ตอนที่ 1 การเริ่มต้นใหม่
สารจากผู้แต่ง: เนื้อเื่จริงๆจะเริ่มจากตอนที่1นะครับ ในส่วนอารัมภบทจะเป็การแนะนำความเป็มาและเื้ัตัวเอก ถ้าไม่อยากอ่านหรีอไม่สนใจก็ข้ามได้เลยนะครับ แต่ในฐานะผู้แต่ง แนะนำให้อ่านนะครับ
_________________________________________________________________________________________________________
*“เด็กออกมาแล้ว! ข้าทำได้! ข้าช่วยชีวิตลูกเ้าไว้ได้”* ( * หมายถึงประโยคที่เดเร็คฟังไม่รู้เื่)
เสียงหญิงชราพูดออกมาด้วยความดีใจ คำพูดเ่าั้ทำให้ทั้งห้องกู่ร้องดีใจด้วยความปลื้มปีติและยินดี ทุกคนในห้องต่างกอดกันแล้วผลัดกันเข้ามากอดแม่เด็กเพื่อแสดงความยินดี
เดเร็คนอนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนของหญิงชรา เขาพยายามมองซ้ายมองขวาเพื่อประเมินว่าเขาอยู่สถานการณ์ที่แย่แค่ไหน
‘แหม่ๆๆ ไหนดูสิว่ามีอะไรบ้าง หญิงที่นอนอยู่บนเตียงนี้ก็ต้องแเป็แม่ของร่างกายนี้แน่ๆ เธอต้องอาบน้ำด่วนเลย หลังคลอดเสร็จบนเตียงเต็มไปด้วย เื และของถ่ายของเสียเต็มไปหมด’
‘พ่อหนุ่มหน้าตาเข่งครึมที่ร้องไห้อยู่คนนี้ก็น่าจะเป็พ่อ สงสัยจังเลยว่าร้องไห้เพราะว่ากลัวฉันไม่รอดหรือเพราะว่ากลัวว่าเมียเขาจะตายกันแน่ พนันได้เลยว่าอย่างหลัง แล้วเหมือนกันว่าฉันจะมีพี่น้องด้วยสินะ รางไม่ดีสุดๆ’
ทันใดนั้น เด็กหญิงคนนึงเข้าห้องมาพร้อมกับเด็กผู้หญิงกับผู้ชายตัวเล็กๆสองคนที่ต่างคนต่างวิ่งแข่งกันไปหาหญิงสาวบนเตียง
‘แม่งเอ้ย นี่มันแย่กว่าที่คิดอีกนะเนี่ย จนถึงตอนนี้ฉันมีแค่สองทางเลือกสินะ ทางแรกคือใช้ชีวิตในครอบครัวใหญ่ๆนี้ ทำงานอย่างยากลำบากทุกๆวันเพื่ออาหารและเงินอันน้อยนิด ถ้าไม่เป็โรคขาดสารอาหารตายไปซะก่อนละนะ’
‘พอโตพอ ก็ต้องถูกบังคับให้ไปทำงานกับญาติ แต่งงานและมีลูก หรือทางเลือกที่สอง รอจนกว่าจะโตพอที่จะหยิบของมีคมได้ หยุดชีวิตน่าสมเพชนี่ แล้วไปลองเสี่ยงดวงกับการไปเกิดใหม่ละหวังว่าจะได้ชีวิตที่ดีกว่านี้ คิดว่าน่าจะต้องใช้ทางเลือกที่สองแหละน้า’
* “ นานา เด็กเป็อะไรรึป่าวทำไหมเขาถึงไม่ร้องเลยละ ปกติมันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ”* ผู้เป็แม่เป็ห่วงลูกของเธอมากจนไม่สนใจความเ็ปและความอ่อนล้าจากการคลอดเลย
*“นี่เด็กน้อย!! อย่าแม้แต่คิดจะขยับเชียวนะ ข้ายังต้องรักษาแผลเธอก่อน”* เสียงนานาดุดันจนไม่เปิดโอกาสให้ใครตอบ *“ข้าทำคลอดเด็กมาเป็โหลแล้ว เด็กที่เกิดมาแล้วเงียบอาจจะหายากแต่ไม่ใช่เื่พิเศษอะไร อยากเห็นไหมละว่าเขาแข็งแรงขนาดไหน เอาละนะ!”*
เธอแกะผ้าที่ใช่ห่อหุ้มตัวเดเร็คออกในขณะที่อุ้มเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะตีก้นทารกเบาๆ
เดเร็คส่งเสียงโวยวายเล็กน้อยก่อนจะจ้องนานาเขม็ง
‘ชอบเล่นแรงใช่ไหมยัยแก่’ เขาคิด ‘ได้! เจอนี่หน่อยละกัน’ เดเร็คปลดทุกข์ทั้งประตูหน้าและหลังพร้อมๆกัน
ผู้โจมตีทางประตูหลัง จะหล่นลงไปกองอยู่ตรงเท้าส่งหลิ่นเหม็นครุ่งไปทั่ว ในขณะที่ผู้มาเยือนจากประตูหน้า สาดเต็มหน้าและหน้าอกของหมอตำแยผู้เคราะห์ร้าย
เดเร็คหัวเราะคิกคักเสียงดัง
* “ผิดคาดไปหน่อย แต่เธอน่าจะได้ยินแล้วว่าเ้าปีศาจน้อยนี่แข็งแรงดี” * หญิงชราส่งตัวเด็กทารกให้หญิงคนอื่นทําความสะอาดเขาอีกครั้ง
เดเร็คหัวเราะอย่างภูมิใจกับผลงานของเขา หลังจากหญิงชราล้างหน้าและเช็ดด้วยผ้าแห้ง เธอขยับนิ้วชี้มือซ้ายวาดเป็วงกลมกลางอากาศ ลากผ่านจากซ้ายไปขวา แล้วเธอก็เปล่งเสียง
“Ekidu!” (อีคิดู)
มีพลังงานสีดําปรากฏที่ปลายนิ้ว เธอชี้มันไปที่เสื้อเปียกและร้องเท้าของเธอ ทั้งกลิ่นและวัตถุต้นเหตุหายไปอย่างรวดเร็ว
ทารกเดเร็คอ้าปากค้างด้วยความช็อค เดเร็คมองเห็นอึของเขาแห้ง และพังทลายกลายเป็ฝุ่นไปอย่างรวดเร็ว มันเหมือนกับการมองดูวีดีโอที่เร่งความเร็วหลายสิบเท่า
“แม่เ้า!! เธอไม่ใช่แค่หมอตำแยแก่ๆ แต่เป็จอมเวทย์! ตัวเป็ๆ! นี่มันสุดยอดที่สุดในสามชีวิตเลย” เขามีความสุขมาก ไม่ใช่เพียงเพราะว่าโลกนี้มีเวทมนต์แต่ทันทีที่เขาได้ยินคำว่า “Ekidu!” เขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างในตัวเขา
เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างหยั่งรากลึกลงไปในตัวเขา ซึ่งมันทำให้เขาผสานเข้ากับโลกใบนี้ได้มากขึ้น
เดเร็คจําคําพูดที่ยินแล้วท่องอยู่ในใจวนไปวนมา และพยายามสลักทุกท่วงท่า ทุกจังหวะในการวาดวงกลมนั้นลงในสมองของเขา
* “ตอนนี้เสื้อผ้าข้าสะอาดแล้ว เดี๋ยวข้ารักษาแผลให้นะ” * หญิงชราเข้ามาหาแม่เด็ก แล้ววางมือทั้งสองข้างบนบริเวณช่องคลอด
‘ถึงเวลาของเวทมนต์ใหม่แล้วเหรอ แสดงให้เห็นหน่อยสิ!’ เดเร็คอ้อนวอนในใจ
นานาเหยียดนิ้วออกแล้วเริ่มขยับแขนทั้งสองข้างเป็วงกลม ยกแขนขึ้นไปเหนือหัวก่อนจะกางแขนแล้วซ้อนมือทั้งสองข้าง วางที่ตําแหน่งใต้สะดือแม่ของเด็ก
“Vinire Lakhat!” (วีแน รัคฮาท)
แม้ว่าจะถูกผ้าหุ้มไปทั้งตัว เดเร็คก็พยายามเลียนแบบการเคลื่อนไหวของหญิงชราทุกขั้นตอน จดจําทุกรายละเอียดที่เขามองเห็น
วงแสงสีขาวห่อหุ้มร่างกายแม่ของเขา ผิวและรอยแผลของเธอฟื้นสภาพอย่างรวดเร็ว ผิวสีซีดกลับมาเป็สีชมพูสุขภาพดี ร่องรอยความเ็ปและความเหนื่อยล้าหายไปจากใบหน้า
เป็อีกครั้ง เหมือนมีบางอย่างถูกกระตุ้นอยู่ภายใน เพียงแค่ได้ยินคาถาพวกนี้เดเร็คก็สามารถััได้ถึงการเชื่อมต่อระหว่างเขากับเวทมนต์แสงได้อย่างชัดเจน ทำเอาเขาอดยิ้มไม่ได้
‘ถ้านะ... ถ้า ฉันมีพร์ทางด้านเวทมนต์มากพอละก็ แปลว่าอาจจะยังมีทางเลือกที่สามซ้อนอยู่ด้วย’ เขาคิด ‘ฉันสามารถฝึกตัวเองจนเป็จอมเวทย์ ได้อยู่อย่างอิสระเป็ครั้งแรกในสามชีวิต ไม่ต้องกังวล ไม่มีข้อผูกมัดหรือรับผิดชอบเื่อะไร แต่ก็นะฉันน่าจะต้องทำใจเผื่อไว้ก่อน เพราะดวงซวยๆอย่างฉันอาจจะไม่มีพร์ด้านนี้เลยก็ได้ ไม่ก็…’
ความคิดของเขาถูกขัดจังหวะ เพราะว่าหญิงสาวที่อุ้มเดเร็คอยู่ส่งทารกให้กับแม่ของเขา
*“นานา ท่านแน่ใจนะว่าเขาไม่เป็อะไรใช่มั้ย? เขาไม่ยอมร้องให้หรือหัวเราะ เขาเงียบเกินไป หลังจากเกินเื่วุ่นวายทั้งหมดนั้น ข้ากังวลว่าเขาจะมีอะไรผิดปกติ”*
หลังจากที่แม่ของเขาพูดแบบนั้น ทั่วทั้งห้องก็เงียบและดูกังวล เดเร็คเริ่มเดาได้ว่าตัวเองเป็คนทำให้เกิดบรรยากาศแบบนี้ผนวกกับที่เขาอยากลองเสี่ยงกับทางเลือกที่สาม เขาเลยพยายามทำท่าทางของทารกให้ได้มากที่สุด ยิ้ม หัวเราะ ส่งเสียงหัวเราะแอ๊ะๆ
นานารู้สึกว่าฐานะหมอทําคลอดของเธอกําลังโดนดูถูก แต่มันก็เป็เื่ปกติที่แม่ทุกคนจะเป็ห่วงลูกของตัวเอง
หญิงชรารู้จักเอเลน่าั้แ่เธอยังเด็ก และเป็หมอที่ทําคลอดลูกทุกคนของเธอ นานาไม่ปฏิเสธว่าการทําคลอดครั้งนี้ถือว่ายากที่สุด
การทําคลอดกินเวลาหลายชั่วโมง เธอต้องใช้เวทมนตร์รักษาหลายครั้ง จนในที่สุดเมื่อเธอเห็นหัวของเด็ก เธอก็รู้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ
เอเลน่ากําลังต่อสู้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด แต่ทารกกลับนิ่งและไม่ขยับตัว หญิงชราจึงรีบใช้มือของเธอดึงทารกออกมาให้เร็วที่สุด ก่อนจะพบว่าเด็กทารกกําลังโดนสายสะดือรัดที่คอ
หลังจากตัดมันออก เธอพยายามกระตุ้นเด็กทารกด้วยเวทมนตร์รักษาที่ดีที่สุดของเธอทั้งหมด แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เป็เวลาหนึ่งนาทีที่ยาวนาน เขาไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย ตอนนั้นหญิงชราคิดว่าเด็กตายแล้ว
แต่ในที่สุด เวทมนตร์รักษาก็ทํางานของมัน เด็กทารกอาเจียนทำให้หลอดลมทำงานได้ปกติ จนถึงตอนนั้นนานาถึงเริ่มสบายใจได้
การรักษาด้วยเวทมนตร์นั้นไม่ใช่ปาฏิหาริย์ มันแค่เพิ่มพลังชีวิต ทําให้ฟื้นฟูจากความเจ็บป่วยหรืออาการาเ็ได้ง่ายขึ้น แต่มันไม่สามารถสร้างชีวิตได้
หญิงชราไม่ได้บอกเอเลน่าเื่นี้ และเธอคิดว่าเอเลน่าคงไม่ได้อยากเรียนเวทมนต์ตอนนี้ ผู้เป็แม่แค่อยากให้ลูกปลอดภัยเท่านั้น
* “ไม่ต้องห่วงยัยหนู ข้าจะพิสูจน์ให้ดูว่าเขาไม่ได้เป็อะไร”*
หญิงชรายิ้มอย่างอบอุ่นให้กับเอเลน่า และอุ้มเดเร็คออกจากอ้อมแขนของเธอ
นาน่าอุ้มเดเร็คอย่างระมัดระวัง แล้วกอดเขากับตัวไว้ด้วยแขนซ้าย จากนั้นเธอก็หมุนมือขวาของเธอรอบตัวเขา
“Vinire Rad Tu!” (วีแน แลด ทู)
ก้อนแสงสีขาวเล็กๆออกจากบนฝ่ามือของเธอ ก่อนจะไปวิ่งไปล้อมรอบทารกและซึมเข้าร่างกายเขาไป
ก้อนแสงเล็กๆที่ซึมเข้าไป ทําให้ร่างกายของเดเร็คทั้งตัวเรืองแสงสลัวๆ
* “เห็นมั้ย? ถ้าร่างกายส่วนไหนของเขาาเ็ แสงพวกนี้จะดับลงในส่วนนั้น เขาไม่เป็อะไร เขาสบายดี” *
พลังงานที่เดเร็คเข้าใจว่าเป็เวทมนตร์ไหลวนอยู่ในตัวเขา มันทําให้เขารู้สึกเหมือนว่าร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมั่นใจ เดเร็คเคยรู้สึกแบบนี้ไม่กี่ครั้งที่โลกเก่า
ตอนได้รับปริญญา ได้รับมรดกและเป็อิสระจากพ่อ ตอนเอาชนะแก๊งอันธพาลได้ แต่ทุกครั้งเป็แค่ความรู้สึกชั่วคราว มันแค่แป๊บเดียวเท่านั้น
แต่ตอนนี้มันแตกต่าง มันไม่ใช่อะดรีนาลีน แต่มันคือเวทมนตร์จริงๆ พลังเหนือธรรมชาติกําลังไหลผ่านทุกส่วนของร่างกาย มันทําให้เขารู้สึกเหมือนอยู่ยงคงกระพัน
เมื่อแสงเวทมนตร์กําลังจะหายไป เขาไม่เต็มใจมันมันจากไป
‘เดี๋ยว! อย่างพึ่งไป! กลับมาก่อน! เอาพลังนั่นกลับมาก่อน’ เดเร็คกรีดร้องในใจ
เขายังอยากััมันต่อ จิตสํานึกและร่างกายเรียกร้องให้เวทมนตร์ยังอยู่ด้วยการจดจ่อกับพลังงานส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่ แม้ว่าเขาไม่สามารถร่ายเวทย์บทใดได้ แต่เขาััเศษเสี้ยวพลังที่ยังเหลืออยู่ได้ ก่อนจะส่งพลังจากร่างกายเขาไปรั้งมันด้วย
แสงที่กําลังจะดับลงกลับกลายเป็ส่องแสงสว่างขึ้นเรื่อยๆ
นาน่าตะลึง เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน เวทบทนี้ไม่ได้ทำงานแบบนี้ มันไม่ควรเป็แบบนี้
เดเร็คพยายามทําให้มันคงอยู่ตลอดไป แต่วินาทีต่อมาความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้ามา เนื่องจากมานาในตัวเขาหมดลง แล้วเขาเผลอผล็อยหลับไป แสงสว่างจางลงและดับไปอย่างรวดเร็ว
หญิงชรานําผ้ามาห่อเด็กทารกอีกครั้ง แล้วส่งเขาให้เอเลน่า
*“นานา เมื่อกี้นี้คืออะไร?”* เอเลน่าถามด้วยความสงสัย
แพทย์ชราเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ความเป็ไปได้มากมายผุดขึ้นในหัว แต่มันต้องใช้เวลาอธิบายนาน และเธอไม่อยากให้เอเลน่าเป็กังวล ไม่อย่างนั้นเธออาจจะต้องร่ายเวทย์ซ้ําอีกรอบ
วันนี้เธอเหนื่อยมามากแล้ว และเธอก็พยายามไม่ให้มันยุ่งยากไปมากกว่านี้ หญิงชราจึงตัดสินใจหยิบเนื้อหา1บรรทัดในนิทานที่เธอได้ยินเด็กๆออกมาทันที
* “ข้าคิดว่าลูกของเ้าน่าจะได้รับ พรแห่งแสง ไม่ต้องกังวลไป จงดีใจเสียเถอะ”*