ทันทีหลินอู๋เฉินขยับมือ โลกทั้งใบราวกับมีดวงดาวนับร้อยพันสับเปลี่ยนหมุนเวียน
เสียงเปียโนตัวเดียวกันจากที่เจียงหยุนเออร์เล่นแตกต่างกันดังฟ้าและดิน!
ทุกครั้งที่เขากดนิ้วลงมาจะบังเกิดเสียงไพเราะ ด้วยทักษะการเล่นเปียโนระดับสูง หลินอู๋เฉินกลายเป็ผู้มีพร์ด้านเปียโนสูงที่สุดในโลก
โดยไม่ต้องมองเปียโนตรงหน้า หลินอู๋เฉินสามารถบรรเลงถูกคีย์ และยังแม่นยำทุกครั้ง เสมือนเปียโนก็คือเขา เขาก็คือเปียโน
บทเพลงอันไพเราะจบลงแล้ว แต่อย่างใดก็ดีเจียงหยุนเออร์ยังยืนเซ่ออยู่ตรงนั้น ราวกับว่ายังตกอยู่ในภวังค์ของเสียงดนตรี
“เจียงหยุนเออร์ ยืนนิ่งอยู่ทำไมรีบเข้ามาเลียเท้าฉันสิ!” หลินอู๋เฉินตวาดเสียงดัง และนั่นทำให้เจียงหยุนเออร์ได้สติ
“เอ่อ...” หล่อนค่อนข้างลังเล ที่ผ่านมามีผู้ชายคอยเลียคอยล้างเท้า แต่จะให้ไปเลียเท้าคนอื่นมันกลับยังไงอยู่
“ทำไม่ได้งั้นเหรอ เธอนี่มันน่าสมเพชจริงๆ ตระกูลเจียงสงสัยต้องจบในรุ่นเธอ แค่สัญญาง่ายๆ ก็รักษาไม่ได้ แบบนี้ทำธุรกิจใครจะเชื่อ น่าเบื่อชะมัด” หลินอู๋เฉินลุกขึ้น กำลังจะเดินจากไปแต่เจียงหยุนเออร์ได้เข้ามาขวางทางเดิน
“เธอจะทำอะไร?” หลินอู๋เฉินถาม แววตาไม่เป็มิตร
“ฉัน...ฉันจะจ่ายให้หนึ่งพันหยวน!”
”น้อยเกินไป เธอคิดว่าฉันไม่มีเงินเหรอ ถ้าหากไม่เลียก็ลืมมันไปได้เลย!” หลินอู๋เฉินโบกมือ ท่าทางรำคาญเต็มแก่
เจียงหยุนเออร์กัดฟัน “หนึ่งแสนหยวน นี่คือเงินค่าขนมของฉันตลอดเดือน เพราะงั้นได้โปรด...เล่นให้ฟังอีกเพลงเถอะนะ ส่วนเลียเท้า...ขอเป็ที่ที่ไม่มีใครได้ไหม”
เจียงหยุนเออร์กลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์เ้าหญิงแห่งหอการค้าเจียงเหอ ซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลก หากมีรูปหรือคลิปหลุดออกไปว่าเธอเลียเท้าผู้ชายในวิทยาลัย หอการค้าเจียงเหอคงกลายเป็ที่หัวเราะเยาะ
“เห็นว่าเธอลำบากใจ งั้นก็ได้หนึ่งแสนหยวนมันก็แค่เศษเงิน ฉันจะรับไว้ก็แล้วกัน!” หลินอู๋เฉินแสร้งทำเป็อย่างไรก็ได้ แต่ลึกๆ ดีใจแทบตายที่ได้เงิน
ความจริงเขาวางแผนว่าหลังจากแข่งรถชนะ จะเอาเงินส่วนนั้นมายกระดับสมาชิกจากสามัญเป็ทองแดงเพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็ะ แต่ใครจะคิดละว่าเ้าหญิงแห่งหอการค้าจะใจปล้ำ เพียงเพราะอยากฟังเขาเล่นอีกเพลง
หลังจากแลกเปลี่ยนวีแชทเจียงหยุนเออร์ก็โอนเงินให้
สำหรับคนที่ไม่เข้าใจเธอคงมองว่าบ้า เงินตั้งหนึ่งแสนหยวนคิดได้ยังไงเอามาแลกกับการฟังเสียงเปียโนแค่หนึ่งเพลง
นั่นคือความคิดของคนนอก แต่สำหรับเจียงหยุนเออร์เปียโนคือชีวิตและทุกอย่างของเธอ ดังนั้นจึงอยากฟังฝีมือระดับเทพของหลินอู๋เฉินอีกครั้ง อีกอย่างคือเงินแค่นั้นหล่อนไม่ให้ความสำคัญเลย
“เอาล่ะ ตั้งใจฟังให้ดีๆ ละ ถ้าหากเธอพลาดครั้งนี้ไปฉันกลัวว่าเธอจะต้องจ่ายอีกแสนหยวน...” หลินอู๋เฉินอารมณ์ดี แต่ไม่ลืมหยอกเย้าเธอ
เจียงหยุนเออร์ส่งเสียงเฮอะ “มีฝีมือก็รีบโชว์ มีลมก็รีบผาย รู้ไหมว่าฉันเป็เ้าหญิงหอการค้าเจียงเหอ!”
หลินอู๋เฉินคิดว่าปราบเธอได้แล้ว แต่ดูเหมือนจะคิดผิด หล่อนยังนิสัยเหมือนเดิม ชอบอวดเบ่งฐานะแบบเด็กๆ
ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบนิสัยแต่ก็ต้องเล่นเพลงให้ฟัง เพราะถือว่ารับเงินมาแล้ว
......
“หมอนั่นโกหกหรือเปล่าเนี่ย เดินมาตั้งนานไม่เห็นสักที” มู่เจาเจาบ่นถึงลูกศิษย์ ในฐานะอาจารย์หล่อนไม่ควรทำอะไรแบบนี้ แต่เพราะความสามารถอันโดดเด่นของหลินอู๋เฉินเมื่อวาน ทำให้เธอยากที่จะลืมเลือน
หลังจากเดินมาถึงชั้นสองได้ครู่หนึ่ง มู่เจาเจาก็รู้สึกปวดขา อยากนั่งพักสักหน่อยแต่อย่างใดก็ตามเสียงเปียโนอันไพเราะได้ทำให้เธอฝืนเดินต่อไป
ประตูถูกเปิดอยู่ดังนั้นมู่เจาเจาจึงมองเห็นชายหนุ่มที่นั่งเล่นเปียโนได้อย่างชัดเจน
แม้จะเห็นแค่แผ่นหลังของเขา แต่ด้วยความที่มุ่งเป้ามาั้แ่แรกไม่แปลกหากเธอจะจำได้หลังจากมองแวบเดียว
“นี่เขาเล่นดนตรีเป็ด้วย...?” มู่เจาเจาตกตะลึง ลูกศิษย์คนนี้เหนือความคาดหมายไปไกล
ทีแรกหล่อนคิดว่าเขากำลังล้อเล่น แต่ในความจริงมันกลับไม่เป็แบบนั้น
“นั่นมันเจียงหยุนเออร์นี่นา หรือว่านี่คือเป้าหมายของหลินอู๋เฉิน?” มู่เจาเจาเริ่มคาดเดาถึงบางอย่าง “นั่นสินะ ยังไงซะเขาก็เป็คนรวยรุ่นที่สอง ไม่แปลกหากจะคบหากับคนระดับเดียวกัน แต่เดี๋ยวสิครอบครัวฉันก็รวยนะ!”
ทันใดนั้นมู่เจาเจารู้สึกโกรธโดยไม่ทราบสาเหตุ
แต่อย่างใดก็ตามครู่หนึ่งหล่อนได้ตกอยู่ในภวังค์แห่งเสียงดนตรีอันไพเราะ
......
“เอาล่ะ การแสดงจบแล้ว เจียงหยุนเออร์อย่าลืมที่พูดไว้ล่ะ” หลินอู๋เฉินเล่นเพลงจบแล้ว เงินก็ได้รับเหลือเพียงอย่างเดียวที่เธอยังไม่ได้ทำ
เจียงหยุนเออร์กัดฟันกรอด
ในฐานะเ้าหญิงตระกูลเจียงการทำแบบนี้ไม่ต่างจากการตบหน้า
แต่ทว่าฝีมือการเล่นเปียโนของเขาทำให้เธอยากที่จะปฏิเสธ
แต่อย่างใดก็ดีตอนนั้นมีใครบางคนเข้ามาขัดจังหวะ
“หยุนเออร์ ปล่อยให้ฉันเดินหาซะแทบแย่ แล้วนี่กำลังทำอะไรอยู่...” ชายหนุ่มที่เข้ามาเป็นักศึกษาปีสอง แน่นอนว่าเขาคือลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง
“หวังเห่า...นายมาที่นี่ได้ยังไง” เจียงหยุนเออร์อารมณ์เสีย
“ฉันเป็คู่หมั้นของเธอ ถ้าหากไม่ให้หาเธอแล้วจะหาใคร ว่าแต่เธอยังไม่ได้ตอบฉันเลยนะว่ากำลังทำอะไรอยู่ แล้วหมอนี่เป็ใคร!” หวังเห่าแสดงด้านอ่อนโยนต่อคู่หมั้นเพียงคนเดียว ดังนั้นพอเห็นว่าหล่อนอยู่สองต่อสองกับชายอื่นจึงเกิดอาการหึงหวง
หลินอู๋เฉินยังไม่ทันตอบ มู่เจาเจาที่ยืนอยู่ด้านนอกก็เข้ามาแทรก “หลินอู๋เฉิน ปล่อยให้อาจารย์หาซะแทบแย่ มาเถอะไปทำวิจัยกัน”
หล่อนเข้ามาดึงเขาออกไปทั้งอย่างนั้น ปล่อยให้เจียงหยุนเออร์งงเป็ไก่ตาแตก
สรุปว่ายายอาจารย์นี่มีความสัมพันธ์ยังไงกับเขา ทำไมถึงได้ดูสนิทสนมกันนัก
กำลังจะเดินตามออกไปถามให้รู้เื่ ก็ถูกขวางทางโดยคู่หมั้นที่ไม่ได้ชอบ
“หยุนเออร์จะรีบไปไหน อย่าบอกนะว่าจะตามหมอนั่นไป?” หวังเห่าถาม สีหน้าดูปั้นยากสุดขีด
เจียงหยุนเออร์ส่งเสียงเฮอะที่ลำคอ “มันไม่เกี่ยวอะไรกับนาย อีกอย่างอย่าเรียกฉันว่าคู่หมั้น เพราะั้แ่แรกฉันก็ไม่ยอมรับอยู่แล้ว” กล่าวจบกระแทกไหล่เดินออกไป ปล่อยให้หวังเห่ายืนโกรธอยู่ตรงนั้น
“ไอ้เวรนั่นมันคือใครกันแน่ เป็เพราะแกทำให้ฉันดูน่าสมเพช!” หวังเห่าโยนความผิดให้คนอื่น โดยไม่มองดูตัวเองเลยว่าเพราะอะไรทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบ
.......
หลินอู๋เฉินถูกลากเข้าไปในห้องพักอาจารย์
หลังจากนั่งลงเขาถามว่า “อาจารย์ห่วงฉันเหรอ กลัวว่าหมอนั่นจะทำอะไรฉันเหรอ?”
มู่เจาเจาเอามือกุมขมับ รู้สึกอยากอัดลูกศิษย์คนนี้เต็มทน
“ไม่ได้ห่วงซะหน่อย แค่รู้สึกว่ามันเสียเวลาเท่านั้นเองที่ต้องอธิบายเื่ไร้สาระ”
“โอ้...งั้นเหรอ?” หลินอู่เฉินเลิกคิ้วสูง
มู่เจาเจานั่งลงฝั่งตรงข้าม แล้วหยิบแล็ปท็อปที่วางอยู่บนโต๊ะหันไปทางเขา
“ดูนี่สิ จากกราฟนี้เธอคิดว่ามันแปลกไหม”
หลินอู๋เฉินเลิกหนังตามองแบบของไปที ตอนนี้เขาอยากจะอัประดับสมาชิกแทบขาดใจ อยากจะรู้นักว่าหลังจากเป็ระดับทองแดงจะซื้ออะไรได้บ้าง
“ตั้งใจดูหน่อย ถ้าหากเธอทำได้ดี อาจารย์จะให้เอ นอกจากนั้นยังสามารถหลับในห้องเรียนได้” มู่เจาเจายื่นข้อเสนอ
สำหรับหลินอู๋เฉินการเรียนนั้นคือเื่ไร้สาระ ความเป็ะสิสำคัญกว่า ดังนั้นเขาจึงตั้งใจดูอย่างช่วยไม่ได้
“ดูเหมือนว่าตรงนี้จะมีอะไรอยู่ข้างล่าง มันเหมือนกับเมืองเมืองหนึ่ง อาจารย์ไปได้มันมาจากไหน”
“จากรุ่นพี่น่ะ เราเรียนจบสายเดียวกัน เอกด้านภูมิศาสตร์ แต่รุ่นพี่ไม่ได้สอนในวิทยาลัยเหมือนกับอาจารย์ เขาเลือกที่จะผจญภัยและค้นวิจัยในสถานที่ต่างๆ” มู่เจาเจากล่าว “และจากที่เขาส่งมาดูเหมือนว่าจะพบอะไรบางอย่าง แต่ยังหาทางเข้าไปไม่ได้ ไหนๆ เธอก็เก่งช่วยอาจารย์หน่อยแล้วกัน”
“ไม่มีปัญหา แต่ขอไปด้วยได้ไหม”
“อะไรนะ...อาจารย์ยังไม่ได้พูดซะหน่อยว่าจะไป ทำไมเธอถึงคิดว่าอาจารย์จะไปด้วย”
“พวกเราต่างก็ชอบอะไรเหมือนๆ กัน เพราะงั้นฉันเลยเข้าใจได้ไม่ยากว่าอาจารย์อยากไปที่นี่ หรือฉันเดาผิด?” หลินอู๋เฉินเลิกคิ้วสูง
มู่เจาเจายิ้ม “ใช่เธอเดาถูก อาจารย์อยากไปสำรวจ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทางเข้ามันอยู่ตรงไหนหรือมีอันตรายซ่อนอยู่ ไม่ว่ายังไงอาจารย์ก็จะไปอยู่ดี ดังนั้นเธอจึงต้องถอดรหัสมัน อาศัยความสามารถของเธอคงเป็เื่ง่ายใช่ไหม”
“สบายมาก แต่ต้องใช้เวลาหน่อยนะ”
“ไม่มีปัญหา เออจริงสิ แล้วได้กินข้าวเที่ยงหรือยัง”
“ยังเลย ฝากให้เ้าอ้วนไปซื้อตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา ไม่รู้ว่าไปตายที่ไหน”
“งั้นเดี๋ยวอาจารย์สั่งให้ อยากกินอะไรล่ะ”
“อะไรก็ได้” หลินอู๋เฉินตอบ ระหว่างนั้นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ล็อกอินเข้า'เว็บเทพา'
เื่ของมู่เจาเจาไม่ต้องรีบ และเธอเองก็รู้ว่ามันต้องใช้เวลา ดังนั้นระหว่างรอข้าวหลินอู๋เฉินจึงเข้าใช้งานเว็บ
หลังจากล็อกอินเขาเติมเงินเข้าระบบหนึ่งแสนหยวน
พริบตาเงินในบัญชีได้เปลี่ยนกลายเป็หนึ่งล้านสามหมื่นห้าพันสี่ร้อยเหรียญ!