“ อาการพระองค์ทรงเป็อย่างไรบ้าง” พระมหสีเอ่ยกับหมอหลวงที่ทำหน้าเคร่งเครียด ที่องค์าาเริ่มมี อาการที่แย่ลงทุกวันโดยที่ไม่มีทางช่วยอะไรได้เลย
“ พระองค์โลหิตเป็พิษ ข้าพระพุทธเ้า จะช่วยรักษาโดยการรักษาตามอาการ พระองค์จะได้ไม่ต้องทรมานไปมากกว่านี้” หมอหลวงเอ่ย
“ มียาอะไรที่จะทำให้พระองค์หายจากโรคโลหิตเป็พิษบ้างไหมท่านหมอหลวง” เทพเอ่ยปากแทรกทุกคน ไม่สนใครจะคิดเช่นไร
“ ในตำรากล่าวไว้ว่า มีแต่ยาสังกรณี-ตรีชวา สมุนไพร 2 ตัวนี้ช่วยดับพิษเืได้ แต่ว่าต้องอายุไม่ต่ำกว่าพันปี ว่ากันว่าขึ้นอยู่ใต้เขาพระสุเมรุเท่านั้น แต่ว่าเขาพระสุเมรุ มีแต่ในตำนานเท่านั้น ไม่มีใครเคยพบมาก่อน” หมอหลวงเอ่ยอย่างเสียดาย
“ ข้าจะไปหามาให้ได้ “ เทพเอ่ยแบบนี้ขณะกำลังจะออกไป ก็มีเสียงองค์าา พูดออกมาด้วยเสียงแ่เบา
“ อย่าไป ทุกคนออกไปก่อน เ้าเทพมานี่” องค์าาไล่ทุกคนออกไป สร้างความไม่พอใจให้แก่เชื้อพระวงศ์ทั้งหมด เหตุการณ์แบบนี้ ไม่รอดพ้นสายตาองค์ไลที่นั่งมอง อยู่ตลอด พอทุกคนออกไปกันหมด องค์าาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง เทพต้องเข้าไปช่วยประคอง
“ เอ็งจะไปไหน หรือ เ้าเทพ”
“ ยังไม่รู้เหมือนกัน พระเ้าค่ะ” ความจริงคิดที่จะไป ท่านหลวงปู่ฤาษี
“ ข้ายังไม่ตายหรอก แต่อาจจะต้องทรมานไปแบบนี้อีก สองปี” พูดได้แค่นี้ก็ส่งเสียงไอ ออกมา
“ ข้ารู้ ข้ากับเสด็จพี่ต่างเข่นฆ่าสังหารคนมาเยอะ มันเป็เวรเป็กรรมที่ข้าต้องพบเจออยู่แล้ว เ้าไม่รู้หรอก เสด็จพี่ทนกว่าข้าเสียอีก ท่านทรมานแบบนี้มาเกือบ 5 ปีถึงจะต ไม่มีใครรู้ว่าพระองค์ป่วยมาตั้งนาน พระองค์ทรงอดทนไว้ไม่บอกใคร แม้แต่ข้า แต่ข้าก็รู้แต่ข้าไม่พูด แต่สุดท้ายในที่สุดข้าก็ต้องมาเป็เหมือนเสด็จพี่ ต้องเจอโรคเวรโรคกรรมแบบนี้” องค์าาพูดเหมือนยอมรับชะตากรรม
“ ท่านหลวงปู่ฤาษีอาจช่วยได้นะ พระเ้าค่ะ” เทพตัดสินใจบอกไป
“ เฮ้อ เ้าอย่าลำบากเลย”
“ ให้ข้าพระพทุธเ้าลองไปเถอะ พระเ้าค่ะ” เทพทูลขอด้วยความมุ่งมั่น ทำให้องค์าาเกิดความลังเล
“ เอ็งจะลองไปดูก็ได้” องค์าาเริ่มไออย่างต่อเนื่อง ลองให้เทพไปหาเผื่อช่วยได้ ดังนั้น เทพทูลลาทันที จากนั้นเทพก็ขี่ม้าบินเดินทางไปเมืองละโว้ ที่สำนักตักศิลา ใช้เวลาบินมาไม่นานก็ถึง เทพเข้ามาหาท่านปู่ฤาษี แต่ยังไม่ทันเอ่ย
อะไร ท่านฤาษีก็พูดก่อน
“ จะมาหาสมุนไพรไปช่วยองค์าาใช่ไหม”
“ ใช่แล้วขอรับ ได้โปรดช่วยพระองค์ด้วยนะขอรับ” เทพรีบเอ่ยขอร้องทันที
“ สังกรณี ตรีชวา เป็สมุนไพรที่อยู่เขาพระสุเมรุจริงๆ ที่นั่นคือ ดินแดนในตำนานถ้าเ้าคิดจะไปช่วยที่นี่ก็มี ความจริงเขาสมอคอนที่นี่ ก็คือ เขาสรรพยา หลังจากที่ท่านหนุมาน ได้ไปแบกเขาสรรพยา มาทั้งูเา เพื่อจะเอา ต้นสังกรณี ตรีชวา มาทำการรักษาอาการ ขององค์พระลักษณ์ท ที่เืเป็พิษหลังจากถูกหอกโมกขศักดิ์ ของกุมภกรรณ ท่านแบกมาแวะกินน้ำ รากเลยงอกติดพื้นดิน เลยหักเขาที่ติดดินออกไป แล้วจึงแบกูเาสรรพยาที่แหว่งไปนี้ออกมาไว้ที่นี่
ต่อมาเลยเรียกที่นี่ว่า เขาสมอคอน แต่เ้าไม่ต้องไปหาหรอกต้นสังกรณี ตรีชวานั่น ข้าได้เตรียมหลอมยาเม็ดนี้ไว้ให้ พระองค์เรียบร้อยแล้ว” พูดจบท่านปู่ฤาษี
ก็มอบกล่องยาให้เทพกล่องหนึ่ง เทพเปิดออกดู ก็พบเม็ดยานี้ จำนวน 3 เม็ด
“ มีสามเม็ด แล้วจะให้พระองค์กินอย่างไรขอรับ” เทพสงสัย
“ ให้ท่านเสวยเพียงเม็ดเดียว ส่วนที่เหลือเ้าเก็บเอาไว้ใช้เมื่อยามจำเป็” ท่านปู่ฤาษีเอ่ยเสียงเรียบ
“ ขอบพระคุณมากขอรับ”
“ ต่อไปเวลาเ้ามาหาข้าที่นี่ ไม่ต้องให้ม้าน้อยบินมา เ้าแค่เปิดแผ่นหนังก็เข้ามาที่นี่ได้แล้ว เพราะแผ่นหนังที่ให้ไป เป็ประตูมิติ ที่เข้าออก ดินแดนนี้ได้อยู่แล้ว”
ท่านปู่ฤาษีอธิบายเสร็จ ก็ให้เทพรีบเอาไปให้ องค์าา ที่กำลังทรมานเป็อย่างมาก เทพกราบลาออกไปทันที
พอกลับมาถึงวังหลวง หัวหน้าองครักษ์วายุรีบรายงานเทพทันที
“ แย่แล้วอาการองค์าา ทรงประชวรหนักมาก หมอหลวงบอกพระองค์คงไม่พ้นคืนนี้ เวลานี้ เหล่าขุนนางทุกคน เชื้อพระวงศ์ทุกท่าน ได้มากันเต็มไปหมดแล้ว
มีกองกำลังของพระศรีเสาวภาคย์ ล้อมพระราชฐานชั้นในห้ามใครเข้าออก ส่วนกองกำลังของพระพิมลธรรมก็ล้อม วังหลวงด้านนอกไว้จนหมด องค์าาไม่ได้สติ
ด้านในห้องบรรทมมีแต่ พระมเหสี พระสนม และ พระโอรสเกิดกับพระสนมอีก 10 คน และขุนนางใหญ่ทั้งสี่คน หมอหลวง พระศรีเสาวภาคย์ พระพิมลธรรม และ องค์ไล เท่านั้น ห้ามผู้อื่นเข้าเด็ดขาด” หัวหน้าองครักษ์วายุเอ่ยเสียงเครียด ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นจะให้เทพเข้าไปไหม
“ เข้าไปกันเถอะ “ เทพพูดสั้นๆ แล้วเดินเข้าวังหลวงไป แต่มีคนของพระพิมลธรรมเข้ามาขวาง
“ นี่คือคุณหลวงเทพ คนสนิทขององค์าา เ้ากล้าขวางหรือ” หัวหน้าองครักษ์วายุเอ่ยด้วยความโมโห
“ นี่คือคำสั่งของ พระพิมลธรรมกับท่านองค์ไล ห้ามใครเข้าออก ท่านวายุเข้าได้เพียงคนเดียว” เสียงทหารของพระพิมลธรรม พูดเพียงเท่านี้ คอก็ขาดกระเด็นเืพุ่งกระฉูด เป็สายน้ำพุ่งขึ้นบนฟ้า สร้างความตื่นตะลึงแก่ทหารของพระพิมลธรรมยิ่งนัก หัวหน้าทหารจึงเรียกทหารออกมานับร้อยคน เข้าจับกุมเทพทันที หัวหน้าองครักษ์วายุได้แต่ยืนตะลึง คาดไม่ถึงว่าคุณหลวงเทพจะกล้าตัดหัวคนของพระพิมลธรรม เทพสั่งให้พญาเสือไฟ กับ จงอางไฟออกมา
“ ฆ่าพวกมันให้หมด” เทพสั่งสั้นๆ จากนั้นก็มีแต่เสียงร้องโหยหวน ด้วยความเ็ป และ หวาดกลัว ก็ดังอยู่ไม่ถึง 5 นาที ก็เงียบเสียงลง ทหารร้อยกว่าคน
ตายอย่างน่าเอน็จอนาจ สภาพไม่ดูเป็ศพ เละเทะ ไปหมด หัวหน้าองครักษ์วายุถึงกับอาเจียนออกมา
“ ไปต่อกันเถอะ” เทพสั่งหัวหน้าองครักษ์วายุ ที่เพิ่งอ๊วกเสร็จไป
ทั้งสองเข้ามาในพระราชฐานชั้นใน ก็เจอคนของพระศรีเสาวภาคย์อีก
“ หัวหน้าองครักษ์วายุ ท่านก็รู้ พระศรีเสาวภาคย์ห้ามใครเข้าออกที่นี ไม่รู้หรืออย่างไร” พูดได้แค่นั้น หัวมันก็ขาดออกทันที หัวหน้าองครักษ์วายุ มองเหตุการณ์แบบนี้ เหมือนเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ทหารของพระศรีเสาวภาคย์
ร้อยกว่าคน ล้วนถูกฟันคอขาดไปกว่าครึ่งนอกนั้น ก็ถูกเผาไฟย่างสด หรือไม่ก็ถูกกัดกระชาก เสียงร้องครวญครางไม่กี่อึดใจก็เงียงลง
“ ไปต่อกันเถอะ” เทพสั่งหัวหน้าองครักษ์อีกครั้ง ซึ่งเพิ่งอ๊วกเสร็จเป็ครั้งที่ 2
เทพเดินมาที่หน้าห้องห้องบรรทม เจอองครักษ์ของหัวหน้าวายุ พวกเขาเลยรีบเปิดประตูให้เทพเข้าไปในห้องบรรทมทันที
ทุกคนหันมามองเทพเป็จุดเดียว แต่เทพไม่สนใจมองไปที่องค์าาที่ทรงหายใจ
อย่างแ่เบาเต็มที เทพมายืนอยู่กลางห้องบรรทม มองหน้าแต่ละคนแล้วส่ายหน้า
“ ออกไปให้หมดทุกคน “ เทพพูดช้าช้า แต่ชัดเจน แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับทุกคน
“ นี่เ้าไพร่ เ้ากำลังพูดอยู่กับใครเ้าไม่รู้หรือ” พระมเหสี กระแทกเสียงใส่อย่างไม่พอใจ ส่วนคนอื่นนิ่งเงียบ พระพิมลธรรมเห็นเช่นนั้นก็เอ่ยบ้าง
“ เ้าเทพนี่มันเกิดอะไรขึ้น ข้าได้ยินเสียงคนร้องโหยหวน ดังไปทั่ววังหลวง”พระพิมลธรรมเอ่ยกับเทพ
“ พวกมันกล้าขัดขวางไม่ให้ข้าเข้ามา ข้าเลยตัดหัวมันทุกคนจนหมดแล้ว” เทพไม่ตอบพระมเหสี แต่หันไปตอบพระพิมลธรรมแทน
“ นี่ นี่ เ้ากล้าตัดหัวคนในพระราชฐานชั้นในเลยหรือ” พระศรีเสาภาคย์พูดออกมาด้วยความใ
“ พระศิษย์พี่เชิญเสด็จออกรอไปข้างนอกก่อน ข้าจะรักษาองค์าา แล้วค่อยคุยกัน ส่วนทุกคนที่เหลือ ข้าพูดเป็ครั้งสุดท้าย ถ้าหากไม่ออกไป อย่าหาว่าข้าโเี้” เทพชักดาบออกมาแล้วปักไว้ที่กลางห้องบรรทม พระพิมลธรรมเดินออกไปเป็คนแรก
เพราะรู้ว่า เทพมันพูดจริง องค์ไลตามพระพิมลธรรมไปติดๆ จากนั้น พระศรีเสาวภาคย์ก็ไปประคองพระมเหสี ที่กำลังโกรธจัด ออกไปก่อน เพราะอยากรู้ว่าทหารของตนเวลานี้ได้ตายหมดแล้วจริงหรือไม่ ส่วนคนอื่นก็ไม่มีใครกล้าอยู่อีกต่อไป เทพเดินเข้าไปนั่งที่ข้างเตียง แล้วพยุงศรีษะองค์าา แล้วให้พระองค์กลืนเม็ดยาที่ได้มาจากท่านปู่ฤาษี พอเม็ดยาโดนลื้น ก็ละลายทันที กระแสโลหิต
เริ่มไหลเวียนปกติ พลังชิวิตกลับมาเป็ดั่งเดิม พระองค์นั่งได้ เทพนำน้ำให้องค์าาดื่มแก้กระหาย หลังจากพระองค์ดื่มเสร็จ สายตาก็แจ่มชัดขึ้น ทุกอย่างก็กลับมาเป็ปกติทันที
“ เฮ้อ ยาของท่านฤาษีสุกกทันตะนี่ เป็ยาวิเศษจริงๆ ต้องขอบใจเ้ามากจริงๆ”
องค์าาเริ่มพูดได้ปกติแล้ว เทพกำลังเอ่ยปากรายงานเื่ที่สังหารคนไปสองร้อยกว่าคนที่มาล้อมวังเอาไว้
“ ข้ารู้เอ็งจะพูดอะไร ข้าได้ยินทั้งหมดแล้ว เอ็งไม่ต้องห่วงเื่นี้ข้าจะจัดการเองเอ็งไปเรียกพวกมันทั้งหมดให้เข้ามา” เทพออกไปเรียกทั้งหมดให้เข้ามาในห้องบรรทม พอทุกคนเข้ามาก็ตกตะลึง ที่เห็นองค์าาทรงเป็ปกติเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น หมอหลวงรีบเข้าตรวจอาการ แล้วบอกว่า พระองค์ทรงปกติทุกอย่าง
“ เป็ไปได้อย่างไร” หมอหลวงเอ่ยใ
“ เสด็จพี่หายดีแล้ว โอ้คุณพระคุณเ้าที่หม่อมฉันขอเอาไว้ช่วยพระองค์จนได้ หม่อมฉันคงต้องไปทำการทำบุญแก้บน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั่วทั้งเมืองกรุงศรี โดยไวแล้ว” พระมเหสีรีบเอ่ยก่อนใคร
“ ไม่ต้อง คนที่ช่วยข้าคือ หลวงเทพ ไม่ใช่คุณพระ คุณเ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรของเ้า ไม่ต้องวุ่นวายไป ก่อนอื่นข้าจะถาม ไอ้ อี คนไหนสั่งให้ทหารมาล้อมวังของข้ากัน ข้ายังไม่ทันตาย พวกเ้าก็เตรียมตัวฆ่าฟันกันแล้วหรือ “ ทุกคนเงียบจนหมดไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาสักเอะ
“ ครั้งนี้ข้าไม่เอาโทษพวกเ้า เพราะหลวงเทพมันขอไว้ ไม่อยากให้ข้าเป็เวรเป็กรรมต่อใครอีก พวกเ้าสังวรณ์เอาไว้ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ อย่าหวังว่าจะสร้างความวุ่นวายในแผ่นดินนี้ หลวงเทพ ต่อไปนี้เป็ต้นไป เ้าคือจมื่นเทพอารักษ์
นี่คือดาบอาญาสิทธิ์ หากเห็นใครทำผิดเอ็งตัดหัวได้เลยไม่ต้องมาบอกข้า”
พอองค์าาประกาศราชโองการปากเปล่าออกไป สร้างความแตกตึ่นใ และหวาดกลัว แก่ขุนนางกับ เชื้อพระวงศ์ ยิ่งนัก โดยเฉพาะพระมเหสี ส่วนคนอื่นมีเพียงแค่ใ แต่ก็ไม่มีอะไร แต่องค์ไลได้กำหมัดแน่น แค้นใจที่เทพได้ตำแหน่งสำคัญล้ำหน้าตนไปมาก ทั้งที่ตนอุตส่าห์ ว่านล้อมขุนนาง เชื้อพระวงศ์มาเข้าพวก
แต่ก็ยังมีความก้าวหน้าน้อยกว่าเทพ ที่มีเพียงแค่ตัวคนเดียวไม่มีใครหนุนหลังเลยสักคน
ก่อนแยกย้ายกันไป เทพเข้ามาไหว้พระพิมลธรรม ที่ยังอยู่ในชุดพระสงฆ์
“ ข้าต้องอภัยพระศิษย์พี่ ที่ได้ทำตัวแบบนั้น ข้ารู้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่พระศิษย์พี่เป็ต้นคิด ใช่ไหมองค์ไล” เทพหันไปหาองค์ไล ที่ยังยืนอยูด้านข้างพระพิมลธรรม
“ อย่าไปว่ามันเลย มันก็แค่้าให้ข้าปลอดภัย พวกเ้าสองคนยังไงก็เป็ศิษย์อาจารย์เดียวกัน อย่าไปเอาอะไรกันนักเลย” พระพิมลธรรมเอ่ย
“ ใช่แล้ว ศิษย์พี่เก่งขนาดนี้ ไม่น่าสังหารคนของข้าเลย กว่าจะรวบรวมได้ขนาดนี้ใช้เงินใช้ทองไปมากโข” องค์ไลกล่าวเหมือนเสียดายเงินทอง
“ หลาบจำไว้บ้างก็ดี คราวหน้าอย่าได้ทำอีก”
“ เอาล่ะพอแล้ว เ้าเทพ ต่อไปข้าฝากให้เ้าดูแลเสด็จพ่อแทนข้าด้วย” พระพิมลธรรมจากไปโดยมีองค์ไลตามไปส่งอย่างใกล้ชิด เทพหันกลับหลังไปก็เห็น
องค์าากำลังมองมาเห็นตนคุยกับ พระพิมลธรรมอยู่ เทพเดินเข้าไปหาพระองค์ทันที
“ เอ็งคิดอยู่ฝ่ายศิษย์พี่ศิษย์น้องของเอ็งหรือ” องค์าา มองหน้าเทพที่กำลังใกับคำถามเช่นนี้
“ ข้าพระพุทธเ้าแค่ทักทายตามประสาศิษย์พี่ศิษย์น้อง ข้าพระพุทธเ้าเป็คนของพระองค์ จะไปเข้าข้างใครที่ไหนได้อย่างไร” เทพเอ่ยตามตรง
“ ข้าแค่ลองใจเอ็งดู อย่าไปคิดมาก ข้ากำลังคิดจะสร้างวัดอีกแห่งหนึ่ง พรุ่งนี้พวกเราไปดูสถานที่กัน ข้าอยากจะสร้างให้เป็บุญกุศลให้กับเสด็จพี่ ก่อนที่ข้าจะจากโลกนี้ไป “ องค์าากล่าวออกมาเหมือนกับว่าเริ่มที่จะทำใจได้แล้วกับความตายที่กำลังใกล้เข้ามา.....