ตอนที่ 20 เตือนใจ (1)
ภายในห้องหนังสือของสวี่ซงซานนั้นบรรยากาศต่างไปโดยสิ้นเชิง
การตกแต่งในห้องแต่ละจุดประณีตงดงาม ของทุกอย่างต่างก็คัดเลือกมาอย่างตั้งใจ ตอนที่เขากั้นห้องหนังสือนี้โต๊ะเก้าอี้ภายในห้องแต่ละตัวล้วนแต่เป็นโจวฮูหยินที่ทุ่มเทตกแต่งซึ่งจัดวางได้ไม่เลว บนกำแพงของปีกตะวันตกและตะวันออกต่างก็มีหน้าต่างสองบานเปิดอยู่ ใต้หน้าต่างไม่ได้จัดวางอะไรไว้ ดังนั้นแสงสว่างส่องเข้ามาจึงไม่ถูกอะไรขวางกั้นแม้แต่น้อย
ตอนสวี่เฉิงอวี๋ยังเล็กนางชอบห้องหนังสือของสวี่ซงซานมาก หลายปีที่ยังไม่ถูกจำกัดมากเกินไปนั้นนางมักจะแอบเข้ามาเล่นอยู่เสมอ ภายหลังเมื่อโตขึ้นสักหน่อยท่านพ่อกับพี่ชายคิดแต่จะอบรมนางให้เป็นคนโดดเด่นที่สุดนางจึงมีวินัยในตนเองขึ้นมา ไม่ยินยอมปล่อยให้ตนเองเหลวไหลง่ายๆ และไม่ได้เข้ามาในนี้อีก
สวี่ซงซานไปยืนอยู่ด้านหน้าตัวเป่าเก๋อ[1] สายตามองไปที่แจกันดินปั้นตรงกลางชั้น
แจกันดินปั้นชิ้นนั้นมีลักษณ์ค่อนข้างประหลาด น่านับได้ว่าคือของที่โดดเด่นน้อยที่สุดชิ้นหนึ่งบนตัวเป่าเก๋อ ท้องของมันอ้วนจนประหลาด โดยทั่วไปเครื่องปั้นดินเผาจะต้องไม่ทำให้มีขนาดเล็กใหญ่เช่นนี้แน่นอน
แต่ของที่ไม่ได้โดดเด่นชิ้นนี้กลับถูกวางไว้ตรงกลางชั้น
สวี่เฉิงอวี๋แค่มองก็ดูออกว่านั่นคือเครื่องปั้นดินเผาชิ้นหนึ่งที่ท่านแม่ของนางสั่งให้คนทำขึ้นในวันเกิดท่านพ่อเมื่อสามปีก่อน
รูปแบบของเครื่องปั้นดินเผาชิ้นนี้เป็นท่านแม่ที่วาดขึ้น ตอนส่งไปให้คนเผานั้นทุกขั้นตอนท่านแม่ของนางล้วนแต่ดูแลด้วยตนเองจนกระทั่งเป็นรูปร่างขึ้นมาในท้ายที่สุด
สวี่เฉิงอวี๋ไม่คิดว่าเครื่องปั้นดินเผาชิ้นนี้มีอะไรที่พิเศษตรงไหน แต่ท่านพ่อของนางที่ได้รับไปกลับดีใจมาก ทั้งยังจัดวางเอาไว้บนตัวเป่าเก๋อในห้องหนังสืออย่างทะนุถนอมเป็นที่สุด
นางเองก็ถามท่านแม่มากแล้วหลายครั้งแต่โจวฮูหยินกลับยิ้มแล้วลูบศีรษะนางแต่ไม่ยอมพูดอะไร ภายหลังนางจึงไม่ถามอีก
สวี่เฉิงอวี๋เห็นท่านพ่อของนางไม่ยอมละสายตาไปไหนจึงถอนหายใจเบาๆ “เดิมทีข้าคิดว่าท่านแม่ตั้งครรภ์ ท่านพ่อควรจะต้องเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในบ้าน หากใครจะรู้ว่ายังต้องให้คนมาเตือนสติท่าน และถึงขั้นขัดใจจนโมโหกับท่านย่าเพราะเรื่องนี้ด้วย”
สวี่ซงซานถึงได้หันมามองนาง “ท่านย่าให้เจ้ามาเกลี้ยกล่อมข้าหรือ”
นางสังเกตเห็นสีหน้าของเขาไม่ดี เรื่องนี้เหมือนไม่ว่าใครพูดก็ไม่ได้อย่างนั้น
ดูแล้วหากว่าฝืนเกลี้ยกล่อมไปก็คงไม่เป็นผลแน่
ในใจสวี่เฉิงอวี๋ได้ข้อสรุป จึงส่ายศีรษะแล้วปฏิเสธ “ตอนข้าเข้าประตูมาเห็นสีหน้าท่านย่าไม่ดี และได้ยินเรื่องมาบ้างไม่มากก็น้อย รู้ว่าท่านกำลังโมโหกับท่านย่า และรู้ว่าท่านกลัวว่าต่อไปท่านแม่จะไม่ดี...ท่านย่ามีความคิดของท่านย่า ท่านก็มีสิ่งที่ท่านกังวล เหตุใดข้าจะต้องมาเตือนท่านด้วยเล่า”
“ไม่เกลี้ยกล่อมข้าจริงหรือ” สวี่ซงซานเลิกคิ้วแล้วถามกลับ
นางยิ้มแล้วพูดว่าไม่เกลี้ยกล่อม “ข้าเพียงแค่รับปากท่านย่าว่าจะเกลี้ยกล่อมให้ท่านไปเสีย อย่ายืนอยู่ในลานอีก สาวใช้หรือหญิงรับใช้สูงวันเห็นเข้าจะดูไม่ดีก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ”
นางแบมือทั้งสองข้าง แสร้งทำเป็นบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทั้งยังก้าวเท้ามาด้านหน้าทำตามเขาก่อนหน้านี้ มองไปยังเครื่องปั้นดินเผาชิ้นนั้น “ข้าถามท่านแม่หลายครั้ง นางก็ไม่ยอมบอกข้าว่าเครื่องปั้นดินเผาชิ้นนี้มีอะไรที่พิเศษ ท่านพ่อบอกข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”
สีหน้าของสวี่ซงซานผ่อนคลายลงบ้างและเรียกให้นางนั่งลงพูดคุยกัน “ไม่ได้มีอะไรพิเศษนัก เป็นเพียงเรื่องเก่าของข้ากับท่านแม่เจ้าเท่านั้นเอง”
แต่สวี่เฉิงอวี๋รออยู่นานเขากลับไม่ยอมพูดต่อไป นี่คือไม่ยอมเล่าหรือ
ใบหน้าเล็กๆ ของนางลู่ลง “ท่านแม่ไม่ยอมพูด ท่านพ่อเองก็ไม่ยอมพูด กลับทำให้ข้ารู้สึกว่าเครื่องปั้นดินเผานี้พิเศษนัก ท่านกับท่านแม่มีเรื่องเก่าอะไรที่ไม่สามารถบอกข้าได้หรือเจ้าคะ”
“เป็นเรื่องตอนเด็ก หากท่านแม่เจ้าไม่ยอมพูด เหตุใดข้าต้องบอกเจ้าด้วย”
เขาถามด้วยท่าทีจริงจังจนสวี่เฉิงอวี๋พลันชะงักไป
แต่นางพลันสมองสงบขึ้นมาและเกิดความคิดขึ้น
เชิงอรรถ
^ ตัวเป่าเก๋อ หมายถึง ตู้ที่มีชั้นวางของยักเยื้องไปมา มักใช้ในการวางของโบราณ