ตอนที่ 11
อย่าตายนะ เ้าบื้อ
คู่ที่สอง
กู่ไท่หยาง vs ต้วนต่าว
ต้วนต่าวนักรบทหารองครักษ์ ร่างกายผอมเพรียวแตกต่างจาก
ฉางเก้อนัก เป็ที่เลื่องลือว่าเขาเป็ทหารที่เชี่ยวชาญเื่อาวุธมาก
ที่เมืองนี้มีทั้งดาบ หอก ธนู แต่เมื่อเข้าประลองแล้ว เขามิได้ถือ
สิ่งใดมาเลย เขาเชี่ยวชาญอาวุธอะไรกัน
~~~~~~กรรมการประกาศเริ่มประลองยุทธ~~~~~~
กู่ไท่หยางร่ายรำกระบวนท่า
ต้วนต่าวรู้ทันทีว่าเป็หมัดลมปราณัั และเด็กพวกนี้
มีวิชาดี ไม่ใช่ธรรมดา เขาวิ่งวนไปรอบๆ กู่ไท่หยาง
ได้จังหวะแล้ว พุ่งเข้าใส่ กู่ไท่หยางไม่ประมาท สวนหมัดกลับมาทันควัน
ต้วนต่าวมีความเร็วสูง ม้วนตัวหลบได้
ด้วยไอลมปราณจากหมัดของเ้าบื้อ แค่เฉี่ยวใบหน้าเขา ก็ทำให้เป็รอยขีดข่วนได้เหมือนกัน
ได้เวลาการแสดงแล้ว
ต้วนต่าวะโขว้างบางอย่างเข้าใส่ มันดูรวดเร็วและแหลมคม
“วิ้งๆ”
กู่ไท่หยางใช้ไหวพริบ เอี้ยวหลบเพียงเสี้ยววินาที มีสิ่งที่พุ่งลงมาปักลงพื้นเป็แนว
“ฉึก ฉึก ฉึก”
มันคือ มีดสั้นอาวุธลับของเขา
แล้วยังใส่มาอีกเป็ชุด
“วิ้งๆ”
เ้าบื้อม้วนตัวตีหลังตีลังกาหลบอย่างสวยงาม
แต่เขายืนใกล้สุดแนวเขตประลองแล้ว ไม่มีทางหนีอีกต่อไป
ต้วนต่าวได้ทีพุ่งเข้าใส่ เสียบมีดเข้าหน้าท้องอย่างจัง
“สวบ”
เพื่อนๆ ใหน้าเสีย ศัตรูของเพื่อนเขา ทำไมถึงรวดเร็วนัก
แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เ้าบื้อทำมือไขว้เป็กากบาท
เบ่งพลังลมปราณขึ้นมาห้อมล้อมป้องกันคมมีดไว้ได้ แล้วกดมือมีดของต้วนต่าวลง
เ้าบื้อชกหน้าเข้าให้
“เปรี้ยง!”
ต้วนต่าวกระเด็นไปไกล รีบลุกขึ้นมา เืกบปาก
กู่ไท่หยางดูเก่งขึ้นมาก
เพื่อนๆ เห็นเขาเงียบๆ เหมือนจะไม่พัฒนาฝีมืออะไรเลย
แสดงว่าการฝึกสอนของแม่ทัพจิวได้ผลดีนัก
ทหารมีดสั้นโมโห ขว้างมีดรัวๆ ชุดใหญ่ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาซ่อนมีดไว้กี่เล่มกัน
พลังลมปราณของเ้าบื้อแข็งแกร่งได้ที่ คราวนี้ไม่ต้องหลบอีก
ซัดไปตรงๆ กับมีดแหลมที่พุ่งมาทุกเล่ม กระเด็นกระจุยกระจายออกไปหมด
ต้วนต่าวเริ่มหน้าเสีย ไม่น่าเชื่อว่าทหารเชี่ยวชาญอาวุธอย่างเขาจะมาแพ้ไอ้เด็กเมื่อวานซืน
กู่ไท่หยางใช้หมัดลมปราณพุ่งตรงซัดท้องเข้าให้
“ตูม!”
“อุ้บส์!”
ต้วนต่าวจุกมาก ล้มลง คุกเข่ากองกับพื้น
ดูเหมือนว่ากู่ไท่หยางฝีมือเหนือกว่าเห็นๆ
“เอาล่ะ ยอมแพ้ข้าซะ จะได้ไม่เจ็บหนักกว่านี้”
เ้าบื้อให้โอกาส
เหมือนเป็คำดูถูกชายชาติทหาร แม่ทัพแห่งจิ้งเตี้ย
และมันก็ยังมีพิษสง
“หึ หึ หึ”
“เ้าเด็กโง่ ข้ายอมรับนะว่าเ้ามีฝีมือดี”
“ข้าจะบอกอะไรให้นะ”
“ข้าเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ ย่อมมีลูกน้องมากมายภายในใต้หล้า”
“เพราะฉะนั้นวันนี้ ข้ามิได้มาคนเดียว”
เ้าบื้อเริ่มััได้ถึงความสกปรกของมัน
จึงง้างหมัดหวังรีบปิดบัญชี
“อ๊ะ อ๊ะ เพื่อนสาวเ้าจะตายเอานะ”
ต้วนต่าวทัก จนเขาต้องหยุด
“ลองดูให้ดี ที่ต้นไม้ใหญ่หลังข้า มีพลธนูซุ่มยิงที่ข้าฝึกฝน
มาอย่างดี เพียงข้าให้สัญญาณ ลูกธนูก็จะปักหัวเพื่อนสาวเ้า
ได้อย่างง่ายดาย ด้วยระยะทางแค่นี้ จากลูกธนูชั้นดีที่ทำจากเหล็กฉีชี่”
“หึ หึ หึ”
“สารเลวมาก”
กู่ไท่หยางเหลือบมองไปที่ต้นไม้นั้น เห็นแสงสะท้อนตกกระทบ
ที่ปลายหัวธนู มีบุคคลลึกลับง้างคันศรจ่อเล็งหัวหลินหลินอยู่ด้านในต้นไม้พรางตัวกลมกลืนกัน
ต้วนต่าวจอมสกปรกมันพูดเื่จริง
เพื่อนๆ ของเขาไม่ทันสังเกต ต้นไม้อยู่ที่ด้านหลัง
หากจะะโบอกคงไม่ทันการณ์
“จงยอมแพ้ข้าซะ”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
กู่ไท่หยางได้แต่ยืนก้มหัวพูดอะไรไม่ออก
ค่อยๆ คลายลมปราณที่มือสลายลงไป เพื่อนๆ งงว่าเกิดอะไรขึ้น
“ทำตัวเป็สุภาพบุรุษปกป้องสตรีเหรอ!”
ต้วนต่าวชักมีดสั้นออกมาฟันที่แขนเ้าบื้อ
“ฉับ!”
ฟันที่ขา
“ฉับ!”
ฟันอย่างสนุกสนาน
“ฉับๆๆๆๆๆ!”
ต้วนต่าวหัวเราะร่า จนเขามีาแเต็มตัว เืไหลนอง
นั่งทรุดคุกเข่าทรุดลง
“ฉับๆๆๆๆๆ!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
มันฟันอย่างบ้าคลั่ง เืสาดกระเซ็นเต็มหน้า บางคนเริ่มทนดู
ไม่ไหวแล้ว บ้างก็ว่านี่ไม่ใช่การประลอง
ผ้าขาวถูกโยนเข้ามา โดยเ้าอ้วนที่เห็นแล้วทนไม่ได้
เพื่อนๆ วิ่งเข้ามาหากู่ไท่หยาง
“ช่วยเพื่อนข้าด้วย ใครก็ได้ช่วยที”
“เถ้าแก่รีบเข้ามาดู”
าแเป็รอยมีดกรีดเต็มตัว แต่ที่ปากแผลแต่ละแห่งนั้น
บวมช้ำเป็สีม่วง เืผสมน้ำเหลืองไหลเยิ้ม
“โอ๊ะ แย่แล้ว มีดมันมีพิษ”
ด้วยประสบการณ์เถ้าแก่รู้ได้ทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เก่งมากนะเถ้าแก่ ข้าว่าเ้าก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน”
“มีดข้าอาบฤทธิ์อสรพิษร้ายทุกเล่ม ไม่ว่าจะเป็งูเห่า แมงป่อง ตะขาบ หรือแม้แต่คางคก”
“อีกไม่นานเ้านั่นก็จะเน่าตายไปเอง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ต้วนต่าวคือผู้ชนะ”
กรรมการประกาศ
มันเดินชูมืออกนอกเขตประลองไปยังฝั่งของตน ด้วยนิสัยที่
เลวทราม มันไม่สนใจว่าจะชนะด้วยวิธีใด
“เล่นสกปรกอีกแล้วซินะ”
ค่อมผีที่ยืนอยู่ในกลุ่มพูดกับต้วนต่าว
“มันเื่ของข้า”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เถ้าแก่บอกให้ใช้วิธีเอาลมปราณรีดพิษเพื่อบรรเทาก่อน
หลินหลินกับเ้าอ้วนไม่รอช้า เร่งลมปราณแผ่ซ่านไปที่ด้านหลัง
กู่ไท่หยางนั่งกระอักเื เืยังไหลออกตามปากแผลออกมาเยอะมาก และเขาไม่ได้สติ
“ลมปราณขับพิษออกมาบ้างแล้ว รีบพาเขาออกมาด้านนอก!”
เถ้าแก่ชี้ทางให้เพื่อนๆ อุ้มเขาออกมา จากนั้นให้ค่อยๆ
วางร่างนอนลงแล้ว เถ้าแก่จึงกางตลับที่เก็บเข็มไว้หลายขนาด บรรจงหยิบเข็มทีละเล่มปักลงบนร่างกายของกู่ไท่หยางตามจุดต่างๆ
“ต้องห้ามเืก่อน าแเกิดจากของมีคมที่ฟันไม่ลึก
เป็แผลขอบเรียบ ไล่ห้ามเืประกบแผลทีละจุดได้ไม่ยาก”
“แต่ข้ากังวลเื่พิษมากกว่า”
เ้าของโรงเตี๊ยมว่าเช่นนั้น
“ตอนนี้ แต่ละฝั่งแพ้ชนะกันไปฝั่งละหนึ่ง ต่อไปเป็รอบตัดสิน”
กรรมการสนามป่าวประกาศ
คู่ที่สาม หลินหลิน vs ค่อมผี
“เดี๋ยวสิ เพื่อนข้ายังไม่ฟื้นเลย”
เธอโต้เถียงกรรมการ
“เพื่อนเ้าแพ้ไปแล้ว การตายจากการแพ้ประลองเป็เื่ธรรมดา พวกเ้าต้องยอมรับข้อนี้ เอาล่ะ เ้าจะขึ้นสู้ไหม ไม่งั้นก็แพ้ไปซะ”
พระชายามู๋เก้อชอบใจใหญ่ ที่ลูกน้องของเขาสั่งสอนเ้าเด็กพวกนี้ได้ดี
“ไปเถอะหลินหลิน ข้าดูแลเพื่อนเ้าให้ได้ เขาจะปลอดภัยและเ้าจะชนะ”
เถ้าแก่พูดให้เธอคลายกังวล
“ดูถูกกันเกินไป พวกมันดูถูกเรากันเกินไปแล้ว”
หลินหลินบ่นพึมพำ ด้วยอารมณ์โกรธคุกรุ่น อยากจะแก้แค้น
แทนเพื่อนรัก เธอกำลังเดินเข้าลานประลอง
เ้าอ้วนยังหน้าปูดบวม ด้วยความเป็ห่วง จึงเดินเข้ามาถาม
“เธอไหวแน่นะ มันร้ายมากนะ”
หลินหลินไม่สนและไม่ตอบด้วย เดินชนกระแทกเ้าอ้วน
ผ่านเข้าไปในลานประลอง พ่างไจ๋ใ ัักายเธอแล้วมันร้อนรุ่มยิ่งนัก
ค่อมผีเดินเข้ามาประจันหน้า ยิ่งดูใกล้ๆ ยิ่งน่าสะอิดสะเอียน เหมือนพวกุ์ หน้าเป็รอยบากแผลเป็ ิัเหี่ยวย่น เนื้อตัวลายพร้อยด้วยแผลเป็ตะปุ่มตะป่ำ เดินสี่ขาเหมือนสุนัข มีกรงเล็บ
แหลมคมที่มือและเท้า กรีดไปทั่วพื้นที่ลานประลอง
“เ้าคงรู้ถึงความน่ากลัวของข้า แม้เป็สตรีข้าก็ไม่เว้นหรอกนะ”
นั่นคือวาจาค่อมผี เสียงยังแหบในลำคอ ดุจดั่งปีศาจร้าย
“ย้ากส์!”
มันพุ่งเข้าใส่เธอทีเผลอพร้อมกรงเล็บ ด้วยความเร็วเหนืุ์
เหมือนหมาป่าเข้าขย้ำเหยื่ออย่างไรอย่างนั้น
“ตูม!”
หมัดลมปราณของหลินหลินประสานกับกรงเล็บแหลมคม
ต่างคนต่างกระเด็นถอยไปไกล
“ย้ากส์!”
มันพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ฟาดกรงเล็บใส่
“ตูม ตูม ตูม!”
หลินหลินใช้ลมปราณสีฟ้าเป็เกราะป้องกันได้หมด
“ข้าจะชำระแค้นให้เพื่อนข้า”
สาวน้อยมีน้ำโห
“ย้ากส์!”
“ตูม!”
ความเร็วของเธอเพิ่มขึ้น หลบกรงเล็บได้ แล้วพุ่งหมัดลมปราณััซัดเต็มเบ้าหน้ามัน ค่อมผีโดนเต็มๆ กลิ้งหลุนๆ ไปไกล
ชาวบ้านทุกคนอึ้งไปตามกัน คาดไม่ถึงกับความสามารถของสาวน้อย
พระชายาถึงกับหน้าถอดสี เพราะถ้าคนของเขาแพ้นั่นหมายถึง....
เขาแพ้
หลินหลินไม่สนใจสิ่งใดนอกจากค่อมผีที่อยู่เบื้องหน้า เพื่อไม่ให้มันได้มีโอกาสได้ลุกขึ้นยืน เธออาศัยโอกาสตอนที่มันกลิ้งเสียหลัก พุ่งตามเข้าไปด้วยความโกรธ ระดมหมัดลมปราณััใส่ไม่ยั้ง
“ย้ากส์!”
“ตูมๆๆๆๆๆๆๆ!”
เ้าอ้วนกลืนน้ำลาย “เอื้อก!”
สาบานเลยว่าเขาจะไม่แกล้งหลินหลินอีกต่อไป
ค่อมผีโดนหมัดชุดใหญ่เสียจนมันนอนแผ่แน่นิ่งกองกับพื้น
“ประกาศชัยชนะได้แล้วกรรมการ”
หลินหลินหันไปบอก
แต่กลับมีเสียงพูดมาทางด้านหลังเธอ
“เ้าเก่งนะสาวน้อย!”
หลินหลินไม่อยากเชื่อสายตา รีบหันกลับไป เห็นค่อมผีที่โผล่มาอยู่ด้านหลัง แล้วผู้ที่เธอต่อสู้ด้วยมันคืออะไร ร่างค่อมผีที่นอนแผ่อยู่
มันค่อยๆ สลายไป
ค่อมผีตัวจริงปรากฏอยู่ด้านหน้าเธออีกครั้ง
ฉายาค่อมผีไม่ใช่แค่ได้มา เพราะมันเหมือนผีจริงๆ
“วิชาแยกร่าง”
เถ้าแก่ว่า
“ความน่ากลัวจะเกิดหลังจากนี้”
“ข้ายอมรับว่าเ้าเป็หญิงที่เก่ง”
“แต่ถ้าไม่อยากตายจงยอมแพ้ และไปสวามิภักดิ์พระชายาซะดีๆ”
ค่อมผีให้โอกาสเธอ
“ไม่มีทาง!”
สาวน้อยตอบโดยไม่คิด
“เ้าเด็กดื้อ ข้าจะสนองให้เดี๋ยวนี้”
ค่อมผีโมโหที่สาวน้อยไม่ยอมรับข้อเสนอ
ร่ายวิชาแปลกประหลาด วาดกรงเล็บมือเป็วงกลม
“ทศกายา กรงเล็บผี!”
“วูบ วูบ วูบ!”
ปรากฏกายร่างค่อมผีถึงสิบตนล้อมรอบเธออยู่
เธอกะไม่ถูกว่าจะสู้กับตนไหน
ค่อมผีพุ่งควงกรงเล็บพุ่งเข้าหาเธอ ทีละตน
“ซูม!”
เธออัดกระแทกกลับ
“ตูม!”
ค่อมผีมันกำลังเล่นสนุก
“ซูมๆๆๆๆ!”
“ตูมๆๆๆ!”
เธอเริ่มเหนื่อยแล้ว
“ฉัวะ!”
กรงเล็บข่วนต้นแขนเข้าให้ เืไหลเป็ทาง
สาวน้อยหงุดหงิดโมโหแล้ว
“ข้าไม่ยอมง่ายๆ หรอก”
“ย้ากส์!”
อัดตูมใหญ่ด้วยหมัดลมปราณัั
ค่อมผีกระเด็นไปไกล...................................แล้วสลายไป
“มันไม่ใช่ตัวจริงน่ะสิ”
เถ้าแก่ะโบอก
“แบบนี้ไม่มีทางชนะแน่ ตั้งสติสิ”
เธอเตือนตัวเองแล้วนึกหาวิธีสู้
“ซูม!”
“ฉัวะ!”
คราวนี้เฉาะไปที่แขนซ้ายเืไหลนอง
เ้าเมืองนั่งชมอยู่ลุ้นตัวเกร็ง เหมือนเขาเป็ห่วงเด็กน้อย
แต่พูดออกมาไม่ได้
“ฉัวะ!”
ค่อมผียังเล่นสนุก เอาลิ้นเลียเืที่ติดมาที่ปลายกรงเล็บ
“รสชาติหวานดี ชักอยากจะชิมเนื้อซะแล้วสิ”
ค่อมผีตัวที่หนึ่งพุ่งออกมา เธอชกสวนไปกลายเป็ความว่างเปล่า
ตัวที่สองพุ่งเข้ามาเฉาะที่หัว หลินหลินหลบได้เส้นยาแดงผ่าแปด กรงเล็บมันยังกรีดไปโดนหัวไหล่
“ฉัวะ!”
ยังไม่ทันหายเหนื่อย ตัวที่สามพุ่งมาพร้อมตัวที่สี่ คราวนี้ต้องเอาหมัดลมปราณแผ่ซ่านมาเป็โล่กำบังกันไว้ แล้วตัวที่ห้า หก เจ็ด แปด ก็พุ่งมารุมฟันกันใหญ่ ตัวที่เก้า สิบ ะโสูงจะเล่นงานที่หัว
เธอต้องะโม้วนตัว หนีถอยไปตั้งหลักอีก
การต่อสู้ก็เริ่มวนเวียนเหมือนเดิมอีกครั้ง
“แฮ่ก แฮ่ก” (เสียงหอบเหนื่อย)
ลมปราณอ่อนลงเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้ากลืนกินเข้ามาั้แ่
ฝ่ามือยันร่างกาย แค่ยืนหยัดให้ได้ตอนนี้ ยังรู้สึกเหนื่อย
การพ่ายแพ้คงหมายถึงความตาย
แต่เธอเองไม่กลัวตาย
เพราะการตายครั้งนี้ เธออาจจะได้ไปพบท่านย่า
หลินหลินปล่อยวางกายาแล้ว คงถึงเวลาตายจริงๆ
สาวน้อยเริ่มปลงสติ ทำให้จิตสงบมากขึ้น
สมาธิบังเกิด บรรเจิดนึกถึงวิชา..............
“คัมภีร์ทวิั์เนตร”