การโต้เถียงดังไปถึงนอกห้อง จนทำให้ซ่งอวี้ที่อยู่ด้านนอกหูผึ่งสนใจใคร่รู้ ว่าทั้งสองทะเลาะเื่อะไรกันแต่เช้า
จึงเอาหูไปแนบประตูกระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที แต่ไม่ทันจะได้แอบฟัง แม่ทัพน้อยโม่จวินอู๋เดินออกมาด้วยท่าทีฉุนเฉียว
ก่อนจะเรียกทหารให้มาเฝ้าประตูห้องของตนเองไว้ เพื่อไม่ท่านหญิงเสี่ยวถงออกไปที่ใดได้
สั่งเรียบร้อยก็ตรงไปที่ค่ายทหารทันที ด้วยอารมณ์เหมือนพายุทอร์นาโดที่โหมกระหน่ำรุนแรง
จนทำให้ทหารที่ฝึกอยู่ต่างรู้สึกฉงนใจ ว่าทำไมท่านแม่ทัพของพวกเขาถึงได้เป็เช่นนี้
เฉิงเจินจูที่ได้ยินคำสั่งโม่จวินอู๋พูดกับทหาร ว่าไม่ให้ออกไปไหนถ้าไม่มีคำสั่งจากเขา ก็รู้สึกโมโหขึ้นมาเหมือนกัน ทำท่าจะฟัดกะเฟียดอยู่ในห้องอย่างฉุนเฉียว
เจียนชิวสาวรับใช้คนสนิท เข้ามาด้วยท่าทียิ้มแย้ม"ท่านหญิง ท่านแม่ทัพไม่อยู่แล้วหรือเ้าคะ"
"จะถามถึงทำไม เขาไม่อยู่ดีแล้ว"
"ท่านหญิงคงไม่ได้ทะเลาะกับท่านแม่ทัพหรอกนะ"
เฉิงเจินจูไม่ได้ตอบคำถามของสาวใช้ แต่เป็ฝ่ายตั้งคำถาม ที่ตัวเองอยากรู้และสงสัยเพื่อให้อีกคนตอบ
"นี่!ชื่อเจียนชิวเป็สาวใช้ส่วนตัวของท่านหญิงเสี่ยวถงใช่ไหม"
"ท่านหญิงทำไมถึงถามแบบนี้"
เมื่อถูกถามเช่นนั้นก็รีบหันไปมองเฉิงเจินจู ด้วยท่าทีใและเป็ห่วง เอามือไปจับแก้มจับหน้า ดูว่าท่านหญิงไม่สบายหรือเปล่า ถึงถามอะไรแปลกๆ ออกมา
แต่การกระทำเช่นนั้นของเจียนชิว ทำให้หญิงสาวรู้สึกฉุนขึ้นมา
"เจียนชิวทำอะไรของเธอเนี่ย"
"ฮือ...ท่านหญิง เมื่อคืนวานคงจะใมากเลย วันนี้เลยจำข้าไม่ได้ใช่ไหม แถมยังพูดอะไรแปลกๆ ด้วย"
เฉิงเจินจูเมื่อเห็นสาวรับใช้ร้องไห้หนัก ก็รีบพูดปลอบใจยกใหญ่ ว่าสบายดีไม่ได้เป็อะไร เื่เมื่อคืนวานก็ไม่ได้ทำให้ใเลยแม้แต่น้อย
เพียงแต่ตอนที่หัวกระแทกกับเสาเตียงรู้สึกมึนงงเล็กน้อยบ้าง แต่ก็ไม่มาก
เลยทำให้พูดอะไรแปลกๆ ออกมา เจียนชิวจึงหยุดร้องจากนั้น จ้องมองที่หน้าผากของหญิงสาวก่อนจะโผเข้ากอดอย่างดีใจ
"ดีแล้วที่ไม่เป็อะไรมาก"
"เอาละในเมื่อรู้ว่าข้าไม่เป็ไรเ้าก็ปล่อยได้แล้ว"
สาวใช้ที่ซื่อสัตย์เมื่อถูกเ้านายสั่งให้ปล่อยก็ปล่อยแต่โดยดี ไม่มีอิดออดเลย คุยกันได้ไม่นาน ก็มีเสียงเรียกท่านหญิงเสี่ยวถงที่หน้าประตูห้อง
"ฮูหยินน้อย นายท่านกับฮูหยินใหญ่เชิญพบเ้าค่ะ"
เฉิงเจินจูไม่ได้ตอบกลับไปในทันที แต่หันกลับมาถามเจียนชิวว่าบุคคลทั้งสองเป็ใคร
"นายท่านกับฮูหยินใหญ่คือใครหรอ?"
"ท่านหญิงลืมได้ยังไงกันเ้าคะ ท่านทั้งสองก็คือพ่อแม่สามีนะ"
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือนั่งกะพริบตาถี่ๆ กำลังชั่งใจอยู่ หากพบบุคคลทั้งสองจะต้องทำตัวเช่นไร แล้วอีตาแม่ทัพน้อยก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว
แย่แล้ว.....แย่แล้ว....ถ้าพบพ่อแม่สามีแล้วพูดอะไรหรือทำอะไรที่ไม่ถูกใจไม่ต้องถูกลงโทษให้ไปนั่ง อยู่ที่หน้าศาลบรรพชนหรือไง
ในขณะที่ในหัวกำลังคิดวิธีลงโทษของพ่อแม่สามี เจียนชิวก็ได้สะกิดเรียกให้รีบตอบคำถามของสาวรับใช้ที่อยู่หน้าประตูห้องไป
"ท่านหญิงจะไม่ตอบอะไรไปหน่อยหรือเ้าคะ"
"จะให้ตอบไปว่ายังไงล่ะ ในเมื่ออีตาแม่ทัพน้อยไม่ยอมให้ข้าออกไปไหนเลย"
"แต่ถ้าไม่ไปพบก็คงจะไม่เหมาะ"
คำพูดของสาวรับใช้ก็มีเหตุผลมาก ผู้ใหญ่เรียกแล้วไม่ไปพบ ก็เหมือนไม่เคารพพ่อแม่สามี เป็การวางตัวที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
สำหรับสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่ เฉิงเจินจูคิดทบทวนดีแล้วก็ลุกขึ้นยืน
"ได้ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปพบพ่อแม่สามีเดี๋ยวนี้"
หญิงสาวเดินนำเจียนชิวออกไป พบกับบ่าวรับใช้ของจวนโม่ ด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสอย่างเป็มิตร
จากนั้นจึงพากันเดินไปทางห้องโถงใหญ่ เพื่อไปพบท่านแม่ทัพใหญ่และฮูหยินใหญ่ ที่นั่งรอนานแล้ว
บ่าวรับใช้เมื่อมาถึงหน้าประตูก็หันมาพูดกับหญิงสาวว่า "ฮูหยินน้อย เชิญ"
เฉิงเจินจูสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องโถงใหญ่ไปพบกับพ่อแม่สามี เมื่อพบกับบุคคลทั้งสองก็ทำความเคารพ
"ไม่ต้องมาพิธีเราคนกันเองทั้งนั้น"
หญิงสาวนั่งลงท่าทีเรียบร้อยสุภาพอ่อนโยน ไม่มีอาการกระโดกกระเดกให้เห็นเลย เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังจ้องมองอยู่
"ท่านหญิงยังตื่นตระหนกใอยู่หรือไม่ กับเหตุการณ์เมื่อคืนวาน"ฮูหยินใหญ่กล่าวถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่ใแล้วขอบคุณที่ห่วงใย"
"จะไม่ให้เป็ห่วงได้อย่างไร ท่านหญิงอุตส่าห์ยอมแต่งงานเข้าตระกูลโม่"
หลังจากที่ท่านแม่ทัพใหญ่พูดจบ เฉิงเจินจูก็ได้แต่นั่งยิ้มอย่าอ่อนหวานโดยที่ไม่พูดอะไรต่อ เห็นว่าหญิงสาวไม่พูดอะไร พวกเขาจึงเป็ฝ่ายพูดเอง
"ท่านหญิงตอนนี้พวกเราก็เป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว ถ้าหากมีเื่อะไรที่ทำให้หนักใจหรือไม่สบายใจก็สามารถบอกกับแม่ได้"
"ได้จริงเหรอเ้าคะ?"
"จริงแท้แน่นอน"
เฉิงเจินจูทำท่ากระอักกระอ่วนใจ เหมือนมีูเาทับอยู่ที่อกอยากจะพูดก็พูดไม่ออก แต่ท้ายที่สุดถ้าไม่พูดออกไปตัวเองก็คงจะต้องลำบากอยู่อย่างนี้
"คือจวินอู๋!"
"อยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะอย่ามัวแต่อ้ำอึ้ง"
"จวินอู๋ ทั้งป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ข้าอยากจะหย่ากับเขา"
พูดได้แค่นั้นก็ทำให้พ่อแม่สามีใพูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งมองตากัน