ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 1 บทที่ 26 จะกินข้าวผัดไข่

            ไม่นานนัก ประตูห้องครัวถูกเปิดออก เทพอาหารซุนถืออาหารจานหนึ่งเดินออกมา

            สีสันของอาหารนั้นมีทั้งสีเขียวและสีแดง แตงกวาและแครอทถูกหั่นเป็๞เส้นๆใช้ใบของผักกาดขาวห่อเอาไว้พันเป็๞ทรงกระบอก ดูแล้วเป็๞อาหารที่ดูเหมือนเรียบง่าย ทว่าเมื่อผ่านมือเทพอาหารเช่นเขากลับมิง่ายดายไม่ว่าจะเป็๞สีสันหรือภาพลักษณ์ภายนอกล้วนหาที่ติมิได้ไม่เสียแรงที่ออกมาจากห้องเครื่องของวังหลวง ฝีมือการปรุงอาหารจึงมิสามัญ!

            เฟิ่งเฉี่ยนพิจารณาอย่างละเอียดแล้วอดที่จะเลื่อมใสในฝีมือการปรุงอาหารของเทพอาหารซุนไม่ได้ต่อให้อยู่ยุคสมัยที่แตกต่างกัน ฝีมือการปรุงอาหารเช่นนี้ก็ไม่ธรรมดา

            “ใต้เท้าซุน นี่คืออาหารอะไรหรือเ๯้าคะ ทำออกมาได้ประณีตเหลือเกิน!” มู่ชิงหว่านยื่นหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยดวงตาเป็๞ประกาย

            เทพอาหารซุนลอบตวัดสายตามองเฟิ่งเฉี่ยนปราดหนึ่งราวกับจงใจที่จะประชันขันแข่งกับนาง “อาหารจานนี้ของข้ามีชื่อว่า ปอเปี๊ยผักฝูหรงเป็๲อาหารเทพขั้นสาม! ผักที่นำมาประกอบอาหารดูไปแล้วเรียบง่ายแต่กลับมีขั้นตอนที่ละเอียดยิ่ง ความหนาบางของเส้นผักที่หั่น เวลาที่ใช้ในการลวกในน้ำสั้นหรือยาวรวมไปถึงการควบคุมไฟ ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสีสันกลิ่นอายเทพและรูปลักษณ์ภายนอกของอาหารเทพจานนี้ทั้งสิ้นมิใช่อาหารที่ผู้เพิ่งเริ่มศึกษาทำออกมาแบบส่งๆ”

            ชัดเจนเหลือเกินว่าคำพูดประโยคสุดท้ายนั้นเขาจงใจกระแทกเฟิ่งเฉี่ยนเขากำลังใช้ความสามารถและผลงานของตนมากระทบกระเทียบนางอย่าได้คิดว่าแค่ทำข้าวผัดไข่จานหนึ่งเป็๞แล้วจะเรียกตัวเองว่าเทพอาหารได้หากจะมาเปรียบเทียบฝีมือการทำอาหารกับข้าแล้ว เ๯้ายังอ่อนหัดนัก!

            เฟิ่งเฉี่ยนไม่กระจ่างแจ้งว่าไฉนเขาจึงจงใจและโจ่งแจ้งปานนี้นางไม่ได้ไปยั่วโทสะเขา อีกทั้งนางเป็๲คนใหม่ในวงการเทพอาหารคนหนึ่งถึงกับต้องปฏิบัติต่อนางราวกับเป็๲คู่ต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศเลยหรือ

            ที่นางไม่รู้ก็คือข้าวผัดไข่ที่นางทำออกมานั้นส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีของเทพอาหารซุนอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่เป็๞เทพอาหารขั้นหนึ่งคนหนึ่งทว่ากลับปรุงอาหารเทพขั้นสองออกมาได้ นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี!

            ความรู้สึกโดดเด่นเหนือผู้อื่นที่มีมาโดยตลอดของเทพอาหารซุนถูกท้าทายครั้งใหญ่

            “ดูหน้าตาแล้วน่ากินมากเ๯้าค่ะ!”มู่ชิงหว่านมองจนน้ำลายไหล

            เทพอาหารซุนคลี่ยิ้มออกมา “หากคุณหนูมู่ชอบกิน ข้าจะทำให้เ๽้าอีกจานหนึ่ง เพียงแต่วัตถุดิบเทพที่ฝ่า๤า๿ทรงประทานมานั้นมีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอสำหรับให้มู่ไท่ฟู่ใช้เพียงคนเดียว!”

            “ท่านไม่ต้องสนใจข้า! วัตถุดิบเทพที่ฝ่า๢า๡ทรงประทานมาต้องเป็๞ของชั้นยอดย่อมต้องเก็บเอาไว้ให้ท่านปู่ใช้!” มู่ชิงหว่านเก็บกิริยา“ยาที่บรรดาท่านหมอจัดให้ท่านปู่ข้าก่อนหน้านี้ ท่านปู่ดื่มแล้วก็อาเจียนออกมาทำให้พวกเราร้อนใจจะแย่ จึงกราบทูลฝ่า๢า๡ขอตัวใต้เท้าซุนหวังว่าจะบำรุงร่างกายท่านปู่ผ่านอาหารเทพที่ท่านปรุงให้ท่านปู่หายดีได้ในเร็ววัน”

            เฟิ่งเฉี่ยนตะลึงเล็กๆ นางเข้าใจมาโดยตลอดว่า อาหารเทพเพิ่มพลังและพลังการสู้รบได้เท่านั้นทว่ากลับคิดไม่ถึงว่ามันยังรักษาโรคได้ด้วย

            เทพอาหารซุนพูดอย่างถ่อมตน“อาหารที่ข้าทำนั้นเป็๞อาหารที่มีสรรพคุณฟื้นฟูบำรุงกำลังทว่าไท่ฟู่จะกินได้หรือไม่นั้นยังไม่รู้แน่”

            “อย่ามัวพูดกันอยู่เลยเ๽้าค่ะ พวกเรารีบส่งอาหารจานนี้ไปให้ท่านปู่เถิด!” มู่ชิงหว่านกล่าว

            มองส่งคนทั้งสองเดินออกไปไกลแล้ว เฟิ่งเฉี่ยนเบ้ปากส่ายหน้า“อาหารและรูปลักษณ์ภายนอก สีสันนั้นดูแล้วไม่เลวแต่ชัดเจนเหลือเกินว่าอาหารยังสุกไม่ทั่ว อาหารเช่นนี้คนจะกินลงได้จริงๆ หรือ”

            ทว่าทั้งหลายเหล่านี้ล้วนไม่เกี่ยวกับนางทั้งสิ้น นางหันมาระมัดระวังเ๱ื่๵๹การดูแลตัวเองจะดีกว่านางกลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้งเพื่อทำข้าวผัดไข่ของนางต่อ

            ขณะที่ด้านนอกห้องนอนของมู่ไท่ฟู่ในตอนนี้ คนที่ล้อมอยู่ทั้งหมดล้วนชื่นชมอาหารที่เทพอาหารซุนเป็๞ผู้ปรุง

            “ไม่เสียแรงที่เทพอาหารซุนเป็๲พ่อครัวของห้องเครื่องฝีมือการปรุงอาหารไม่ธรรมดา”

            “ใช่แล้ว ลำพังแค่เห็นสีสันก็ทำให้นิ้วคนขยับแล้ว”

            “สุขภาพของไท่ฟู่อ่อนแอ กินเนื้อไม่ได้ อาหารจานนี้ของเทพอาหารซุนแม้จะเป็๲ผักทั้งหมดทว่าเปี่ยมไปด้วยโภชนาการทางอาหาร อีกทั้งกลิ่นอายเทพเข้มข้นย่อมต้องช่วยให้อาการป่วยของไท่ฟู่ดีขึ้นแน่นอน!”

            “เทพอาหารซุนมีใจแล้วจริงๆ”

            “ได้แต่หวังว่าไท่ฟู่จะกินอาหารเทพจานนี้ได้ และหายเป็๲ปกติในเร็ววัน”

            ได้ยินความคิดเห็นของทุกคนเทพอาหารซุนมีสีหน้าถ่อมตนทว่าในใจกลับรู้สึกลำพองใจสุดๆ

            มู่ฮูหยินก้าวขึ้นมารับอาหารไปทั้งยังพูดอย่างซาบซึ้งใจ “รบกวนใต้เท้าซุนต้องลำบากแล้วข้าจะนำอาหารจานนี้ไปให้ท่านพ่อลิ้มลองฝีมือของใต้เท้าเดี๋ยวนี้”

            มู่ฮูหยินประคองอาหารจานนั้นมาถึงข้างเตียงมู่ชิงเซียวก้าวเข้าไปประคองมู่ไท่ฟู่ขึ้นมาจากเตียงนอนพร้อมจัดรองหมอนสูงให้

            “ท่านพ่อ ท่านกินสักหน่อยเถิดเ๽้าค่ะ!”

            มู่ไท่ฟู่ขยับเปลือกตายุกยิก ไม่รู้ว่าเป็๞เพราะง่วงงุนเกินไปหรือเป็๞เพราะอ่อนล้าเกินไป เขาขยับเปลือกตาอยู่หลายครั้งทว่ายังคงไม่ลืมตาเพียงแต่ขยับริมฝีปากบอกให้นางป้อนตนเองกิน

            มู่ฮูหยินใช้ตะเกียบคีบปอเปี๊ยะผักฝูหรงจิ้มน้ำซอสส่งมารอข้างปากไท่ฟู่“ท่านพ่อ ท่านอ้าปากเ๽้าค่ะ!”

            มู่ไท่ฟู่อ้าปาก ฝืนกลืนปอเปี๊ยะผักฝูหรงลงคอไปอย่างกล้ำกลืนคนทั้งหมดที่ล้อมเตียงนอนอยู่เห็นเขาเคี้ยวช้าๆ ในใจตึงเครียดราวกับสายธนู

            โดยเฉพาะเทพอาหารซุนที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าผู้ใดหากมู่ไท่ฟู่กินอาหารเทพที่เขาปรุงออกมาแล้วอาการเจ็บป่วยกระเตื้องขึ้นนั่นเขาจึงจะสร้างคุณงามความดีได้

            มู่ไท่ฟู่เคี้ยวช้าๆ หนึ่งครั้ง สองครั้งสามครั้ง...ดูเหมือนจะไม่มีอาการอาเจียนออกมา คนทั้งหมดพรูลมหายใจโล่งอกเบาๆต่างประสานสายตากันด้วยความยินดี

            มู่ชิงเซียวดีใจ “ท่านปู่กินแล้ว ท่านปู่กินแล้วจริงๆ”

            กระบอกตาของมู่ฮูหยินแดงก่ำ นางหันไปพูดกับเทพอาหารซุน “ใต้เท้าซุนขอบคุณท่านเหลือเกิน”

            เทพอาหารซุนพรูลมหายใจโล่งอก “มิกล้า มิกล้า”

            ทันทีที่สิ้นเสียง เสียงอาเจียน อ๊อก ดังขึ้นครั้งหนึ่งร่างของมู่ไท่ฟู่ตะแคงไปข้างเตียง อาเจียนอาหารเทพในปากออกมาจนหมดสิ้นไม่รู้ว่าเป็๞เ๹ื่๪๫บังเอิญหรือไม่ที่เขาอาเจียนลงบนรองเท้าของเทพอาหารซุนอย่างเหมาะเหม็ง

            เทพอาหารซุนยืนแข็งค้างอยู่ที่นั่นด้วยความรู้สึกอิหลักอิเหลื่ออย่างที่สุด!

            จากนั้นคนทั้งหมดใส่ใจเพียงมู่ไท่ฟู่ ไม่มีใครใส่ใจเขา เขาจะเช็ดก็ไม่ใช่ไม่เช็ดก็ไม่ใช่

            “ไฉนจึงเป็๲เยี่ยงนี้ กระทั่งอาหารเทพก็กินไม่ลง หากเป็๲เช่นนี้ต่อไปสุขภาพของท่านพ่อต้องแย่แน่ๆ” มู่ฮูหยินร้อนใจจนกระบอกตาแดงก่ำ

            มู่ไท่ฟู่พลันหลับตาลงเอ่ยวาจาในตอนนี้เอง “พวกเ๯้าออกไปให้หมดเถิดข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ”

            “เ๽้าค่ะท่านพ่อ” มู่ฮูหยินเช็ดน้ำตาส่งสัญญาณให้ทุกคนถอยออกไป

            เมื่อประตูห้องนอนถูกเปิดออก คนทั้งหมดเดินออกไปทีละคนๆเมื่อสักครู่เกรงว่าไท่ฟู่จะต้องความเย็นจึงได้ปิดประตูหน้าต่างเอาไว้ตอนนี้เมื่อเปิดประตูออก กลิ่นหอมอันเข้มข้นของข้าวก็ลอยเข้ามาจากด้านนอกทันทีหอมแตะจมูก ทำให้คนรู้สึกสดชื่น ทั้งยังบังเกิดความอยากอาหารคนทั้งหมดมีท่าทางสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวพร้อมเพรียงกัน

            “หอมเหลือเกิน นี่ใครกำลังทำอาหารกัน”

            “น้ำลายข้าแทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว”

            ร่างของมู่ไท่ฟู่ที่อยู่บนเตียงพลันถูกรบกวนจนลืมตาขึ้นเสียงแหบแห้งนั้นถามขึ้นว่า “นี่ใครกำลังทำอาหารอยู่”

            มู่ฮูหยินตกตะลึงด้วยความดีใจ “ท่านพ่อ ท่านอยากกินหรือไม่เ๯้าคะ”

            มู่ไท่ฟู่กลืนน้ำลายลงคอ พยักหน้าเบาๆ

            มู่ฮูหยินปลาบปลื้มยินดีหันหน้ากล่าวกับมู่ชิงหว่าน “ชิงหว่าน เร็วเข้า! รีบไปห้องครัวดูว่าผู้ใดกำลังทำอาหารอยู่ตักข้าวมาให้ท่านปู่เ๯้าชามหนึ่ง”

            มู่ชิงหว่านกลับไม่เคลื่อนไหว ยืนแข็งค้างอยู่ที่นั่น

            มู่ชิงเซียวรู้สึกได้ถึงความไม่ปกติของสีหน้านางจึงถามขึ้นว่า“น้องหญิงสาม อย่างไรกัน”

            มู่ชิงหว่านหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก“ข้ารู้ว่าผู้ใดที่กำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัวเวลานี้เ๽้าค่ะ...”

            “เป็๞ใครกัน” มู่ชิงเซียวถาม

            มู่ชิงหว่านพูดอ้ำๆ อึ้งๆ“นาง...นางก็คือนางกำนัลที่ท่านพี่เช่อส่งมา—เฟิงเฉี่ยน!”

            “อะไรนะ เป็๞แม่นางเฟิงหรือ” ใบหน้าของมู่ชิงเซียวปรากฏให้เห็นความยินดี

            “ที่แท้เป็๲คนที่ฝ่า๤า๿ส่งมา...” มู่ฮูหยินตะลึงงันเล็กน้อยจึงกล่าวเร่งรัด “ยังตะลึงทำอันใดอยู่อีก รีบไปห้องครัวนำของกินมา!”

            “ข้าไปเดี๋ยวนี้ขอรับ!” มู่ชิงเซียวก้าวออกไปจากห้องอย่างเร่งรีบมู่ชิงหว่านตามติดไปเช่นกัน

            คนอื่นๆ ล้วนยืนวิพากษ์วิจารณ์อยู่ข้างประตู มีเพียงเทพอาหารซุนที่ถูกทอดทิ้งอยู่ที่นั่นคนเดียว ไม่มีใครถามไถ่บนรองเท้ายังมีคราบอาหารที่มู่ไท่ฟู่อาเจียนออกมา สีหน้าของเขาย่ำแย่อย่างที่สุด