สาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女)

    ตอนที่ 31 ฉลองปีใหม่

            เฉียวซีตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงพูดคุยหัวของนางยังคงมึนงง ฟังเสียงดูคล้ายจะเป็นเสียงของท่านอาฮัวไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรจึงมาเร็วถึงเพียงนี้

             

            หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงออกมาที่ห้องโถงเมื่อเห็นผู้คนในห้องโถง จึงทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

             

            “แม่หนูซีตื่นแล้วหรือ”ฮัวเจ๋อหมิงกล่าวอย่างสนิทสนม

             

            “ท่านอาฮัววันที่อากาศหนาวถึงเพียงนี้ท่านมีเรื่องอะไรหรือ”อากาศหนาวมากเกินไปจริงๆ ทุกครอบครัวต่างไม่ยอมออกจากบ้านนอกเสียจากว่าจะมีเรื่องจำเป็นขั้นที่ไม่สามารถไม่ออกไปได้จริงๆ

             

            “เฮ้อ…” หลังจากฮัวเจ๋อหมิงถอนหายใจเขาก็พูดขึ้นช้าๆ

             

            แท้ที่จริงแล้วเมื่อวานนี้เฉียวเป่ยซานได้ยินเสียงบางอย่างในสวนผักที่บ้านจึงกังวลว่าหิมะจะทับถมหนาเกินไปจนโรงเลี้ยงสัตว์พัง เป็นห่วงว่าหมูจะถูกทับตายดังนั้นสองสามีภรรยาจึงใส่เสื้อผ้าและวิ่งออกไปโดยตอนที่กำลังออกจากบ้านไม่ได้ปิดประตูให้แน่นเสียก่อน

             

            เมื่อทั้งคู่ได้ยินเสียงลูกร้องจึงเห็นดวงตาสีเขียวมันขลับคู่หนึ่งเข้าพอดี ในปากคาบลูกชายที่เพิ่งจะอายุ 1ขวบวิ่งหนีไป นี่ทำให้สองสามีภรรยาตกใจจนแทบเสียสติ หลังจากได้สติกลับมาน้ำตาก็พลันไหลนอง เรื่องนี้ก็เป็นเช่นนี้ผู้ใหญ่บ้านจึงรีบเรียกชายหนุ่มที่แข็งแรงในหมู่บ้านถือคบเพลิงวิ่งตามไปเดิมทีร่างกายของมนุษย์กับร่างการของสัตว์ก็ไม่อาจเทียบกันได้เมื่อบวกเข้ากับความคุ้นเคยกับป่าเขาของสัตว์เมื่อตามเข้าไปในเขาก็ไม่เห็นเงาของหมาป่าเสียแล้วบนพื้นหิมะยังเหลือร่องรอยของเลือดอยู่ เมื่อคนที่วิ่งตามหมาป่าไปเห็นสิ่งนี้จึงรู้สึกว่าท่าจะรอดยากเสียแล้ว

             

            เฉียวเป่ยซานและภรรยาเห็นคนที่ไปช่วยกลับมามือเปล่าจึงรู้ว่าลูกชายตัวน้อยของพวกเขาไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว ฝังศพในท้องของหมาป่าไปเสียแต่ภรรยาของเขาทนความเจ็บปวดนี้ไม่ไหว นางจึงหมดสติไปทันทีทุกคนจึงต้องเร่งมือกันอีกครั้ง รีบนำภรรยาของเฉียวเป่ยซานกลับเข้าไปในบ้านแล้วให้หมอเท้าเปล่า[1]ในหมู่บ้านมาดูหมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก เพียงร้อนรนและโกรธมากจนร่างกายรับไม่ไหวพักผ่อนสักหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว

             

            หลังจากที่ผู้ที่มาช่วยเหลือแยกย้ายกันไปผู้ใหญ่บ้านก็พูดกับพวกเขาอีกสองสามประโยคแล้วก็กลับบ้าน

             

            ในหมู่บ้านเฉียวทั้งหมดมีเพียงเฉียวซื่อเหยฺเท่านั้นที่รู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งหากเมื่อวานนี้เขาไม่ได้พบกับพี่น้องตระกูลเฉียวและไม่ได้ยินคำพูดของพวกเขาเขาก็คงไม่ได้เตรียมอาหารเพิ่มเติม ใครจะไปคิดเล่า ยังไม่แม้ข้ามคืนก็เกิดเรื่องเช่นนี้เข้าแล้ว

             

            เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจึงทำให้ผู้คนในหมู่บ้านแตกตื่น ทุกคนต่างตกอยู่ในความเสี่ยงผู้ที่ไม่ได้สร้างกำแพงล้อมบริเวณบ้านก็ยิ่งอกสั่นขวัญแขวนพวกเขากลัวว่าหมาป่าจะหาอาหารบนภูเขาไม่ได้และจะเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง เช่นนั้นพวกเขาจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ถูกมันโจมตี

             

            อาฮัวมาที่นี่เพื่อบอกให้พวกเขาไปประชุมที่ศาลบรรพบุรุษของหมู่บ้านผู้ใหญ่บ้านมีเรื่องต้องพูด

             

            ที่แท้เมื่อคืนก็เกิดเรื่องหมาป่าคาบเด็กไปไม่แปลกใจที่เสียงร้องดังมากถึงเพียงนั้น แม้แต่พวกเขาที่นี่ยังได้ยินเลย

             

            “ที่ใหญ่งานที่ยากลำบากเช่นนี้มอบให้ท่านก็แล้วกัน ให้ท่านเป็นตัวแทนของครอบครัวของเรา”

             

            “ประเดี๋ยวข้ากับอาฮัวจะออกไปแล้ว เจ้าทำอาหารกินสักหน่อยเถิด”

             

            “พวกท่านไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะหิมะถมสูงมาก” หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ต้องเกิดเรื่องแน่ๆหมาป่าจะลงมาจากภูเขาเพื่อหาอาหาร หลังจากนี้ไปเกรงว่าจะอันตรายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

             

            เฉียวซงไปไม่นานก็กลับมา เรื่องสำคัญที่สุดคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยามค่ำคืนให้ทุกคนปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยหิมะที่สะสมอยู่บนหลังคาบ้านให้อาศัยช่วงเวลากลางวันจัดการมันเสียหลีกเลี่ยงไม่ให้บ้านถูกกดลงมา ตอนกลางคืนพยายามอย่าออกไปข้างนอก

             

            ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งประชุมเสร็จไปเพียงไม่กี่วันในหมู่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นอีกแล้วทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นเป็นยามค่ำคืนที่ทุกคนกำลังหลับสนิททั้งสิ้นบ้านหลังคามุงจากขนาดสองห้องในหมู่บ้านพังลงมาเสียแล้ว โชคดีที่อยู่ในหมู่บ้านรอบๆ จึงล้วนเป็นบ้านคน ในทันทีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ทำให้เพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆตื่น ทุกคนจึงสามารถช่วยเหลือไว้ได้ทัน เมื่อบ้านพังลงมาแล้วครอบครัวนี้จึงไม่มีที่ไปผู้ใหญ่บ้านจึงทำได้เพียงตัดสินใจให้พวกเขาไปพักที่ห้องว่างในศาลบรรพบุรุษเป็นการชั่วคราวขอเพียงคนไม่เป็นไร ทุกอย่างก็ยังพอพูดคุยได้บ้าง

             

            เมื่อใกล้จะถึงวันส่งท้ายปีกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันติดต่อกันหลายครั้งบรรยากาศในหมู่บ้านจึงหดหู่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนหายใจไม่ทั่วท้องเฉียวซีมีวิทยายุทธ ทั้งยังเก่งขึ้นแล้วระดับหนึ่ง แม้ว่านางจะนั่งอยู่ในบ้านแต่เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านล้วนราวกับเกิดขึ้นกลางฝ่ามือ

             

            สิ่งต่างๆในหมู่บ้านไม่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวของพวกเขา พวกเขาปิดประตูและใช้ชีวิตน้อยๆของพวกเขาได้อย่างสดชื่นทีเดียว

             

            เดิมทีพวกเขาก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนในหมู่บ้านหลายๆ เรื่องแม้อยากจะช่วยก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงไม่ต้องการไปสร้างความเดือดร้อนอย่างไรก็ตามเรื่องที่ช่วยได้พวกเขาก็ไม่รอช้าผู้ที่ประสบภัยในหมู่บ้านเฉียวมีเพียงสองครอบครัวล้วนพักอาศัยในที่ที่ผู้ใหญ่บ้านจัดไว้ให้พวกเฉียวซีจึงแบ่งอาหารให้กับสองครอบครัวนั้น ซึ่งไม่ได้มากเกินไปสำหรับพวกเขา

             

            แม้ว่าพวกเขาจะหยิบสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ออกมาแต่ในสายตาของคนอื่นนั่นล้วนเป็นการช่วยชีวิตได้ทำให้หนึ่งในครอบครัวเหล่านั้นรู้สึกละอายใจมากความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของพวกเขาและครอบครัวเฉียวถือว่าไม่ได้เลวร้ายแต่เป็นเพราะพ่อแม่ของพวกเขาจากไปจึงขาดการติดต่อกันไปตอนนี้ครอบครัวของตนประสบเหตุไม่คาดฝันนึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขายังเต็มใจที่จะนำอาหารมาช่วยเหลือเมื่อคิดถึงสิ่งที่ตนเองทำก่อนหน้านี้ พวกเขาจะไม่ละอายใจได้อย่างไรหัวใจของมนุษย์ล้วนสร้างมาจากเนื้อ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเลวร้ายแค่ไหนเจ้าสามารถกล่าวว่าธาตุแท้นั้นเลวร้ายได้หรือ

             

            สถานการณ์มากมายล้วนบีบคั้นชีวิตคนเสมอ

             

            เวลานี้ชาวบ้านมีปฏิกิริยากลับมาแล้วพวกเขาทยอยเร่งเข้าเมือง ยามไม่ออกจากบ้านจึงยังไม่รู้อะไรยามเมื่อออกไปแล้วก็ต้องตกตะลึงเนื่องจากมีพายุหิมะติดต่อกันหลายวันทำให้ถนนที่นำไปสู่โลกภายนอกถูกปิดไปเสียแล้ว

             

            และเป็นเพราะขนส่งธัญพืชไม่ได้ ราคาข้าวและธัญพืชในเมืองจึงพุ่งสูงขึ้นเดิมทีข้าวราคาชั่งละ 8 อีแปะ ยามนี้พุ่งสูงขึ้นเป็นชั่งละ 12 อีแปะ เพิ่มขึ้นถึง4 อีแปะ หากเทียบกับเมื่อก่อน 4 อีแปะนี้สามารถซื้อได้ถึงครึ่งชั่งเชียว

             

            ข้าวสาร ข้าวฟ่าง แป้งสาลี ถ่าน ฟืน ฯลฯล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับฤดูหนาว เมื่อเป็นเช่นนี้ครอบครัวที่เดิมทีก็ไม่ได้ร่ำรวย จำต้องนำทรัพย์สินออกมาใช้จนหมดจริงๆจึงลำบากจนไม่อาจบรรยายได้

             

            เวลานี้ในเมืองวุ่นวายมากการซื้อของล้วนต้องแย่งชิงกัน อยากได้มากเท่าใดก็เอาเท่านั้นไม่ได้สนใจเรื่องราคาอีกต่อไปแล้ว สิ่งเดียวที่สนใจคือต้องมีชีวิตต่อไปให้ได้

             

            โชคดีที่เฉียวซีมองการณ์ไกลได้กักตุนเสบียงอาหารไว้สำหรับ 1 เดือนเป็นที่เรียบร้อยในช่วงเดือนนี้พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร แม้แต่ความเจ็บป่วยพวกเขาก็ไม่กลัวมีนางผู้เคยเป็นถึงอดีตแพทย์อัจฉริยะแห่งเทียนเฉาอยู่ทั้งคน รอดจากเงื้อมมือพยายมราชได้แน่นอน

             

            ปีใหม่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆแต่ดูเหมือนว่าหิมะจะตั้งใจให้ผู้คนต้องลำบาก เพราะไม่มีวี่แววว่าจะหยุดเลยแต่ช่วงเวลาปีใหม่ก็คงไม่สามารถไม่ทำอะไรเลยได้กระมังเช่นนั้นจะเหมือนช่วงปีใหม่ได้อย่างไร

             

            ไม่ว่าจะหนาวแค่ไหนไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน คนในหมู่บ้านจำนวนมากก็ยังลงมือเตรียมการ ปีใหม่นี่นาจำต้องมีบรรยากาศของการฉลองปีใหม่บ้าง

             

            ครอบครัวของเฉียวซีก็เช่นกันครั้งนี้พวกเขาต้องออกไปข้างนอกด้วยกันทั้งสามคน

     

            ความวุ่นวายในเมืองดีขึ้นมาก ร้านค้าต่างๆก็เปิดให้บริการตามปกติ

             

            ในการเดินทางครั้งนี้พวกเฉียวซีได้ซื้อวัตถุดิบและของว่างในช่วงปีใหม่ทั้งยังซื้อกระดาษสีแดงเพื่อเตรียมตุ้ยเหลียน[2]หลังจากซื้อเสร็จแล้วพวกเขาก็กลับบ้านทันที

             

            คืนก่อนคืนสิ้นปี 1 วันเฉียวไป่เขียนตุ้ยเหลียนเสร็จ 1 คู่ แม้ว่าจะฝึกเขียนอักษรเป็นประจำ แต่การเขียนบนกระบะทรายกับการเขียนบนกระดาษนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอักษรดูเป็นอักษร แต่ตุปัดตุเป๋ไม่งดงามแม้แต่น้อย ทว่าหัวใจนี้คุ้มค่าให้ชื่นชม

             

            ถึงกระนั้นเฉียวซงและเฉียวซียังคงชื่นชมเขา เพื่อให้เขาได้พยายามต่อไป

             

            “น้องสาม ต่อไปไม่ต้องเก็บพู่กัน หมึกกระดาษและที่ฝนหมึกเหล่านั้นไว้แล้ว อะไรที่ควรใช้เราก็นำมาใช้เสียเถิด”เฉียวซีไม่ได้งกกระดาษเหล่านั้น แม้ว่าจะแพงมาก แต่นางก็หามาได้ไม่จำเป็นต้องประหยัดใช้ถึงเพียงนี้

             

            “ข้าเขียนไม่สวย จะสิ้นเปลืองเกินไป”เฉียวไป่ส่ายหน้าแรงๆ ตัวหนังสือของเขายังไม่สวยพอ

             

            “ถ้ายังไม่สวยยิ่งต้องฝึกฝนเพิ่มเติมบนกระดาษหากไม่ได้ฝึกเขียนบนกระดาษเลย ตัวอักษรของเจ้าจะแข็งแรงและมีพลังได้หรือ”ตัวอักษรเป็นเหมือนกับผู้ที่เขียนมันลักษณะของอักษรสามารถสะท้อนถึงลักษณะของคนที่เขียนได้ ต่อไปหากเข้าร่วมการสอบจำเป็นต้องทำให้ผู้อ่านกระดาษคำตอบรู้สึกประทับใจ นี่ถือเป็นจุดที่จะได้คะแนนเพิ่ม

             

            “...” พี่รองข้าไม่ได้มีความรู้ถึงเพียงนั้น จะทำได้อย่างไร

             

            “เอาล่ะๆ ที่เหลือข้าเขียนเอง”เฉียวซงลุกขึ้นมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย

             

            หยิบกระดาษและพู่กันมาเขียนเพียงครู่เดียวตุ้ยเหลียน 1 คู่ก็เสร็จเรียบร้อย ทั้งยังเขียนอักษรฝู[3]อีกด้วย

             

            “น้องสาม มามาติดตุ้ยเหลียนกับอักษรฝูกันเถอะ อย่าไปสนใจคำพูดของพี่รองเจ้าเลยเจ้ายังเด็กอยู่”

             

            “น้องรอง เจ้าไม่ทำของอร่อยๆมาเลี้ยงฉลองให้เราหรือ”

             

            “ทำสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวจะไปทำ”

             

            ครอบครัวเฉียวต่างมีความสุขสดใส

             

            เดิมทีคิดว่าหิมะจะตกไปเรื่อยๆแต่ไม่คาดคิดว่าในวันส่งท้ายปีหิมะจะหยุดตกเมฆหมอกที่ปกคลุมติดต่อกันหลายวันได้หายไปแล้วในวันนี้

             

            ในวันส่งท้ายปีเก่าควันไฟลอยออกมาจากทุกหลังคาเรือน ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารทุกครอบครัวต่างมีชีวิตชีวาขึ้นมาก

             

            วันนี้ เฉียวซีไม่ได้หยุดอยู่เฉยๆนางยุ่งอยู่ในครัวตลอดทั้งวัน เฉียวซงและเฉียวไป่ต่างเดินเข้าเดินออกเรื่อยๆเพื่อแบ่งเบาภาระ

             

            อาหารค่ำในคืนข้ามปีเป็นมื้ออาหารที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในปีนี้แต่ก็เป็นปีแรกหลังจากที่ทั้งสามคนสูญเสียพ่อและแม่ไปไม่ต้องสนใจความเศร้าโศกเสียใจเมื่อก่อนแล้วเวลานี้ในใจของพวกเขาต่างอบอุ่นยิ่งนัก

             

            แม้ว่าหิมะที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องจะทำให้รสชาติของปีนี้เปลี่ยนไปแต่โดยทั่วไปถือว่าดีพอสมควร พระเจ้ายังคงเปิดตาดูอยู่ วันนี้หิมะได้หยุดตกไปแล้วไม่รู้ว่าครอบครัวอื่นเป็นเช่นไร แต่อาหารค่ำในคืนข้ามปีของครอบครัวเฉียวนั้นถูกจัดเรียงไว้เต็มโต๊ะเงินที่หามาได้ช่วงนี้ นอกเสียจากที่ใช้ก่อกำแพง ยังคงเหลือเงินมากมายอยู่ในมือเฉียวซีพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำอาหารมื้อนี้ให้หรูหรา ไก่ เป็ด ปลา เนื้อทั้งหมดล้วนถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะ

             

            อาหารเหล่านี้จัดวางอยู่เต็มโต๊ะ นอกจากอาหารประเภทผัก2 อย่าง ทั้งหมดล้วนเป็นอาหารคาวที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ กลิ่นหอมของเนื้อลอยเตะจมูกทั้งสามพอใจเป็นอย่างมาก

             

            หลังจากจุดประทัดในลานบ้านแล้วก็มาที่โต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว ต่างกล่าวอวยพรปีใหม่ให้กันและกัน และลงมือกินอาหาร

             

            หลังจากเสียงประทัดของพวกเขาดังขึ้นก็ได้ยินเสียงประทัดดังขึ้นมาจากในหมู่บ้านมองในภาพรวมแล้วถือว่าการฉลองปีใหม่ในหมู่บ้านเฉียวปีนี้ใช้ได้พอควร

             

            มีคำกล่าวว่าในคือสิ้นปีต้องมีการโต้รุ่งดังนั้นหลังอาหารค่ำวันส่งท้ายปีเก่าทั้งสามคนจึงรวมตัวกันนั่งอยู่ในห้องโถงหลักของบ้าน กินเมล็ดแตงโมไปพลางรอการมาถึงของเวลาเที่ยงคืนไปพลาง เมื่อผ่านยามเที่ยงคืนทุกคนต่างกลับไปนอนที่ห้องของพวกเขา แต่ยังไม่ใช่ทุกคนที่อดทนได้ผู้ใหญ่ไม่มีปัญหาสักเท่าไร ส่วนเด็กๆ แน่นอนว่ารอไม่ไหว เวลาค่อยๆ ผ่านไปเฉียวซงและเฉียวซียังคงยืนหยัดอดทนรอต่อไป แต่เฉียวไป่ไม่สามารถทนรอได้อีกแล้วหัวของเขาเริ่มรู้สึกวูบวาบ และเขาง่วงจนไม่ไหวไปตั้งนานแล้ว

             

            “พี่ใหญ่ ท่านพาน้องสามไปนอนเถอะข้ายังไม่ง่วง” ทุกปียามฉลองปีใหม่ เป็นวันที่นางคิดถึงครอบครัวที่เทียนเฉาที่สุด ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ดีมีสุขหรือไม่

             

            แต่นางก็กังวลว่าจะถูกคนในบ้านมองออกแม้ว่าบ้านหลังนี้จะยากจน แต่กลับไม่ได้ปฏิบัติกับนางอย่างโหดร้ายนางยังคงเหมือนกับตอนอยู่ที่เทียนเฉาเป็นเจ้าหญิงผู้เติบโตขึ้นมาด้วยความรักความเอ็นดู


    [1] หมอเท้าเปล่าคือเกษตรกรที่ได้รับการฝึกฝนการแพทย์ขั้นพื้นฐาน

    [2] ตุ้ยเหลียน (对联) คำกลอนคู่ที่เขียนลงบนกระดาษสีแดงตามแนวยาวนิยมติดที่ 2 ฝั่งซ้ายขวาของประตูบ้านในช่วงปีใหม่ (ตรุษจีน)

    [3] ฝู (福) เป็นอักษรที่หมายถึงความสุขนิยมติดในช่วงปีใหม่

    นิยายแนะนำ

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730