เสี่ยแสดงอาการหื่นกระหายอย่างชัดเจน เขาขยับกายเข้าหาชลเพื่อโอบกอด ร่างของเขาซุกไซ้ลงไปที่ซอกคอของชล ที่กำลังพยายามขยับหลบหนี
แต่ยิ่งชลถอยห่าง กลับยิ่งเข้าใกล้เตียงมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ความพยายามที่จะหลีกเลี่ยง กลับกลายเป็ว่าเขาล้มลงไปนอนหงายหลังบนเตียง
เสี่ยที่เห็นดังนั้น กลับยิ้มเ้าเล่ห์ด้วยความพึงพอใจ รีบถอดเสื้อผ้าของเขาออก อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเขาได้ชัยชนะในเกมที่เขาเล่นอยู่ ขณะที่ชลรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่เข้ามาใกล้ตัว และความหวาดกลัวเริ่มเพิ่มพูนขึ้นในใจ
ชลกำลังต่อสู้กับตัวเอง เพราะหนึ่งใจอยากพาตัวเองออกจากตรงนี้ที่แสนจะน่ารังเกียจ แต่อีกใจกลับพยายามกดข่ม บอกตัวเองให้อดทน อีกไม่นานมันก็จะผ่านพ้นไปแล้ว อีกแป๋บเดียวก็จะมีเงิน ส่งไปช่วยแม่แล้ว
“อื้อ~”
ชลส่งเสียงร้องไห้ ขณะที่เสี่ยกำลังขยับริมฝีปากจูบตามร่างกายของเขาอย่างน่าขยะแขยง จนชลดิ้นพล่านพยายามหลบหลีก
“ว้าว..ตื่นเต้นเป็บ้าเลยเบบี๋”
ฟางเส้นสุดท้ายในความอดทนของชลได้ขาดสะบั้นลง เมื่อเสี่ยกำลังจะจูบริมฝีปากของเขา ร่างเล็กของชลรวบรวมความกล้าอย่างเต็มที่ ออกแรงผลักใบหน้าของเสี่ยออกจากตัว พร้อมกับความรู้สึกโกรธ และกลัวที่ปะทุขึ้นในใจ
ชลรีบดันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวที่เคยเกาะกุมจิตใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น เขา้าหนีออกจากสถานการณ์ที่อึดอัด และน่าขยะแขยงนี้ให้ได้ ความรู้สึกเป็อิสระเริ่มกลับคืนมา ในขณะที่เขาเผชิญหน้ากับความกลัว และความไม่แน่นอนในใจ
“เบบี๋จ๋ามาให้ป๋าจูบหน่อยนะคนดี..งื้อๆๆ”
“ขอร้อง..ขอละป๋า..ทำเลยได้ไหม?”
ชลพลิกตัวลงจากเตียงยกมือไหว้เสี่ยด้วยความกล้ำกลืนฝืนทน ขณะที่เสี่ยขยับตัวลุกขึ้น แล้วแสยะยิ้มเ้าเล่ห์
“ได้สิ..เสี่ยชอบ”
เขารีบจับตัวชลหันหลัง ลำตัวพาดกับเก้าอี้ทรงแปลกๆ ที่ชลสงสัยในตอนแรก แต่ในเวลานี้เข้าใจแล้วว่ามันใช้งานแบบนี้
“อื้อ!”
ชลเปิดตาโตเมื่อเสี่ยจับถกเอวกางเกงของเขาลง พร้อมกับนำเอ็นแข็งของเสี่ยจดจ่อ กำลังจะผลักดันเข้าช่องทางอุ่น ทั้งที่ไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกันเลย
“อื้อ..โอ๊ย..”
เสี่ยร้องเสียงดังลั่นด้วยความเจ็บ เมื่อถูกเท้าของชลถีบเข้าระหว่างกลางกายสุดแรง จนต้องรีบยกมือจับกุมตรงบริเวณนั้นอย่างเจ็บจุกจนตัวงอ ในจังหวะนั้นหมดสิ้นความอดทน กับความน่ารังเกียจ
มือเล็กรีบจับกางเองของตนขึ้นใส่แบบลวกๆ ก่อนจะออกแรงวิ่งหนีออกจากห้อง ด้วยความกลัว และขยะแขยงลูกค้าหื่นตัณหา
ขาเรียววิ่งออกจากห้องอย่างไร้ทิศทาง รู้เพียงต้องพาตัวเองออกไปไกลที่สุด และหลุดพ้นให้จงได้
“ฮื้อ..บ้าเอ๊ย!”
ชลออกแรงวิ่งสุกชีวิต ทั้งร้องไห้ พร่ำต่อว่าโชคชะตาตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัย ขาเรียววิ่งลงบันไดมาอีกชั้นหนึ่งของโรงแรม จนรู้สึกหอบเหนื่อย จึงได้หยุดพักหายใจ แต่มือเล็กก็ดันไปวางค้ำยันที่ประตูห้องหนึ่ง ซึ่งกำลังมีคนเปิดออกมาพอดี
“มาแล้วเหรอ? ..เธอขา”
ศิลาเปิดประตูออกมาเมื่อเขาได้ยินเสียงคนอยู่ข้างนอก เข้าใจว่าเด็กของเขามาถึงแล้ว จึงรีบเปิดประตู
ชายหนุ่มร่างใหญ่ หัวใจเปล่าเปลี่ยว เขาเลือกการบรรเทาความเหงา ด้วยการซื้อบริการมานานนับปี เดินเข้าออกที่นี่จนพนักงานคุ้นเคย
“อื้อ..” ชลไม่ทันตั้งตัว เมื่อร่างกายของเขาเผลอเทน้ำหนักไปที่มือที่คิดว่าจะยันผนังเพื่อพักกาย
ในขณะที่สายตาของเขายังคงมองไปยังทางที่เขาวิ่งมา ไอ้เสี่ยบ้ากามยังคงวิ่งตามติดมาไม่ยอมหยุด ความตื่นตระหนก ทำให้เขาชนพุ่งเข้าไปในห้องของศิลาทันที โดยไม่มีเวลาให้คิด หรือหยุดหายใจ
ััเย็นเฉียบของประตูห้องที่เปิดออก ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็ที่พึ่งพิงสุดท้าย ในวินาทีที่พุ่งเข้าไป ชลได้ยินเสียงของหัวใจตัวเองเต้นระรัวในอก ขณะที่ความหวาดกลัว และความวิตกกังวลหลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียว
“คุณ..”
ศิลามองเห็นหน้าของชลถึงกับขมวดคิ้ว ก่อนที่หูจะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอก ทำให้ชลรีบทิ้งตัวนั่งลง ยกมือไหว้ขอร้องอย่างไร้ทางเลือก
“ได้โปรด..ได้โปรด อย่างส่งผมออกไปได้ไหม..ขอร้อง ฮื้อ..”
ชลร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เขาไม่ได้มองหน้าชายตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย
แต่ในใจเขากลับมีความรู้สึกมั่นใจ ว่าอีกฝ่ายจะช่วยเหลือเขาได้อย่างแน่นอน เสียงของชลแหบแห้ง และสั่นเครือ ขณะที่ร้องขอให้ช่วย
“ได้โปรด!”
น้ำตาไหลรินอาบแก้มใส ขณะที่ความรู้สึกห่อเหี่ยวและไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา แต่เพียงแค่เห็นร่างของศิลา ชลก็รู้สึกเหมือนมีความหวังอีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่นจากชายคนนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองไม่ได้อยู่คนเดียว ในยามที่ทุกอย่างมืดมิดที่สุด
“แล้วเหตุผลอะไร? ..ที่ผมจะไม่ส่งตัวคุณออกไป”
ศิลาเพ่งพินิจใบหน้าของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม ร่างกายสั่นเทาอย่างชัดเจน เขาสังเกตเห็นความหวาดกลัวในดวงตา
และรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือเด็กคนเดียวกัน กับคนที่วิ่งร้องไห้ออกไปเมื่อวาน ความกังวลผุดขึ้นในใจของเขา “เกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้?”
ศิลาไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมชลถึงร้องไห้ ตลอดทั้งสองครั้งที่พวกเขาได้เจอกัน ความเ็ปที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง และท่าทางของชลทำให้ศิลารู้สึกกังวล เขาตัดสินใจเข้าไปใกล้ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และสอบถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ฮื้อ..ฮื้อ..”
ชลค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่ส่งเสียงถามช้าๆ ด้วยหัวใจที่หวาดหวั่นและตัดสินใจ แต่เพียงเห็นหน้าดั่งฟ้ากับเหว เมื่อเทียบกับชายแก่ตัวเหม็นเขียวคนนั้น
“ผมมาที่นี่เพื่อความสุข ไม่ได้มาเป็นักสังคมสงเคราะห์”
หัวใจของศิลาเต้นตึกตัก คล้ายกำลังตกหลงรักเด็กคนนี้เขาให้แล้วอย่างไม่รู้เพราะอะไร แต่เขาคงเสียดายเป็อย่างมาก หากคนตรงหน้า ต้องตกเป็ของคนอื่นในคืนนี้
แต่ทว่าเล่ห์เหลี่ยมมารยา ในสถานที่เช่นนี้มีอยู่มากมาย มันยากที่จะบอกว่าเด็กหน้าตาใสซื่อที่กำลังบีบน้ำตาร้องไห้อยู่ จริงๆ แล้วจะมีเจตนาอย่างไร แท้ที่จริงเขาอาจจะแค่เสแสร้ง เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์บางอย่าง
ศิลาไม่สามารถมองเห็นความจริง ที่ซ่อนอยู่เื้ัน้ำตาและการร้องไห้ของชลได้ การแสดงออกที่น่าเวทนา อาจเป็เครื่องมือในการดึงดูดความเห็นใจและสร้างโอกาสให้ตนเอง
เขารู้ดีว่าต้องระมัดระวัง และแม้ใจเขาจะเต็มไปด้วยความเห็นใจ แต่ก็ยังมีความสงสัยในใจ ไม่รู้ว่าควรไว้วางใจเด็กคนนี้หรือไม่
ยิ่งได้ฟังศิลาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง และความตั้งใจ ชลกลับยิ่งรู้สึกหวาดกลัว ในใจของแฝงไปด้วยความสับสน
ในขณะจังหวะนั้น ชลกลับจำได้แม่น น้ำเสียงอบอุ่นของศิลาที่เรียกขานเขาในตอนแรก มันทำให้หัวใจของชลรู้สึกจั๊กจี้ ขึ้นอย่างประหลาด น้ำเสียงนั้นมีความอบอุ่น และปลอดภัย
่เวลาที่เต็มไปด้วยความสับสนนี้ การที่ศิลายืนอยู่ตรงหน้า มันอบอุ่นและมีความหวัง แม้ว่าความกลัวที่ปะทุอยู่ในใจมากขึ้นเรื่อยๆ
“ผะ..ผมจะ..จะเป็เธอขาของคุณ...คืนนี้”
............................................................