“นั้นเ้ากำลังทำอะไรอยู่เหยาเอ๋อร์? แล้วนี่ปลาเน่านี่เ้าเอามาทำไม?”
เว่ยหานฟงได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ไม่แน่ใจว่ากลิ่นอะไรก็เลยเดินเข้ามาในครัว จึงได้เจอว่าหวังลี่เหยากำลังก้มๆ เงยๆ ทำอะไรบางอย่างอยู่ ดูวุ่นวายไปหมด แถมบนโต๊ะยังมีผักวางอยู่เต็มโต๊ะแล้วก็มีปลาที่เหมือนจะเน่าแล้วอยู่ในชามใบใหญ่
“พี่จะเอาไปทิ้งให้เ้านะ”เว่ยหานฟงเอ่ยอย่างหวังดี กลัวนางรังเกียจปลาเน่าสกปรกชามนี้ จึงอาสาไปทิ้งให้นางเอง ตอนที่องครักษ์ของเขามาคงเอาปลาพวกนี้มาไว้ที่นี่หลายวันมานี้มันถึงเน่าเหม็นได้ขนาดนี้
“อย่านะ! ห้ามเอาของข้าไปทิ้งนะ นี่คือปลาร้าของข้าเองไม่ใช่ปลาเน่า”นางแย่งชามปลาร้าจากมือชายหนุ่มแล้วเอาไปซ่อนไว้ข้างหลังอย่างหวงแหน
‘จะเอาไปทิ้งได้ไงกว่าจะได้มาต้องใช้ความพยายามแค่ไหนเขาไม่รู้ซึ้งถึงความลำบากของนางเลย นางพยายามแทบตายกว่าจะได้มันมาต้องใช้เวลาหลายวัน ลองผิดลองถูกตั้งหลายครั้ง นึกปลาเป็ก็ไม่ได้! นึกถึงปลาตายก็ไม่ได้! เลยนึกถึงแบบสำเร็จรูป แม่มเลย กลับได้มาซะงั้น'
“แล้วเ้าจะเก็บพวกนี้เอาไว้ทำไม ในเมื่อเห็นอยู่ว่าปลามันเน่าแล้ว เหยาเอ๋อร์อย่าดื้อนักเลย มันเหม็นขนาดนี้เ้าไม่ได้กลิ่นเลยหรือ”
ชายหนุ่มทำหน้ายุ่งคิ้วขมวด นึกอยากจะทำโทษคนดื้อตรงหน้าสัก ฟอดสองฟอด ไม่รู้นางจะเล่นซนอันใดอีก
“มันเป็ของกินเ้าค่ะ ข้าเคยกินบ่อยๆ เพียงแต่่นี้มันหากินยาก ข้าพึ่งได้มาเ้าค่ะ”
นางส่งยิ้มหวานประจบ กลัวว่าเขาจะเอาปลาร้านางไปทิ้ง'ข้าหมายถึงโลกก่อนนะ ที่กินบ่อยๆ’
เมื่อเช้าตื่นมานางก็นึกอยากกินอะไรเปรี้ยวๆ คิดถึงส้มตำอีสานบ้านเรา จับจิตจับใจ บอกแล้วว่านอกจากจะขาดหวานไม่ได้ยังขาดปลาร้าไม่ได้ด้วย กำลังจะเริ่มตำ เอ~ จะเรียกว่าตำไม่ได้สิเพราะไม่มีครก ต้องเรียกว่ากำลังคลุกเคล้ามะละกอทำส้มตำอยู่ดีๆ เขาก็พรวดพราดเข้ามาจนนางใ อุตส่าห์แอบมาทำกินคนเดียว เพราะไม่อยากให้เขารู้เดี๋ยวเขาก็จะหาว่านางทำตัวประหลาดกินของแปลกๆ แล้วก็เป็อย่างที่คิดจริงๆพอเขาเห็นปลาร้าของนางดันคิดว่าของดีจากอีสานกลายเป็ของเน่าของเสียไปซะงั้น
“นี่ผลมู่กวา (มะละกอ) นี่มันยังไม่สุกเ้าเอามาทำไมหรือเหยาเอ๋อร์ อันที่สุดก็มีนี่นาพี่จำได้ว่าชิงหลานเตรียมผลไม้ไว้ให้เราเยอะแยะเลย ทำไมเ้าไม่เอาอันนั้นมากินล่ะ" ชายหนุ่มยื่นมือหยิบไปจับมะละกอแล้วยื่นมาถามนางเพราะไม่เข้าใจ
“กินได้เ้าค่ะ ผลมู่กวา (มะละกอ) ดิบกินกับสิ่งนี้เท่านั้นถึงจะอร่อยมากเ้าค่ะ”
หวังลี่เหยาพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจแต่ภายในใจอยากให้เขาออกไปสักที นางจะได้ทำส้มตำอย่างมีความสุข ไม่ต้องระแวดระวังกลัวว่าใครจะวุ่นวายเอาปลาร้าของนางจะทิ้งอีก
ในขณะที่ในขณะที่หญิงสาวกำลังจดจ่อกับสิ่งที่ตัวเอง้าไม่ทันได้สังเกตว่าสีหน้าของชายหนุ่มเ็ปมากแค่ไหนเมื่อเห็นข้าวของที่นางกำลังจะเตรียมไว้ แล้วบอกว่ามันเป็ของที่กินได้ อยากจะพูดบางอย่างกับนางแต่เขากลับพูดไม่ออกได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนได้แต่ส่งยิ้มเพื่อให้กำลังใจนางเท่านั้นที่ทำได้ตอนนี้เพราะเขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ หากเขาทำได้เขาคงจะช่วยนางได้เร็วกว่านี้
‘ในอดีตของนางต้องลำบากถึงขนาดนี้เลยหรือ ถึงกับกินของที่คนไม่กินกัน ต้องกินปลาเน่าแล้วผลไม้ดิบๆ นี่อีก แต่ก่อนนางต้องลำบากถึงขนาดไหนนะ?จำได้นางเคยบอกว่าต้องหลบซ่อนอยู่ในค่ายกลหลังจวนของนางั้แ่นางอายุเพียงแค่สามปี ชีวิตวัยเด็กของนางคงจะลำบากมากสินะ ยิ่งคิดเขายิ่งปวดใจถ้าเขารู้จักนางเร็วกว่านี้นางก็คงจะไม่ต้องลำบากถึงเพียงนี้'
เมื่อได้ยินว่านางต้องกินสิ่งนี้บ่อยๆเขาก็รู้สึกสงสารนางมากจนปวดใจ เว่ยหานฟงก็ทนไม่ไหวดึงร่างบางตรงหน้าไปกอดหวังปลอบประโลม เพื่อแบ่งเบาความเ็ปของนางและของตัวเอง
'อะไรกัน? อยู่ๆ ก็มากอด อาการนี้นึกว่าหายไปแล้วนะ'
หวังลี่เหยาใที่อยู่ๆ คนตรงหน้าก็ดึงนางไปกอดเอาไว้แน่นจนอึดอัด ไหนจะสีหน้าแววตาเ็ปนี้อีก มันเกิดอะไรขึ้น? นึกว่า่นี้ดีขึ้นแล้วซะอีก หลังจากที่คุยกันเป็จริงเป็จังว่าการเป็แฟนยังไม่แต่งงานไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันมาก มันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ อาการมนุษย์ป้าของนางเริ่มกำเริบ เมื่อนางคิดได้ว่าตอนนี้นางยังเป็เด็กอายุแค่14ยังไม่15เต็ม ซึ่งก็อีกไม่กี่วันจะ15เต็มก็ตาม แต่จะมากอดมาจูบกับผู้ชายแบบนี้ไม่ได้ ถ้าท่านพ่อท่านแม่รู้คงถูกตีตาย
ั้แ่นั้นมาเว่ยหานฟงก็ทำตัวดีขึ้นไม่รุกมากเหมือน่แรกๆ แล้วอยู่บ้านเดียวกันเจอกันแค่่กินข้าวเท่านั้นทุกวันเขาต้องไปฝึกวิชาของเขาส่วนนางก็ทำนู่นทำนี่เรื่อยเปื่อยฆ่าเวลาไปวันๆ
“ต่อไปพี่จะไม่ให้เ้าลำบากแบบนี้เหยาเอ๋อร์พี่จะไม่ให้เ้าต้องอดอยาก กินของไม่ดีชีวิตนี้เ้าอยากกินอะไรพี่จะหาให้ เ้ารอพี่สักครู่อย่าเพิ่งกินของพวกนี้เดี๋ยวพี่จะสั่งให้ชิงสือไปเอาอาหารร้านที่ดังที่สุดอร่อยที่สุดมาให้เ้า”
ว่าแล้วร่างสูงก็ใช้วิชาตัวเบาหายตัวออกไป ทิ้งให้หวังลี่เหยายืนนิ่งอึ้งด้วยความงุนงง
'อะไรของเขานะ! ทำส้มตำต่อดีกว่า อา~ หอมมาก นัวมาก~ แซบหลายเด้อ'
นางนั่งลงกินส้มตำอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่รู้ตัวว่าจะทำให้ใครบางคนอย่างชิงสือต้องยากลำบากใช้วิชาตัวเบาที่ร่ำเรียนมาอย่างหนัก เพื่อออกไปซื้ออาหารที่ดีที่สุดมาให้นางจากคำสั่งท่านประมุข โดยให้เวลาเขาเพียงแค่ไม่เกินหนึ่งชั่วยามเท่านั้น……..
******************
หลังจากที่หนังท้องตึงจากการกินอาหารมากมายที่เว่ยหานฟงส่งคนไปซื้อมาให้ จนอิ่มแปล้ แล้วแอบซ่อนปลาร้าของโปรดของตัวเอง จากคนที่พยายามแย่งชิงของโปรดของนาง อย่างเว่ยหานฟง ที่จ้องมองมาที่กระปุกใส่ปลาร้าของนางตลอดเวลา หลังจากที่นางหาที่เก็บจนคิดว่ามันปลอดภัยดีแล้ว นางก็ถือโอกาสจับจูงมือหนาของเขา เพื่อออกจากกระปุกปลาร้าของนาง ไปเดินเล่นข้างนอก อ้างไปว่าเพื่อเดินย่อยอาหารที่กินมา
“พี่หานฟง ข้ามีเื่จะรบกวนให้ท่านช่วยอีกเื่นึงเ้าค่ะ”
“เ้าว่ามาเลยอยากให้พี่ช่วยอันใด”
เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังเมื่อเห็นนางทำหน้าอึดอัดใจ
“ข้าอยากให้พี่ส่งจดหมายนี่ให้ท่านพ่อท่านแม่ของข้าที่จวนราชครูหวังเ้าค่ะ ก่อนที่ข้าจะตกลงมาที่นี่ ท่านพ่อกำลังจะส่งข้าไปที่เขาเหลียงซาน วันที่เกิดเื่ข้าคิดว่าท่านพ่อข้าคงจะยังไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรืออาจจะรู้ แต่คงคิดว่าข้าอาจจะตายไปแล้ว ข้าจึงอยากส่งข่าวบอกพวกท่านว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ ไม่อย่างนั้นท่านแม่ข้าจะคิดมากจนล้มป่วยเอาได้ แล้วอีกอย่าง ข้าอยากจะให้ท่านพ่อทำพิธีส่งิญญาให้แม่นมหง พี่ตงกับพี่ฟง องครักษ์ที่คอยดูแลข้าั้แ่ข้ายังเด็กด้วยเ้าค่ะ พวกเขาเหมือนครอบครัวของข้า หลายปีที่ผ่านมา ข้าอยู่กับพวกเขามากว่าอยู่กับท่านท่านแม่ซะอีก”
นางนึกย้อนถึงความหลังน้ำตารื้นขึ้นมาทันทีด้วยความขมขื่นภาพที่เคยอยู่ด้วยกันผุดขึ้นมาเป็ฉากๆ ภาพเสียงหัวเราะหยอกเย้าของนางกับอาซาน ภาพนอนกอดแม่นมยามออดอ้อนเมื่อนางดื้อ ภาพที่พี่ฟงกับพี่ตง ส่งยิ้มระอายามที่โดนนางกลั่นแกล้ง
ยิ่งนึกยิ่งเจ็บร้าวไปหมดทั้งใจ
อะไรที่ทำให้คนพวกนั้นที่นางไม่เคยจะรู้จักต้องตามจับ ตามทำร้ายนาง จนนางต้องห่างหายจากครอบครัว สรุปแล้วพลังที่นางมีจะเป็พรจาก์หรือเป็คำสาปของนางกันแน่?
ร่างสูงดึงนางเข้าไปกอดอีกครั้ง ฝ่ามือหนาลูบไปที่เส้นผมนุ่มสลวยของนางเบาๆ หวังให้นางคลายทุกข์ในใจ การสูญเสียครอบครัวไม่ว่าแบบไหนก็เ็ปทั้งสิ้นครอบครัวนางจากไปเพราะรักนาง แต่ครอบครัวของเขาจากไปเพราะเกลียดเขา ถึงแม้จะไม่เหมือนกันแต่เขาก็เข้าใจ
“ได้สิ พรุ่งนี้พี่จะให้คนไปส่งข่าวให้เ้า ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเ้ายังเหลือพ่อกับแม่ของเ้าแล้ว ยังมีพี่หานฟงของเ้าอีกหรือ อย่าเสียใจไปเลยหากเ้ายังทุกข์ใจอยู่แบบนี้คนที่รักเ้าจะเป็ห่วงเ้านะ”
เขาบอกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ของข้าที่ไหนกัน”
มือเล็กหยิกบั้นเอวเขาเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ โดยไม่สนใจว่าเขาจะร้องโอดครวญมากแค่ไหนก็ตาม