ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงยิ้มขึ้นที่มุมปากด้วยความชอบใจ “ไอ้หาญมันโตแล้วหนาเจ้า เวียงทุ่งหลวงในยามนี้ ขาดพ่อเมือง ทหารพลรบฝีมือดีต่างติดตามเจ้าเหนือหัวของพวกมันมาเพื่อรับตัวเจ้า ถ้าไอ้หาญทำการนี้ไม่สำเร็จ มันก็ไม่สมควรเป็นนายคน แลพี่ก็มิได้ให้มันไปมือเปล่า เจ้าแสนเมืองสิงห์ เจ้าโยนยางคำ แลยังมีเจ้าสิงหาเจ้าเวียงทุ่งยั้ง หาได้มีแค่ตัวมันไม่”
“แต่มันยังเด็ก เชิงดาบเชิงศึกก็ไม่รู้ความ พระองค์ใจร้ายต่อมันนัก”
“เจ้าซอมพอฟังพี่ เจ้าหาญมิใช่เด็กเช่นที่เจ้าคิด มันใหญ่แลรู้ความ อย่างน้อยมันก็รู้ดีรู้ชั่ว มันอาสาทำการนี้โดยที่มิมีผู้ใดบีบบังคับใจ มันหมายทำศึกไถ่ผิดแม่ พี่ก็แค่สนองเจตนาลูกกตัญญู ให้มันได้กระทำการใหญ่สักครั้งในชีวิต ส่วนผิดของอีเกสรมันก็ขึ้นอยู่ที่พี่ ว่าจะสนองโทษของมันเช่นไร ดูเจ้ายามนี้…พี่เองมีส่วนก็ยอมรับผิดต่อเจ้าแล้ว แล้วนังผีร้ายนั่นเล่า นางสำนึกผิดหรือไม่”
เจ้านางซอมพอนิ่งเงียบ นางรู้แจ้งมาแต่ไหนแต่ไร ว่าองค์อินทร์ถวายเป็นคนรักแรงเกลียดแรง จนผู้คนเล่าลือกล่าวขวัญ การกระทำครานี้ นับว่าพระองค์รักแลเมตตาต่อใจเจ้าหาญมากแล้ว ส่วนแม่เจ้าเกสรอย่างไรแล้วคงไม่พ้นโทษตาย ผิดของนางนับว่าร้ายแรงนัก
“เจ้าหาญจักกระทำการนี้สำเร็จ เพราะข้าเจ้าได้สังหารขุนหลวงชราผู้นั้นไปแล้วด้วยมือของข้าเจ้าเอง หากมันไม่หมายคิดลบหลู่หยามเกียรติข้า ข้าเจ้าก็คงไม่มีโอกาสลงมือเช่นนี้ ยามนี้ข้าเจ้ากลายเป็นแม่ญิงที่มือเปื้อนเลือดฆ่าคนตาย” นางพูดจบก็นิ่งเงียบไป
“เจ้าทำไปเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตน ไม่มีสิ่งใดด่างพร้อยเลยซอมพอเอ๋ย สำหรับพี่แล้วเจ้าคือแม่เจ้าเหนือหัว หาได้มีสตรีนางใดเทียบเจ้าได้ไม่ ซอมพอเอ๋ย…มาเถิด ยามนี้ถึงเวลาที่แม่เจ้าเหนือหัวต้องช่วยพี่แล้ว…”
องค์อินทร์ถวายกำก้านเกาทัณฑ์ส่วนหัวลูกดอก หมายใจกระชากดึงมันออกจากกาย
“ทำเช่นนั้นมิได้!”
ทรงหยุดชะงักมือทันที
“ลูกเกาทัณฑ์นี้ หางของมันหาใช่ขนนกไม่ แต่เป็นแผ่นคำเจ้าข้า หากพระองค์ดึงออก ส่วนปีกที่เป็นแผ่นทองตีบางก็จักบาดปากแผลจนเจ็บหนักกว่าเดิม” สิ่งที่ออกจากปากเจ้านางซอมพอ ทำเอาผู้ได้ยินถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความฉงน
เจ้าซอมพอมองต่ำลงที่เอวของชายหนุ่ม “ทรงรอประเดี๋ยว…มีดน้อยที่เหน็บเอวพระองค์อยู่นี้ ข้าเจ้าขอใช้มันได้หรือไม่” เจ้านางซอมพอมองมีดน้อยปลอกคำทรงปลา มีการแกะดุลลายครีบและเกร็ดสวยงาม แต่ด้ามจับกลับเป็นงาช้างแกะสลัก คล้ายกับของที่นางเอื้องมันได้รับมาจากพญาพรหมเสก เพียงแต่เล่มนี้มีเพียงด้ามจับเท่านั้นที่เป็นงา ต่างจากเล่มนั้นที่เป็นงาทุกส่วน
“ได้สิ…เจ้าใช้มันได้เลย”
เจ้านางซอมพอ ดึงมีดน้อยที่เหน็บผ้าเคียนเอวออกมา แล้วใช้สะกิดสลักที่ก้านเกาทัณฑ์ ด้วยที่ผ่านมาการประกอบอาวุธเช่นนี้ มักเป็นนางที่ควบคุมดูแล เรื่องเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่เกาทัณฑ์นี้ ดูจะพิเศษกว่าปกติ “นี่เจ้าข้า ปีกของมันทำจากแผ่นคำ ตีสลักลงอักษรมนต์ยันต์กำกับไว้ ดูท่าแล้วน่าจะทำขึ้นเพื่อพระองค์โดยเฉพาะ” นางยื่นปลายปีกส่งให้ขุนหลวงอินทร์ถวายได้ดู
“มิผิดเลย ไอ้เดรัจฉานพวกนี้ เล่นของใส่พี่ ดีนักที่พี่กันไว้ได้ แต่กลับมีช่องโหว่ให้พวกมันทำอาวุธลงอาคมมาใช้ให้เจ็บกาย ขอบใจมากเจ้าซอมพอ หากพี่ไม่มีเจ้าอยู่ด้วยคงแย่นัก”
“เช่นนั้นพระองค์ต้องจดจำไว้ ว่านี่คือบุญคุณที่พระองค์จะต้องชดใช้ให้ข้าเจ้า”
นางเก็บมีดเข้าฝักตามเดิม แล้วมองหาหญ้าเม็งวาย(สาบเสือ)[39] เพื่อเตรียมห้ามเลือด ขุนหลวงอินทรถวายแกะเอาผ้ามัดเอวขึ้นมาม้วนแล้วกัดยัดใส่ปาก แม้จะกล้าสักเพียงใด แต่การดึงเอาก้านเกาทัณฑ์ออกจากร่างกายด้วยตนเอง ก็ยังนับว่ามีความเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย ทันทีที่ออกแรงกระชากมันออก ก้านเกาทัณฑ์ที่เสียดสีกับเนื้อกาย ก็ส่งผ่านความร้อนผ่าวแลเจ็บปวดให้บาดแผล จนพระองค์ต้องขบกัดผ้าในปากจนสันกรามปูดโปน เหงื่อกาฬตกเม็ดแตกเต็มใบหน้า ทั้งที่ยังคงมีหยาดน้ำค้างคาอยู่ พระองค์โยนลูกเกาทัณฑ์อาบเลือดลงบนพื้นด้วยมือที่สั่นเกร็ง ลมหายใจหอบเหนื่อยด้วยความเจ็บจนร่างกายสั่นเทิ้ม
เจ้าซอมพอเดินกลับมาอีกครั้ง แผลเกาทัณฑ์ถูกเปิดจนเลือดสีแดงข้นไหลอาบหน้าอกซีกซ้าย มัดกล้ามตรงส่วนพระอุระของวรองค์สูงใหญ่เต้นตุบ ๆ คงด้วยเพราะความเจ็บปวดจากเกาทัณฑ์ที่ยิงต้ององค์จากหลังทะลุหน้า นางรีบทุบใบหญ้าเม็งวายจนช้ำ แล้วโปะประคบปิดไว้ตรงบาดแผล เพียงครู่เลือดก็หยุดไหล
“ทรงเจ็บมากหรือไม่…” องค์อินทร์ถวายยกมือตนขึ้นจับมือนางที่วางไว้ตรงบาดแผล ราวต้องการให้ใจตนสื่อไปให้ถึงที่ใจนาง
องค์อินถวายขบกรามแน่นแล้วส่ายพระพักตร์ช้า ๆ “เล็กน้อยนัก พี่ทนได้ เจ็บแผลมิเท่าไหร่ เจ็บใจนี่สิมากมายนัก หากพี่กลับออกไปได้ พี่จักไม่มีวันอภัยให้พวกมันเลยแม้แต่คนเดียว”
“เช่นนั้นขอผ้าเคียนเอวของพระองค์หน่อยเถิด ข้าเจ้าจักมัดยากับแผลให้ เราจักได้รีบไปจากตรงนี้ หากพวกมันกำลังลงมาตามหาเราจริง ตอนนี้อาจใกล้ถึงตัวเราแล้ว”
เปลวแดดอันร้อนระอุ ยังไม่ทำให้รู้สึกรุ่มร้อนได้เท่ากับกองทัพใหญ่แห่งสุวรรณโคมคำ ที่บัดนี้ได้บุกกรีฑาทัพมาโอบล้อมรอบเมืองภูซาง ขุนศึกผู้เกรียงไกรทั้งสี่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าแสนเมืองสิงห์ เจ้าโยนยางคำ เจ้าสิงหา เจ้าหาญ ทัพช้างม้า แลพลทหารพร้อมรบ ทำให้หัวเมืองอันเคยเงียบสงบ ต้องมาตกอยู่ในความพรั่นพรึง
เจ้าเมืองภูซางผู้มิเคยพานพบศึกสงคราม บัดนี้ต้องมาตกอยู่ในที่นั่งลำบาก หมายด่วนส่งไปขอความช่วยเหลือยังเวียงทุ่งหลวงอันเป็นใหญ่ กลับไม่มีการตอบรับ ทุกอย่างดั่งบีบบังคับ ให้เจ้าเวียงเช่นพระองค์ ต้องมายอมจำนนต่อข้าศึกที่ไม่เคยรู้จัก ต้องยอมพ่ายแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้ชักดาบออกจากฝักเยี่ยงนักรบผู้เกรียงไกร
เวียงทุ่งหลวงที่เป็นเพียงเมืองเกษตร ต่างจากสุวรรณโคมคำที่เป็นเวียงการค้าใหญ่มั่งคั่ง เสมือนเหยื่ออันหอมหวาน ศึกสงครามทุกรูปแบบจำต้องรับมือ หาใช่เวียงอันสงบที่มุ่งหวังแต่การอยู่กินเพื่อปากท้องดั่งเวียงทุ่งหลวงไม่
ประตูเวียงภูซางดูเล็กจ้อยเมื่อถูกล้อมด้วยข้าศึก เจ้าเมืองภูซางทอดสายตามองจากป้อมค่ายด้วยความวิตก ศึกนี้มิใช่การรบเพื่อชัยชนะ แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความพินาศหากคิดแข็งขืนขัดขวาง กองทัพยิ่งใหญ่ประดับธงทิวสีแดงชาดลายทอง อันเป็นสัญลักษณ์ทัพหลวงแห่งสุวรรณโคมคำ ประกอบด้วยช้างม้า พลรบ ต่างเยื้องย่างประชิดเข้าหาขอบคันดินคูเวียง ดีที่ข้าวกล้าในนาถูกเก็บเกี่ยวสิ้นฤดู ไม่เช่นนั้นคงถูกกองทัพข้าศึกเหยียบย้ำจนจมตีน
เสียงแตรเขาสัตว์ดังขึ้นหนึ่งลา ประตูเวียงภูซางก็เปิดออก พร้อมกับการยอมจำนนอย่างดุษฏี เพื่อรักษาชีวิตราษฎรจากการถูกเข่นฆ่า เพราะสงครามที่ตนไม่เคยคิดวางแผนรับมือ เจ้าคีรีบุตรชายเจ้าเมืองภูซางยืนเบิกตาค้าง ร่างกายชาวาบไปถึงทรวงอก เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น...ดวงตาของคนที่ตนเข้าใจผิดมาโดยตลอด
กลางวงล้อมของขุนศึกนักรบ บุรุษผู้หนึ่งควบม้าสีหม่นเยื้องกรายออกมาสู่ลานกว้างหน้าประตูเมือง ชายผู้นั้นนุ่งผ้าเกล็งหม่ำน้ำเงินย้อมห้อมผ้าเคียนเอวฝ้ายยกลายย้อมฝาง สวมทับด้วยเกราะหวาย บนหลังสะพายดาบหลุบเงิน แต่ในมือกลับกำหอก วงหน้าอ่อนเยาว์แต่กลับซ้อนแววคมเข้มที่แปลกไปจากเดิม
"นั่นมัน...ไอ้หาญมิใช่รึ! ไอ้หาญนักเลงกว่างบ้านสบทา!" เจ้าคีรีพึมพำออกมาราวคนละเมอ
ความทรงจำถึงชายหนุ่มมอซอ ลูกนายพรานที่เคยเที่ยวเล่นอย่างคึกคะนองในสายตาตน ยามนี้กลับถูกแทนที่ด้วยภาพของผู้นำทัพจากสุวรรณโคมคำ
[39]หญ้าสาบเสือ: สมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณเด่นในการห้ามเลือดและสมานแผล ใบมีสารกลุ่มแทนนิน (Tannin) และน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและเร่งการแข็งตัวของเลือด วิธีใช้ตามภูมิปัญญาโบราณคือการนำใบสดมาขยี้หรือเคี้ยวให้ละเอียดแล้วพอกที่แผลสด จะช่วยให้เลือดหยุดไหลทันทีและช่วยป้องกันการติดเชื้อ
อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH