ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 คุกเข่าลงอ้อนวอนฉันซะ

            “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!”

            เมื่อลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นเขาพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง

            ที่แท้ตำราสกิลเหล่านี้ก็คือของรางวัลจากการต่อสู้ของออสการ์นี่เอง

            ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมเหล่าผู้ใช้อาชีพเผ่ามนุษย์ทั้งที่รู้ดีว่าออสการ์แข็งแกร่งเพียงใดแต่ก็ยังดาหน้ากันเข้ามาหาที่ตายอย่างไม่ขาดสายนั้น ความจริงแล้วเหตุผลมันง่ายมาก

            ‘เผ่ามังกร’ เดิมทีก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดบนดาวสีน้ำเงินเป็นตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดลำดับชั้นชีวิตมังกรที่โตเต็มวัยจะมีเลเวลสูงลิบลิ่วเกินกว่าเลเวล 700 มาตั้งแต่เกิดไม่ว่าจะเป็นสกิล ค่าสถานะ หรือพลังรบ ล้วนแต่เป็นตัวตนระดับบั๊กของโลกใบนี้

            และหากผู้ใช้อาชีพคนใดสามารถมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพวกมันได้ละก็เรียกได้ว่าชีวิตจะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าเลยทีเดียว

            ยกตัวอย่างเช่น‘ผู้ฝึกสัตว์’ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีพรสวรรค์ในการทำพันธสัญญากับมอนสเตอร์ตามธรรมชาติมาตั้งแต่เกิดหากสามารถทำพันธสัญญากับมังกรยักษ์ได้สักตัวไม่ว่าพรสวรรค์การต่อสู้ของผู้ฝึกสัตว์คนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหน เขาก็จะกลายเป็น‘จอมทัพมังกร’ ผู้สูงศักดิ์ได้ในทันทีซึ่งพลังรบนั้นแข็งแกร่งจนแม้แต่อาชีพระดับอัจฉริยะก็ยังไม่อาจเทียบเคียงได้และเข้าใกล้ระดับสูงสุดได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

            ในขณะที่ผู้ใช้อาชีพอื่นแม้จะไม่สามารถเลื่อนระดับได้มากเท่าผู้ฝึกสัตว์แต่ถ้ามีมังกรยักษ์คอยช่วยเหลืออยู่ข้างกาย พลังรบก็จะก้าวกระโดดอย่างยิ่งใหญ่

            ทว่าเผ่ามังกรนั้นทะนงตัวมาแต่ไหนแต่ไรการจะทำให้พวกมันยอมสยบจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

            แน่นอนว่าความไม่ง่ายไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้

            เพราะบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันก็ยังมีตัวตนระดับเทพเจ้าอีกไม่น้อยที่มีเผ่ามังกรเป็นคู่หู

            เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งก็รู้สึกใจเต้นแรง และเมื่อเขามองไปยังออสการ์อีกครั้งในดวงตาก็เปล่งประกายแสงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            “ตอนนี้เจ้าก็ได้ตำราสกิลไปแล้วถ้าผ่านไปสิบชั่วโมงแล้วเจ้ายังช่วยขจัดผลจากเวทมนตร์ด้านลบบนตัวข้าไม่ได้ล่ะก็ข้าขอรับรองเลยว่า เจ้าจะต้องเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้”

            ในตอนนั้นเองออสการ์ก็เอ่ยข่มขู่ลู่เซิ่งด้วยน้ำเสียงดุดันใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมที่ไม่อาจปกปิดได้

            “ขู่ฉันงั้นเหรอ?” ลู่เซิ่งหรี่ตามอง

            ที่จริงตามแผนเดิมที่เขาวางไว้เขาตั้งใจจะช่วยขจัดผลจากเวทมนตร์ด้านลบบนตัวของไอ้มังกรสามหัวนี่จริงๆเพื่อคลายความทุกข์ทรมานให้มัน

            แม้ว่า‘เพลิงมังกรทำลายล้าง: ทรมานนิรันดร์’ จะเป็นมหาเวทต้องห้ามระดับสูงสุดที่ทรงพลังอย่างยิ่งจนแม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพครั้งที่เก้าก็ยังไม่แน่ว่าจะขจัดออกได้

            แต่แค่พึ่งนิ้วทองคำโคตรโกงอย่างพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ ที่ติดตัวอยู่มหาเวทต้องห้ามระดับสูงสุดเพียงเท่านี้ ลู่เซิ่งจึงไม่ได้คิดจะเก็บมาใส่ใจนัก

            ทว่าเมื่อเห็นไอ้กิ้งก่าสามหัวนี่ทำตัวโอหังพ่นคำขู่ฆ่าออกมาไม่หยุดหย่อน

            ประกอบกับเขาเพิ่งจะเรียนรู้สกิลความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่าง‘พันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์’ และกำลังขาดสัตว์พาหนะที่เหมาะสมอยู่พอดี

            ดังนั้นลู่เซิ่งจึงกลอกตาไปมาและเปลี่ยนใจในทันที

            หลังจากนั้นทั้งคนและมังกรก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อ ได้แต่ยืนประจันหน้ากันในถ้ำที่กว้างขวางต่างฝ่ายต่างจ้องตากันเขม็ง...

            อย่างไรก็ตามลู่เซิ่งไม่ได้ลืมลั่วเซวียนเซวียน เขาอาศัยจังหวะนี้เข้าไปตรวจสอบอาการของเธอ

            โชคดีที่ลั่วเซวียนเซวียนเพียงแค่มีค่าพลังชีวิตต่ำเกินไปและบาดเจ็บสาหัสร่างกายจึงเข้าสู่สภาวะหมดสติไปตามกลไกป้องกันตนเอง

            เมื่อเห็นว่าลั่วเซวียนเซวียนไม่มีอันตรายถึงชีวิตลู่เซิ่งจึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

            ...

            เวลาไหลผ่านไปดั่งสายน้ำหนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            ในช่วงเวลานี้ผลจากเวทมนตร์ด้านลบบนตัวออสการ์ได้กำเริบขึ้นอีกหลายครั้งและทุกครั้งที่มันปะทุขึ้นมา ก็จะทรมานจนมันเจ็บปวดแทบขาดใจแผดเสียงคำรามโหยหวนอย่างต่อเนื่อง

            โชคดีที่สิบชั่วโมงไม่ได้ยาวนานนักสำหรับมัน

            เมื่อแสงแรกของยามเช้าสาดส่องลงมาจากฟากฟ้า

            ในที่สุดออสการ์ที่คอยนับเวลามาตลอดก็รู้สึกว่าได้เวลาแล้วมันลุกขึ้นยืนตรงและเอ่ยถามลู่เซิ่งด้วยเสียงทุ้มต่ำ“เจ้าแมลงชั้นต่ำ เวลาสิบชั่วโมงครบแล้วเจ้าคงช่วยขจัดผลจากเวทมนตร์ด้านลบบนตัวข้าได้แล้วสินะ”

            “แน่นอนว่าได้”

            ลู่เซิ่งยิ้มบางๆและไม่ได้ปฏิเสธ เขาหยิบตำราสกิล ‘แสงแห่งการไถ่บาป’ที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกมา แล้วกด [เรียนรู้] ทันที

             [ติ๊ง!]

             [ขอแสดงความยินดี คุณได้เรียนรู้สกิลใหม่ ‘แสงแห่งการไถ่บาป’!]

            “งั้นเจ้ายังมัวบื้ออะไรอยู่ล่ะ รีบร่ายเวทสิ!”

            เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งเตรียมตัวพร้อมแล้วออสการ์ก็เร่งเร้าด้วยความกระวนกระวาย ทั้งยังข่มขู่ซ้ำด้วยความโหดเหี้ยม“ถ้าเจ้าขจัดออกไม่ได้ละก็ อย่าหาว่าข้าไร้ความปรานี!”

            “หึๆ อยากให้ฉันช่วยเหรอ? ได้สิแต่แกต้องคุกเข่าลงอ้อนวอนฉัน”

            ลู่เซิ่งเอ่ยอย่างเรียบเฉย

            ครั้งนี้เมื่อเผชิญหน้ากับคำขู่ของออสการ์เขาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่ต้นจนจบ

            เพราะในขณะนี้พรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ ของเขาได้สิ้นสุดระยะคูลดาวน์ที่ยาวนานถึง24 ชั่วโมงลงแล้ว

            และตราบใดที่มีสูตรโกงอย่างพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ อยู่ในมือเขาก็มีความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด!

            “อะไรนะ? คุก... คุกเข่าลง... อ้อนวอนเจ้า?”

            เมื่อได้ยินคำพูดของลู่เซิ่งใบหน้ามังกรของออสการ์ก็เซ่อซ่าไปครู่หนึ่ง มันเกือบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไป

            แต่ไม่นานมันก็คืนสติกลับมาและแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธจัดจนถึงขีดสุด

            โฮก...

            “เจ้ามดปลวกสมควรตาย เจ้ากล้าปั่นหัวข้าอย่างนั้นรึ?”

            “ตายซะ!”

            “ลมหายใจโรค!”

            “ลมหายใจโรคระบาด!”

            “ลมหายใจคำสาป!”

            ตูมตูม ตูม!!

            ลมหายใจสามสายที่มีสีสันแตกต่างกันแต่แฝงไปด้วยความสยดสยองอย่างที่สุดถาโถมออกมาจากหัวทั้งสามของออสการ์อย่างบ้าคลั่งเข้าใส่ลู่เซิ่งที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมืออย่างรุนแรง

            ทว่าลู่เซิ่งกลับทำราวกับมองไม่เห็นการโจมตีของออสการ์นอกจากจะไม่ขยับเขยื้อนหลบหลีกแล้ว เขายังเงยหน้าขึ้นด้วยความสนใจพลางพึมพำกับตัวเองว่า “หือ? หัวทั้งสามหัวสามารถพ่นลมหายใจที่มีเอฟเฟกต์ต่างกันได้สามแบบเลยเหรอ?น่าสนใจดีนี่”

            HP-1729!

            HP-2133!

            HP-1966!

            ตู้มมม!!!

            วินาทีต่อมาปฐพีพลันสั่นสะเทือน

            พลังของลมหายใจที่น่าสะพรึงกลัวหมุนวนไปมาภายในถ้ำขนาดใหญ่ม้วนตัวขึ้นเป็นหมอกควันประหลาดปกคลุมไปทั่ว ทุกที่ที่มันพัดผ่านไปแม้แต่หินที่แข็งแกร่งก็เริ่มหลอมละลาย แม้แต่อากาศก็ยังถูกกัดกร่อนพลานุภาพนั้นเรียกได้ว่าสยดสยองถึงขีดสุด

            เมื่อมองดูสภาพถ้ำที่ตกอยู่ในความวุ่นวายออสการ์ก็เข้าใจไปว่าลู่เซิ่งคงถูกลมหายใจของมันสังหารไปในพริบตาแล้วมันจึงเชิดหน้าขึ้นอย่างทะนงตัวและเอ่ยด้วยเสียงก้องกังวาน“หึ! นี่คือจุดจบที่เจ้าบังอาจมาหลอกลวงข้า...”

            แต่มันยังพูดไม่ทันจบ

            “หึๆ แกมีความสามารถแค่นี้เองเหรอ?”

            จู่ๆเสียงที่แสนคุ้นเคยก็แว่วมาจากท่ามกลางกลุ่มควันที่หนาทึบ

            “อะไร?”

            เมื่อได้ยินเสียงนี้ออสการ์ก็ตกใจจนตัวโยน มันรีบเพ่งมองไปยังทิศทางนั้นทันที

            เห็นเพียงในถ้ำที่อยู่ไม่ไกลมีร่างสูงโปร่งยืนกอดอกอย่างสบายใจ มุมปากยังประดับไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่เซิ่ง

            “นี่... นี่ยังไม่ตายอีกเหรอ?”

            ออสการ์ตระหนกจนลนลานมันแทบจะใช้ทักษะตรวจสอบใส่ลู่เซิ่งไปตามสัญชาตญาณ

            แต่ทันทีที่มันเห็นข้อมูลตาของมันก็แทบจะถลนออกมานอกเบ้า

             [เป้าหมาย: ลู่เซิ่ง]

             [อาชีพ: พาลาดิน]

             [ประเทศ: เสินเซี่ย]

             [เลเวล: 100]

             [ค่าพลังชีวิต: 42,894,172]

             [ค่ามานา: 10,900,000]

             [ระดับดาวพลังรบ:??]

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน