หลังจากส่งมอบโอสถออกไปให้กับคนที่มารับตามสัญญา ครั้งนี้นางได้เงินสำหรับการรักษาและโอสถโดยไม่หักค่านายหน้าเช่นโอสถที่นำไปประมูล ตามข้อตกลงเป็ตั๋วเงินถึงสามหมื่นตำลึงทองทำให้นางยิ่งรู้ถึงคุณค่าของทักษะที่ท่านพ่อและท่านแม่เคี่ยวเข็ญบ่มเพาะให้นางในระยะสิบปีกว่าก่อนที่ท่านทั้งสองจะสิ้นไป ยิ่งเมื่อนางออกจากจวนแต่ละครั้งนางจะได้เห็นชาวบ้านอยู่ตามร้านโอสถและร้านค้าสมุนไพร เกือบทุกที่ล้วนมีคนป่วยคนาเ็ไม่เคยขาด หากนางสามารถปรุงโอสถที่มีคุณภาพเมื่อใช้แล้วสามารถหายได้ไวทั้งยังราคาย่อมเยาว์คาดว่าน่าจะขายได้ หากมีเงินนางก็สามารถทำสิ่งอื่นได้อีกมากมาย
ยามนี้นางกำลังอยากจะทำให้การปรุงโอสถเป็ที่ประจักษ์แต่ด้วยตำแหน่งของท่านพ่อการเปิดเผยอาจเป็อันตรายได้ดังนั้น จำเป็ต้องปกปิดไว้และต้องสร้างความเข้มแข็งที่จะปกป้องตนเองให้ได้เสียก่อน นางเชื่อว่าในเวลาอีกไม่นานลูกค้าคนเดิมจะต้องกลับมาหานางอีกเพราะเขาคงไม่หยุดเพียงแค่นายท่านผู้เฒ่าฟื้นขึ้นมาเป็แน่ พวกเขาทั้งหมดมีวิทยายุทธ์ที่สูงเกือบทั้งหมด มีเงิน น่าจะมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา นางควรทำอย่างไร
“คุณหนูขอรับ นายท่าน้าพบขอรับ เชิญท่านที่เรือนหลัก”
“ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะตามไปพบ” / “ขอรับ”
ห้องโถงที่แสนจะเรียบง่ายตามแบบขุนนางฝ่ายทหารที่แสนจะเรียบเกินไป ทุกครั้งที่นางมาเรือนหลักนางอยากเปลี่ยนให้ทุกสิ่งเลย มองเข้าไปแม่ทัพที่มีใบหน้าอิ่มเอิบต่างจากครั้งแรกที่นางพบเมื่อเกือบสองปีก่อนยิ่งนัก
“ท่านพ่อ”
“นั่งลงก่อน เยว่เอ๋อร์” ลูกสาวสวมใส่ชุดสีเขียวอ่อนคลุมด้วยชุดสีเขียวหยกเดินเข้ามาเด็กสาวที่เปลี่ยนจากชุดผ้าฝ้ายและผ้าเนื้อหยาบของชาวบ้านที่ต้องเข้าป่ามาสวมใส่เสื้อผ้าเนื้ออ่อนเบาปักลวดลายสวยงามน่ารักได้อย่างเหมาะสมนัก
“เห็นพ่อบ้านฉินบอกว่าเ้าเอ่ยปากถามหาพ่อ มีสิ่งใดหรือไม่”
แม่ทัพฉินยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ตรงไปตรงมา สงสัยก็ถามทันที เขาอยากให้ลูกสาวคนนี้ของเขาสบายใจ มีความสุขเมื่อเป็ลูกสาวของเขา
“ท่านพ่อข้ามีสิ่งที่้า ไม่ทราบว่าจะเป็การรบกวนท่านพ่อหรือไม่เ้าคะ”
“เ้า้าอะไรบอกพ่อมา จริงๆแล้วเ้าสั่งพ่อบ้านฉินเลยก็ได้นะ มีสิ่งใดที่ให้เ้าไม่ได้กัน”
จริงๆ เฉินอวี้อันรู้สึกยินดีที่บุตรสาวอยากถามความคิดเห็นจากตนเองเป็อย่างยิ่ง (ใบหน้าและแววตาแสดงออกชัดเจน เ้าขอมาสิ ขอมา)
“ท่านพ่อ ท่านก็รู้ข้าปรุงโอสถได้ ยามนี้จวนเรามีร้านค้าสมุนไพรข้า้าสร้างหอปรุงโอสถภายในจวน ท่านเองก็มิอยากให้ข้าออกไปนอกจวน ดังนั้นหากมีสถานที่สำหรับปรุงโอสถข้าก็จะไม่เบื่อ สามารถใช้สมุนไพรที่เรารับซื้อมาใช้ และสามารถเปิดร้านค้าได้ในอนาคตหากข้าปรุงออกมาได้ดี ท่านว่าอย่างไรเ้าคะ”
เฉินอวี้อัน รู้ถึงทักษะด้านการปรุงโอสถของบุตรสาวดี ที่เขารอดชีวิตได้ปีนั้นก็เพราะได้นางช่วยเหลือ ข้อดีของการสร้างหอปรุงโอสถนับว่ามีมากตามที่บุตรสาวกล่าวอีกทั้งมิต้องค่อยกังวลใจหากต้องปรุงโอสถนอกจวนจะมีบุรุษมาสนใจมาติดตามบุตรสาวของตน ยิ่งมองใบหน้าบุตรสาวที่นับวันจะยิ่งงดงาม เขาตัดสินใจได้ทันที
“ได้ สร้างในจวนของเรามีพื้นที่อีกมากมาย พ่อจะให้อวี่หลงมาช่วยเ้า เ้าออกแบบให้พ่อบ้านรับผิดชอบการจัดช่างมาทำตามแบบของเ้า ส่วนเงินเบิกจากส่วนกลางได้เลย”
“ท่านพ่อ ข้าลืมบอกท่านไป สามวันก่อนข้าปรุงโอสถมีคนผู้หนึ่งซื้อไปจำนวนเงินนั้นมากพอที่จะสร้างหอโอสถ ข้ารบกวนเพียงใช้ท่านขุนพลอวี่หลงและท่านพ่อบ้านฉินนะเ้าคะ”
“เ้าขายโอสถ จะได้เงินสักเท่าไหร่จะสร้างได้อย่างไรกัน”
“ท่านพ่อข้ามีเงินจากการขายโอสถ แสนกว่าตำลึงทองเพียงพอไหมเ้าคะ” ถ้วยชาในมือเฉินอวี้อันร่วงลงบนโต๊ะน้ำชากระเด็นโดนชายแขนเสื้อ หน้าเขาแข็งค้าง แสนกว่าตำลึงมากพอ มากเกินพอเชียวแหล่ะ
“เ้าว่าไงนะ แสนกว่าตำลึงทอง นี่ นี่มันมากกว่าเงินทั้งหมดที่ข้าเคยได้รับมาเชียวนะ”
“เ้าค่ะ”
“เฮ้อ ข้าคงจะแก่แล้ว ตามใจเ้าแล้วกัน เยว่เอ๋อร์”
“เ้าค่ะ ท่านพ่อการสร้างหอโอสถ ข้าขอให้ท่านพ่อปกปิดเป็ความลับนะเ้าคะ หากไม่จำเป็เราจะมิให้ใครรู้ทั้งสิ้น การปรุงโอสถได้มีทั้งคุณและโทษ ด้วยหน้าที่และตำแหน่งของท่านข้าเกรงว่าจะมีภัยเสียมากกว่า นะเ้าคะ”
“อืม”
หากบุตรสาวไม่พูดขึ้นมาข้าก็นึกไม่ถึงเช่นกัน ในแคว้นนี้มีคนที่มีอำนาจและตำแหน่งที่สูงกว่าตนไม่น้อยการที่บุตรสาวปรุงโอสถได้อาจทำให้เป็ภัยกับนางได้ หลังจากนั้นบุตรสาวพูดสิ่งใดเขาก็ได้แต่พยักหน้าตอบรับโดยที่มิทันได้ฟังอย่างละเอียด เมื่อลูกสาวเดินยิ้มกลับไปเขาจึงหันไปถามพ่อบ้านฉินอีกครั้งว่าพอจะมีช่างฝีมือดีหรือไม่
“พ่อบ้านฉิน เ้าคัดเลือกช่างที่มีฝีมือ เน้นคุณภาพของวัสดุที่จะนำมาสร้าง ระหว่างก่อสร้างมิต้องพูดอะไรมาก หากมีคนถามบอกว่าจะสร้างเรือนรับรองเพิ่มเท่านั้น เข้าใจไหม” / “ได้ขอรับ”
หลังจากวันนั้นเดือนกว่าแล้วที่แม่ทัพเฉินไม่ค่อยได้เจอบุตรสาว ตัวเขาส่วนใหญ่ก็ไปทำงานที่ค่ายทหาร เข้าประชุม เข้าเฝ้า วนเวียนอยู่เช่นนี้ จนวันนี้เขามีเวลาว่างจึงเดินรอบๆจวน ก็สังเกตุเห็นอวี่หลงเดินผ่านไปพร้อมกับกลุ่มคนที่ช่วยกันยกสิ่งของตามกันไปเป็แถว จึงอดไม่ได้ที่จะเดินตามไปดู
ภายในจวนที่ซึ่งเคยเป็พื้นที่่ว่างเปล่า ยามนี้มีเรือนที่ถูกปลูกสร้างขึ้นห่างจากเรือนหลักของตนชิดไปทางฝั่งเรือนของบุตรสาว เขารู้สึกตกตะลึงเป็อย่างมากจึงเดินเข้าไปใกล้เป็หอสามชั้นโครงสร้างหลักมองดูน่าจะเสร็จเรียบร้อยมีช่างหลายสิบคนกำลังทาสีตกแต่งอยู่รอบนอกเขาเดินตามทางเดินเข้าไปทางประตูด้านหน้าที่เปิดอยู่ ด้านในชั้นแรกเป็โถงกว้างมีลิ้นชักไม้เรียงอยู่รอบด้านมีบันไดวนขึ้นไปชั้นสอง เมื่อมองดูอย่างชัดเจนเป็ไม้ที่ลวดลายงดงามจึงก้าวขึ้นบันได ชัั้นนี้เขามองเห็นห้องหลายห้องเดินเข้าไปภายในยังไม่มีสิ่งใดวางอยู่ยังเป็ห้องว่างเปล่า ขณะที่กำลังจะขึ้นไปชั้นบนสุด
“ท่านพ่อ” เสียงหวานของลูกสาวดังเื้ัจึงหันกลับไปหา
“พ่อมิได้สนใจเื่ในเรือนเพียงเดือนสองเดือน พวกเ้าสร้างหอนี้ได้สวยงามใหญ่โตน่าตกตะลึงเป็อย่างมาก”
“เป็ท่านพ่อบ้านฉิน และท่านอาอวี่หลงที่ช่วยลูกหาช่างมีฝีมือทั้งยังใช้วัสดุที่มีคุณภาพสวยงามถูกใจลูกยิ่งนัก ท่านพ่อดูสิเ้าคะนี่ขนาดยังมิได้เริ่มตกแต่งเลยนะเ้าคะ ท่านพ่อว่าสวยไหมเ้าคะ”
“สวยมากดังเ้าว่า เสร็จงานเมื่อไหร่พ่อจะให้รางวัลพวกเขาทั้งสองคน”
“ยัง้าสิ่งใดเพิ่มหรือไม่เยว่เอ๋อร์”
“ไม่เ้าค่ะ”
“ถ้า้าก็บอกพ่อหรือสั่งพ่อบ้านฉินได้เลยนะ”
“เ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านเคยรับปากข้าแล้วว่าเรือนหลักของท่านจะให้ข้าเข้าไปจัดการตกแต่งใหม่ท่านจำได้หรือไม่เ้าคะ”
“แต่ว่าของที่มีอยู่ก็ยังดีแล้วนะ เยว่เอ๋อร์”
“ไม่เ้าค่ะ ข้ามิชอบสักเท่าใดให้ข้าตกแต่งให้ใหม่นะเ้าคะ ข้าสั่งเครื่องเรือนไว้เรียบร้อยแล้วอีกสิบกว่าวันก็จะมาส่งที่จวนแล้ว ท่านพ่อไม่ต้องปฏิเสธอีกเ้าค่ะ เพราะข้าจ่ายเงินไปทั้งหมดแล้ว”
“เ้านี่นะ ตามใจเ้าก็แล้วกัน”
สำนักัฟ้า บนเทือกเขาหลังั
ชายชราที่กำลังเดินออกกำลังกายเบาๆ โดยมีเด็กชายอายุไม่เกินเจ็ดปีจับมือประคองอยู่ด้านข้างในสวนไม้ดอกไม้ประดับที่ร่มรื่นห่างไกลจากภาพคนที่เคยนอนบนเตียงรอหมอมารักษามาเป็เวลายาวนาน
“เสีียวฉี เ้ามิต้องจับข้า ข้าเดินเองได้ หากเ้าจับอยู่เช่นนี้จะพากันล้มลง ปล่อยๆ”
“ท่านปู่ ท่านไม่ควรลุกออกมาเดิน ท่านยังไม่มีแรง”
“ใครบอกเ้า ข้าแข็งแรงดีแล้ว”
“พี่ชายบอกข้า ท่านไม่สบายต้องคอยดูแลไว้ให้ดี”
“พอๆ ข้าเหนื่อยแล้วพวกเราไปนั่งตรงนั้นก่อน” ชายชราเดินงกๆเงิ่นๆ ช้าๆ ไปที่เก้าอี้หินที่วางอยู่ไม่ไกล เด็กน้อยเดินตามไปใกล้ๆ หยุดยืนอยู่ด้านข้าง
“เห็นไหม ข้าบอกท่านปู่แล้ว อย่าดื้อ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าเด็กนี่”
บนชั้นสองชายหนุ่มยืนมองลงมาจากข้างหน้าต่าง ท่านปู่ที่เคยสง่าผ่าเผย แข็งแรงและเป็ผู้แข็งแกร่งมีวิทยายุทธ์สูงที่สุดในสำนัก มีชื่อติดอันดับหนึ่งในสามของสุดยอดฝีมือยามนี้กลายเป็ชายชราที่อ่อนแอต้องรับโอสถเพื่อต่อชีวิตทุกวันเป็เื่ที่ทำให้เขาเสียใจและหดหู่ที่สุด
“เ้าสำนัก บรรดาหมอทั้งหมดที่เชิญมา โอสถและสมุนไพรพวกเราใช้มาอาการของนายท่านก็ยังคงเหมือนเดิมมิสู้เรากลับไปเมืองหลวงอีกสักครั้งดีไหมขอรับ”
ซิง ยืนอยู่ด้านหลังอดพูดขึ้นไม่ได้เมื่อเห็นผู้ที่เป็ทั้งนายและเพื่อนที่เติบโตมามากกว่ายี่สิบปีด้วยกันมองบุคคลอันเป็ที่รัก บุรุษผู้เป็ใหญ่ในสำนักยังคงสวมหน้ากากเช่นเดิม มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาสักนิด เขากำลังนึกถึงใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นคนที่มีความกล้ามากถึงขนาดขอดูใบหน้าของตน มิใช่เขาชื่นชอบการปิดบังใบหน้าหากแต่เพราะความงดงามของใบหน้านี้ั้แ่ครั้งเยาว์วัยทำให้บุรุษและสตรีเพียงเห็นก็จะแสดงอาการหลงไหลคลั้งไคล้ หลายครั้งทำให้เกิดปัญหาจึงจนใจต้องปิดบังใบหน้าเขาเองก็แปลกใจเด็กน้อยที่ปากบอกชื่นชอบความงามหากแต่เมื่อเห็นใบหน้าตนกลับทำเพียงจ้องมองมิได้แสดงอาการอื่นใดให้เขารู้สึกอึดอัด นี่เป็ครั้งแรกที่ตนอยากใช้ใบหน้านี้หลอกล่อเพื่อสิ่งที่้าสักครั้งหนึ่งหากแต่ดูเหมือนจะหวังผลมิได้