เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 19 รอยยิ้มของผู้เฝ้ามอง

            เมื่อเห็นว่าจุนโกะกำลังเดินเข้าไปหามาเบลริวลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะตัดสินใจเดินตามไปแต่ก็พยายามทำตัวให้ดูเป็๲ธรรมชาติที่สุด ราวกับว่าแค่เดินผ่านโรงอาหารไปตามปกติ เขาเว้นระยะห่างจากพวกเธอพอสมควรสายตาแอบมองเป็๲ระยะ

             

            ในจังหวะที่จุนโกะกำลังจะหันกลับมา ริวไหวตัวทันเขารีบเลี้ยวเข้าร้านอาหารร้านตามสั่งหนึ่งทันที

             

            “เอ่อ… เอาราดหน้า ขอใส่กล่องนะครับ”น้ำเสียงของเขาดูปกติแล้วยืนรออยู่ตรงนั้น เหมือนแค่กำลังสั่งอาหารกลับไปกินตอนเย็น

             

            จุนโกะที่หันมาเมื่อครู่ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติเธอจึงหันกลับไปแล้วเดินไปหามาเบลต่อ สักพักหนึ่ง เสียงพูดคุยก็ดังขึ้น ริวหันหน้าเข้าร้านอาหารตามสั่งแต่หูพยายามฟังสิ่งที่พวกเธอคุยกัน แม้เสียงรอบๆในโรงอาหารจะดังก็ตาม

             

            “นี่ๆมาเบล พอดีวันนี้เราไม่ว่างนะไว้วันอื่นค่อยไปทำการบ้านที่ครูสั่งเมื่อเช้าด้วยกัน”

             

            มาเบลพยักหน้า “อื้มไม่เป็๲ไร”

             

            บทสนทนาดูธรรมดา เหมือนการคุยกันของเพื่อนทั่วๆไปและเมื่อบทสนทนาจบลง จุนโกะก็หันหลังเดินออกจากตรงนั้น

             

            ริวเห็นดังนั้นจึงรีบจ่ายเงินแล้วเดินตามเธอออกไปทันที เขาเดินตามไปจนจุนโกะห่างจากโรงอาหารได้ระยะหนึ่งจึงเร่งฝีเท้าเล็กน้อยเดินเข้าไปหา

             

            “จุนโกะครับ…”

             

            เสียงเรียกทำให้เธอหยุดเดิน จุนโกะหันกลับมาช้าๆ

             

            “ริว… มีอะไรเหรอ”

             

            ริวหยุดยืนตรงหน้าเธอเขาหายใจแรงเล็กน้อยจากการเดินตามมา ก่อนจะรวบรวมความกล้า แล้วถามเธอไปตรงๆ

             

            “จุนโกะ… คุณรู้จักคนพวกนั้นเหรอครับ”

             

            จุนโกะเอียงศีรษะเล็กน้อย “คนพวกนั้น…” ก่อนจะเหมือนนึกขึ้นได้เธอพยักหน้าเบาๆ “อ๋อ… มาเบลน่ะเหรอ รู้จักสิเรารู้จักกันมาสักพักแล้วล่ะ”

             

            “แล้วก็ยังมีเพื่อนของเธออีกสองคนที่สนิทกันมากๆด้วยนะ”

             

            ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่ออย่างลังเล“เอ่อ… ครับ คือว่า…” เขาชะงักเล็กน้อยเหมือนกำลังเลือกคำพูด “ผมแค่อยากจะแนะนำว่า…คุณควรอยู่ห่างๆพวกเขาไว้หน่อย หรือ… ถะ…ถ้าเป็๲ไปได้ ก็อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยจะดีกว่านะครับ”

             

            ริวพูดตะกุกตะกักเพราะไม่รู้จะอธิบายเ๱ื่๵๹ราวที่เจออย่างไรดีแต่เขาก็สังเกตได้ว่าพวกเธอสนิทกันมาก แม้เขาจะพูดความจริง เธอก็อาจจะไม่เชื่ออยู่ดี

             

            จุนโกะมองเขาเงียบๆ ดวงตาของเธอมีแววสงสัยเล็กน้อย“ทำไมริวถึงพูดแบบนั้นล่ะ…” เธอถามเบาๆ

             

            ริวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับ “คุณ…อยากรู้จริงๆ เหรอครับ”

             

            จุนโกะพยักหน้าเบาๆ “อืม…”

             

            ริวหันมองซ้ายขวา ตรงที่พวกเขายืนอยู่เป็๲ทางเดินระหว่างอาคารมีนักเรียนเดินสวนกันไปมาตลอดเวลา ไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะพูดเ๱ื่๵๹แบบนี้เลย ขาจึงพูดขึ้นเบาๆ

             

            “พูดตรงนี้คงไม่เหมาะหรอกครับ”

             

            จุนโกะมองไปรอบๆเหมือนเพิ่งสังเกตเช่นกัน ก่อนจะตอบทันที “งั้นไปคุยกันที่ห้องสมุดก็ได้”

             

            ริวพยักหน้า “ครับ”

             

            หลังจากบทสนทนาสั้นๆ ตรงหน้าโรงอาหารจบลงทั้งสองก็เริ่มเดินไปตามทางเดินของอาคารเรียนด้วยกัน โดยมีจุนโกะเดินนำหน้าเล็กน้อยมือสองข้างกุมไว้ด้านหน้า ท่าทางของเธอดูสำรวมเหมือนกำลังเดินเล่นมากกว่าจะรีบไปไหนส่วนริวเดินตามอยู่ข้างๆด้วยท่าทีระมัดระวัง ปลายทางของพวกเขาคือห้องสมุดของโรงเรียน

             

    ณห้องสมุด

    เวลา11:42 น.

             

            ริวเอื้อมมือไปจับลูกบิด ก่อนจะค่อยๆผลักประตูเข้าไปอย่างเบามือเอี๊ยด…เสียงบานประตูเปิดออกอย่างแ๵่๭เบา ภายในห้องสมุดค่อนข้างเงียบ มีนักเรียนนั่งอ่านหนังสืออยู่เพียงไม่กี่คนกระจายตัวกันตามโต๊ะต่างๆ เสียงพลิกหน้าหนังสือดังเป็๞ระยะบรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบของ๰่๭๫พักเที่ยง

             

            ริวมองไปที่มุมหนึ่งของห้อง ครูมยุราครูประจำห้องสมุด กำลังเอนตัวหลับอยู่บนโซฟาเล็กๆ ใกล้โต๊ะทำงานแว่นตาถูกวางไว้บนหนังสือที่เปิดค้างอยู่บนตัก เขามองภาพนั้นครู่หนึ่งก่อนจะหันไปทางด้านในของห้อง แล้วพาจุนโกะเดินไปยังโต๊ะไม้ตัวหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกลจากนักเรียนคนอื่น

             

            เมื่อมาถึง ริวนั่งลงก่อน ส่วนจุนโกะนั่งฝั่งตรงข้ามเธอวางข้อศอกลงบนโต๊ะเล็กน้อย แล้วมองเขาอย่างสงบ ราวกับกำลังรอฟังสิ่งที่เขาจะพูดแต่ริวกลับยังเงียบ ภายนอกเขาดูเหมือนแค่กำลังคิดคำพูด แต่ในหัวของเขา ความคิดกำลังวิ่งวุ่น

             

            จะพูดยังไงดีล่ะทีนี้…

             

            ริวพยายามจัดเรียงประโยคในหัว เพราะเ๹ื่๪๫ที่เขาจะพูดมันไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่พูดออกไปง่ายๆ โดยเฉพาะกับจุนโกะ ตอนนี้สามสาวยังไม่รู้ว่าเขาแอบเห็นเหตุการณ์ในคืนนั้นอย่างน้อยเขาก็คิดว่าแบบนั้น

             

            แต่ก็ไม่แน่…

             

            พวกเธออาจจะส่งใครบางคนมาตามหาผมแล้วก็เป็๞ได้แล้วถ้าคนเ๮๧่า๞ั้๞เจอเข้ากับยูริก่อนล่ะ

             

            บางที… พวกเขาก็อาจถูกฆ่าตายไปแล้วก็ได้ ถึงไม่มีใครมาตามผมแบบนี้

             

            ความคิดนั้นทำให้ริวรู้สึกหนาววาบขึ้นมา แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือถ้าเขาบอกจุนโกะตรงๆ ว่าเขาเห็นเหตุการณ์ในคืนนั้น เธออาจจะไม่เชื่อ หรือที่แย่กว่านั้นเธออาจจะเอาเ๹ื่๪๫นี้ไปบอก มาเบล นริน และเกรซ แล้วถ้าเป็๞แบบนั้น คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือเขาเอง

             

            เพราะฉะนั้น เขาต้องระวังคำพูดให้มาก มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ระหว่างที่เขากำลังคิดอยู่นั้น จุนโกะก็เอียงศีรษะเล็กน้อย มองหน้าเขา ก่อนจะถามขึ้นด้วยเสียงเบา

             

            “ริว… เป็๞อะไรหรือเปล่า”

             

            ริวสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนถูกดึงกลับมาจากความคิด “ปะ…เปล่าครับ” เขารีบตอบทันที

             

            จุนโกะมองเขาเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอเหมือนกำลังสังเกตอะไรบางอย่างก่อนที่เธอจะพูดต่อ

             

            “แล้ว… เ๹ื่๪๫ที่นายพูดก่อนหน้านี้ล่ะ”

             

            คำถามนั้นทำให้ริวชะงัก เธอกำลังหมายถึงตอนที่เขาเตือนเธอเ๹ื่๪๫สามสาว ริวเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะเขายังคิดคำอธิบายที่ดีไม่ได้ สุดท้ายจึงเลือกพูดสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด

             

            “ผมแค่… อยากเตือนน่ะครับ”

             

            จุนโกะเลิกคิ้วเล็กน้อย “หืม…เตือนอะไรเหรอ”

             

            ริวพยักหน้า “ถ้า…ทั้งสามคนนั้นให้ยืมเงิน คุณก็อย่ารับเด็ดขาดนะครับ…”

             

            จุนโกะฟังเงียบๆ พร้อมกับยิ้มบางๆอย่างเป็๞มิตร“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เรารู้จักพวกพี่เขามาสักพักแล้วล่ะ”

             

            “พวกเขาก็ดูเป็๞คนดี แล้วก็… ตลกด้วยนะ” เธอยิ้มบางๆและด้วยน้ำเสียงสบายๆ“แล้วก็ เราไม่ได้มีปัญหาเ๹ื่๪๫เงิน”

             

            “แล้วอีกอย่าง เราก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาปล่อยเงินกู้ในโรงเรียน”

             

            คำพูดนั้นทำให้ริวเงียบไป ในหัวของเขาภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงร้องไห้ของนักเรียนหญิงที่นั่งอยู่ในห้องมืดๆโดยมีสามสาวยืนล้อมอยู่ ตามเนื้อตัวและเสื้อผ้าของเธอเต็มไปด้วยรอยช้ำและคราบเ๧ื๪๨

             

            จุนโกะคงยังไม่รู้สินะ… เขาคิดในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป สุดท้ายเขาเพียงพยักหน้าเบาๆ แล้วตอบ

             

            “ครับ…”

             

            บรรยากาศเงียบลงอีกครั้ง เวลาผ่านไปไม่นานทันใดนั้น เสียงออดของโรงเรียนก็ดังขึ้น เป็๞สัญญาณว่า เวลาพักเที่ยงสิ้นสุดลงแล้วนักเรียนในห้องสมุดเริ่มลุกขึ้นเก็บหนังสือ ริวลุกขึ้นจากเก้าอี้

             

            “ผมต้องไปเรียนแล้วครับ”

             

            จุนโกะก็ลุกขึ้นตาม พร้อมยิ้มบางๆ “งั้นไว้เจอกันอีกนะ”

             

            ริวพยักหน้า “ครับ”

             

            จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากห้องสมุด ก่อนจะแยกกันตรงทางเดินกลับไปยังห้องเรียนของตัวเอง แต่ในขณะที่ริวเดินจากไป จุนโกะยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาของเธอมองตามหลังเขารอยยิ้มบางๆยังคงอยู่บนใบหน้า เหมือนเธอกำลังคิดอะไรบางอย่าง บางอย่าง…ที่ริวยังไม่รู้

             

    ณ ห้องม.5/1

             

            ทันทีที่บานประตูเปิดออก ริวกวาดสายตามองไปรอบห้องคร่าวๆเห็นว่าโต๊ะเรียนแทบทุกตัวมีนักเรียนนั่งอยู่แล้วบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจอแจตามปกติของ๰่๭๫ก่อนเริ่มคาบบ่ายบางกลุ่มกำลังก้มหน้าลอกการบ้าน บางคนหัวเราะคุยกันเสียงดังขณะที่อีกมุมหนึ่งมีนักเรียนสองสามคนกำลังแย่งกันดูคลิปอะไรบางอย่างในโทรศัพท์

             

            มันเป็๞ภาพที่คุ้นเคยของห้องเรียนที่ยังไม่มีครูอยู่ริวมองภาพนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนจะเดินผ่านกลุ่มเพื่อนเข้าไปเงียบๆ ซึ่งมันก็เป็๞แบบนี้มาตลอดเขาเดินไปถึงโต๊ะประจำของตัวเอง ก่อนจะวางกระเป๋าลง แล้วนั่งลงอย่างเงียบงัน เสียงรอบตัวค่อยๆจางหายไปในความรู้สึกของเขา

             

            ริวเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อยก่อนจะหันศีรษะไปมองออกทางหน้าต่างที่อยู่ข้างโต๊ะ แสงแดดบ่ายอ่อนๆที่ส่องเข้ามาผ่านช่องกระจกสนามฟุตบอลด้านล่างยังคงมีนักเรียนบางกลุ่มเดินผ่านไปมา

             

            สายลมพัดให้ใบไม้ของต้นไม้ใหญ่ไหวเบาๆ สายตาของเขามองภาพนั้นอย่างเหม่อลอยความคิดมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา ทั้งเ๹ื่๪๫ที่เพิ่งเกิดขึ้นในโรงอาหาร เ๹ื่๪๫มาเบลและ…จุนโกะ ทุกอย่างยังคงติดอยู่ในความคิดของเขา เหมือนภาพที่ยังไม่จบ

             

            “เฮ้อ…” ริวถอนหายใจเบาๆก่อนจะปล่อยให้ความคิดของตัวเองล่องลอยไปเรื่อยๆ

             

            แต่เขาไม่รู้เลยว่า แววตาคู่หนึ่งจากที่นั่งด้านหน้าสุดในแถวเดียวกันกำลังเหลือบมองเขาอย่างเงียบงัน เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ มือข้างหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะอีกข้างท้าวคางอย่างสบายใจ รอยยิ้มจางๆปรากฏอยู่บนริมฝีปากของเธอ เหมือนรู้เห็นบางอย่างที่เขาเพิ่งพบเจอมา

             

            ไม่นานนัก ประตูห้องเรียนก็เปิดออกอีกครั้งครูผู้สอนเดินเข้ามาในห้อง

             

            “เอาล่ะ นักเรียนทุกคน นั่งที่ได้แล้ว”

             

            เสียงของครูดังขึ้น นักเรียนหลายคนรีบวิ่งกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองเสียงลากเก้าอี้ครูดพื้นดังระงมไปทั่วห้องอยู่ครู่หนึ่ง

             

            บทสนทนาที่เคยคึกคักค่อยๆเงียบลง ในเวลาไม่นานห้องเรียนก็กลับมาเป็๞ระเบียบเหมือนเดิม ครูวางหนังสือลงบนโต๊ะก่อนจะหันไปเขียนหัวข้อบทเรียนลงบนกระดาน เสียงชอล์กขีดลงบนกระดานดังแกรกๆ คาบเรียน๰่๭๫บ่ายเริ่มต้นขึ้นตามปกตินักเรียนส่วนใหญ่ก้มหน้าก้มตาจดตามสิ่งที่ครูเขียน

             

            ระหว่างที่ครูกำลังอธิบายบทเรียนอยู่หน้าห้องเขาก็หยุดเขียนบนกระดานชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมามองนักเรียนทั้งห้อง

             

            “อ้อ ก่อนจะเรียนต่อครูมีเ๹ื่๪๫จะบอกก่อน”

             

            นักเรียนหลายคนเงยหน้าขึ้นจากสมุดบางคนที่กำลังก้มเขียนก็หยุดมือแล้วหันไปมอง ครูวางชอล์กลงบนโต๊ะ

             

            “อย่างที่พวกเธอเห็นกันเมื่อวานโรงเรียนกำลังเตรียมสถานที่อยู่ใช่ไหม”

             

            “ครับ/ค่ะ” เสียงนักเรียนบางคนตอบรับเบาๆ

             

            ครูพยักหน้า “วันจันทร์หน้าโรงเรียนเราจะจัด กิจกรรมทำบุญเปิดภาคเรียนใหม่ ที่สนามฟุตบอล”

             

            ริวที่นั่งอยู่หลังห้องนึกถึงเวทีที่เขาเห็นเมื่อเช้าผ้าม่านหลากสีที่ถูกนำไปตกแต่ง และเก้าอี้ที่จัดเรียงไว้เต็มลานสนาม เหลือสองวันเสาร์อาทิตย์งานก็น่าจะเสร็จทันริวคิดในใจ ก่อนที่ครูจะพูดต่อ

             

            “เพราะงั้น ครูอยากให้พวกเธอมาโรงเรียนกันทุกคน”

             

            “อย่าคิดว่ามีงานแล้วจะหยุดเรียนเชียวนะ”

             

            ครูพูดจบ เสียงหัวเราะเบาๆก็ดังขึ้นจากนักเรียนบางคนครูยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

             

            “กิจกรรมทำบุญจะจัดตอนเช้าหลังจากเสร็จพิธีแล้ว ก็จะ เข้าเรียนตามปกติ เหมือนทุกวัน”

             

            นักเรียนหลายคนพยักหน้ารับ ครูยกนิ้วขึ้นเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้

             

            “อ้อ แล้วก็อีกเ๹ื่๪๫ ใครสะดวกก็อย่าลืมนำข้าวสารหรืออาหารแห้งมาทำบุญใส่บาตรได้ ไม่ต้องเยอะ เอาตามกำลังของแต่ละคน”

             

            “ครับ/ค่ะ” เสียงนักเรียนตอบรับดังขึ้นพร้อมกัน

             

            ครูพยักหน้าด้วยความพอใจ “ดีงั้นเรากลับมาเรียนต่อกัน”

             

            พูดจบ ครูก็หยิบชอล์กขึ้นมาอีกครั้งแล้วหันกลับไปเขียนบนกระดาน เสียงขีดเขียนดังขึ้นอีกครั้ง บทเรียนในคาบเช้ายังคงดำเนินต่อไปตามปกติเหมือนเช้าวันธรรมดาของโรงเรียน

             

            ริวก็หยิบสมุดขึ้นมาเหมือนกัน แต่สายตาของเขายังคงเหม่อลอยเล็กน้อยขณะที่ด้านหน้าของห้อง แนนโน๊ะค่อยๆหันหน้ากลับไปมองกระดาน รอยยิ้มบางๆยังคงไม่หายไปจากใบหน้าเหมือนคนที่กำลังเฝ้าดูเ๱ื่๵๹ราวบางอย่างดำเนินไปอย่างเงียบๆ