เสียงหัวเราะแหลมของก๊อบลินยังดังลอดออกมาจากรอยแยกสีดำอย่างต่อเนื่อง เงาร่างขนาดเล็กจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังม่านพลังงานราวกับฝูงสัตว์ป่าที่กำลังรอเหยื่อเดินเข้ามาเอง กลิ่นเหม็นชื้นและกลิ่นเืลอยออกมาจากอีกด้านของประตูจนทุกคนเริ่มรู้สึกอึดอัดโดยไม่รู้ตัว
ภายในร้านสะดวกซื้อที่พังยับตอนนี้เต็มไปด้วยซากศพก๊อบลินและคราบเืสีดำ เสียงปืน เสียงสายฟ้า และเสียงดาบปะทะเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของหลายคน แต่ถึงจะฆ่าพวกมันไปแล้วจำนวนหนึ่ง ก๊อบลินกลับยังเดินออกมาจากรอยแยกไม่หยุด ราวกับอีกฝั่งของประตูมีพวกมันอยู่อีกนับร้อย
ผู้กองภาสรีบเปลี่ยนแม็กกาซีนปืนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนพูดเสียงหนัก
“ะุเราเริ่มไม่พอแล้ว ถ้ายังออกมาเรื่อย ๆ แบบนี้ ต่อให้ยันได้ตอนนี้ สุดท้ายก็โดนกลืนอยู่ดี”
ตำรวจอีกคนที่แขนถูกเฉือนกำลังนั่งพิงกำแพงหอบหนัก เืซึมผ่านผ้าพันแผลไม่หยุด ขณะที่มินพยายามช่วยห้ามเืทั้งที่มือยังสั่น เพราะต่อให้เริ่มชินกับความตายมากขึ้น แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ยังเกินกว่าที่เด็กมหาวิทยาลัยธรรมดาจะรับไหวอยู่ดี
ส่วนธีร์… กำลังจ้องหน้าต่างระบบตรงหน้าอย่างเงียบงัน
[เงื่อนไขการปิด Gate Fragment]
[ทำลายแกนพลังงานภายใน]
[เวลาคงเหลือก่อนขยายตัว : 11 ชั่วโมง 42 นาที]
ตัวเลขเวลาที่กำลังนับถอยหลัง ทำให้หัวใจของเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแม้จะยังไม่รู้ว่าด้านในคืออะไร แต่หากปล่อย Gate นี้ไว้ สุดท้ายมันต้องกลายเป็ปัญหาใหญ่ของเมือง Eden แน่นอน
และในวินาทีนั้นเอง
ก๊อบลินตัวหนึ่งก็พุ่งออกมาจากรอยแยกอีกครั้ง พร้อมกรีดร้องแหลมลั่น
“ครี๊ยยยยย!!”
ฉัวะะะ!!
แต่หัวของมันถูกฟันขาดกลางอากาศทันที
ลูเซียนสะบัดเืออกจากดาบเงินเบา ๆ ก่อนหันมาทางธีร์
“นายท่าน” เขาพูดเรียบนิ่ง “หากปล่อยประตูนี้ไว้นานเกินไป อีกไม่นานจะมีมอนสเตอร์ระดับสูงกว่านี้ออกมา”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีทางเลือกแล้ว…” ธีร์พึมพำ
บรรยากาศรอบด้านเงียบลงทันที เพราะทุกคนเข้าใจความหมายของประโยคนั้นดี
พวกเขาจำเป็ต้องเข้าไป
เข้าไปยังโลกอีกฝั่งของประตูสีดำนี้
มินรีบเงยหน้าขึ้นทันที “เดี๋ยวนะ! เราไม่รู้เลยนะว่าข้างในมีอะไร ถ้าเข้าไปแล้วกลับออกมาไม่ได้ล่ะ?”
“แต่ถ้าไม่เข้า” ผู้กองภาสพูดเสียงหนัก “อีกไม่นานพวกมันก็จะออกมาฆ่าคนบนโลกเราแทน”
คำตอบนั้น ทำให้มินเงียบลงทันที
เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า ั้แ่วันสิ้นโลกเริ่มต้น โลกใบเดิมก็ไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว
ธีร์สูดหายใจลึก ก่อนเปิดหน้าต่างระบบของทีมขึ้นอีกครั้ง
[หน่วยสำรวจ Eden]
[สมาชิก : 6]
[สถานะ : พร้อมปฏิบัติการ]
[สามารถตั้ง Formation ได้]
ทันทีที่หน้าต่างใหม่เปิดขึ้น แผนผังตำแหน่งของทุกคนก็ปรากฏตรงหน้าเขาอย่างละเอียด ทั้งระยะห่าง มุมมอง และระดับพลังงานของสมาชิกแต่ละคน ราวกับเขากำลังควบคุมทีมในเกมวางแผนแบบเรียลไทม์
และยิ่งใช้พลัง Dominion Field มากขึ้นเท่าไร ธีร์ก็ยิ่งเริ่มเข้าใจคลาสของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
มันไม่ใช่พลังของนักรบเดี่ยว
แต่มันคือพลังของ “ผู้บัญชาการ”
สายตาของธีร์ค่อย ๆ มั่นคงขึ้น ก่อนเขาจะพูดออกมาช้า ๆ
“ผู้กองภาส อยู่แนวหลัง คอยยิงสนับสนุน”
“นนท์ คุมด้านซ้าย”
“มิน อยู่กลางทีม ห้ามแยกไปไหนเด็ดขาด”
“ลูเซียน…”
เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนสบตาอัศวินผมสีเงินตรง ๆ
“ฝากแนวหน้าด้วย”
ลูเซียนคุกเข่าลงข้างหนึ่งช้า ๆ พร้อมตอบกลับทันที
“ด้วยเกียรติของข้า”
ทันใดนั้นเอง
ติ๊ง!
[Formation : Gate Raid ถูกสร้าง]
[ประสิทธิภาพการต่อสู้ในพื้นที่พิเศษเพิ่มขึ้น]
วงแหวนสีทองของ Dominion Field ขยายออกอีกครั้ง ครอบคลุมทั้งทีมทันที ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างชัดเจน แม้แต่ผู้กองภาสยังเริ่มเข้าใจแล้วว่า พลังของธีร์ไม่ใช่เื่บังเอิญอีกต่อไป
เขากำลังกลายเป็ “ศูนย์กลาง” ของทีมจริง ๆ
ด้านหน้ารอยแยกสีดำ พลังงานเริ่มหมุนวนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงกรีดร้องและเสียงหัวเราะของก๊อบลินดังลอดออกมาจากอีกฝั่งไม่หยุด ราวกับพวกมันรู้แล้วว่า มนุษย์กำลังจะก้าวเข้ามาในโลกของพวกมันเอง
ลมเย็นผิดธรรมชาติพัดออกมาจากประตูอีกครั้ง
ก่อนเงาขนาดใหญ่บางอย่าง จะเคลื่อนไหวผ่านด้านในรอยแยกช้า ๆ
แม้จะเห็นเพียงเงา แต่แรงกดดันของมันกลับทำให้ทุกคนหน้าซีดทันที
“เมื่อกี้นั่นตัวอะไร…” นนท์พูดเสียงแห้ง
ลูเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“อย่างน้อย… ต้องแข็งแกร่งกว่า Mutated Hunter แน่นอน”
ความเงียบปกคลุมทั้งห้องทันที
แต่สุดท้าย ธีร์ก็ยังคงเดินไปด้านหน้าของรอยแยก
เขากำดาบสายฟ้าแน่น พร้อมมองความมืดอีกฝั่งของประตูนิ่ง ๆ
ก่อนก้าวเข้าไปเป็คนแรก
และในวินาทีที่ร่างของเขาััม่านพลังงานสีดำ โลกทั้งใบก็เหมือนถูกบิดหมุนอย่างรุนแรงทันที