Brew up 7
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่พนักงานประจำและพนักงานพาร์ทไทม์รอคอย ผมให้เดาว่าวันนี้วันอะไร เอาล่ะ…ผมเฉลยเลยแล้วกันวันนี้เป็วันพระใหญ่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็วันอะไรเพราะไม่เคยสนใจวันสำคัญของศาสนา ก็พวกเรามันคนบาปกินแต่เหล้า เข้าวัดไม่ได้เพราะร้อน ก่อนที่จะถึงวันนี้ทางจังหวัดได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือให้ปิดร้าน แต่ผมว่ามันคือการบังคับกันมากกว่าเพราะถนนโลกีย์ทั้งเส้นไม่มีไฟจากร้านเหล้าเลย ผมยังสงสัยอยู่หน่อยถ้าคนศาสนาอื่นอยากเข้าร้านเหล้าวันนี้แต่ร้านถูกปิดเพราะเป็วันสำคัญของศาสนาพุทธ มันดูไม่ยุติธรรมเลยนะผมว่าแต่ก็นะพูดมากไม่ได้เื่ศาสนามันอ่อนไหว
ผมกำลังหิ้วกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของตัวเองเดินไปตามทางพร้อม ๆ กับเดรค ผมลืมบอกไปว่าคนรวยอย่างมันก็สนใจทริปเที่ยวฟรีของพี่ครามเหมือนกัน กัปตันบอกว่าระหว่างที่ร้านหยุดสองวันพี่ครามจ้างคนมาทาสีใหม่ด้วย ซึ่งผมงงมากเพราะร้านนี้ยังไม่มีตรงไหนที่สีซีดเซียวหรือควรถูกบูรณะเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เ้าของร้านเขาบอกมาว่าร้านที่ต้องรับลูกค้าทุกวันควรทำงานให้ดูดีอยู่เสมอ เห็นนิ่ง ๆ แบบนั้นแต่พี่ครามดูเป็คนใส่ใจรอบข้างดีนะ
"อ้าว ยิน เดรคมาพอดี พี่กำลังว่าจะโทรไปตามเลยรถมาแล้ว" กัปตันทักขึ้นขณะเห็นพวกผมเดินมาถึงบริเวณลานจอดรถของร้าน ผมเห็นบางคนดูเหมือนจะพาแฟนพาเพื่อนแฟนมาด้วย
"พวกนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่พนักงานในร้านนิฮะพี่เกรย์" ผมถามกัปตันพร้อมชี้ไปที่กลุ่มผู้หญิงสองถึงสามคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน พี่เกรย์หันไปมองแวบนึงก็หันกลับมายิ้มให้ผมพร้อมหยักหน้าตอบคำถามของผม
"ไม่ใช่หรอก เด็กพวกนั้นเป็แฟนพนักงานในร้านน่ะ ครามอนุญาตให้มาด้วยเพราะบางคนแฟนดุ แต่ครามอนุญาตเฉพาะผู้หญิงกลัวว่าถ้าเป็ผู้ชายคนอื่นมากินเหล้าเมาแล้วจะมีเื่ทะเลาะกัน" ผมปรบมือสองสามทีให้กับความคิดอันลึกล้ำของพี่คราม แบบนั้นสินะที่เขาเรียกเหล้าเข้าปากองค์บากเข้าสิง แต่ถ้าเป็ผู้หญิงมากับคนไม่รู้จักคงไม่มีใครอยากทำให้ตัวเองดูไม่ดี อืม…คิดรอบคอบจริง ๆ นอกจากจะมีผู้หญิงที่เป็กลุ่มแฟนพนักงานแล้ว ยังมีเด็กเอ็นที่ถูกจ้างมาคอยให้ความบันเทิงกับพนักงานอีกด้วย
"ไปเถอะ ขึ้นรถกันได้แล้วเดี๋ยวไปถึงเย็นจะไม่ได้เล่นน้ำเอา" พี่เกรย์พูดจบก็ไล่ต้อนพวกเราให้ขึ้นรถ เหมือนต้อนหมูยังไงยังงั้นเลย ผมเดินตามเดรคไปเก็บกระเป๋าที่รถบัสคันชั้นเดียวที่จอดรออยู่
"พี่ครามทุ่มจัง" ผมพึมพำหลังนั่งลงบนรถบัส เดรคหันไปล้วงของในกระเป๋าเป้ ผมเลยหันไปสำรวจจำนวนคนบนรถ พอหันกลับมาก็เจอพี่ครามกำลังนั่งลงที่อยู่อีกฝั่งซึ่งเป็ที่นั่งข้าง ๆ กัปตัน
"กูก็คิดงั้น ทุกทีเห็นให้พี่เกรย์ไปคุมอย่างเดียวไม่เคยไปเองสักรอบ" เดรคกระซิบกระซาบกับผมพร้อมกับยักไหล่เบา ๆ เรานั่งรถกันเกือบสองชั่วโมงรถบัสก็เลี้ยวเข้าไปจอดในรีสอร์ทริมแม่น้ำแห่งหนึ่งในจังหวัด พวกพนักงานคนอื่นเริ่มกระดกเหล้ากันั้แ่บนรถเลยด้วยซ้ำทั้งร้องทั้งเต้น แต่บางคนก็ใช้เวลาไปกับการนอนเช่นผมเป็ต้น ผมหันไปเขย่าตัวเดรคที่ใส่หูฟังนอนหลับอยู่ที่เบาะริมหน้าต่าง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อบิดไล่ความเมื่อยล้าและดูเหมือนรถบัสจะผิดคิวทำให้เบรคแรง ๆ จนผมเสียการทรงตัวล้มลงบนตักพี่ครามอย่างช่วยไม่ได้
"ขอโทษครับ ผมไม่ทันระวัง"
"อือ รีบลุกได้แล้ว" พอพี่ครามพูดจบผมก็รีบลุกจากตักพี่ครามด้วยความลุกรี้ลุกรน ลุกได้ก็หันไปช่วยพยุงพี่ครามลุกขึ้นยืนเป็การไถ่โทษ
"โทษนะพี่ หนักมั้ยอะเจ็บขาเปล่า ผมนวดให้มั้ย" ด้วยความเกรงอกเกรงใจในฐานะเ้านาย ผมเลยถามคนตรงหน้ารัว ๆ จนคนตรงหน้าต้องยกมือปางห้ามญาติขึ้นมาห้ามผม
"ตัวเท่าลูกหมา กินข้าวบ้าง" มือข้างขวาของคนตรงหน้าดันหลังผมเดินลงจากรถหลังจากบ่นผมเสร็จ พอนึกได้ว่ายังไม่ได้หยิบกระเป๋าสะพายมาเลยหยุดเดินแล้วคิดว่าจะหันไปหยิบ แต่ผมดันหันไปโดยไม่ให้สัญญาณใด ๆ เลยทำให้ปากพี่ครามอยู่ที่หน้าผาก ส่วนปากผมอยู่ที่อกของเขา โชคดีที่ไม่มีใครเห็นเพราะทุกคนกำลังเก็บสัมภาระลงรถอยู่
"ไปได้แล้ว"
"แต่ผมยังไม่ได้เก็บกระเป๋าตัวเองเลยนะ พี่รีบพี่ก็ลงไปก่อนเลยฮะ ผมไปหยิบกระเป๋าเดี๋ยวเดียว"
"นี่ไง จะไปได้ยัง" พี่ครามดึงกระเป๋าจากไหล่ของตัวเองมาให้ผมว่ามันคือกระเป๋าของผม ที่เขาบังเอิญหยิบมาถือไว้ตอนไหนไม่รู้ ผมกลับหลังหันแล้วเดินลงรถไปทันทีเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะสามารถพูดอะไรกับเขาได้
"เอา รออยู่นี่" คุณเ้าของร้านจอมนิ่งหันมาสั่งผมแล้วเดินเข้าไปในรีสอร์ต ส่วนผมยืนรอโดยไม่คิดจะไปไหนเลย ทำไมผมเชื่องงี้นะเพราะกลัวพี่ครามหักเงินเดือนแน่ ๆ เลย พอพี่ครามไปทุกคนก็หิ้วสัมภาระของตัวเองลงมาจากรถพร้อมหยุดยืนอยู่บริเวณรถจนกระทั่งพี่ครามกลับมาพร้อมผู้หญิงในเสื้อเชิ้ตสีขาวครีม
"สวัสดีค่ะ พี่เป็ผู้จัดการของที่นี่และวันนี้ที่นี่ถูกเหมาไว้หมดแล้ว สองวันหนึ่งคืน ตอนเย็น ๆ จะมีบาร์บีคิว หม่าล่ากลางสวนของโรงแรม ส่วนตอนนี้น้อง ๆ สามารถไปพักในห้องส่วนตัวได้นะคะ"
"เฮ้/เฮ้" พนักงานทุกคนต่างส่งเสียงร้องอย่างดีใจ พร้อมหันไปยกมือไหว้พี่ครามคนละที ยกเว้นกัปตันที่อายุมากกว่าสองปี
"น้องผู้หญิงที่มาด้วยกันนี่กุญแจค่ะ ส่วนใครอยากนอนกับแฟนพาคู่ตัวเองไปรับกุญแจที่พี่ผู้ชายคนนั้นได้เลยค่ะ" พี่ผู้จัดการรีสอร์ตพูดพร้อมหันไปชี้พี่ผู้ชายที่ถือกุญแจ ซึ่งมีพวงกุญแจรูปหัวใจติดอยู่ พอแจกกุญแจเสร็จก็เกิดปัญหาห้องพักทันที
"ทางนี้นอนสามคนเลยหรอคะ ตายแล้วห้องหมดแล้วพอดีเลยค่ะ" พี่ผู้จัดการพูดพร้อมชะโงกดูตรงนั้นทีตรงนี้ที
"ยินมานอนนี่" พี่ครามพูดจบทุกคนก็หันมาจ้องผมเป็ตาเดียว จนผมต้องพยักหน้าแล้วเดินหลบเดรคออกมายืนข้างพี่คราม แบ่งห้องกันเสร็จพวกเราเลยพากันแบกเป้เข้าห้องเพื่อจัดของก่อนจะพากันออกมาเล่นน้ำ
พี่ครามเดินไปเปิดประตูห้องพักโดยมีผมเดินตามไปเหมือนลูกหมาตามแม่ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าพี่ครามเขาคิดอะไรอยู่ถึงให้ผมมานอนด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพื่อนพี่ครามบอกว่าเขาไม่ชอบใช้ของร่วมกับคนอื่น
"จะนอนตรงไหน" เข้ามาในห้องคนตัวสูงกว่าก็หยุดเดินแล้วหันมาคุยด้วย ผมหันไปมองเตียงเดียวขนาดคิงไซซ์แล้วหันไปมองโซฟาที่ปลายเตียง ใจผมก็อยากจะนอนเตียงนิ่ม ๆ แต่ต้องมานอนห้องเดียวกับเ้านายแบบนี้ คงมีที่เดียวที่ผมสามารถนอนได้
"ผมนอนโซฟาก็ได้ครับ พี่ใช้เตียงได้ตามสบายเลยผมไม่แย่งพี่นอนหรอกฮะ แค่พี่ให้มานอนด้วยผมก็เกรงใจแย่แล้ว จริง ๆ ให้ผมนอนกับเดรคกับพี่เกรย์ได้นะ" ผมพูดพร้อมกับถือกระเป๋าเดินตรงไปที่โซฟา แต่ยังเดินไปไม่เท่าไรก็ต้องหยุดเดินเพราะถูกดึงคอเสื้อจากด้านหลังเอาไว้
"ไปนอนฝั่งนู้น" หิ้วคอเสื้อผมได้พี่ครามก็ลากผมไปโยนไว้บนเตียงคิงไซซ์ นุ่มจริง ๆ ด้วยแฮะ พอถูกโยนลงเตียงนอกจากไม่เจ็บเพราะพี่ครามแค่ผลักเบา ๆ แล้วยังรู้สึกสบายอีกต่างหาก ผมว่าผมก็ไม่ได้เบาขนาดนั้น ทำไมพี่ครามถึงทำเหมือนผมผอมแห้งน้อยนักนะ ผมสูง 167 หนัก 60 ผมว่ามันก็พอดีแล้วนะ คนอื่น ๆ ต่างหากที่สูงไป
"ขยับหน่อย" ขณะที่ผมกำลังนอนแผ่อยู่บนเตียงคนเดียวพี่ครามก็ร้องทัก ผมหันไปมองและกลิ้งไปนอนด้านในที่ชิดกับผนัง คนตัวสูงกว่าวางกระเป๋าลงข้างเตียงแล้วเอนตัวลงนอนข้าง ๆ ผม
"พี่ไม่ไปเล่นน้ำหรอ คนอื่นน่าจะรออยู่นะฮะ"
"พักแปบ เมื่อย"
"งั้นผมนวดให้มั้ย ตอบแทนที่ให้ผมมานอน ด้วยนวดเก่งนะเมื่อก่อนผมนสดให้แม่บ่อย ๆ หลังจากแม่เสียผมก็…"
"นวดสิ" ขณะที่ผมกำลังเริ่มพูดเื่ของตัวเอง พอสะดุดกับเื่แม่ก็ทำผมพูดไม่ออกเลย ก่อนแม่เสียผมไม่เคยลำบากหาเงินเรียนเองเลย กระทั่งแม่เสียแล้วตาแก่นั่นเป็คนจัดการเื่เงินประกันของแม่ แต่ตาแก่นั่นกลับเอาไปเล่นพนันในบ่อนจนหมด จนสุดท้ายกู้หนี้ยืมสินมาตลอดสี่ปีที่ผมอยู่ด้วยแถมเอาผมไปขายให้ไอ้แก่ตัณหากลับนั่นอีก
"นวดสิ" พี่ครามพูดย้ำอีกทีเพราะผมเงียบไป พี่ครามพลิกตัวนอนคว่ำอยู่บนเตียงมือของค่อย ๆ เอื้อมไปกดที่บ่าทั้งสองข้างของคนที่นอนอยู่บนเตียง เพราะคิดว่าคนนั่งรถมาคงเมื่อย่นี้ที่สุดแล้ว
"เป็ไงบ้างพี่ ดีมั้ย พี่อยากให้ผมเน้นตรงไหนเป็พิเศษหรือเปล่าบอกผมได้เลยนะ"
"นวดไปเถอะ อยากนวดตรงไหนก็นวด"
"อ้าว แล้วแบบนี้พี่จะหายได้ยังไงอะ พี่บอกผมมาเถอะไม่ต้องเกรงใจหรอก ผมรู้ว่าอายุมากขึ้นแล้วมันจะปวดเมื่อยขึ้น"
"ใครแก่"
"ไม่ ๆ ผมไม่ได้หมายถึงพี่แก่สักหน่อย ทำตัวเป็คนแก่ไปได้"
"เอ๊ะ ไอ้เด็กหัวส้ม"
"ฮ่า ๆ ผมล้อเล่นฮะ ว่าแต่นั่นพี่ด่าผมหรอ" ผมถามพี่ครามเพราะไม่แน่ใจว่าประโยคนั้นมันมีความหมายว่าอะไร คนปกติคงไม่ด่ากันเื่สีผม ส่วนชื่อเรียกก็คงไม่น่าใช่ พี่ครามทำหน้าเหม็นเบื่อก่อนจะพลิกตัวหงายแล้วลุกนั่ง ผมเล่นรีบขยับลุกจากเตียง
"ถ้าพี่ไม่เมื่อยก็ไปเล่นน้ำกันเถอะ" พูดจบผมก็ดึงมือพี่ครามให้ลุกจากเตียงเหมือนเด็กกำลังอ้อนผู้ใหญ่เอาของเล่น ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมใจกล้าขนาดนี้แต่ความรู้สึกมันบอกว่าคนตรงหน้าจะไม่ปฏิเสธผมแน่ ๆ และก็เป็แบบที่คิดพี่ครามลุกตามอย่างว่าง่าย
"ไปรอข้างนอกก่อน เอาของแป๊บ" พี่ครามหยุดเดินแล้วพูดกับผม ทำให้คนลากต้องหยุดไปด้วยผมหันกลับไปมองพี่ครามก่อนจะพยักหน้าให้ แล้วเดินออกไปรอหน้าห้อง รอแค่ 2-3 นาทีพี่ครามก็ออกมาพร้อมกุญแจห้องและถุงผ้าสีดำในมือ คนตัวสูงปิดประตูเสียงดังตึ้งก่อนจะออกเดินนำผมเดินเลาะทางเดินของรีสอร์ตลงไปที่ลานเล่นน้ำที่มีพนักงานของร้านนั่งล้อมวงกินเหล้าเล่นน้ำอยู่
"เห้ย พี่ครามมาวะ" เสียงของพนักงานชายคนหนึ่งทำคนที่เหลือตื่นเต้นไปตาม ๆ กัน ผมไม่รู้ว่าทำไมพวกนั้นถึงใขนาดนี้ แต่ที่รู้คือมีพนักงานหลาย ๆ คนกรูกันเข้ามายกผมขึ้น แล้ววิ่งไปที่ริมแม่น้ำก่อนจะโยนผมลงน้ำจนน้ำกระเด็นไปทั่วบริเวณ ตอนแรกที่ทุกคนกรูกันเข้ามาผมนึกว่าจะมาลากพี่ครามซะอีก แต่พอทุกคนมองหน้าพี่ครามก็พร้อมใจกันเปลี่ยนมาลากผมแทน
"ยินเป็อะไรหรือเปล่า" พี่เกรย์รีบตรงเข้ามาช่วยผมขึ้นแพ โดยมีเดรคคอยช่วยด้วยอีกคน ขึ้นฝั่งได้ผมก็นึกได้ว่าผมใส่โทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกง
"ผมไม่เป็ไรครับพี่ แต่เ้านี้สงสัยไม่รอด"
"เห้ย พวกพี่ขอโทษวะไม่รู้ว่าพกโทรศัพท์ลงมาด้วย" พี่อาร์มที่เป็ตัวการขอโทษผม ซึ่งผมไม่ได้โกรธสักเท่าไร
"ไม่เป็ครับ มันใกล้จะน็อกอยู่แล้วล่ะแค่ไปเร็วหน่อยเท่านั้น" ผมหันไปตอบพี่อาร์มที่ยืนทำหน้าสำนึกผิดอยู่ข้าง ๆ
"พวกเราอย่าทำแบบนี้กันอีกนะ ถ้ายินว่ายน้ำไม่เป็มันอันตราย" พี่เกรย์หันไปดุพวกพี่อาร์มที่เป็คนโยนผมลงน้ำ ในเวลาเดียวกันก็ยื่นผ้าขนหนูผืนน้อยให้ผมเช็ดหน้า
"ใส่ซะ" ขณะที่ผมกำลังเช็ดหน้าอยู่ เสื้อชูชีพสีส้มก็ลอยหวือมาตกข้างตัวผมด้วยฝีมือเ้าของร้านที่ยืนมองอยู่ ทำให้ผมได้สำรวจตัวเอง ซึ่งตอนนี้เสื้อยืดสีขาวเปียกลู่แนบเนื้อไปแล้ว
Talk....
อิพี่ครามนี่เรียกคนซึนได้มั้ยอะ ปากบอกยังไม่แน่ใจในความรู้สึก แต่การกระทำพี่ชัดมากนะคะ 5555
ฝากน้องยินพี่ครามไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะค่าา
อัปเดตจ้า ตอนนี้น้องยินของมัมมี้มีอีบู๊กแน้วน้าใครอยากอ่านตอนพิเศษต่อ สามารถไปตำกันได้เลย จัดโปรลดพิเศษแค่ 5 วันเท่านั้น เหลือเพียง 89 บาท ซื้อตอนนี้แถมฟรีความรักจากไรต์ ????????
https://www.mebmarket.com/web/index.php? action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTY0Nzg1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjA3NDU4Ijt9