สำนักพิทักษ์ธรรม
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ๆๆๆๆๆ
ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ทั่วสำนัก ต่างปรากฎตัวขึ้นที่หุบเขาหลักกันอย่างรวดเร็วโดยมิได้นัดหมาย
เหล่าผู้เยาว์ที่มาเข้ารับการทดสอบ ต่างก็ตื่นใที่ อยู่ๆก็มีผู้คนทยอยมารวมตัวกันอยู่ที่นี้มากขึ้นๆเรื่อยๆ
“น-น-นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นอย่างงั้นหรือ”
“นั่นสิ…นั้นใช่พวกศิษย์สายนอกกับสายในหรือเปล่า? ศิษย์หลักก็มาด้วย!!”
"พวกเค้าคงมาเพราะหอคอยที่ส่องสว่างแสงสีฟ้าทั่วท้องฟ้าแน่ๆ"
กลุ่มผู้เยาว์ที่ได้เป็ศิษย์สายตรง
เหล่าผู้เยาว์ที่ได้เป็ศิษย์สายตรง ต่างก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติรอบๆตัวเอง
"นั่นมันอะไรกัน ก-เกิดอะไรขึ้น?"
"ร-หรือว่าจะมีคนออกมาจากหอคอยแล้ว!!"
“จะออกก็ออกมาสิ แต่ทำไมมันถึงได้เอิกเกริกขนาดนี้เล่า?”
"เซียวเย่! เซียวเย่! เ้ากำลังจะออกมาแล้วใช่มั้ย เ้ากำลังจะออกมาแล้ว ยะฮู้ววว!!"
ฉินฟางเซียนะโโลดเต้น ออกมาด้วยความดีใจ
"ม-ไม่ใช่! ต-ต้องไม่ใช่มัน! ต้องไม่ใช่ ต้องไม่ใช่!"
หัวเฉินหน้าซีดเผือก พยายามบอกตัวเองว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขี้น มันไม่ใช่อย่างที่สุด
เสวี่ยเจี้ยนมองไปที่หอคอย หน้าตาไม่พอใจ บ่นออกมา
“แค่ออกมาจากหอคอย ต้องทำขนาดนี้เลยหรือไง น่ารำคาญจริงๆ”
“เ้าอิจฉา?”
เสวี่ยหนิงเมื่อเห็นน้องชายตนเองไม่พอใจก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเล็กน้อย
“หึ!! พี่หนิง ท่านก็น่ารำคาญเช่นกัน”
องค์ชายหกแหงนหน้าขึ้นมองหอคอย กล่าวกัยตนเองในใจ
'ไม่แน่..ข้าอาจมีหวังเอาชีวิตรอด'
ที่หน้าหอคอย ปรากฎวงแหวนเวทขึ้น ก่อนที่เซียวเย่จะปรากฎตัวขึ้นในวงแหวน เมื่อเซียวเย่ปรากฎ วงแหวนเวทก็หายไป พร้อมกับแสงสว่างบนหอคอยพิสูจน์ตน
'หืมม! เกิดอะไรขึ้น…ทำไมข้ารู้สึกเหมือนทุกคนกำลังจ้องข้าอยู่'
เซี่ยวเย่เดินออกมาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่โลกภายนอก รู้เพียงแค่ว่าตนเองผ่านการทดสอบและถูกจิติญญาหอคอยส่งออกมาเท่านั้น
เซียวเดินออกมาจากหอคอย อยู่ๆก็รู้สึกถึงสายตาจากทุกๆที่จับต้องมาที่ตนเอง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกโดยไม่รู้ตัว ทุกสายตาจับจ้องไปที่เด็กน้อยร่างเล็ก ผิวขาว น่าตาน่ารักน่าชังสวมเสื้อผ้าสีดำและสวมชุดคลุมสีดำทับอีกชั้น ข้างหลังแขวนไว้ด้วยกระบี่ที่หลับไหลอยู่ในฝัก เดินออกมาจากหอคอยด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึก
“เ้าหนู! เ้าแน่มาก อนาคตของสำนักอยู่ที่เ้าแล้ว”
“เด็กคนหรือ ที่พิชิตหอคอยชั้นที่8ได้ในรอบหลายร้อยปี!!”
“ยังเด็กอยู่เลย เ้าหนูนั่นสูงแค่หน้าอกข้าด้วยซ้ำ”
"ถึงจะยังเด็ก แต่ก็ยังสามารถพิชิตหอคอยได้ แปลว่าความสามารถคงทิ้งห่างอายุไปไกลสินะ…"
อีกฟากฝั่งซึ่งอยู่กันเต็มไปด้วยเหล่าหญิงสาวที่ยังคงดูอ่อนวัย เมื่อเห็นเซียวเย่เด่นชัดขึ้นในสายตา ต่างก็พากันกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
“เด็กน้อยนั่นน่าเอ็นดูยิ่งนัก”
“อายุยังเยาว์และยังคงเก่งกาจ ในภายภาคหน้าพวกพี่สาวต้องพึ่งเ้าแล้ววว”
“เ้าหนูมาอยู่กับพวกเราดีหรือไม่ พวกพี่สาวจะดูแลเ้าให้เอง”
เซียวเย่ยิ่งเมื่อได้ยินหรือได้ฟังเสียงร้องะโเสียงดัง ก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปยิ่งกว่าเดิม
“เงียบ…”
อยู่ๆเสียงของผู้าุโใหญ่ก็เข้ามาถึงหูของทุกคนเสียงดังฟังชัด คนที่ได้ยินเสียงเมื่อรู้ว่าเป็เสียงของใครก็ปากปิดปากเงียบ พากันมามองไปที่เ้าของเสียงนั้นโดยทันที ผู้าุโใหญ่เมื่อเห็นว่าทุกคนเงียบลงกันแล้วก็หันไปมองเซียวเย่ กล่าวออกมาเบาๆ
"เซียวเย่ มานี่.."
เซียวเย่เดินไปทางผู้าุโใหญ่ ที่ซ้ายขวาเต็มได้ด้วยผู้าุโของสำนักหลายสิบคน เมื่อเดินมาถึงเซียวเย่ก็ค้อมมือทำความเคารพ กล่าวออกมา
"ผู้เยาว์ทำตามเงื่อนไข พิชิตชั้นที่8ได้แล้ว.."
"อืมม..ข้ารู้ ข้าบอกเ้าเอาไว้ว่าเมื่อเ้าพิชิตชั้นที่8มาได้เ้าขออะไรก็ได้ แล้ว..ตอนนี้เ้าอยากขออะไรงั้นหรือ"
เมื่อทุกคนได้ยินที่ผู้าุโใหญ่กล่าวออกมา อยู่ๆก็ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้น ต่างฝ่ายต่างลุ้นกันว่าเซียวเย่จะขออะไรจากผู้าุโใหญ่กัน
ขอเป็ศิษย์สายตรงผู้าุโรึ? ทรัพย์สินเงินทองรึ? อำนาจ? เมื่อคิดถึงคำว่าอะไรก็ได้ออกมาจากปากผู้าุโใหญ่นั้น มันช่างมีค่าเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะทุกคนล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเมื่อผู้าุโใหญ่รับปาก สิ่งที่ขอนั้นจะเป็จริงเสมอ
"ขออะไรก็ได้เลยใช่หรือไม่?"
ผู้าุโใหญ่ไม่ตอบ แต่เพียงพยักหน้าเบาๆคล้ายตอบทางอ้อม
"ผู้เยาว์ขออ่านตำราทั้งหมด"
“…….”
ทุกๆคนที่ได้ยินคำตอบของเซียวเย่ต่างรู้สึกอึ้งตื่นใกันยกใหญ่
"ขออ่านตำรางั้นหรือ นี่เ้าหนูนั้นกำลังล้อเลียนผู้าุโใหญ่อยู่หรือไง”
"ถ้าแค่อยากอ่านตำรา สู้ขอเป็ศิษย์ของผู้าุโใหญ่ไม่ดีกว่ารึ?"
“ใช่เ้าพูดถูก พอได้เป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโใหญ่ แค่บอกท่านอยากอ่านตำรามีหรือจะเป็ไม่ได้!!”
ฉินฟางเซียนเมื่อได้ฟังคำตอบของเซียวเย่ ก็อดไม่ได้ที่จะโมโห เพราะมองว่าคำตอบของเซียวเย่นั้นช่างไม่ดีเอาเสียเลยกล่าวะโออกมาเสียงดัง..
“เ้าเซียวเย่! เ้าบ้าไปแล้วหรือไง หรือว่าเ้าอยู่ในนั้นนานจนลืมเอาสมองออกมาด้วยกันห๊าาา!!”
อย่าว่าแต่ฉินฟางเทียนเลย ทุกๆคนก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน มีเพียงแค่องษ์ชายหกเท่านั้นที่หัวเราะลั่นออกมา
ผู้าุโใหญ่เมื่อได้ฟังดังนั้น ก็อดที่จะแปลกใจมิได้ พยายามกล่าวเพื่อขยายความเข้าใจของตนเอง
“ความหมายของเ้าคือ…เ้าอยากจะอ่านตำราทั้งหมดของสำนักพิทักษ์ธรรม อย่างงั้นหรือ?”
“ใช่แล้วขอรับ ตำราทุกตำรา ไม่น่าจะเนื้อหาอะไร ลับสุดยอดแค่ไหน ศิษย์้าจะอ่านมัน ”
นี่ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ถึงกับต้องอึ้ง ทุกคนนึกว่าเซียวเย่แค่้าอ่านตำราทั่วไปทั้งหมดเท่านั้น แต่ใครจะคิดเล่า ว่าเซียวเย่นั้นคิดที่จะอ่านตำราทั้งหมดจริงๆ บางตำราผู้าุโใหญ่ยังทำได้แค่มองเท่านั้นด้วยซ้ำไป
“นี่…ข้าคงจะ..”
ผู้าุโใหญ่กำลังจะตอบปฏิเสธ เพราะว่าตำราบางอย่าง ตัวเองยังมิอาจอ่านได้เลยด้วยซ้ำ แล้วจะเอามาให้เ้าหนูนี่อ่านได้อย่างไร ตบปากรับคำทำตามคำขอมาหลายสิบปี คงต้องมาพังลงวันนี้เสียแล้ว
‘อู้หยง…ให้เ้าหนูนั่นอ่านไป ทุกๆตำรานั่นแหละ’
ระหว่างที่กำลังจะกล่าวปฏิเสธไป อยู่ๆก็มีเสียงปริศนาดังเข้ามาข้างในหู แต่ผู้าุโใหญ่ทราบได้ทันทีเมื่อได้ยินเสียงนี้
‘ต-แต่ว่า..’
'ไม่มีแต่ เอาตามนี้แหละ ถ้ามันอยากจะไปเ้าก็พามันไปที่หอตำราได้เลย อ่อ! จัดการให้เ้าหนูนั่น มีหุบเขาของตนเองเหมือนกับศิษย์สายตรงคนอื่นๆด้วย'
'ขอรับ! ท่านเ้าสำนัก'
“นี่…ข้าคงจะ..ทำให้เ้าได้อยู่แล้ว นึกว่าจะขออะไรเสียอีก ตามข้ามา เราจะไปหอตำรากัน”
ผู้าุโใหญ่ หันไปทางเหล่าผู้าุโที่อ้าปากค้างไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน กล่าวสั่งการ
“เดี๋ยวพวกท่านกล่าวปิดการทดสอบศิษย์เข้าสำนักแทนข้าด้วย จัดการแยกศิษย์ส่วนต่างๆและจัดการหาที่พักให้เหล่าศิษย์ใหม่ของสำนักให้เรียบร้อย ข้าต้องไปก่อนแล้ว….”
เมื่อเหล่าผู้าุโได้ยิน ต่างก็ตกอกใ กลัวว่าจะรับผิดชอบไปด้วยกันกับผู้าุโใหญ่
"ท่านผู้าุโใหญ่…น-นี่มัน…จะไม่เป็อะไรจริงๆรึท่าน.."
“เห๊อะ! พวกเ้าจะกลัวอะไรกัน ข้าได้ตบปากรับคำเ้าหนูนี่ไปตั้งนานแล้ว พวกเ้ามีปัญหาอะไรกัน ก็แค่ตำราเท่านั้น ทำไมหรือ คนอย่างข้าต้องขออนุญาตใครด้วยกัน จะเ้าสำนงเ้าสำนักที่ไหนก็เข้ามาสิ ข้ากลัวที่ไหนกัน!"
ผู้าุโใหญ่พูดจาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
‘เ้าคุยโวพอหรือยัง ยังไม่ไปจัดการอีก..’
ทันใดนั้นเสียงของเ้าสำนักก็เข้ามาที่หูของผู้าุโใหญ่อีกครั้ง ผู้าุโใจหวั่นไหวรีบตอบออกไปในทันที
'ข้าไปแล้ว..ไปแล้ว อ่อ เมื่อครู่ข้าก็พูดไปเพื่อสร้างคว… '
‘หุบปาก!!’
ผู้าุโใหญ่รีบปั้นหน้าของตัวเองให้อยู่ในโหมดเ็าเหมือนเดิม ก่อนจะกล่าวเสียงเบา
“ข้าไปละ จัดการด้วย..”
“ขอรับท่านผู้าุโใหญ่!”
เหล่าผู้าุโตอบรับด้วยความเคารพยำเกรงแม้แต่เ้าสำนักยังไม่เห็นหัว ช่างน่ากลัวยิ่งนัก
บนหุบเขาหลัก ณ ยอดของหุบเขา
“เ้าอู้หยงนี่! จะบ้ารักษาหน้าไปไหนกัน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาน่าๆ ก็เ้ามอบหน้าที่ส่วนใหญ่ให้อู้หยงดูแล มันก็ต้องทำแบบนี้นั้นแหละ จะได้ปกครองง่ายๆ”
กงซุนอี้ หัวเราะ ก่อนจะกล่าวแก้ตัวให้อู้หยง
“เห้ออ…เอาเถอะ ทำไมท่านถึงได้แนะนำว่าให้ข้าอนุญาตให้เ้าหนูเซียวเย่นั้นอ่านตำราหล่ะ ตำราพวกนั้นมีค่ามากท่านเองก็รู้นี่”
“มีค่าแล้วอย่างไร อ่านไปก็ใช่ว่าจะเข้าใจเสียหน่อย ถ้าเข้าใจง่ายขนาดนั้น ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งก็เกลื่อนแผ่นดินของเราไปแล้ว จะมาถูกกดขี่อย่างงี้อยู่ทำไมกัน ข้าแค่รู้สึกว่าเ้าหนูนั่นมันแปลกๆก็เท่านั้นเอง ”
กงซุนอี้ตอบไปด้วยรอยยิ้มหัวเราะเบาๆ
“แปลก? จะว่าไปเคล็ดวิชาที่เ้านั่นใช้ก่อนที่เ้าลูกศิษย์บ้าของข้าจะเข้าไปห้ามก็แปลกจริงๆ ข้าอยู่มาก็เกือบร้อยปีแต่ก็ไม่เคยเห็นวิชาที่เ้าหนูนั่นใช้เลย มันเป็เคล็ดวิชาที่คงพลังความมืดจางๆเสียด้วย เ้าหนูนั้นคงไปเจอเคล็ดวิชาลึกลับสายความมืดที่ไหนสักแห่งหนึ่งกระมัง"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กอายุสิบกว่าปีจะออกไปเจอเคล็ดวิชาลึกลับที่ไหนกัน ถ้าเป็เด็กสิบขวบปีทั่วไปออกนอกเมืองก็ตายแล้ว หยางเวียนเทียนเ้าน่ะ คิดง่ายเกินไปแล้ว"
“นี่…..!!”
หยางเวียนเทียนเมื่อลองคิดตามก็ถึงกลับพูดอะไรไม่ออก
######
ขอขอบคุณทุกท่านนะครับ จะพยายามอัพให้ได้วันละตอนนะครับ