมอาหารทีละจานสีหน้าของพวกเขาหลากหลาย มีทั้งพอใจ ไม่พอใจ และเฉยๆ
เมื่อถึงคิวของจานข้าวผัดอเมริกันของไทกรรมการคนแรกซึ่งเป็เชฟใหญ่จากโรงแรมในตัวจังหวัด ตักข้าวผัดเข้าปากเพียงคำแรกคิ้วของเขาก็เลิกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าจากที่เคยดูเฉยๆ เริ่มมีความสนใจแฝงอยู่
“หือ?”กรรมการคนที่สองซึ่งเป็แม่ครัวใหญ่ประจำตลาดเอ่ยขึ้นเบาๆ “รสชาติ...มันคุ้นเคยอย่างประหลาด”
กรรมการคนที่สามเป็ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคยกินอาหารมาอย่างโชกโชนเขาหลับตาพริ้ม เคี้ยวข้าวผัดอย่างช้าๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบางๆ“รสชาติของวัยเด็ก...ความเรียบง่ายที่ถูกลืมเลือนไป”
คำพูดของกรรมการทั้งสามคนทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นเริ่มซุบซิบกัน พวกเขาไม่คิดว่าข้าวผัดที่ดูธรรมดาของไทจะได้รับคำชมแบบนี้
เมื่อถึงเวลาประกาศผลการแข่งขันรอบคัดเลือกเสียงหัวใจของไทเต้นระรัว แม้ภายนอกจะดูนิ่งเฉยแต่เขาก็ยังเป็เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่้าการยอมรับ
“และผู้ที่ผ่านเข้ารอบไปได้อย่างหวุดหวิด...ลำดับที่10 ได้แก่...นายไท!” ชายท้วมผู้รับสมัครประกาศชื่อไทเสียงดังฟังชัด
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วบริเวณผู้คนยังคงมองไทด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจพวกเขาไม่คิดว่าเด็กบ้านนอกคนนี้จะทำได้
“ไอ้เด็กนี่...ฟลุกหรือเปล่า”คู่แข่งคนหนึ่งพึมพำ
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่มองไทด้วยสายตาแตกต่างออกไปเขาคือ "เชฟเทพ" เชฟหนุ่มชื่อดังประจำอำเภอผู้ซึ่งถูกยกให้เป็เต็งหนึ่งของการแข่งขันครั้งนี้เขามองไทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจและสงสัย
"ข้าวผัดธรรมดาๆแบบนี้...ทำไมถึงทำให้กรรมการชมได้ขนาดนั้น" เชฟเทพคิดในใจเขาััได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวไทเด็กหนุ่มคนนี้...ไม่ได้มีแค่ความโชคดีแน่ๆ
ไทยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสบตากับเชฟเทพเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังกลับเดินไปเงียบๆแม้จะผ่านเข้ารอบไปอย่างหวุดหวิด แต่เขารู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆเท่านั้น ความท้าทายที่แท้จริงกำลังรออยู่ข้างหน้า และเขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยเพลิงแค้นที่สุมอยู่ในใจและความปรารถนาที่จะทวงคืนความยุติธรรมให้กับพ่อของเขา