บทที่ 2
“แฟนพันธ์แท้”
ณคฤหาสน์หรู รถเบนซ์คันงามค่อย ๆ ขับออกจากคฤหาสน์อย่าง ช้า ๆข้างกระจกฝั่งคนนั่งเปิดออกค่อย ๆ ลดลง เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลา เกลี้ยงเกลา แววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมุ่นในมือ ถือหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งผู้เขียนทิ้งนามปากกาไว้ว่า “รัตนากร”
“ถ้าคุณชายชอบหนังสือเื่ไหนมากๆ คุณชายจะต้องตามหานักเขียนทุกคนเลยหรือครับ”
คนขับรถเอ่ยถามคุณชายรพีพรรณผู้เป็เ้านายอย่างอดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นเ้านายออกรถตามหานักเขียนคนนี้มา 2ครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้พบ เพราะตามที่ตนหาข้อมูลมาเกี่ยวกับนักเขียนคนนี้ทราบมาว่านักเขียนคนนี้มักจะทำตัวสันโดษ และลึกลับ หาตัวค่อนข้างยากแม้แต่ในสำนักพิมพ์เองก็ไม่ค่อยเข้ามาทำงาน แต่ผลงานนั้นดี จนสามารถพยุงสำนักพิมพ์ที่กำลังจะปิดตัวลงให้ยืนขึ้นได้อย่างสง่าผ่าเผยบอสแม้จะมีหลายเื่ไม่ค่อยพอใจแต่ก็ไม่กล้าตำหนิอะไรมากนัก ให้อิสระทุกอย่างแก่เธอและที่สำคัญมีเสียงลือเสียงเล่ามาว่า....เธอสวยกว่าดารา
“ไม่ใช่ทุกคนหรอกลุงพอดีผมได้อ่านงานเขียนครั้งล่าสุดของ ‘รัตนกร’ ที่เธอเขียนถึงผู้อ่านมันแฝงไปด้วยคำบอกลา เหมือนเธอจะเปลี่ยนงานในเร็ว ๆนี้ หรือ จะไปเรียนต่อ หรือทำอะไรอย่างอื่น ผมไม่แน่ใจ เพียงแต่สักครั้ง ในชีวิต ผมแค่อยากจะขอลายเซ็นของเธออยากจะคุยกับเธอ และแลกเปลี่ยนทัศนคติ ระหว่าง ผู้เขียนผู้อ่าน+นักวิจารณ์อย่างผมน่ะ”
“ คงไม่ใช่ตามหาเพราะเขาลือกันว่านักเขียนคนนี้สวยกว่าดาราหรอกหรือครับฮ่า ๆ”
ลุงคนขับรถพูดเย้าฝ่ายรพีพรรณเองก็ใจเต้นรัว ขณะกำลังนึกถึงใบหน้าของนักเขียนสาวในรูปถ่ายตอนเธอขึ้นไปรับรางวัลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หากไม่เป็เพราะวันนั้นรพีพรรณต้องไปเป็ธุระรับคณะทูตที่มาจากต่างประเทศ ให้ครอบครัวในฐานะคุณชาย เขาคงได้ไปงานนั้นและพบกับเธอแล้ว รพีพรรณนึกขึ้นได้ก็เสียดาย
“ขออนุญาต นั่งอ่านด้วยคนนะครับ”
น้ำเสียงนุ่มนวลจากคนตรงหน้าทำให้หญิงสาวผู้รักความสงบเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าใบหน้ารูปไข่ ั์ตาคู่งามเลิกคิ้วแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชั้น 6 ของหอสมุดโบราณใจกลางเมืองนั้นมีที่ว่างมากมาย แต่ชายผู้นั้นกลับมาขอนั่งข้าง ๆ ตนแต่นึกดูอีกทีเหมือนจะเคยเห็นที่ไหน อ้อ ‘งานสัปดาห์หนังสือ’ สรชาคิดในใจ
“อ๋อ ค่ะ”
หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป
“ยินดีที่ได้พบอีกครั้งนะครับ คุณนักเขียน ผมชรันปกรณ์หรือเรียก ชรัน ก็ได้ครับ”
สรชายิ้มพยักหน้ารับคิดว่าเป็เื่บังเอิญที่เจอคนมอบรางวัลบนเวทีในวันนั้นในหอสมุดโบราณฝ่ายชรันปกรณ์ดีใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ต้องเก็บอาการไว้แน่นอนว่ามันไม่ใช่เื่บังเอิญ ชรันให้คนไปสืบ ที่ทำงานที่อยู่ หรือ แม้แต่กิจวัตรประจำวันเพื่อที่จะหาทางใกล้ชิด หญิงสาวที่เป็รักแรกพบของเขาในมือชรันถือโทรศัพท์ที่มีตารางสถิติการใช้หอสมุดของ สรชา ไว้แน่นชรันดีใจมากที่ได้เจอสรชาแบบนี้ แม้ตระกูลเขาจะร่ำรวยเป็เศรษฐีแต่เขาก็ไม่เคยมอบหัวใจรักให้ใคร จนวันที่มอบรางวัลวันนั้น ชรันก็นึกถึงแต่รอยยิ้มของสรชา และหวังที่จะได้หัวใจเธอ จนนอนไม่หลับไม่คิดไม่ฝันว่าแค่นักเขียนสาวคนหนึ่งจะทำให้เขาเพ้อถึงได้มากขนาดนี้
เมื่อสรชา อ่านหนังสือที่อยู่ในมือจบมองไปอีกที เห็น ชรัน ชายหนุ่มรูปงาม นั่งข้าง ๆ สรชาก็ใจเต้นแรงไม่ต่างกัน สรชาคิด วิเคราะห์ตามหลักการของหนังสือกายวิภาคที่ตนอ่าน รูปใบหน้าแบบนี้ คืออนาโตมี่ที่สมบูรณ์แบบของมนุษย์ชัด ๆ
“อ่านจบแล้วหรือครับ”
ชรันปกรณ์ในวัย 20กลาง ๆ เอ่ยขึ้นถามสรชาด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น
“ ค่ะ ฉันจะกลับแล้วนะ คุณชรันปกรณ์” แว็บนึงชรันปกณ์รู้สึกใจหาย ได้แต่พยักหน้าเบา ๆ
“ เรียกผมว่า ชรันเฉย ๆ เถอะนะครับ
ทั้งสองส่งรอยยิ้มให้กัน หลังจากนั้นก็ออกมาจากหอสมุดทั้งคู่ ซึ่งคาดกันกับรพีพรรณที่กำลังตามหานักเขียนของเขาชรันแอบขับรถตาม สรชาจนถึงบ้าน พอเห็นบ้านตามที่อยู่ที่ให้คนไปสืบมาข้อมูลก็ตรงกันสรชา ไม่ได้ยากจนอะไรเลย เรียกว่าฐานะร่ำรวยทัดเทียมตนก็ได้
‘ทำไมคนแบบนี้ถึงอยากเป็นักเขียนนะทำไมไม่ต่อยอดธุรกิจทางบ้าน’
“น่าสนใจ จริง ๆ”
ชรันปกรณ์ยิ้มที่มุมปากแม้แปลกใจอยู่บ้างเพราะตามที่ตนให้คนไปสืบ บ้านของสรชาใหญ่โตกำแพงแ่า มีคุณป้าชื่อ คุณป้าวารีเป็เศรษฐีนี ค้าเพชรพลอยแลเครื่องประดับต่าง ๆ ที่ย้ายมาจากเมืองอื่น เมื่อ 10กว่าปีที่แล้ว ส่วนสรชา ตามประวัติเหมือนจะเป็หลานสาวเพียงคนเดียวของเศรษฐีนีนั้น ซึ่งพึ่งมาปรากฏตัวไม่นานนักไม่กี่ปี ทั้งรูปสมบัติ และคุณสมบัติ ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลยทำไมเราพึ่งเจอกันนะ ชรันปกรณ์คิดไปก็แอบยิ้มอยู่ในใจขณะวาดมือถือดูสถิติตารางการเข้าหอสมุดของสรชา
“เอ๊ะ ทำไมเราถึงได้ลืมอะไรง่ายแบบนี้สงสัยจะกลายเป็มนุษย์เต็มตัวซะละมั้ง ฮ่า ๆ”
พูดจบสรชายกขาที่จะก้าวลงรถะงักแล้วใส่เกียร์ถอยถอยหลังรถออกอีกครั้ง เพื่อไปยังสำนักพิมพ์ สรชาดูทางไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ขับไปในใจก็พลางนึก ถ้ามีดวงแก้วมณีเราคงไม่ต้องพึ่งยานพาหนะอะไรแบบนี้ เซ็งชะมัดเลย
“เอ้า คุณสรชา พี่ไม่นึกว่าจะเข้าสำนักพิมพ์วันนี้ค่ะพอดีเลย มีคนมารอพบคุณสรชา เกือบครึ่งวันเลยค่ะปลายบอกให้เขากลับแต่เค้าก็ยังยืนยันที่จะอยู่เพราะพี่บอกเขาแล้ววันนี้คุณสรชาไม่เข้าถ้าวันไหนเข้าก็จะบอกเขาอีกทีแต่เขากลับรออยู่”
“ใครคะ พี่ปลาย”
สรชาย่างเท้าเข้าไปถึงหน้าห้องสำนักพิมพ์พร้อมถามผู้จัดการสาวอย่างงงงวยว่าใครกันแน่ที่มารอ มารอ เพื่ออะไร
“ความเท่าเทียมในมนุษย์น่ะหรือ หามีไม่ ผู้หญิงก็ไม่เท่าผู้ชายเศรษฐีไม่ก็เท่ายากจน คนมีรถไม่เท่าคนเดินเท้า สังคมให้ค่าสิ่งใดสิ่งนั้นก็มีค่าขึ้นได้ หากเรามองเห็นความจริงข้อนี้มองเข้าไปแล้วเห็นว่าเราอยู่จุดใด ้าไปสู่จุดใดย่อมทำได้ต้องยอมรับก่อนว่าเราไม่เท่าเทียม หากแต่เราสามารถพยายามให้ดีที่สุดในระดับที่เราพอใจ ในระดับที่เรา้า แม้ประมาณแผนการมากน้อย ค่อย ๆ ลงมือทำจะชี้นำตามวีถีชีวิตเรา”
เสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลังพร้อมบทพูดของตัวละครในเื่สั้นที่สรชาได้เขียน
“ธารกวี”
สรชาและชายตรงหน้าพูดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายชายผู้นั้นส่งรอยยิ้มให้กับสรชา ใบหน้าอันหล่อเหลา เกลี้ยงเกลา งดงามสะกดใจ สรชาได้แต่มองเ้าของน้ำเสียงนุ่ม ๆ ของคนตรงหน้าที่เอ่ยขึ้นพร้อมตนด้วยหัวใจที่เต้นแรง
ในมือชายคนนั้นถือหนังสือที่สรชาเขียนมาด้วยสรชาจึงเดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นักอ่านที่อาจชื่นชอบในผลงานของตน
“สวัสดีครับผมเป็แฟนพันธ์แท้ของนักเขียนเ้าของนามปากกา รัตนกร ครับ”
รอยยิ้มหวานจากชายตรงหน้าที่ส่งออกมาด้วยความจริงใจจนสรชารับรู้ได้
“สวัสดีค่ะ เรียกรชาก็ได้ค่ะ”
สรชายกมือไหว้ แล้วส่งยิ้มหวานให้ไม่มีอะไรสงสัยเลย เพราะคนที่จำบทพูดในเื่สั้น ธารกวีได้แสดงว่าชอบผลงานของเธอจริงชายตรงหน้าเมื่อได้เห็นตัวจริงของสรชาหัวใจเขาหวั่นไหวเป็ที่สุดใจเต้นเหมือนจะหล่นมานอกอก คุณชาย รพีพรรณอย่างเขาคงไม่ได้รักแค่งานเขียนของสรชาแน่แล้วล่ะ
กลิ่นกายของสรชายิ่งมีลักษณะพิเศษเพราะมีกลิ่นคล้ายดอกบัวอยู่5 ส่วนพร้อมกับกลิ่นที่ดูลึกลับน่าค้นหานี้ ทำให้คนที่พบเจอเคลิ้มไป ตาม ๆ กันแม้เหล่าพญานาคเองก็ยังไม่สามารถมีกลิ่นนี้ได้หากมิได้มีลักษณะพิเศษอย่างสรชา
เมื่อรพีพรรณได้พบสบตากับเ้าของผลงานที่งามสง่าั์ตาสวย ผมยาวดำขลับ ตรงหน้า ความชื่นชอบของเขายิ่งมากขึ้นเป็ทวีคูณ
“คุณสรชา จะยุติการเขียนหนังสือในปีนี้จริง ๆ หรือครับ”
สรชาแปลกใจเล็กน้อยที่ชายตรงหน้าสามารถตีความงานเขียนชิ้นล่าสุดที่เธอเขียนแทนการสั่งลาผู้อ่านได้เพราะอีกหน่อยจะกลับเข้าสู่เมืองสาคเรศนครแล้ว
“ค่ะ”
สรชาได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ พร้อมลงลายเซ็นให้ชายตรงหน้า สรชารู้สึกดีและยินดีมากที่มีนักอ่านรักในผลงานเธอขนาดนี้
“แล้วคุณสรชาจะไปอยู่ที่ไหน หรือมีแผนทำอะไรต่อจากนี้ครับ”
“รชาว่าจะย้ายไปอยู่เมืองอื่นค่ะ”
เมื่อสรชาพูดจบชายตรงหน้ากลับเผยแววตาเศร้าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นดังนั้นสรชาจึงนั่งคุยกับรพีพรรณต่ออีกครู่หนึ่งทั้งสองคุยกันถูกคอมากไม่ว่าจะเื่ใด ทัศนคติ ชุดความคิด ที่คล้ายกัน มันช่างดึงดูดทำให้ทั้งคู่รู้สึกสนิทกันอย่างบอกไม่ถูกแค่พึ่งพบกันแต่รู้สึกเหมือนเป็เพื่อนกันมาครึ่งชีวิตแล้ว คุณชายรพีพรรณด้วยเชื้อผู้ดีเก่าคงความสุภาพ สุขุม อ่อนโยน
มันยิ่งทำให้หัวใจสรชาหวั่นไหวไม่ใช่แค่ใจเต้น แบบที่เห็นใบหน้ารูปงามของชรันปกรณ์ แต่หัวใจมันเต้นแรงไปกับทัศนคติที่ตรงกันแบบที่มนุษย์เรียกว่า
‘เคมีตรงกันสินะ’ สรชาพึมพำเบา ๆ กับตัวเองขณะขับรถกลับครั้งที่ 2ปล่อยให้รพีพรรณยังนั่งยิ้มอยู่ที่สำนักงานจนกระทั่งคนขับรถมารับกลับ
“พี่วารี....”
“คะเ้า”
“พี่วารีเคยหลงรักมนุษย์ไหม”
นางกำนัลวารีที่ในเมืองมนุษย์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็เศรษฐีนีค้าเพชรพลอยนั้น ถอนหายใจเฮือก แล้วมองหญิงสาวตรงหน้า
“นั่นมิใช่คำถามเ้าค่ะ มันคือคำสาป”
*********