มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ปี2020
“ตื่นได้แล้วเสี่ยวหยวน เราต้องออกไปขายบะหมี่แต่เช้า“ สาวสวยในวัย20ปีที่ถูกทางบ้านขอร้องให้ออกจากการเรียนเหตุเพราะอยากส่งพี่น้องผู้ชายเรียนแพทย์มากกว่า แม้มันสมองของเธอจะมีมากกว่าชายและน้องชายก็ตาม
”แม่!! ฉันพึ่งจัดการวัตถุดิบในการขายเสร็จและเข้านอนยังไม่ถึง3ชั่วโมงด้วยซ้ำ ขอนอนต่ออีกสักหน่อยไม่ได้หรือไง“ นั่นคือคำพูดที่เธอพูดกับคนเป็แม่ทุกเช้า แต่ส่วนใหญ่มักได้รับสายตาขุ่นขวางกลับมาเท่านั้น
”แล้วฉันเคยให้แกหรือไง“ แหงแหละเธอไม่เคยได้ หากใครมาได้ยินคำพูดเหล่านี้จากคนเป็แม่คงมีแต่คำถามในใจว่าเหตุใดคนเป็แม่มักเข้มงวดกับลูกสาวนัก เพราะฉันเป็เพียงเด็กที่เก็บมาเลี้ยงอย่างไรเล่า พ่อและแม่ตายจากไปตอนอายุเพียง5ขวบ เหตุเพราะตระกูลพ่อฉันจนถึงขนาดที่มีลูกสาวเพียงคนเดียวก็เลี้ยงไม่ไหว จึงต้องเอาฉันมาฝากไว้กับญาติห่างๆั้แ่เกิด คันถึงเวลามารับ พวกท่านกลับขับรถตกเขาเสียชีวิตทั้งคู่
”เห้ออออมาเอาบะหมี่ไปกินเถอะ“ บริเวณร้านที่เธอขายมักมีเด็กตาดำๆหลายคนที่อดอยาก และเธอมักหยิบยื่นบะหมี่ที่ร้านให้ยามแม่ของเธอเผลอ
”กินเยอะๆ จะได้ไม่ไปลักของกินคนอื่น“ นั่นคือคำพูดของเธอก่อนที่เธอจะรีบไล่เด็กพวกนั้นไปเมื่อเห็นแม่เธอเดินมาแต่ไกล
”อาหยวน วันนี้แม่ใหญ่จะกลับก่อน จัดการปิดร้านให้เรียบร้อยหล่ะ“ ในมือหิ้วของพะรุงพะรัง เชื่อเหลือเกินว่านั่นคืออาหารชั้นดีที่เอาไว้บำรุงพี่ชายและน้องชายเธอแน่นอน หลังจากขายเสร็จสายฝนห่าใหญ่ก็ตกปรอยลงมาจนแทบมองไม่เห็นทาง เธอค่อยๆเข็ญรถไปเรื่อยๆผ่านร้านลวงมากมายอย่างหมายตา
”หากตระกูลฝั่งพ่อร่ำรวยสักนิด คงไม่ต้องลำบากมาอยู่กับตระกูลฝั่งแม่ที่เราหากินคนเดียวเลี้ยงอีก4ชีวิต“ แม้จะนึกน้อยใจอยู่บ้างแต่เธอก็ทำหน้าที่ของเธอไม่มีบกพร่อง
ปรี้น ปรี้น ปรี้น
”หลบไปรถเบรคแตก!!!“ แม้ใจเธออยากขยับเท้าตามเสียงร้องเตือน แต่ระยะประชิดแบบนี้เธอจะขยับไปทางไหนได้ โคร้มมมม
”หากชาติหน้ามีจริง ขอเกิดมาเป็ต้นตระกูลที่ร่ำรวยจนลูกหลานไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ด้วยเทิด“ จิตสุดท้ายของเธอมันภาวนาไว้แบบนั้น