ราเชนสลัดความคิดในอดีตทิ้งไป เพราะถูกเสียงขององค์ชายรองหลี่คังตะโกนออกไปว่า
“ 3 ล้านเหรียญทอง”
“ 4 ล้านเหรียญทอง” เสียงเกาจิ้งอันตามมาติดๆ
ตอนนี้การประมูลเพื่อแย่งชิงสาวงามได้เกิดขึ้นแล้ว โดยเริ่มจากราคา เริ่มต้นเพียง 1 แสนเหรียญทองเท่านั้น แต่ไม่นานก็เหลือแค่เพียงสองคนเท่านั้นที่สู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย คือองค์ชายรองหลี่คัง กับ เกาจิ้งอัน ทั้งสองประมูล สู้กันอย่างดุเดือด ทั้งๆ ที่ การประมูลครั้งนี้ เพียงแค่ได้ดื่มสุรากับ แม่นางซือซือคืนเดียวเท่านั้น แต่จะได้หลับนอนกับแม่นางซือซือหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคน
“ มันไม่ไว้หน้าองค์ชายรองเลย นะท่านพ่อ” ฉีอี้เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ เป็นเพราะองค์ชายสี่หนุนหลังมัน ไม่อย่างนั้นมีหรือมันจะกล้า”
“ 5 ล้านเหรียญทอง” องค์ชายรองหลี่คังยังยกมือสู้อย่างหน้าดำคร่ำเคร่ง
“ 6 ล้านเหรียญทอง” เกาจิ้งอันยังส่งเสียงประมูลแข่งต่อ
“ กุนซือฉี วันนี้เรามีทองคำมาเท่าไร”
“ หากรวมของกระหม่อมกับลูก ก็น่าจะมีประมาณ 8 ล้านเหรียญทองเท่านั้น เรื่องนี้องค์ชายสี่ย่อมรู้แน่ ว่าองค์ชายมีเงินมาไม่มาก”
“ บัดซบ นี่มันจงใจฉีกหน้าข้าใช่ไหม”
ราเชนตอนนี้ถือโอกาสไปที่ห้องน้ำ เพื่อหาทางหนีทีไล่ หากเจ้าเกาจิ้งอันได้พักที่นี่คืนนี้ มันต้องแวะเข้าห้องน้ำอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงเข้าไปสำรวจดูก่อน พอเข้ามาถึงก็พบว่า มีองครักษ์ขององค์ชายสี่และคนของเกาจิ้งอัน กำลังนั่งถ่ายกันอยู่ พวกมันกำลังพูดคุยกันเรื่องของ แม่นางซือซือ
“ ทำไม คุณชายเกา ถึงได้ชื่นชอบ ซือซือ มากมายขนาดนี้”
องครักษ์ขององค์ชายสี่เอ่ยถามคนของเกาจิ้งอัน โดยที่ราเชนนั้นได้ยินอยู่ด้านข้างอีกห้องหนึ่งพอดี
“ คุณชายของเรา เคยพบกับแม่นางซือซือ เมื่อสามเดือนก่อน แม่นางซือซือ เคยไปเปิดการแสดงที่อาณาจักรอุดร แต่น่าเสียดาย ที่คุณชายมีธุระไม่อาจติดตามนางได้ จนกระทั่งรู้ว่า แม่นางซือซือ มาเปิดการแสดงที่นี่ เลยไม่พลาดที่จะมาขอพบ”
“ ขอพบอย่างเดียวจริงรึ? แต่ทำไมขอยาร่านราคะของ องค์ชายสี่ไปด้วยเล่า”
เสียงกระซิบครั้งนี้แม้จะแผ่วเบา แต่ราเชนก็ได้ยินสองหู ดังนั้นเขาไม่ทันสำรวจห้องน้ำอีก รีบเดินออกไปที่นั่งของเขาทันที พอไปถึงก็มองเห็นหน้าของเกาจิ้งอันชัดชัดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขารู้สึกว่า มันคุ้นๆ ยิ่งพอมาเชื่อมโยงกับ แม่นางซือซือหรือริต้าแล้ว เจ้าเกาจิ้งอันมันช่างมีส่วนคล้ายกับ คิมลียิ่งนัก แต่ว่า เจ้าคิมลีมันอ้วนใหญ่เหมือนกับเขาในตอนนี้ แต่เจ้าเกาจิ้งอันมันรูปหล่อ หุ่นดี
เอ๊ะ ! หรือว่า บางทีนี่อาจจะเป็นหน้าตาที่แท้จริงของเจ้าคิมลีในโลกนี้ ในตอนที่มันผอม ราเชนขมวดคิ้วสำรวจอีกที จนกระทั่งแน่ใจว่า มันคือ คิมลีในโลกเก่าอย่างแน่นอน ไม่น่าเชื่อ เขาได้พบกับ คนหน้าเหมือนกับคนของโลกเก่าของเขาอีกแล้ว
หรือว่า โลกคู่ขนานจะมีอยู่จริงๆ แต่ว่าตัวเขากลับอ้วนท้วนสมบูรณ์ไม่ผ่ายผอมเหมือนในอดีต แม้จะพยายามลดน้ำหนักก็ตาม
“ 9 ล้านเหรียญทอง ครั้งที่ 1”
เสียงของเจ้าของหอประกาศเสียงดัง และหันมาทางองค์ชายรอง ที่ไม่มีเงินพอที่จะประมูล พร้อมกับรอยยิ้มเยาะ ขององค์ชายสี่หลี่คัง กับ เกาจิ้งอัน
“ 9 ล้านเหรีญทอง ครั้งที่ 2”
“ 10 ล้านเหรียญทอง” ราเชนยกมือสู้ออกไป ทำเอาทุกๆ คนหันมาราเชนเป็นจุดเดียว คราวนี้เสียงซุบซิบดังขึ้น เพราะมีบางคนเริ่มจำราเชนได้
ส่วนแม่นางซือซือแม้นจะนำผ้ามาปิดใบหน้าแล้ว แต่ก็ส่งสายตามาทางราเชนด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“ ที่แท้เป็นท่านราชบุตรเขยนี่เอง คุณชายเกา ท่านจะว่าอย่างไร”
เกาจิ้งอันถึงกับยกมือขึ้น แล้วกัดฟันต่อว่า
“ 11 ล้านเหรียญทอง” คราวนี้มีเสียงผู้คืนฮือฮา มากขึ้นกว่าแต่ก่อนนัก ไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ดื่มสุรากับ แม่นางซือซือ มีผู้แข่งขันประมูลกันอย่างบ้าเลือดขนาดนี้
“ 15 ล้านเหรียญทอง” ราเชนเอ่ยไปในทันที คราวนี้องค์ชายรองถึงกับ ลุกขึ้นรีบมาหาราเชน
“ เฮ้ย นี่เจ้าจะบ้าหรือไง 15 ล้านเหรียญทองเลยเนี่ยนะ เจ้ามีเงินหรือเปล่า ที่นี่เขาใช่เหรียญทองสดๆ ไม่มีการจ่ายทีหลังนะ”
“ ข้าพอมีบ้าง” ราเชนเอ่ยอย่างใจเย็น เขาคิดอยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องทุ่มเงินทั้งหมดที่มี ไม่ยอมให้ซือซือ ถูกเจ้าเกาจิ้งอันวางยาร่านราคะอย่างแน่นอน
ส่วนองค์ชายสี่หลี่คัง ได้ยินราคาประมูลแข่งเช่นนี้ ถึงกับแปลกใจ ไม่คิดว่าราเชนจะมีทองคำมากมายเช่นนี้
“ นักพรตดำ พวกเราเตรียมเงินมาเท่าไร”
“ มีเพียงแค่ 10 ล้านเหรียญทอง หากรวมกับที่องค์ชายสี่ ให้ยืม 7 ล้านเหรียญทองก็จะมีทั้งหมด 17 ล้านเหรียญทองพอดี”
“ บัดซบ เจ้าอ้วนหยางเฟยหลง นี่มันกล้าแย่งชิงซือซือ กับข้าเชียวหรือนี่”
“ คุณชายเกา ท่านไม่ต้องรีบร้อนไป อีกสองวันหยางเฟยหลง มันก็จะต้องตายแล้ว ไม่เห็นต้องถือสาอะไรกับคนตายเยี่ยงมัน ถึงวันนั้น แม่นางซือซือ จะหนีท่านไปไหนได้อีก” องค์ชายสี่หลี่หมิงเตือนสติ เกาจิ้งอันมองหน้าซือซือ แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ ท่านอย่าว่าข้าเลย ข้าจะลองสู้กับมันอีกครั้ง 17 ล้านเหรียญทอง” เกาจิ้งอันตะโกนออกไปเสียงดังลั่น
เสียงผู้คนฮือฮาขึ้นยิ่งกว่าเดิม แต่ว่าราเชนกลับตะโกนสวนออกมาว่า
“ 20 ล้านเหรียญทอง” คราวนี้เกาจิ้งอันถึงกับนั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่พอใจ หันไปถามเจ้าของหอว่า
“ เจ้าของหอ ข้าขอตรวจสอบว่า ราชบุตรเขยพกพาทองคำมากมายขนาดนั้นมาจริงหรือเปล่า หากว่ามีจริง ข้าขอยอมแพ้”
ราเชนได้ยิน ก็ดึงถุงเงินที่ได้มาจากคุณหนูใหญ่ โยนออกไปสองถุง มีเหรียญทองครบ 20 ล้านเหรียญไม่ขาดไม่เกิด
“ ครบตามจำนวนทุกอย่าง คืนนี้ แม่นางซือซือ จะอยู่ดื่มสุรา ชมพระจันทร์กับท่านราชบุตรเขยหยางเฟยหลง”
เจ้าของหอประกาศออกมา เกาจิ้งอันถึงกับสาดสาตาอัมหิตออกมาหาราเชน ก่อนที่จะเดินออกจากหอชมจันทร์ไปพร้อมกับ องค์ชายรองหลี่คัง โดยที่ก่อนออกไป เกาจิ้งอันแวะเข้ามาหาราเชนและเอ่ยว่า
“ ยินดีกับ ราชบุตรเขยด้วย ที่ได้ชมพระจันทร์กับซือซือ คืนนี้ข้าพำนักอยู่ที่ตำหนักรับรองที่ 7 ข้าหวังว่าลูกผู้ชายอย่างท่าน จะไม่ลืมเลือนคำพูดที่เอ่ยออกมาในคืนนี้ ข้าจะรอคอยน้อมรับคำสั่งสอนของท่าน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ หยางเฟยหลง เจ้าอย่าคิดว่า ตนมีผลงานแล้วจะทำอะไรก็ได้ ขืนคุณชายเกาเป็นอะไรไป เสด็จพ่อประหารเจ้าแน่” องค์สี่เอ่ยกับราเชน แล้วก็พากันเดินจากไป
“ อย่าไปสนใจ พวกมันเลย ตอนนี้แม่นางซือซือ รอเจ้าอยู่ แม่งเอ้ย รอให้ข้าเป็นรัชทายาทก่อน ข้าจะตบมันเรียงตัวเลย ไอ้พวกบัดซบนี่”
ราเชนถอนหายใจออกมา ไม่ว่าอย่างไร คืนนี้เขาก็ไม่ปล่อยเจ้าเกาจิ้งอันลอยนวลแน่ๆ แต่ตอนนี้ เจ้าของหอเยว่เหนียง ก็มาเชิญราเชนไปพบกับ แม่นางซือ ที่ชั้นบนสุด เพื่อดื่มสุรา ชมจันทร์ตลอดคืนนี้
“ ขอเชิญราชบุตรเขยเข้าไปได้เลย แม่นางซือซือได้รอท่านอยู่ด้านในห้องแล้ว”
เยว่เหนียวเจ้าของหอชมจันทร์ยิ้มให้พร้อมชม้ายชายตา ใช้ผ้าเช็ดหน้าแตะหน้าอกของราเชนเบาๆ คล้ายเว้าวอนว่าตนเองส่งสายตาให้ท่าขนาดนี้ยังไม่สนใจนางเลย
ราเชนยิ้มให้ แล้วก็เปิดประตูเข้าไป เห็นผ้าม่านสีขาว ขึงเอาไว้ตรงด้านหน้า รอบๆ มีผ้าม่านลูกไม้ ประดับไปด้วยดอกไม้นานาชนิด กลิ่นหอมของดอกไม้โชยกระทบจมูกของเขา พร้อมกับมีสุราอาหาร วางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับเก้าอี้เพียง สองที่นั่ง
มองไปรอบๆ กลับหาได้พบเจอใครไม่ บนชั้นนี้มีระเบียงยื่นออกไป เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน มีดวงจันทร์ส่องสว่างดวงใหญ่ มองแล้วราวกับภาพวาด ราเชนเดินผ่านโต๊ะอาหาร แล้วพอจะเปิดผ้าม่านสีขาวออก พลันความรู้สึกถึงอันตรายก็แผ่ซ่านออกมาจาก คนที่อยู่หลังม่านสีขาวนั้น
“ ท่านราชบุตรเขย ยอมทุ่มเททองคำมากมายเช่นนี้ ซือซือ ต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างสูง ค่ำคืนนี้ซือซือ จะขอรับรองท่านด้วยเสียงพิณกระเรียนเก้าฟ้า ขอเชิญท่านราชบุตรเขย เชิญนั่งลงดื่มสุราทิพย์จอกนี้ก่อน”
ราเชนนั่งลงตรงเก้าอี้ที่จัดเอาไว้ แล้วยกจอกสุราทิพย์ขึ้นดม ไม่รู้สึกผิดปกติอะไร ก็ซดจดหมดแก้ว แม้ว่าความรู้สึกอันตรายยังคงอยู่แต่ก็หาได้สนใจไม่
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
เสียงพิณเริ่มบรรเลง ราเชนถึงกับสะดุ้ง ทันที เพราะมันเป็นเสียงเพลงที่กระตุ้นจิตใจของเขาให้พลุกพล่าน แล้วก็สุขสงบ ราวกับตกอยู่ในภวังค์ ราวกับถูกสะกด ราเชนกำหมัดแน่น แล้วคลายออก กำหนดลมหายใจ ตั้งสมาธิ ปล่อยลมหายใจเข้าออก ตามตำราจิตเทพจักรวาล
เสียงพิณจึงไม่อาจทำอะไรเขาได้ ความจริง สุราทิพย์ที่ดื่มไปนั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่หากถูกกระตุ้นด้วยเสียงพิณ จะทำให้คนที่ดื่ม เห็นภาพมายา ขาดสติ ราเชนยิ้มออกมา แล้วใช้พลังจิตของเขากระชากผ้าม่านสีขาว จนขาดกระจาย
เผยให้เห็นแม่นางซือซือ ดีดพิณ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่แววตานั้นอัมหิตยิ่งนัก
“ สมแล้วที่ได้รับฉายาเทพสงคราม เพลงพิณของซือซือ ไม่อาจทำอะไรท่านได้จริงๆ ต้องขออภัยที่ล่วงเกิน”
“ แม่นางทำเช่นนี้เพื่ออะไร”
ซือซือ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินนวยนาดอย่างช้าช้า แล้วมานั่งข้างๆ ราเชน แล้วยกป้านสุราเทลง จอกสุราสองจอก แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ ราชบุตรเขยทราบหรือไม่ พวกเราวางวางแผนการณ์นี้มา 1 ปี แต่ถูกท่านทำลายจนหมดสิ้น”
“ แผนการณ์อะไร?”
“ ลอบสังหารเกาจิ้งอัน”
ราเชนถึงกับขมวดคิ้ว
“ พูดเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวข้าจะส่งข่าวถึงเกาจิ้งอันรึ?”
“ ซือซือ พอจะทราบเรื่องความขัดแย้งของท่านกับเกาจิ้งอัน ยิ่งมาวันนี้ท่านประกาศจะฆ่ามันในคืนนี้ต่อหน้า ผู้คนมากมาย ซือซือเลยกล้าที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ต่อท่าน” ซือซือ พูดไปด้วยแต่ยังคงใช้มือขวาแตะที่กำไลสีทองของตน
ราเชนเองยังสัมผัสได้ว่า แววตาของซือซือ ยังคงมีแววอัมหิต คิดจะสังหารเขาอยู่หากเขาตอบผิดไป คงได้ถูกนางใช้อาวุธลับที่อยู่ในกำไล ยิงใส่โดยไม่รู้ตัวแน่ๆ
“ แม่นางซือซือ เข้าใจถูกต้อง ข้าคิดจะสังหารมันจริงๆ”
“ ไม่ทราบว่าท่านต้องการให้ซือซือช่วยหรือไม่” ซือซือ รีบเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น มือขวาไม่สัมผัสกำไลนั่นอีก
ราเชนกลับถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยว่า
“ ความจริงคืนนี้ ข้าคิดจะฆ่ามัน แต่พอได้ยินว่า มันจะวางยาพิษเพื่อจัดการกับแม่นาง ข้าเลยต้องเปลี่ยนแผน ช่วยแม่นางก่อน”
ซือซือถึงกับถอนหายใจออกมา
“ ชีวิตของซือซือ ไร้ค่า ไม่คู่ควรให้ ท่านราชบุตรเขยใส่ใจ แต่ทำไมท่านถึงได้คิดช่วยเหลือซือซือ ทั้งๆ ที่พวกเราเพิ่งพบเจอกันเป็นครั้งแรก?”.......