งานเลี้ยงแต่งงานในชนบทนั้นคล้ายคลึงกับงานที่สวี่จือจือเคยเห็นในชาติก่อนเมื่อถึงเวลาเริ่มงานจะมีผู้ที่าุโและเป็ที่เคารพนับถือของตระกูลนำคู่บ่าวสาวไปรินเหล้าคารวะแขก
คุณนายลู่รักหลานชายคนนี้มากตามความตั้งใจของเธอ เธออยากจะจัดงานเลี้ยงให้คนทั้งหมู่บ้านด้วยซ้ำ แต่ลู่หวยเหรินห้ามเอาไว้เพราะกลัวจะดูไม่ดีเลยเชิญแค่คนในทีมตัวเองเท่านั้น
มีเพียงตระกูลลู่เท่านั้นที่มีกำลังจัดงานเลี้ยงเช่นนี้คนอื่นๆ แค่หาคูปองเนื้อ คูปองอาหารยังยากเลย ในยุคที่อาหารขาดแคลนเช่นนี้เมื่อถึงเวลากินเลี้ยง ทุกคนในครอบครัวต่างก็ออกมา ทำให้บรรยากาศดูยิ่งใหญ่เอิกเกริก
“ไอ๊หยา ดูสิว่าลู่จิ่งซานของพวกเราเป็คนรักภรรยาขนาดไหน”ชายในหมู่บ้านพูดพลางหัวเราะล้อเลียน
“ผมก็อยากสวมเสื้อเพิ่มบ้าง”โก่วต้านบีบจมูกพูดเลียนแบบเสียงลู่จิ่งซาน
“ไอ๊หยาพี่จิ่งซาน อย่าเตะผมสิ” โก่วต้านะโหลบพร้อมกับร้องเสียงดัง
สามวันแรกของการแต่งงานไม่มีเื่เล็กใหญ่แต่เดิมทีเมื่อคนหนุ่มสาวในหมู่บ้านแต่งงาน ทุกคนก็จะมาป่วนห้องหอถึงแม้จะมีการรณรงค์สังคมใหม่ แต่ก็ยังมีประเพณีเก่าๆ หลงเหลืออยู่
มีข่าวว่าบางหมู่บ้านป่วนห้องหอกันมากเกินไปถึงกับถอดเสื้อผ้าของเ้าสาว ทำให้เ้าสาวต้องวิ่งหนีออกมาทั้งที่เปลือยท่อนบน
ก่อนที่ลู่จิ่งซานจะไปเป็ทหารเขาก็เก่งกาจในหมู่บ้านคนที่อายุไล่เลี่ยกับเขาต่างก็กลัวเขา เมื่อเข้าค่ายทหารก็ยิ่งดูสง่างามทำให้คนในหมู่บ้านกลัวเขามากขึ้นไปอีก
โก่วต้านเป็พวกได้คืบจะเอาศอกเขาพบว่าพี่จิ่งซานของเขาดูเหมือนจะไม่น่ากลัวอย่างที่ร่ำลือกัน เมื่อเช้านี้เขายังพูดเื่ไม่ดีของโจวเป่าเฉิงมากมายแต่ก็ไม่เห็นพี่จิ่งซานจะโมโหร้ายทำร้ายคนอย่างที่เคยได้ยินมา
คนอื่นๆ ไม่กล้าทำเช่นนี้เพราะลู่จิ่งซานมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีว่ากันว่าเขาเคยทำให้ข้อศอกของโจวเป่าเฉิงหลุดด้วยความไม่พอใจ จนโจวเป่าเฉิงเ็ปไปหลายวัน
ตอนรินเหล้าคารวะแขกก็ไม่มีใครกล้ากรอกเหล้าให้เขาเมื่อรับเหล้าจากสวี่จือจือก็ไม่มีใครกล้าฉวยโอกาสลวนลาม ไม่ต้องพูดถึงเื่จะป่วนห้องหอเพื่อหาผลประโยชน์เลย
สวี่จือจือถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อส่งแขกกลุ่มสุดท้ายกลับไปแล้วจานชามในลานบ้านก็ถูกบรรดาพี่สะใภ้ที่มาช่วยงานเก็บกวาดไปเกือบหมด
“ภรรยาเ้าใหญ่”คุณนายลู่ะโจากในบ้าน “กับข้าวที่เหลือให้แบ่งๆ กันไป ให้เอาไปกินที่บ้านซะ”
อากาศแบบนี้เก็บไว้ก็ไม่ได้
“ทราบแล้วค่ะแม่”จ้าวลี่เจวียนตอบ
“จะไปอยู่เป็เพื่อนคุณย่าหน่อย”ลู่จิ่งซานบอกกับสวี่จือจือ
คุณนายลู่เมื่อสองปีก่อนพลัดตกบันไดทำให้ขาหักต้องนั่งรถเข็นมาตลอด
สองสามวันที่ผ่านมาอากาศเย็นเธอเป็ห่วงเื่งานแต่งของหลานชายเลยลงจากเตียงเตาทั้งที่เท้าเปล่าไปหยิบของจนเป็หวัดวันนี้ก็เลยไม่ได้ออกจากห้อง
เมื่อเห็นทั้งสองคนเข้ามาคุณนายลู่ก็มองสวี่จือจือด้วยรอยยิ้มตาหยี แล้วกวักมือเรียก “เด็กดีมาให้ย่าดูหน่อย”
วันนี้งานยุ่งทั้งวันไม่มีเวลาได้คุยกันดีๆ เลย
สวี่จือจือมองลู่จิ่งซานแล้วเดินเข้าไปหา
“หลานชายคนนี้ของย่าเป็คนเงียบๆ”คุณย่าจับมือเธอพูด “วันข้างหน้าถ้าเขาทำอะไรไม่ดีก็มาบอกย่าได้เลยนะ ย่าจะจัดการเขาให้เอง”
“ขอบคุณค่ะคุณย่า”สวี่จือจือไม่คิดว่าคุณนายลู่จะพูดเช่นนี้ แต่เธอก็ไม่ได้จริงจังอะไร
“แล้วก็แกด้วย”คุณนายลู่มองหลานชายด้วยรอยยิ้ม “แต่งงานแล้วก็ต้องใช้ชีวิตให้ดี พยายามมีหลานตัวอ้วนๆให้ย่าเร็วๆ นะ”
สวี่จือจือ“...”
ใบหน้าเล็กแดงขึ้นมา
มีลูก?
ไม่ๆ ๆตัวเธอยังเป็เด็กอยู่เลยนะ!
“ครับ”ชายหนุ่มที่อยู่ตรงข้ามพยักหน้าอย่างหนักแน่น
สวี่จือจือ“...”
ถึงแม้ว่าคุณนายลู่จะอยู่ในห้องทั้งวันแต่ก็ไม่ได้พักผ่อน พอพูดคุยกันได้สองสามคำก็เริ่มเหนื่อยลู่จิ่งซานกับสวี่จือจือจึงออกมาจากห้องก็เห็นเหอเสวี่ยฉินพอดี
เหอเสวี่ยฉินยิ้มให้สวี่จือจือแล้วพูด“จือจือเอ๋ย มาช่วยฉันขนจานพวกนี้ไปห้องเก็บของหน่อยสิ”
“ได้ค่ะ”สวี่จือจือพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แล้วบอกลู่จิ่งซาน “ฉันไปก่อนนะคะ”
เื่กลับไปพักผ่อนกับลู่จิ่งซานในห้องเธอตอนนี้ยังค่อนข้างต่อต้าน ถ้าเกิดเขาอยากจะให้เธอมีลูกขึ้นมาจะทำยังไง?
“จือจือ”เมื่อเธอช่วยเหอเสวี่ยฉินขนจานไปห้องเก็บของแล้ว เหอเสวี่ยฉินก็พูดขึ้นมาอีก “เธอช่วยฉันเช็ดจานพวกนี้อีกหน่อยได้ไหม?”
“ไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวฉันจะเรียกซานเอ๋อร์มาช่วยเธอเอง”
พูดจบก็ไม่รอให้สวี่จือจือตอบรีบสะบัดเสื้อผ้าแล้วเดินจากไป
สวี่จือจือยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วยิ้ม
ในนิยายเ้าของร่างเดิมก็ถูกเหอเสวี่ยฉินหลอกให้มาเช็ดจานในห้องเก็บของแบบนี้เหมือนกันใครจะรู้ว่ากลับถูกขังไว้ในนั้น พอมีคนมาเห็นก็เป็เช้าวันรุ่งขึ้นแล้ว
คืนนั้นเพราะเ้าสาวหายไปทำให้ลู่จิ่งซานเสียหน้าอย่างมาก เ้าสาวที่เพิ่งแต่งงานหายตัวไปในคืนเข้าหอเ้าบ่าวจะต้องไม่เอาไหนขนาดไหนกัน?
หลังจากนั้นก็มีข่าวลือต่างๆนาๆ บางคนก็บอกว่าสวี่จือจือหนีไปมีชู้ ถึงแม้ว่าภายหลังคนในตระกูลลู่จะออกมาอธิบายแต่ทุกคนก็ยังคงอยากจะเชื่อเื่ที่ตัวเองคิดไปเองว่าตระกูลลู่ไปตามสวี่จือจือกลับมาแล้วก็แต่งเื่ขึ้นมาแก้ตัวเท่านั้นเอง
เช็ดจานจนหลับไป? ถึงจะยากจนแค่ไหนก็คงไม่มีใครให้เ้าสาวที่เพิ่งแต่งงานทำงานในวันแต่งงานหรอก!นอกจากจะให้บทเรียนแก่เ้าสาวเท่านั้น
“น้าเหอ”สวี่จือจือยิ้มแล้วเดินไปที่ประตูเร็วกว่า “ถ้าอย่างนั้นน้ารอตรงนี้นะคะเดี๋ยวหนูไปเรียกคนมาช่วย”
พูดจบโดยไม่รอให้เหอเสวี่ยฉินตอบก็ปิดประตูลง
ห้องเก็บของนี้จริงๆแล้วก็คือห้องใต้ดิน มีแค่ประตูไม่มีหน้าต่างเมื่อปิดประตูลงไปข้างในก็มองไม่เห็นอะไรเลย ในลานบ้านไม่ได้ยินเสียงอะไรข้างในเลยนอกจากจะยืนอยู่หน้าประตูห้องใต้ดิน
เมื่อเหอเสวี่ยฉินรู้สึกตัวก็รีบไปทุบประตู“สวี่จือจือ เปิดประตูนะ”
ข้างนอกนั้นจะมีร่างของสวี่จือจือได้ยังไง
เมื่อกลับมาถึงห้องลู่จิ่งซานก็นอนหลับตาอยู่บนเตียง เมื่อเห็นเธอเข้ามาก็ไม่ได้ลืมตาขึ้น เห็นได้ชัดว่าทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าไม่ให้เข้าใกล้
สวี่จือจือเองก็ไม่อยากคุยกับเขาแต่เธอก็อยากจะนอนพักเหมือนกันนะ
“นี่”เธอเรียก “คุณขยับที่ให้ฉันหน่อยได้ไหม”
ลู่จิ่งซานได้ยินเสียงก็ลืมตาขึ้นมองเธอตาไม่กะพริบ
“เมื่อกี้คุณกลัวผมไม่ใช่เหรอ”เขาพูด “ไม่กลัวแล้วเหรอ?”
เมื่อกี้ยังไม่ทันที่เขาจะพูดก็รีบวิ่งตามเหอเสวี่ยฉินไปแล้ว
“กลัวสิคะ”สวี่จือจือพูด
โดยเฉพาะท่าทางที่ทำหน้าบึ้งตึงเหมือนรูปปั้นน้ำแข็งแบบนี้มันเหมือนจะแช่แข็งคนให้ตาย
“แต่ฉันก็เหนื่อยมากเหมือนกันนะ”เธอพูดเสียงเบา
ั้แ่ทะลุมิติมาจนถึงตอนนี้เธอยังไม่ได้พักผ่อนเลยสักนิด
ลู่จิ่งซานมองเธอแล้วพลิกตัวยกที่บนเตียงให้เธอครึ่งหนึ่ง
สวี่จือจือเม้มปากลังเลว่าจะขึ้นไปดีไหม สุดท้ายก็ทนไม่ไหวขึ้นไปจนได้
ใครจะรู้ว่าเธอนอนลงไปได้ไม่นานคนข้างๆ ก็ขยับตัว
“อ๊ะ!” สวี่จือจือร้องเสียงหลง“คุณจะทำอะไรเนี่ย?”
ลู่จิ่งซาน“...”
คนที่กำลังช่วยงานอยู่ข้างนอก“...” มองดูเวลา เหมือนจะค่ำแล้ว รีบทำอะไรให้มันเร็วหน่อย
คนที่มาป่วนห้องหอ“ ...นี่เริ่มกันแล้วเหรอ?”
ตื่นเต้นจนแทบจะถูมือไปมาเตรียมจะไปแอบฟังแล้ว!
.............................