ตอนที่134 เฒ่าขลุ่ย
ขณะที่อู๋หมิงปิงกำลังเดินออกจากบ้านร้างผู้คนเขาเหลือบมองซอกข้างบันไดอัตโนมัติเพราะมีแสงวิบวับหนึ่งแยงตาเข้าพอดีจึงก้มลงหยิบบางสิ่งที่มีแสงส่องประกายเข้าดวงตาถึงแม้ว่ามันจะเป็นเศษชิ้นส่วนของหยกชิ้นเล็กทว่าทำให้อู๋หมิงปิงหัวใจเต้นแรงอย่างมีความหวังในทันที
“อ๊ะ! นี่คือเศษหยกที่ไว้ใช้ประกอบการสร้างค่ายกลมันมีร่องรอยพลังปราณเหลืออยู่ แสดงว่ารองเจ้าสำนักจะต้องเคยอยู่ที่นี่มาก่อนแน่ๆ”
อู๋หมิงปิงอุทานด้วยความตื่นเต้นยินดีที่พบเงื่อนงำของรองเจ้าสำนักเขามั่นใจมากขึ้นว่าอีกฝ่ายจะต้องเคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มาก่อนทว่าการมาถึงของเขาทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวแล้วหลบหนีไปก่อน
อย่างไรก็ตามอู๋หมิงปิงมั่นใจในทักษะติดตามตัวของเขาโดยอาศัยร่องรอยพลังปราณที่ยังหลงเหลืออยู่ในหินหยกชิ้นเล็กนี้เขาจึงพุ่งตัวไปในทิศทางหนึ่งที่มั่นใจในทันที
..........
ด้านณิชาที่สั่งการให้ทหารขับรถมาส่งตนเองในย่านการค้าหลังโรงแรมแทนการให้พวกเขาไปส่งที่โรงแรมโดยตรงจากนั้นเธอคลายการสะกดพร้อมกับหายตัวหนีไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อทหารทั้งสองคนรู้สึกตัวขึ้นมาชายหัวหน้าเหลียวมองรอบตัวด้วยความงุนงงและสอบถามพลขับด้วยความสงสัยว่า
“ทำไมขับรถมาที่นี่? แล้วคนอื่นอยู่ที่ไหน?”
“ไม่รู้เหมือนกันครับผู้พันผมก็แปลกใจเหมือนกันที่พวกเราอยู่ที่นี่”
พลขับตอบกลับหัวหน้าด้วยความแปลกใจเขารีบขับกลับเส้นทางเดิมซึ่งเป็นสถานที่ที่กลุ่มตนรับผิดชอบขัดขวางการเข้าหรือออกของเจ้าชายนอกรีตในทันทีเพราะไม่กล้ารั้งรออยู่นานจนถูกคำสั่งลงโทษได้
ด้านณิชาที่เดินทอดน่องชมสินค้าเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปเธอเหลือบมองเห็นชายอันธพาลทั้งสามคนกำลังทยอยเดินตรงไปยังโรงแรมที่พักจึงวิ่งผ่านพวกเขาทีละคนเพราะทั้งสามคนมาจากคนละทิศโดยเธอวิ่งผ่านพร้อมกับแจ้งสถานที่นัดพบแห่งใหม่ว่า
“เปลี่ยนไปพบกันที่มัสยิดใกล้ๆ”
ทั้งนี้ณิชาจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่ให้เหมาะสมและพรางสายตาการติดตามของเหล่าผีดิบเนื่องด้วยใกล้ถึงเวลาละหมาดของพวกเขาแล้วโดยเป็นการละหมาดอัศริในช่วงเย็นซึ่งตรงกับเวลานัดพบกันพอดี
จากนั้นเธอวิ่งตรงไปยังมัสยิดดังกล่าวที่เป็นสถานที่นัดพบกันทันทีพฤติกรรมของเธอที่วิ่งไปมาสร้างความสับสนให้กับกลุ่มแวมไพร์ที่ส่งลูกน้องสองคนมาสอดแนมเธอเพราะไม่พบสิ่งผิดปกติใดที่น่าจะเป็นสิ่งกระตุ้นให้หญิงสาววิ่งไปมาเช่นนี้
ขณะที่ณิชาหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องละหมาดห้องหนึ่งที่ชำรุดและมีป้ายรอการซ่อมแซมเป็นห้องที่มิดชิดซึ่งเหมาะสมในการพบปะ
เธอบ่นอย่างไม่พอใจตัวเองในการสื่อสารกับอันธพาลทั้งสามคนซึ่งพบว่ายุ่งยากและไม่สะดวกสบายเหมือนกับที่อาจารย์เรียกใช้ตนโดยนึกสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไขของทักษะสื่อสารทางจิตวิญญาณว่า
“แย่จริงที่ฉันไม่มีทักษะเหมือนเอสเปอร์เทเลวัจน์หรือทักษะสื่อสารผ่านจิตวิญญาณเหมือนอาจารย์ แสดงว่าฉันต้องก้าวไปถึงขอบเขตสร้างฐานรากให้ได้ก่อนใช่ไหม?”
ณิชาเกิดความมุ่งมั่นที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองมากขึ้นโดยเธอคิดว่าตนเองสามารถปรุงยาจากหัวใจรากแก้วได้อย่างแน่นอนขอเพียงให้มีสมุนไพรประกอบตัวอื่นครบถ้วน
อนึ่งเธอรู้ดีว่ายาเพิ่มพลังปราณที่ทางอาจารย์จะมอบให้หลังเสร็จสิ้นภารกิจนั้นคุณภาพไม่สามารถเทียบเคียงกับหัวใจรากแก้วที่จะสามารถทำให้เธอพุ่งทะลุข้ามขอบเขตได้เพราะยาเพิ่มพลังปราณแค่ช่วยเลื่อนระดับได้เท่านั้นทว่าต้องกินเป็นจำนวนมากถึงจะข้ามขอบเขตได้ แตกต่างจากหัวใจรากแก้วอย่างเห็นได้ชัด
“คอยดูเถอะถ้าฉันพบหัวใจรากแก้วมากกว่าโควตาที่อาจารย์เคยกำหนดไว้ ฉันจะปรุงยากินเองเสียเลยหากฉันมีวาสนาข้ามขอบเขตได้ ฉันอาจโค่นล้มอาจารย์ได้”
ณิชาตาเป็นประกายอย่างยินดีและเกิดความมุ่งมั่นมากขึ้นจากนั้นเธอได้ยินเสียงเดินของชายสามคนกำลังทยอยมาพบหลังจากที่พวกเขาเข้าร่วมการทำละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว
เธอยืนตรงข้ามชายสามคนที่เข้ามายืนเรียงแถวหน้ากระดานด้วยแววตาว่างเปล่าจึงสอบถามความก้าวหน้าของพวกเขาโดยตรงว่า
“เรื่องที่ให้ไปค้นหาสมุนไพรมีข้อมูลใดที่เกี่ยวข้องบ้าง?รายงานฉันมาให้หมด”
ชายคนแรกกล่าวรายงานณิชาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ผมไปสอบถามคนที่น่าจะมีข้อมูลเป็นชายชราที่มาจากประเทศจีนได้หลายปีแล้ว เขาบอกว่าปีนี้เป็นปีที่หัวใจรากแก้วกำลังถือกำเนิดขึ้นมาพอดี แต่หนทางไปสถานที่แห่งนั้น เขาพยายามค้นหามาหลายปีแล้วไม่มีการบันทึกจากแหล่งใด ทำให้เขาต้องออกไปตามหาเอง”
ณิชาตาเป็นประกายอย่างยินดีที่พบว่าชายอันธพาลสามารถสืบค้นจนพบข้อมูลสำคัญซึ่งชายชราที่เขาเอ่ยถึงนั้นอาจเป็นไปได้ว่าเป็นรองเจ้าสำนักที่อาจารย์มอบหมายให้ตามหาเนื่องด้วยคงไม่มีชายชราชาวจีนที่เป็นผู้ฝึกตนอื่นใดแน่นอน
“จริงหรือ? แล้วเขาอยู่ที่ไหน? บอกที่อยู่ของเขามาเร็วเข้า”ณิชาสั่งให้เขาตอบคำถามด้วยความอยากรู้ทันที
“อยู่หมู่บ้านชายเขาห่างจากนอกเมืองไม่ไกล ประมาณยี่สิบกว่ากิโล ไปทางนี้......”
ชายคนดังกล่าวอธิบายเส้นทางไปหมู่บ้านรวมทั้งที่ตั้งหมู่บ้านและบ้านของชายชราคนดังกล่าวให้ณิชาฟังเนื่องด้วยเขา
เป็นลูกชายของคนในหมู่บ้านนั้นที่เข้ามารับจ้างทำงานสารพัดอย่างอยู่ในเมืองทำให้เขารู้จักชายชราคนดังกล่าวเป็นอย่างดี
“แล้วรู้ไหมว่าชายชราคนนั้นมีชื่อว่าอะไร?” ณิชาถามชื่อของชายชราคนดังกล่าวด้วยความสนใจ
“ไม่รู้ชื่อจริงรู้แต่ว่าชาวบ้านเรียกเขาว่า เฒ่าขลุ่ย เพราะเขาชอบเอาใบไม้มาเป่าแทนขลุ่ยบ่อย ๆ”
ณิชาถอนหายใจที่พบว่าไม่มีโอกาสล่วงรู้ชื่อของชายชราคนนั้นเธอจึงหันหน้าไปสอบถามชายอีกสองคนต่อว่า
“เอาละ พวกนายรายงานข้อมูลให้ฉันรู้ด้วย”
“ผมลองไปสอบถามคนเก่าแก่ของเมืองนี้ไม่มีใครรู้จักสมุนไพรประหลาดนี่สักคน”
ชายร่างผอมบางตอบณิชาตามจริงซึ่งไม่มีข้อมูลใดที่น่าสนใจสำหรับเธออีกจึงหันหน้าไปสอบถามชายคนสุดท้ายอย่างมีความหวังว่า
“แล้วของนายล่ะพบข้อมูลอะไรอีกบ้าง?”
“ผมไปสอบถามบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดของเมืองตาแก่นั่นบอกว่าเคยมีหนังสือเขียนไว้อยู่ เขาเคยอ่านเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องราวผจญภัยน่าสนใจดีแต่เขาจำไม่ได้ว่าหนังสือสั่นอยู่ที่ชั้น?หรือในตู้หลังไหน?พอดีถึงเวลานัดหมายแล้ว ผมหาไม่เจอก็เลยออกมาก่อน”
ณิชาตาโตเป็นประกายด้วยความยินดีมากขึ้นเพราะพบเงื่อนงำสำคัญที่อาจนำเธอไปสู่แหล่งถือกำเนิดหัวใจรากแก้วได้โดยที่เธอไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกลุ่มกับพวกแวมไพร์ให้เสียเวลาอีกต่อไปจึงสอบถามเรื่องสุดท้ายที่อยากรู้จากพวกเขาในทันทีว่า
“เอาละฉันรู้แล้ว ว่าแต่บอกฉันมาที เกี่ยวกับเรื่องที่พวกนายลักพาตัวผู้หญิง ไปสกัดทำน้ำหอมมนุษย์ใครเป็นเจ้านายสั่งการ?”
ณิชาเกิดความรู้สึกโกรธแค้นแทนผู้หญิงโชคร้ายเหล่านั้นที่เธอเพิ่งไปทลายรังของพวกมันมาทว่าเธอคิดว่าองค์กรชั่วร้ายดังกล่าวจะต้องมีแหล่งกักขังเพื่อสร้างน้ำหอมมนุษย์มากกว่าหนึ่งแห่งแน่นอนจึงคิดที่จะไปทำลายเพื่อแก้แค้นแทนหญิงเหล่านั้นเท่าที่โอกาสเอื้ออำนวย
“ผมไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้านายที่แท้จริงพวกเรารับคำสั่งทางข้อความ เงินค่าตอบแทนก็โอนเข้าบัญชีเลย ไม่เคยพบเจ้านายสักที ที่เคยพบตอนทำงานใหม่ๆ ก็เป็นตาแก่เพี้ยนในห้องแล็บ ที่เขาสอนวิธีคัดเลือกผู้หญิงให้กับเรา”
ชายคนที่บอกข้อมูลชายชราจีนกล่าวตอบณิชาตามจริงซึ่งทุกคนตามพยักหน้ายืนยันคำกล่าวรายงานจากเขาในทำนองเห็นด้วย
ณิชาขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัยมากขึ้นที่พบกับองค์กรชั่วร้ายซึ่งมีความเก่งกาจเหนือกว่าตนเองซึ่งเรียกความสนใจจากเธอมากขึ้นกระนั้นเธอเลือกที่จะทำงานตามคำสั่งของอาจารย์ให้ลุล่วงไปก่อนส่วนเรื่ององค์กรชั่วร้ายที่ลักพาตัวคนไปทำน้ำหอมมนุษย์ค่อยเป็นงานถัดไป
“เอาละ.....ในเมื่อพวกนายมีข้อมูลให้ฉันเท่านั้นก็นับว่าดีมากแล้ว ออกจากมัสยิดก็ไปโรงพักเสีย มีเพื่อนพวกนายที่กำลังรออยู่ ไปมอบตัวกับทางตำรวจนับแต่นี้ต่อไปพวกเราไม่เคยพบกัน ฉันจะละเว้นโทษตาย เพราะถือว่าพวกนายมีประโยชน์ที่บอกข้อมูลสำคัญให้ฉันรับรู้ ไปได้แล้ว!”
“ครับ”ชายทั้งสามคนขานรับคำสั่งของณิชาเสียงดังก่อนที่จะทยอยเดินออกไปจากห้องละหมาดที่ปิดปรับปรุง
ณิชาโบกมือไล่ชายทั้งสามคนให้ออกไปจากมัสยิดโดยกำชับให้พวกเขาเดินทางไปมอบตัวกับตำรวจเนื่องด้วยตำรวจทั้งหลายคงทลายแหล่งกักขังและผลิตน้ำหอมที่อยู่นอกเมืองเสร็จเรียบร้อยซึ่งเธอไม่คิดที่จะฆ่าพวกเขาให้สูญเสียพลังโดยใช่เหตุแต่ให้พวกเขารับโทษตามกฎหมายแทน
จากนั้นเธอใช้พลังจิตตรวจสอบเพื่อค้นหาว่ามีผู้ติดตามจากกลุ่มแวมไพร์หรือไม่เมื่อไม่พบร่องรอยจากพวกแวมไพร์จึงมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดของเมืองก่อนที่จะหมดเวลาทำการในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า
เมื่อณิชามาถึงห้องสมุดประจำเมืองอัลอูลาแล้วเธอส่งพลังจิตค้นหาร่างของบรรณารักษ์ชายชราตามคำบอกเล่าของอันธพาลเพราะไม่ต้องการเสียเวลาอีกต่อไปซึ่งพบร่างของเขากำลังเดินหาหนังสือในมุมห้องโถงด้านในสุดจึงเดินเข้าไปหาเขาโดยตรง
“สวัสดีค่ะฉันอยากรู้ว่าหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรนี้อยู่ที่ไหน?”
ณิชาหยิบภาพหัวใจรากแก้วออกมาให้ชายชราตรงหน้าที่สวมแว่นตาหนาเตอะให้ดูอย่างมีความหวัง
“เอ! เหมือนเคยเห็นมาก่อน เดี๋ยวนะ.....ขอฉันนึกก่อน”
ชายชราหยิบภาพจากมือของณิชาเข้ามาดูพลางขมวดคิ้วด้วยความหนักใจเพราะเขาจดจำหนังสือที่เคยมีภาพดังกล่าวจากที่ไหนสักแห่งซึ่งก่อนหน้านั้นเคยมีชายมาสอบถามเช่นกันจนทำให้เขาต้องเดินหาที่อยู่ของหนังสือด้วยความอยากรู้และอยากอ่านซ้ำว่าเหตุใดจึงมีคนสนใจ
ณิชาจ้องมองท่าทางขมวดคิ้วและหันหลังเดินกลับไปมองหนังสือบนชั้นซ้ายขวาด้วยท่าทางหนักใจเธอไม่อยากที่จะสะกดจิตเค้นความทรงจำโดยตรง เนื่องด้วยอาจสร้างความเสียหายให้กับเนื้อสมองของเขาโดยตรงกอปรกับเขามีท่าทางให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจึงอดทนและใจเย็นรอคอย
“มันจะอยู่ตรงนี้ไหมนะ?”
ชายชราปราดตรงเข้าไปที่ตู้หนังสือโบราณหลังหนึ่งพร้อมกับเปิดออกค้นหาหนังสือในนั้นที่มีอยู่มากมายณิชาอยากที่จะอาสาช่วยเหลือเขาในการค้นหาหนังสือเล่มดังกล่าวที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าหนังสือมีชื่อว่าอะไรเหตุเพราะท่าทางของชายชราไม่น่าจะจดจำได้นั่นเอง
ครั้นเห็นว่าชายชรายืนบังตู้หนังสือตรงหน้าแล้วทำให้เธอไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปช่วยค้นหาได้จึงกวาดสายตามองไปยังทิศทางอื่นและพบเข้ากับตู้หนังสือโบราณอีกห้าหลังที่ตั้งวางเรียงรายอยู่อีกด้านจึงแยกตัวไปช่วยค้นหาอย่างมีความหวัง
“หวังว่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับหัวใจรากแก้วทีนะฉันไม่อยากร่วมขบวนไปกับพวกผีดิบเลย ดูท่าพวกเขาคงพร้อมเอาเปรียบฉัน”
ณิชาพึมพำขณะเปิดดูหนังสือในตู้แต่ละหลังพร้อมกวาดสายตาสำรวจคร่าวๆ เพราะทักษะเอสเปอร์อย่างเธอสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าหนังสือในตู้จะมีแต่หนังสือที่เป็นภาษาอาหรับก็ตามเหตุเพราะก่อนหน้านั้นเธอมีโอกาสได้เรียนรู้มาก่อนซึ่งการอ่านอีกครั้งในหนังสือที่มีตัวอักษรมากขึ้นช่วยเพิ่มการเรียนรู้จนทำให้เธอทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาอาหรับได้มากขึ้น