หลังจากกลับมาจากตลาดสององครักษ์ไปรายงานทุกอย่างให้แม่ทัพไป๋ฟัง ว่าไปร้านใด ซื้ออะไรมาบ้างความลำบากที่ไป๋เฟยจูได้รับ จากการฟังความอัดอั้นของอ้ายเยว่ที่บ่นไป๋เฟยจูรวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้วมีคนมาช่วย
แม่ทัพไป๋ใบหน้าครึ้มลงเมื่อทราบว่าไป๋เฟยจูไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็ธรรมจากฮูหยินรองจากนั้นเขาเอ่ยถาม “แล้วรู้หรือไม่คนที่มาช่วยจูเอ๋อร์เป็ใคร”
“ขอรับ เป็ชินอ๋องขอรับ” องครักษ์ชิวอีตอบ
“ซุนหย่งหนานชินอ๋องหรือ” แม่ทัพขมวดคิ้ว และถามย้ำ
“ขอรับ” องครักษ์ชิวอียืนยันคำตอบ
“อืม เข้าใจแล้ว ไปได้”
หลังจากองครักษ์ทั้งสองออกไปแล้วแม่ทัพไป๋ก็นั่งดื่มชาคิดอะไรเพียงลำพัง
“ชินอ๋อง” แม่ทัพไป๋พึมพำ
แม้จะไม่อยากให้ไป๋เฟยจูได้รู้จักมักคุ้นกับชินอ๋องแต่ก็ต้องขอบพระทัยพระองค์จริงๆ ที่ช่วยนางมิเช่นนั้นไป๋เฟยจูอาจจะเจ็บหนักเพราะถูกม้าเหยียบต้องนับว่าเป็เคราะห์ดีของไป๋เฟยจูสินะเพราะชินอ๋องทรงขึ้นชื่อเื่ไม่ชอบสตรีแต่ก็ยังอุตส่าห์ช่วยนางเช่นนี้ไม่เรียกว่าเคราะห์ดีจะเรียกว่าอะไร
ชินอ๋อง มีพระนามว่า ‘ซุนหย่งหนาน’เป็พระโอรสของพระสนมชั้นเฟยกับฮ่องเต้พระองค์ก่อน
ชินอ๋อง เป็พระอนุชาของซุนเชียนหลงฮ่องเต้เป็พี่น้องคนละมารดากันเดิมชินอ๋องเป็พระโอรสของพระสนมชั้นเฟยของฮ่องเต้พระองค์ก่อนต่อมาอาจจะด้วยเล่ห์กลของวังหลังหรืออะไรก็สุดจะรู้ได้ ทำให้พระมารดาแท้ๆของชินอ๋องสิ้นพระชนม์ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงให้ก๋วนหวงกุ้ยเฟยพระมารดาของซุนเชียนหลงฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน รับองค์ชายซุนหย่งหนานซึ่งตอนนั้นมีพระชนมายุเพียงสี่พรรษาเท่านั้นไปดูแล
องค์ชายซุนเชียนหลงและองค์ชายซุนหย่งหนานพระชนมายุต่างกันถึงสิบปี
ด้วยความสงสารที่องค์ชายซุนหย่งหนานต้องเสียพระมารดาั้แ่ยังเล็กมากและเพราะก๋วนหวงกุ้ยเฟยเคยให้กำเนิดพระโอรสอีกหนึ่งพระองค์ แต่หลังจากให้กำเนิดพระโอรสเพียงสองเดือนองค์ชายพระองค์เล็กก็ถูกวางยาจนสิ้นพระชนม์
ก๋วนหวงกุ้ยเฟยและองค์ชายซุนเชียนหลงเสียพระทัยมากเมื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลองค์ชายซุนหย่งหนานก๋วนหวงกุ้ยเฟยก็มิได้ทรงรังเกียจอะไรทั้งยังสงสารองค์ชายน้อยและนึกถึงพระโอรสของพระนาง จึงดูแลองค์ชายซุนหย่งหนานเป็อย่างดีและคิดว่าหากดูแลซุนหย่งหนานดีๆ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็ผู้คอยช่วยเหลือสนับสนุนพระโอรสของพระนางก็ได้
และก็ไม่ผิดหวังจากการที่องค์ชายซุนเชียนหลงซึ่งโตจนรู้จักแยกแยะได้ไม่หวงมารดาแล้วจึงพูดดีและทำดีด้วย ส่วนองค์ชายซุนหย่งหนานก็รักและติดองค์ชายซุนเชียนหลงมาก
หลายปีต่อมาการชิงดีชิงเด่นการแข่งขันของเหล่าองค์ชายรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อชิงตำแหน่งไท่จื่อจนบัลลังก์เจิ่งนองไปด้วยธารโลหิตของพี่น้องร่วมบิดาและสุดท้ายองค์ชายซุนเชียนหลงก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์โดยมีองค์ชายซุนหย่งหนานคอยเป็กำลังเสริมราชวงศ์ซุนของฮ่องเต้พระองค์ก่อนเหลือพระโอรสเพียงสองพระองค์คือซุนเชียนหลงฮ่องเต้ และองค์ชายซุนหย่งหนาน ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็ชินอ๋อง
ซุนหย่งหนานชินอ๋อง หรือเรียกกันทั่วไปว่า 'ชินอ๋อง' ทรงขึ้นชื่อเื่ไม่ชอบสตรีเป็บุรุษที่หล่อเหลาสะดุดตาแต่เ็าหน้าน้ำแข็งนั่นเป็เพราะความฝังใจในวัยเยาว์ถึงความร้ายกาจของสตรีนั่นเองอีกทั้งยังได้เห็นอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดชจากบรรดาพระสนมทั้งหลายทั้งของพระบิดาและเสด็จพี่ฮ่องเต้ของพระองค์จึงทำให้พระองค์ไม่อยากข้องแวะกับเหล่าสตรี
สตรีที่อยู่ในตำหนักของชินอ๋อง มีเพียงมามาชราและนางกำนัลที่มีอายุสามสิบปีขึ้นไป หาสาวแรกรุ่นอ่อนวัยไม่เจอสักนาง
เพราะเคยมีนางกำนัลใจกล้าบางคนที่มีความเชื่อมั่นในความงดงามและเสน่ห์ของตนเองจึงคิดยั่วยวนหวังใช้ร่างกายไต่ปีนขึ้นที่สูงยังไม่ทันได้ััพระวรกายอันสูงส่งของชินอ๋องที่ตนหมายตาคอก็หลุดจากบ่าด้วยดาบเดียวทำให้เหล่านางกำนัลทั้งหลายในตำหนักต่างหวาดกลัวไม่คิดปีนเตียงอีกและเพื่อตัดปัญหานางกำนัลปีนเตียง ชินอ๋องจึงให้นางกำนัลสาวๆออกจากพระตำหนักไปให้หมด คงเหลือไว้เพียงนางกำนัลวัยกลางคน
สองปีต่อมาความน่ากลัวเื่สตรีถูกฆ่าด้วยน้ำมือของชินอ๋อง คงถูกลืมเลือนตามกาลเวลาก็มีสตรีหนึ่งนางถูกส่งมาจากพระสนมคนโปรดของ ซุนเชียนหลงฮ่องเต้ เข้ามาในตำหนักของชินอ๋องอีกและทำท่าจะวุ่นวายกับพระวรกายของพระองค์ จึงถูกเตะกระเด็นจนสลบออกมาจากพระตำหนักและถูกองครักษ์ของชินอ๋องหิ้วไปส่งที่พระตำหนักของสนมนางนั้นพร้อมกับคำที่ฝากองครักษ์ไปบอกว่า หากเบื่อตระกูลของตัวเองก็ให้บอกตรงๆไม่ต้องใช้วิธีนี้จะได้สงเคราะห์ทำให้หายไปทั้งตระกูลหลังจากนั้นพระสนมนางนั้นก็ไม่ได้ถูกลงโทษอะไร แต่ฮ่องเต้ไม่เสด็จไปหานางอีกเลยความโปรดปรานทั้งหลายที่เคยมีมาล้วนมลายหายสิ้น
เคยมีงานเลี้ยงในพระราชวังมีการแสดงของเหล่าบุตรีของขุนนางน้อยใหญ่ทั้งหลายมีบางครั้งที่ฮ่องเต้พระราชทานรางวัลโดยให้ผู้ทำการแสดงนั้นทูลขอมีคุณหนูใจกล้านางหนึ่งขอพระราชทานรางวัลเป็สมรสพระราชทานกับชินอ๋องถึงกับทำให้งานเลี้ยงเงียบกริบกันทั้งงาน เมื่อชินอ๋องมองหน้าสตรีที่กล้าเอ่ยปากพระองค์พูดเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่เอา!”แล้วยกจอกสุราขึ้นดื่มต่อเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น สตรีนางนั้นหน้าซีดเผือดแล้วปิดหน้าร้องไห้วิ่งออกจากงานไปเลย
ั้แ่นั้นมาไม่มีสตรีนางใดใครกล้าข้องแวะกับพระองค์อีก แม้จะอยากใกล้ชิดปานใดก็ตามทำได้เพียงแอบมอง
+++++++++++++++++++++
“นางเป็คุณหนูรองของแม่ทัพไป๋หรือ” ชินอ๋องเคาะนิ้วกับโต๊ะเบาๆฟังสิ่งที่องครักษ์เงาอิงซื่อรายงาน
“พ่ะย่ะค่ะ นางชื่อไป๋เฟยจู เป็สตรีในห้องหอไม่เคยออกมานอกจวนเลยนี่อาจจะเป็ครั้งแรกของนางเลยพ่ะย่ะค่ะที่ได้ออกมาเที่ยวเล่นนอกจวนมีข่าวลือว่านางเป็คนโมโหร้าย ขี้หงุดหงิด ต่อหน้าผู้อื่นจะชอบทำตัวอ่อนแอน่าสงสารและสาเหตุที่นางไม่ได้ออกจากจวนเพราะนางเป็สตรีอัปลักษณ์ด้วยเหตุนี้ฮูหยินรองจึงไม่ให้นางออกจากจวนเพราะเกรงจะทำให้จวนแม่ทัพเสียชื่อเสียงนางเป็บุตรีของแม่ทัพไป๋กับฮูหยินเอกที่เสียชีวิตไปแล้ว มีรองแม่ทัพไป๋เฟยิเป็พี่ชายมารดาเดียวกันพ่ะย่ะค่ะนอกจากฮูหยินเอกที่เสียชีวิตไปแล้วแม่ทัพไป๋ยังมีภรรยาที่ยังมีชีวิตอยู่อีกสองนางคือฮูหยินรองและอนุอีกหนึ่งนางฮูหยินรองและอนุมีบุตรีคนละหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“โมโหร้ายขี้หงุดหงิดต่อหน้าผู้อื่นชอบทำตัวอ่อนแอน่าสงสารหรืออืม...เหมือนสตรีวังหลังของเสด็จพ่อและเสด็จพี่สินะ”ชินอ๋องนิ่งคิดถึงคำกล่าวที่ได้รับรายงานและจากท่าทางที่พระองค์ได้เห็นนางในวันนี้
“ที่ว่าอัปลักษณ์นี่หมายถึงาแบนใบหน้าของนางหรือ”ชินอ๋องถามต่อ
“ไม่แน่ใจพ่ะย่ะค่ะแต่ข่าวลือเื่อัปลักษณ์นี่ลือมานานเป็ปีแล้วพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงาอิงซื่อตอบ
ชินอ๋องใช้นิ้วถูคางพลางกล่าว“จากาแที่เห็นเป็แผลใหม่ หากจะอัปลักษณ์ก็น่าจะมาจากจุดอื่นเช่นนั้นาแบนใบหน้านางเล่าเกิดขึ้นได้อย่างไร” ชินอ๋องถามต่อ
“นางทำเองพ่ะย่ะค่ะจากที่สืบมานางตั้งใจจะแต่งหน้าเพื่อให้ไท่จื่อประทับใจ แต่เกิดเหตุไม่คาดคิดทำให้เกิดาแพ่ะย่ะค่ะ”องครักษ์เงาอิงซื่อรายงานข้อมูลตามที่สืบมาได้
“ตอนนี้นางเป็พระคู่หมั้นของไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ”องครักษ์เงาอิงซื่อยังคงรายงานอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่เห็นผู้เป็นายจะกล่าวถามสิ่งใด
“คู่หมั้นหรือ” ั์ตาของซุนหย่งหนานยังคงนิ่งจากนั้นมุมปากก็กดลงเล็กน้อย
“จากนิสัยของห่าวซวน จะต้องหาทางถอนหมั้นนางแน่ๆเมื่อใบหน้าของนางมีตำหนิ แต่ข้าคิดว่ามันน่าแปลกแม้นางจะได้รับาแใหญ่ขนาดนั้น ดูลักษณะแล้วเหมือนเป็แผลใหม่ด้วยแต่นางไม่แสดงท่าทีเ็ปอันใดเลยแล้วไหนจะเผลอทำหน้าระรื่นหัวเราะคิกคักเวลานึกได้ว่าลืมผ้าคลุมหน้าอีกเล่า”ซุนหย่งหนานกล่าวขึ้นอย่างคนช่างสังเกต และเผลออมยิ้มเมื่อนึกถึงหน้านางจินตนาการได้เลยว่าหากซีกหน้าอีกด้านไม่มีแผลและเรียบเนียนเหมือนซีกหน้าอีกด้านนางต้องเป็สตรีที่น่ารักมากแน่ๆ
แต่แม้นางจะดูอัปลักษณ์เพราะรอยแผลพระองค์ก็ไม่คิดจะสนใจเื่นั้นขอแค่นางไม่เป็สตรีนิสัยเลวทรามแบบที่พระองค์เคยประสบพบเห็นมาพระองค์ก็ยินดีจะลองคบหาแปลกเหลือเกินแค่เพียงแรกสบตาก็รู้สึกอยากค้นหาตัวตนที่แท้จริงของนางแล้ว
องครักษ์เงาอิงซื่ออยากบอกเหลือเกินว่านอกจากนางจะแปลกแล้วพระองค์ก็แปลกเช่นกัน เพราะเดือนปีไม่เคยเห็นพระองค์สนใจสตรีนางใดออกจะรังเกียจด้วยซ้ำ แล้วนี่อะไรมาให้เขาตามสืบเื่ราวของสตรีนางหนึ่งที่เพิ่งจะพบกันวันนี้ แต่คิดก็ส่วนคิดแต่มิกล้ากล่าวคำใด
ซุนหย่งหนานนึกถึงกิริยาของนางในวันนี้ที่พระองค์เห็นและเปรียบเทียบกับข่าวลือพระองค์รู้สึกว่ามันแตกต่างพระองค์รู้สึกแปลกใจตัวเองเช่นกันว่าพระองค์จะไปสนใจนางทำไมอาจจะเป็เพราะว่านางตลกดีมีสตรีที่ไหนะโลงจากรถม้าทั้งที่มีคนเอื้อมมือให้นางจับ พาลงดีๆ แท้ๆยิ่งตอนที่นางเอียงคอทำหน้าสงสัย ยิ่งทำให้พระองค์ลืมไม่ลงจริงๆไหนจะหัวเราะคิกคักทั้งที่เพิ่งผ่านเื่น่าใมาอีกเล่าอีกทั้งนางไม่เปลี่ยนสีหน้าเมื่อเห็นพระองค์เหมือนสตรีอื่นที่พากันหลงใหลต่อหน้าตาและบรรดาศักดิ์ของพระองค์นางช่างน่าสนใจจริง ขอแอบดูนางอีกหน่อยก็แล้วกันอยากรู้ว่านางแตกต่างจากสตรีอื่นจริงๆ จนพระองค์รู้สึกสนใจ หรือนางเพียงแกล้งทำ
“ลองตามดูนางอีกสักหน่อยก็แล้วกัน”ชินอ๋องสั่งหลังจากเงียบไปพักใหญ่
“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงาอิงซื่อรับพระบัญชา
ข้อมูลต่างๆที่องครักษ์เงาอิงซื่อนำมาบอกเล่าให้ชินอ๋องฟังนี้ เป็ทั้งข้อมูลเก่าและข้อมูลใหม่ แม้ว่าเื่ราวจะลับเพียงใดแต่ก็ยังไม่พ้นหูผีจมูกมดจากคนของซุนหย่งหนานสมกับชื่อเสียงของหอไคว่ฉีจี ซึ่งเป็หอขายข่าวที่มีซุนหย่งหนานเป็เ้าของหอ
ซุนหย่งหนานเป็เ้าของหอขายข่าวไคว่ฉีจีและเ้าของตลาดมืด ซึ่งทั้งสองกิจการนี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเ้าของเป็ใครรู้แค่เพียงว่าเป็กิจการของผู้ทรงอิทธิพล และมียอดฝีมือทำงานให้จำนวนมาก
ส่วนเื่ราชกิจในพระราชวังชินอ๋องทำงานเฉพาะกิจที่ฮ่องเต้สั่ง หากไม่มีเื่ใดสำคัญจริงๆฮ่องเต้ก็ไม่ได้เรียกให้พระองค์ทำสิ่งใด
หมายเหตุ
ชินอ๋อง ส่วนมากเป็พระโอรสพระเชษฐา หรือพระอนุชาของฮ่องเต้ เป็ตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่หนึ่งและเป็ตำแหน่งสูงสุดที่องค์ชายสามารถมีได้ รองจากไท่จื่อ