“คือว่า แม่ไม่รู้จักหรอก มา พวกเราไปทานข้าวกันเถอะ แม่ครัวทำอาหารเสร็จพอดี” บุษรีบเปลี่ยนเรื่อง
ตอนนี้บุษนั่งข้างๆ ดนุวัฒน์ ส่วนลูกชายนั่งฝั่งตรงข้ามบุษโดยมีวนัญญาแฟนสาวนั่งข้างๆ ระหว่างที่ทานอาหารด้วยกัน บุษก็ชวนคุย “คบกันนานหรือยัง ทำไมแม่ไม่เห็นรู้เลย”
“พวกเราเพิ่งคบกันสองเดือนครับ” บริพัฒน์กล่าว
วนัญญายิ้มอย่างเหนียมอาย
บุษพยักหน้าเข้าใจ แล้วเธอก็หันไปหาดนุวัฒน์ และถามว่า “แล้วเธอล่ะ มีแฟนหรือยัง”
“มีแล้วครับ แฟนผมชื่อรันธิมา” ดนุวัฒน์ตอบยิ้มๆ
บุษขมวดคิ้ว เพราะอนาคตที่เธอเคยประสบ มันมีเค้าโครงเดิมทุกอย่าง แต่ดีหน่อยที่วนัญญายอมตกลงปลงใจกับลูกชายเธอ ไม่เช่นนั้นหากเป็นแบบเดิม รันธิมาอาจถูกวนัญญาทำร้ายได้
แต่ทว่าพอทานไปได้สักหน่อย บุษก็เริ่มสังเกตเห็นว่าหญิงสาวคอยเอาแต่จ้องมองดนุวัฒน์ตลอด จนเธอคิดในใจว่า “นี่หมายความว่ายังไง ญายังหลงรักดนุวัฒน์เช่นเดิม แต่ทำเป็นตกลงเป็นแฟนลูกชายฉันงั้นหรอ”
เมื่อวนัญญารู้สึกตัว เธอก็เลยถามบุษเพราะข้องใจ “คุณน้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“โทษที น้าเหม่อไปหน่อย น้ากังวลที่พ่อเจ้าพัฒน์ยังไม่กลับมาเสียที” บุษแกล้งพูดกลบเกลื่อน
หลังจากนั้นไม่นาน หนุ่มสาวทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับ
บุษจึงเรียกลูกชายไปคุยกันเป็นการส่วนตัว
“มีอะไรหรอครับแม่ แฟนผมสวยมั้ย” บริพัฒน์อวด
“สวยก็สวยนะ แต่แม่ว่าลูกควรจะศึกษาดูใจเธอให้ดีก่อนนะ” บุษพยายามเตือน
“ญาเป็นคนดีครับ ผมตั้งใจว่าอีกสองเดือนจะขอเธอแต่งงาน” บริพัฒน์วางแผนไว้แล้ว
“แต่แม่ว่ามันเร็วไปนะลูก” บุษไม่เห็นด้วย
“นะครับแม่ คนนี้ผมรักจริงหวังแต่ง” พัฒน์อ้อน
“งั้นเอาอย่างนี้ ลูกไปบวชให้แม่สัก 15 วันก่อน แล้วแม่จะไปสู่ขอวนัญญาให้” บุษจำต้องใช้วิธีนี้
“จริงหรอครับแม่ ขอบคุณนะครับ” พัฒน์กอดแม่อย่างดีใจ
“ดีใจอะไรกัน แม่ลูกคู่นี้” จักรทักสองแม่ลูก
“ลูกจะบวชให้ค่ะ” บุษกล่าวยิ้มๆ
“แม่ยอมสู่ขอญาให้ผมด้วยครับพ่อ” พัฒน์อวด
“อะ ก็ถือว่าเป็นข่าวดีนะ งั้นพ่อขอตัวไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน” จักรรู้สึกยินดีก็จริง แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหนียวตัวมาก
หลังจากที่บุษคุยกับลูกจบ เธอก็เลยเข้านอนแต่เธอนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องของวนัญญา
“เป็นอะไรหรือเปล่าบุษ ทำไมยังไม่นอน” สามีทัก
“คุณรู้ด้วยหรอคะ” บุษแปลกใจเพราะเธอยังนอนหลับตาอยู่
“แหม! พวกเราอยู่ด้วยกันมา 25 ปีแล้วนะ ผมรู้หมดนั่นแหละ”
“ฉันไม่ไว้ใจแฟนของลูกค่ะ” บุษกังวล
“ทำไมล่ะ เห็นลูกก็ยืนยันว่าเธอเป็นคนดีมากนี่” สามีสงสัย
“ถ้าฉันจะบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นมีลักษณะคล้ายกับพี่นิธิชลล่ะคะ” บุษเปรียบเทียบ
“เอาล่ะ ผมเข้าใจแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ถือว่าเธอนั้นอันตรายมาก ผมจะจ้างนักสืบคอยสืบเรื่องราวของเธอก็แล้วกันนะ” สามีกล่าว
“ขอบคุณค่ะ คุณจักร” บุษรู้สึกสบายใจขึ้น
“นอนเถอะครับ”
***********************************
และแล้วก็ถึงวันที่จัดงานบวชของบริพัฒน์
ปริญภากรณ์ ในมาดสาวทอมมาช่วยงานบวชตั้งแต่เช้า เธอคอยช่วยยกนั่นยกนี่ แม้กระทั่งอาสาซื้อของในตลาดให้
บุษซึ่งนั่งรถของกรณ์เพื่อออกไปซื้อของใช้จำเป็นสำหรับงานบวช ทำให้ตอนนี้บุษรู้สึกเหมือนตอนที่เธอได้อยู่ในร่างของรัน แต่แค่ตอนนี้สภาพของเธอกลายเป็นน้า ดูแก่ชรามากแล้วเท่านั้นเอง
“หน้าผมมีอะไรหรือเปล่าฮะ” กรณ์แปลกใจเมื่อเห็นน้าบุษมองตน
“เปล่า น้าเสียดายน่ะ” บุษเฉไปเรื่องอื่น
“เสียดายเรื่องอะไรฮะ” กรณ์อยากรู้
“เป็นผู้หญิงก็ต้องแต่งตัวสวยๆ ให้สมกับเป็นผู้หญิงสิ” บุษกล่าว
“น้าดูออกหรอฮะ ว่าผมไม่ใช่ทอม” กรณ์แปลกใจ
“ดูไม่ออกหรอก เดาเองทั้งนั้น” บุษพูดกลบเกลื่อน
“ผมขี้เกียจใช้เครื่องสำอางฮะ แต่งเป็นสาวทอมนี่แหละประหยัดเงินดี” กรณ์กล่าว
“ขี้เหนียวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ” บุษพึมพำเบาๆ
“อะไรนะฮะ” กรณ์ได้ยินไม่ชัด
“เปล่า เออใช่ น้ามีเรื่องขอความช่วยเหลือ” บุษเปลี่ยนเรื่อง
“บอกมาได้เลยฮะ”
“ในเมื่อกรณ์ตักบาตรทุกเช้าอยู่แล้ว น้าฝากให้กรณ์ตักบาตรพระบริพัฒน์จะได้มั้ย” บุษอยู่ในไร่จึงไม่สะดวก
“จะดีหรอฮะ”
“น้าแก่แล้ว และไร่น้าก็อยู่ตั้งไกล คงทำได้เพียงทำบุญทุกวันพระเท่านั้น” บุษกล่าว
“ก็ได้ฮะ”
“อะนี่จ้ะ ค่าของใส่บาตร” บุษยื่นเงินให้
“ไม่ต้องหรอกฮะ แม่ของผมชอบทำอาหารอยู่แล้ว และวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ซื้อเลยด้วยซ้ำ บ้านผมอยู่อย่างพอเพียง ปลูกผักส่วนครัว เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา น้าเก็บไว้ทำบุญวันพระดีกว่า” กรณ์กล่าวยิ้มๆ
“เอาไปเถอะน่า หรือว่ารังเกียจ ไม่อยากทำบุญร่วมกับน้า” บุษแกล้งพูด
“ก็ได้ฮะ”
และแล้วหลังงานบวช ก็พบว่าวนัญญานั้นไม่เคยไปที่วัด หรือแม้แต่ทำบุญตักบาตรเลยสักนิด มีเพียงแต่ปริญภากรณ์เท่านั้นที่ตักบาตรทุกวันไม่เคยขาด
พระบริพัฒน์รู้สึกสงสัยเรื่องแฟนสาว แต่เพราะตนเป็นนักบวช คงไม่งามที่จะไปสอบถามเรื่องราวของญาจากกรณ์แบบนี้
และแล้วก็ครบ 15 วัน พระท่านสึกกลายเป็นทิดบริพัฒน์ และอีกนั่นแหละก็มีเพียงพ่อแม่ของพัฒน์และหนูกรณ์เท่านั้นที่มารับ
เมื่อบริพัฒน์กลับมาเป็นฆราวาสแล้ว เขาก็เลยรีบถามกรณ์ทันที “ญาล่ะกรณ์ ทำไมผมไม่เห็นเธอเลย หรือว่าญาไม่สบาย”
กรณ์อ้ำอึ้ง เพราะตนรู้ดีว่าญาสบายดีทุกอย่าง แต่กรณ์เองก็แปลกใจว่า ทำไมญาถึงนิ่งเฉยแบบนี้ ก็เลยว่า “กรณ์ไม่ค่อยได้เจอญาเหมือนกัน เอาไว้พัฒน์ไปถามเจ้าตัวเองดีกว่า”
“ไม่เป็นไร งั้นกลับกันเถอะ” พัฒน์กล่าวเสียงเศร้า
บนรถเก๋ง พัฒน์นั่งด้านหลังกับกรณ์ โดยมีจักรวุฒิเป็นคนขับและมีภรรยานั่งเคียงข้าง เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบ จักรเลยชวนคุย
“เป็นไงล่ะ ได้อะไรจากการบวชบ้าง” พ่อถามลูกชาย
“ความสงบครับ” พัฒน์ตอบไปเช่นนั้นเอง
“แต่แม่เห็นลูกใจไม่สงบเลยนะ มัวแต่คิดถึงแฟนล่ะสิ” บุษรู้ทัน
“ไม่เอาน่าคุณ” จักรปรามภรรยา
“ก็ได้ครับ ผมยอมรับก็ได้ว่าผมคิดถึงวนัญญา” พัฒน์กล่าวตามตรง
“แล้วเพื่อนหนูไปไหนล่ะ ทำไมไม่มารับพัฒน์ด้วยกัน” จักรถาม
“ญาเฝ้าสำนักงานอยู่ฮะ ที่สำนักงานมีเจ้าหน้าที่น้อย ต้องคอยผลัดกันทำงาน” กรณ์กล่าวอ้าง
“แล้วทำไมกรณ์ไม่เฝ้าล่ะ” พัฒน์กล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“ไม่เอาน่าลูก เสียมารยาท” บุษปรามลูก
กรณ์เองก็อึ้ง เพราะความจริงแล้วเธอนั้นสงสารพัฒน์ ที่แฟนพัฒน์ไม่ยอมไปรับพัฒน์ที่วัด เธอก็เลยอาสามาช่วยเพื่อแสดงน้ำใจ แต่มันดันกลับตาลปัตรเสียได้”
“ผมขอโทษ ผมหัวเสียไปหน่อย” พัฒน์รู้สึกผิดที่พูดไปเช่นนั้น
“ไม่เป็นไรฮะ ผมเข้าใจ” กรณ์ไม่ได้โกรธอะไร
พอไปถึงไร่ รถของกรณ์ก็เสียกะทันหัน และเพราะไร่อยู่ไกลมาก ต้องรอช่างมาซ่อมวันพรุ่งนี้ ทำให้พัฒน์ต้องขับรถไปส่งกรณ์ที่สำนักงานในเมือง
ที่พัฒน์ยอมอาสามาส่งนั้นก็เพราะว่า เขาตั้งใจจะไปหาญาที่สำนักงาน แต่ทว่าสำนักงานกลับปิด ไม่มีคนอยู่สักคน
“หมายความว่ายังไงน่ะกรณ์ ไหนว่าญาอยู่ที่สำนักงานไง” พัฒน์กล่าวอย่างเอาเรื่อง
“สงสัยกลับแล้วมั้ง งั้นขอตัวนะ” กรณ์รีบลงจากรถ
“เดี๋ยว ไม่มีรถ จะกลับบ้านยังไง” พัฒน์เป็นห่วง
“ก็ taxi ไง” กรณ์ตอบ
“มาด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวไปส่ง” พัฒน์กล่าว
ระหว่างที่พัฒน์ขับรถออกมาจากสำนักงาน แล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านกรณ์ แต่ในระหว่างทางที่ผ่านโรงแรม พัฒน์ได้มองเห็นคนที่คุ้นเคย “นั่นญานี่”
“ใช่จริงด้วย เธอกำลังประคองใครหน้าโรงแรมน่ะ” กรณ์มองเห็นว่าเป็นผู้ชาย
พัฒน์ไม่รอช้ารีบจอดรถ และวิ่งไปหาญากับผู้ชายที่กำลังเมามายคนนั้น
ญากำลังจะประคองดนุวัฒน์ที่กำลังเมาเข้าโรงแรม
พัฒน์และกรณ์รีบวิ่งไปดักหน้าไว้
“ทำอะไรน่ะญา จะพาวัฒน์ไปไหน” กรณ์รีบถาม
“พัฒน์ กรณ์” ญาตกใจ
“คุณตั้งใจจะทำอะไรน่ะญา” พัฒน์อยากรู้
“ญาไม่รู้จักบ้านของวัฒน์ ก็เลยพามาพักที่โรงแรมก่อนค่ะ” ญาแก้ตัว
“แต่มันไม่เหมาะสมนะญา และญาก็มีแฟนแล้วด้วย” กรณ์เตือน
“ญาขอโทษ ญาไม่ทันคิดน่ะ”
พัฒน์เลยเข้าไปประคองดนุวัฒน์เอง และพาเขาไปที่รถ ส่วนกรณ์ก็เปลี่ยนไปนั่งบนรถของญาแทน
พัฒน์ที่โมโหจนหูแดง หันมาบอกว่า “ผมจะไปส่งเพื่อนเองก็แล้วกันนะ”
ญาพยักหน้าช้าๆ
กรณ์นั่งบนรถเพื่อนตัวเอง ก็เลยถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ ทำไมวัฒน์ถึงเมาแบบนั้น”
“ก็วัฒน์จับได้ว่ารันธิมานอกใจน่ะสิ” ญาฟ้อง
“อะไรนะ รันเนี่ยนะ” กรณ์ไม่เชื่อหู
“ไม่เชื่อก็ลองไปถามดนุวัฒน์สิ” ญากล่าว
“แล้วเธอก็เลยจะเข้าไปดามอกให้วัฒน์เนี่ยนะ อย่าลืมสิว่าเธอมีแฟนแล้วนะ”
“ฉันไม่ได้รักพัฒน์” ญาบอกตามตรง
“แล้วเธอคบเขาเพราะอะไรล่ะ” กรณ์สงสัย
“ฉันอยากหาทางใกล้ชิดวัฒน์มากขึ้นกว่านี้นี่” ญากล่าว
“ถ้าเช่นนั้น เธอก็ควรบอกพัฒน์ตรงๆ นะ หลอกลวงคนอื่นมันไม่ดี” กรณ์แนะนำ
“ถึงโอกาสเหมาะ ฉันค่อยบอกเขาก็แล้วกัน”
กรณ์ถอนหายใจกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสี่คน โชคดีที่ตัวเธอไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
พอถึงบ้านของตัวเอง กรณ์จึงสอบถามเพื่อนอีกคน นั่นก็คือ รันธิมา กรณ์เลยต่อสายถึงเธอ
“มันเกิดอะไรขึ้นน่ะรัน วันนี้วัฒน์เมาหนักมากเลยนะ” กรณ์ฟ้อง
“วัฒน์มากล่าวหาว่ารันนอกใจเขา ทั้งๆ ที่รันก็มีแค่เขาคนเดียว” รันเล่า
“แล้วทำไมวัฒน์ถึงคิดแบบนั้นล่ะ” กรณ์สงสัย
“เขาอ้างว่า เขามีรูปคู่ระหว่างรันกับคุณกลวิทย์น่ะสิ” รันเล่าอีก
“แต่รันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายน่ากลัวคนนั้นใช่มั้ย” กรณ์ถามย้ำ
“จะไปยุ่งเกี่ยวกับเขาได้ยังไง เขาเคยเป็นสามีเก่าของคุณนงลักษณ์ซึ่งเป็นเจ้านายเก่าของแม่ฉันเชียวนะ” รันไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับกลวิทย์
“งั้นเดี๋ยวกรณ์ช่วยสืบเรื่องนี้ให้ก็แล้วกัน” กรณ์อาสา
“ขอบใจนะกรณ์ ฉันพยายามอธิบายให้วัฒน์ฟัง แต่วัฒน์ไม่ยอมเชื่อฉัน” รันจนปัญญา
“อย่ากังวลเลย ยังไงความจริงก็ต้องปรากฏแน่นอน” กรณ์ปลอบ
***********************************
กรณ์อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เธอก็เลยยืมรถอาเพื่อขับไปหาวัฒน์ตั้งแต่เช้า และเพราะเธอสนิทกับวัฒน์ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ทำให้เธอสามารถเข้านอกออกในบ้านของวัฒน์ได้ปกติ
กรณ์แวะไปไหว้แม่ของวัฒน์ แล้วเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องของวัฒน์ พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเขากำลังนอนคลุมโปงอยู่ ก็เลยเดินเข้าไปปลุกทันที
เมื่อกรณ์ดึงผ้าห่มออก เธอก็ตกใจเมื่อพบว่าชายที่นอนอยู่ไม่ใช่วัฒน์ แต่เป็นพัฒน์ที่นอนถอดเสื้อ
กรณ์ตกใจจึงกรี๊ดเป็นเสียงผู้หญิงปกติ
วัฒน์นุ่งผ้าเช็ดตัววิ่งออกมา “มันเกิดอะไรขึ้น”
พัฒน์ก็รีบลุกขึ้นนั่งงัวเงีย “นั่นสิ มีอะไร”
กรณ์เห็นว่าผู้ชายทั้งสองคนไม่สวมเสื้อเธอก็เลยหันหลังให้ “ฉันขอโทษก็แล้วกันที่ ทะเล่อทะล่าเดินเข้ามา ใครจะรู้ว่าพวกนายไม่สวมเสื้อแบบนี้”
“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ พวกเราก็ถือว่าเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้วนี่กรณ์” พัฒน์กล่าว
“อะ ฉันจะไปรอนายข้างล่างนะวัฒน์ ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย” กรณ์รีบบอกธุระ
“ขอฉันแต่งตัวเสร็จก่อนก็แล้วกัน” วัฒน์กล่าว
กรณ์รีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที
***********************************
พัฒน์ก็เลยแอบนินทา “ทำไมกรณ์ทำตัวเหมือนผู้หญิงเลยล่ะ”
“ก็กรณ์เป็นผู้หญิงน่ะสิ แต่แค่มีบุคลิกเหมือนทอมเฉยๆ” วัฒน์อธิบาย
“น่าเสียดายจริงๆ ถ้าแต่งตัวเป็นผู้หญิงหน่อยต้องสวยมากแน่ๆ” พัฒน์เสียดาย
“นายไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะไปคุยกับกรณ์” วัฒน์กล่าว
วัฒน์แต่งตัวเสร็จก็รีบลงไปคุยกับกรณ์ที่สวนหลังบ้าน
“นายมีอะไรก็ว่ามาสิ” วัฒน์รีบถาม
“ทำไมนายถึงคิดว่ารันนอกใจล่ะ รันรักนายมากนะวัฒน์” กรณ์สงสัย
“งั้นนายก็ดูรูปนี่สิ” วัฒน์เปิดมือถือให้กรณ์ดู
กรณ์จึงเห็นรูปคู่ระหว่างรันกับกลวิทย์ เธอขมวดคิ้วเพราะนึกไม่ถึงว่ารันจะคบกับชายแก่คราวพ่อ แต่ในเมื่อรันเองก็ได้ยืนยันแล้วว่าไม่ได้คบ เธอจึงเชื่อใจรัน ดังนั้นกรณ์เลยไม่พูดอะไรสักคำ
“เป็นไงถึงกับอึ้งเลยงั้นหรอกรณ์” วัฒน์ยังคงโมโห
“นายส่งรูปนี้ให้ฉันทาง line ได้มั้ย” กรณ์ขอรูป
“ได้สิ แต่มันคงไม่ช่วยอะไรหรอกนะ” วัฒน์กดส่งรูปทาง line
“ใครให้รูปนี้แก่นายน่ะ” กรณ์อยากรู้
“ก็ญาไง เป็นไง เห็นมั้ยล่ะ ว่าเพื่อนสนิทของรันเป็นคนส่งรูปให้ฉันเอง ญาไม่ต้องการให้ฉันถูกสวมเขา” วัฒน์กล่าว
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันกลับก่อนนะ” กรณ์รีบกลับ
“ทานข้าวด้วยกันก่อนสิ” วัฒน์ชวน
“ไม่ล่ะ ฉันต้องรีบกลับไปทำงานแล้ว” กรณ์กำลังจะเดินกลับไปขึ้นรถ แต่เธอมัวแต่คิดก็เลยเผลอชนเข้ากับพัฒน์ จนเกือบล้ม ดีที่พัฒน์จับไหล่หญิงสาวทัน
“ดูทางหน่อยสิ” พัฒน์ต่อว่า
“ขอบใจก็แล้วกัน” กรณ์นึกถึงตอนพัฒน์นอนถอดเสื้อ เธอเลยหน้าแดง จึงรีบเดินหนีทันที
“เดี๋ยวสิกรณ์” พัฒน์เรียกอีก
“มีอะไรอีกล่ะ” กรณ์หันมาฟัง
“เย็นนี้ฉันจะไปรับนายที่สำนักงานนะ” พัฒน์กล่าว
“มารับทำไมไม่ทราบ” กรณ์สงสัย
“อ้าว ก็จะพาไปเอารถนายที่เสียอยู่ที่ไร่เมื่อวานไง” พัฒน์ทบทวน
“อ้อ ใช่ ลืมไปเลย ขอบใจก็แล้วกัน” กรณ์ก็เลยรีบขับรถออกไป เพราะเธอยังคงไม่เชื่อว่ารันจะคบกับชายที่มีข่าวอื้อฉาวเรื่องผู้หญิงแบบนั้น
วันนี้กรณ์มาทำงานที่สำนักงานตั้งแต่เช้า เธอก็เลยเปิดคอมพิวเตอร์เตรียมรอรับเรื่องจากลูกค้า แต่แล้วกรณ์ก็รู้สึกเอะใจกับภาพของรัน กรณ์ก็เลย search หาข่าวของกลวิทย์ใน website นั่นทำให้เธอรู้ว่า มีภาพหนึ่งที่มีรูปแบบคล้ายกับภาพที่วัฒน์ส่งให้เธอ และเมื่อกรณ์ลองนำมาเทียบกัน ก็ทำให้รู้ว่า ลักษณะท่าทางและเสื้อผ้าของกลวิทย์นั้นมันเหมือนกันเลย กรณ์ก็เลยพึมพำว่า “นี่มันเป็นภาพตัดต่อนี่”
รันมาถึงที่สำนักงานพอดี และถามกรณ์ว่า “ทำไมหรอกรณ์”
“รันมาดูนี่สิ” กรณ์ยื่นมือถือให้เพื่อนดู พร้อมกับให้รันดูข่าวในคอมฯ
“ฉันไม่เคยถ่ายรูปคู่กับคุณกลวิทย์นะ เป็นภาพตัดต่อแน่นอน ใครเป็นคนทำน่ะ” รันกล่าวอย่างเอาเรื่อง
“ญาเป็นคนส่งรูปให้วัฒน์” กรณ์เผย
“อะไรนะ!” รันโมโห ก็เลยจะตามไปเอาเรื่องญาถึงที่บ้าน แต่ทว่าญาก็มาถึงที่สำนักงานพอดี
“มีอะไรกันงั้นหรอ” ญาสงสัย
“เธอเป็นคนตัดต่อภาพแล้วส่งให้แฟนฉันใช่มั้ยญา เธอทำแบบนี้ทำไม” รันเค้นถาม
“ฉันเปล่าเสียหน่อย” ญาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“เธอทำเพราะต้องการให้วัฒน์เลิกกับรัน ส่วนตัวเองจะได้แย่งวัฒน์ใช่มั้ย” กรณ์คาดการณ์
“พูดอะไรน่ะกรณ์” ญาไม่พอใจ
“จำไว้นะญา ต่อให้เหลือญาเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลก วัฒน์ก็ไม่มีทางเลือกเธอหรอก” รันกล่าว
“อะไรนะรัน” ญากำลังจะเดินเข้าไปเอาเรื่อง
“ไม่เอาน่าญา” กรณ์เข้ามาขวางไว้
“รันจะคุยกับวัฒน์ที่บริษัท”
“กรณ์ไปด้วย”
ญาเลยเฝ้าที่สำนักงานเพียงคนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์
***********************************
ภายในรถของรัน
“ฉันว่ารันพูดแรงไปนะ” กรณ์เตือนเพื่อน
“ก็รันโมโหนี่ ญามีแฟนอยู่แล้วทั้งคน ยังมายุ่งกับวัฒน์อีก” รันหึง
“เอาเป็นว่าตอนนี้รันปรับความเข้าใจกับวัฒน์ก่อนก็แล้วกัน” กรณ์กล่าว
ดังนั้นเมื่อรันขับรถไปถึงบริษัทในตัวเมืองสกลนคร เธอก็เลยพาเพื่อนไปพบวัฒน์ที่แผนกไอที
วัฒน์จึงขออนุญาตหัวหน้าออกมาคุยกับรันและกรณ์
“มาทำไมไม่ทราบ” วัฒน์พูดเพราะโมโห
“ฉันมีอะไรให้นายดู” กรณ์ยื่นมือถือให้ดูการเปรียบเทียบภาพสองภาพ”
วัฒน์ซึ่งเป็นนักโปรแกรมเมอร์ เขาจึงรู้ว่า รูปที่ญาให้เขาดูนั้น มันเป็นภาพตัดต่อ และภาพจริงๆ ก็คือภาพในข่าวที่กลวิทย์ได้มีความสัมพันธ์กับดาราสาวคนหนึ่ง “นี่มันเป็นภาพตัดต่อนี่”
“นายเชื่อแล้วใช่มั้ยว่ารันถูกปรักปรำน่ะ” กรณ์กล่าว
“แต่ญาเป็นคนส่งรูปนี้ให้ฉันเองนะ” วัฒน์กล่าวอย่างรู้สึกผิด
“รันบอกความจริงก็ได้ค่ะ ว่าความจริงแล้ว ญาก็แอบหลงรักวัฒน์เช่นกัน” รันเผย
“อะไรนะ แต่ญาเป็นแฟนพัฒน์นะ” วัฒน์ไม่เชื่อหู
“เป็นความจริงงั้นหรอ” พัฒน์ถามเสียงแข็ง และเดินหนีไป
“คุณพัฒน์!” กรณ์เป็นห่วงความรู้สึกฝ่ายชายเลยวิ่งไปดักหน้าเขาไว้
ส่วนรันและวัฒน์ก็นั่งปรับความเข้าใจกันต่อ
พัฒน์ต้องการฟังจากปากญา เขาก็เลยจะขับรถไปหาคนรัก แต่กรณ์รีบชิงกุญแจรถมาถือไว้
“เอากุญแจมานะกรณ์” พัฒน์ยื่นมือเพื่อขอกุญแจ
“เดี๋ยวฉันขับพาไปเองนะพัฒน์ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้” กรณ์เป็นห่วง
“งั้นก็ได้ ขับไปสิ” พัฒน์รู้ตัวดีว่าอารมณ์ตนไม่ปกติ
กรณ์จึงเป็นฝ่ายขับรถพาพัฒน์ไปพบญาที่สำนักงาน
***********************************
ณ สำนักงาน
ญารับเรื่องจากลูกค้าเสร็จพอดี กรณ์ก็ขับรถมาถึง และพาฝ่ายชายมาพบเพื่อนเพื่อให้พูดเปิดใจกัน
กรณ์เลยรับงานต่อจากญา นั่นคือ เธอจะต้องค้นหาตำราอาหารให้ลูกค้า ดังนั้นกรณ์จึงยืมรถญาเพื่อขับไปที่หอสมุด ปล่อยให้ญาและพัฒน์คุยกันตามลำพัง
“ญาทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องยุให้วัฒน์ผิดใจกับแฟนด้วย” พัฒน์รีบถาม
“ทำไมถึงกล่าวหาญาแบบนั้นคะ” ญาแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“วัฒน์เขารู้แล้วนะ ว่ารูปที่ญาส่งให้ มันเป็นภาพตัอต่อ” พัฒน์เล่า
ญาขมวดคิ้ว เพราะนึกไม่ถึงว่าแผนเธอจะแตกแบบนี้ “ค่ะ ญายอมรับก็ได้ว่าญาตั้งใจทำให้วัฒน์และรันผิดใจกัน”
“ทำแบบนั้นทำไมน่ะญา” พัฒน์อยากรู้
“ญารักวัฒน์ค่ะ” ญาเผยความรู้สึก
“แล้วผมล่ะ คุณยอมคบผมทำไม” พัฒน์สงสัย
“ญาก็แค่อยากใกล้ชิดวัฒน์เท่านั้นเอง” ญารู้สึกผิด
“ผมมีค่าแค่นั้นเองใช่มั้ยญา” พัฒน์น้อยใจ
“ญาขอโทษค่ะ ญาฝืนใจให้รักคุณไม่ได้จริงๆ” ญาก้มหน้าหลบตาฝ่ายชาย
“งั้นต่อไปนี้ญาไม่ต้องฝืนใจอีกแล้ว พวกเราเลิกกันเถอะนะญา” พัฒน์ยอมตัดความสัมพันธ์
“ขอบคุณนะพัฒน์ที่เข้าใจญา” ญายิ้มอย่างยินดี
“ลาก่อน ผมจะไม่กวนใจคุณอีก” พัฒน์เดินจากไปทันที เพราะเขาไม่รู้ว่าจะฉุดรั้งหญิงที่ไม่เคยมีใจให้เขาได้อย่างไร
***********************************
ตกเย็นพัฒน์ก็มารับกรณ์ที่สำนักงานตามที่นัดหมายไว้
กรณ์ก็เลยขึ้นรถไปนั่งข้างคนขับ ตัวเธอรู้เรื่องจากญาว่าพัฒน์และญาได้เลิกกันแล้ว ทำให้กรณ์ไม่กล้าชวนฝ่ายชายคุย ทั้งสองจึงเงียบใส่กัน
กรณ์มัวแต่เหม่อคิดถึงเรื่องรันกับวัฒน์ ที่ทั้งสองเกือบที่จะได้เลิกกันแล้ว ดีที่วัฒน์รู้ความจริงเรื่องที่รันถูกญาใส่ความ ไม่เช่นนั้นทั้งสองคงต้องทุกข์ใจตลอดชีวิตเป็นแน่ แต่พอตื่นจากภวังค์ เธอก็ได้สติว่านี่ไม่ใช่ทางไปไร่ของแม่ของพัฒน์
กรณ์โวยวาย “นายจะพาฉันไปไหนน่ะ”
“ไปร้านเหล้ากัน” พัฒน์พาไปโดยไม่ถามความสมัครใจ
“เฮ้ย ฉันไม่ดื่มเหล้า” กรณ์กล่าว
“ไปนั่งเป็นเพื่อนฉันก็แล้วกัน” พัฒน์กล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“แต่ฉันต้องไปเอารถนะ” กรณ์อ้าง
“น่า เห็นใจคนอกหักบ้างสิ” พัฒน์ขอร้อง
กรณ์เลยจำใจต้องนั่งเป็นเพื่อนพัฒน์ดื่มเหล้า และคอยฟังพัฒน์นั่งปรับทุกข์อยู่อย่างนั้น พอเห็นว่ามันดึกมากแล้ว และพัฒน์ก็เมาไม่ได้สติ กรณ์ซึ่งไม่ได้ดื่มเหล้าเลย จึงอาสาขับรถของพัฒน์กลับไร่ของบุษ
***********************************
บุษที่นั่งรอลูกชายอยู่หน้าบ้าน พอเห็นรถของลูกมาถึงไร่ก็ดีใจ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นกรณ์เป็นคนขับรถ
“พัฒน์ล่ะลูก” บุษรีบถาม
“อ้อ พัฒน์เมามากฮะน้า เดี๋ยวผมช่วยพยุงพัฒน์พาไปที่ห้องให้ฮะ” กรณ์อาสา
“ดีนะเนี่ยที่คุณจักรไม่อยู่ ถ้าเขาเห็นลูกชายอยู่ในสภาพนี้ มีหวังโดนด่าตายเลย” บุษกล่าว
พอกรณ์ประคองพัฒน์มาถึงที่ห้องนอน พัฒน์ก็อาเจียนใส่กรณ์ทันที
“โธ่ลูก ทำไมทำแบบนี้ เห็นมั้ยว่ากรณ์เลอะหมดเลย” บุษตกใจ
“เอ่อ ไม่เป็นไรฮะน้า” กรณ์คิดว่าจะกลับไปล้างที่บ้าน
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวน้าให้ลุงอ่ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวเจ้าพัฒน์ให้ ส่วนกรณ์ตามน้าไปที่ห้องเพื่ออาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้า” บุษกล่าวแกมสั่ง
“ไม่เป็นไรก็ได้ฮะน้า” กรณ์เกรงใจ
“อย่าดื้อสิกรณ์ เห็นมั้ยว่ามันดึกมากแล้ว เป็นผู้หญิงขับรถกลับดึกดื่นมันอันตราย” บุษเป็นห่วง
กรณ์จึงยอมตามน้าบุษไปที่ห้องนอนเพื่ออาบน้ำล้างตัว และชุดนอนที่ให้กรณ์ใส่มันก็เป็นชุดนอนของบุษสมัยสาวๆ ซึ่งมันดูเซ๊กซี่มาก
“จะดีหรอฮะ ที่ให้ผมใส่ชุดแบบนี้” กรณ์ไม่มั่นใจ
“โห! กรณ์ ไม่น่าเชื่อว่าหนูจะหุ่นดีขนาดนี้” บุษชม
“มีตัวอื่นมั้ยฮะ” กรณ์รู้สึกอาย
“งั้นก็ดีเหมือนกัน น้าจะให้หนูสวมชุดน้าสมัยสาวๆ และน้าขอถ่ายรูปหนูหน่อยนะ” บุษเดินไปหยิบเสื้อผ้าอย่างอารมณ์ดี
“เดี๋ยวสิน้าบุษ มันไม่ดีมั้งฮะ” กรณ์พยายามปรามแต่น้าบุษไม่ฟัง
บุษเดินลงไปชวนสาวใช้ให้ขึ้นมาช่วยจับกรณ์แต่งตัวเป็นผู้หญิง โดยบุษคอยแต่งหน้าให้ และเธอก็เล่นสนุกอย่างกับเด็กๆ นั่นคือ ให้กรณ์สวมชุดต่างๆ และเดินแบบ โดยมีบุษเป็นตากล้องจำเป็น คอยถ่ายรูปให้ สาวใช้ก็คอยซับเหงื่อให้กรณ์ตลอด
กว่าที่บุษจะหยุดจับหลานแต่งตัวเป็นตุ๊กตา มันก็ปาไปตีสอง กลายเป็นว่ากรณ์ต้องสวมชุดนอนกระโปรงน่ารักๆ ของผู้หญิง กรณ์ได้นอนในห้องนอนที่เตรียมไว้สำหรับให้แขกมาพักชั่วคราว
โชคดีที่วันพรุ่งนี้เป็นวันหยุด กรณ์จึงนอนตื่นสายด้วยความเหนื่อยล้า พอเธอตื่นในห้องนอนที่ไม่มีห้องน้ำ เธอจึงจะออกไปขอใช้ห้องน้ำของคุณน้า ทำให้เธอเดินชนเข้ากับพัฒน์ที่เพิ่งตื่นนอนเหมือนกัน
พัฒน์รีบประคองหญิงสาวที่ไม่คุ้นตา “คุณเป็นใครครับ”
กรณ์สบตาพัฒน์ และว่า “เมาจนประสาทเสื่อมหรือไง ฉันกรณ์ไง”
“นี่นายเป็นทอมกลับใจงั้นหรอ สวมชุดนอนน่ารักเชียว” พัฒน์แซว
กรณ์ตั้งสติได้ ก็รีบกอดอกตัวเองและว่า “เลิกแซวได้แล้ว เพราะนายคนเดียว ทำให้ฉันต้องค้างที่นี่”
“ฉันไปทำอะไรให้ไม่ทราบ” พัฒน์สงสัย
“นายอาเจียนใส่ฉัน ทำให้ฉันไม่มีชุดใส่ ต้องยืมชุดน้าบุษไงล่ะ” กรณ์เล่า
“นายสวมชุดแบบนี้ก็ดูดีนะ” พัฒน์มองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เลิกแซวได้แล้ว ฉันจะไปอาบน้ำ” กรณ์รีบเดินหนีทันที
พัฒน์ยิ้มขำทุกครั้ง เวลาที่ตนได้แกล้งสาวทอม
โชคดีที่เสื้อผ้าของกรณ์แห้งแล้ว กรณ์จึงสวมชุดตัวเองขับรถกลับบ้านทันที โดยไม่ได้ร่วมรับประทานร่วมกับครอบครัวของพัฒน์
***********************************
ณ โต๊ะอาหารไร่ของบุษ (แม่ย่าของบุษยกไร่นี้ให้ลูกสะใภ้แล้ว)
“แม่นี่เก่งจริงๆ นะครับ ที่สามารถหลอกให้สาวทอมแต่งเป็นหญิงได้” พัฒน์กล่าว
“ใครว่าล่ะลูก ลูกอาเจียนใส่เธอ ทำให้เธอไม่มีชุดเปลี่ยน เลยต้องใช้ชุดแม่สมัยสาวๆ” บุษเล่า
“แล้วเป็นอะไรล่ะ ทำไมถึงเมาหนักขนาดนั้น พ่อสั่งห้ามไม่ให้ดื่มเหล้าไม่ใช่หรอ” จักรถามเสียงดุ
“ผมขอโทษครับพ่อ ผมอกหักจากญา” พัฒน์เผย
“ทำไมล่ะลูก” บุษสงสัย
“ญาเขาแอบรักดนุวัฒน์คนเดียวครับแม่” พัฒน์รู้สึกสะเทือนใจ
“ไม่คิดว่าญาจะมีรักคงมั่นแบบนี้” บุษพึมพำเบาๆ
“แต่ดนุวัฒน์มีแฟนแล้วนี่” จักรสงสัย
“ผมเองก็ทึ่งในตัวญาครับ เธอยังคงรักวัฒน์ไม่เคยเปลี่ยน” พัฒน์ยอมรับความจริง
“แม่ว่า ลูกลองเปิดใจให้หญิงอื่นบ้างดีกว่า” บุษแนะนำ
“กรณ์เป็นไงครับแม่” พัฒน์พูดล้อเล่น
“รสนิยมทางเพศเปลี่ยนเลยงั้นหรอ” จักรแซว
“บ้าสิคะคุณ หนูกรณ์เขาเป็นผู้หญิง แค่ไม่ค่อยแต่งตัวเฉยๆ” บุษแก้ตัวแทนกรณ์
“แม่เข้าใจผิดหรือเปล่าครับ” พัฒน์ไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อก็ไปดูโน๊ตบุ๊คแม่สิ แม่ถ่ายรูปเธอไว้เพียบ” บุษท้า
พอหลังจากทานข้าวเสร็จ พัฒน์ก็เลยตามแม่ไปดูรูปกรณ์เพื่อคลายความเศร้าจากภาวะอกหัก
พอพัฒน์เปิดไฟล์รูปเขาก็ตกตะลึงในความงามของกรณ์ เมื่อกรณ์ได้แต่งตัวชุดของบุษสมัยสาวๆ แม้มันจะตกยุคสมัยไปแล้วก็ตาม แต่ชุดเหล่านั้นก็ทำให้กรณ์ดูดีมาก จนพัฒน์นั้นแอบส่งไฟล์รูปเข้า email ของตัวเองเพื่อเก็บไว้ดูเล่น
***********************************
ตั้งแต่นั้นมาพัฒน์ก็เริ่มรู้สึกดีกับกรณ์ และตั้งใจจะจีบเธอ ดังนั้นพัฒน์จึงไปไหนมาไหนกับวัฒน์ เพื่อมาที่สำนักงานด้วยกัน
วัฒน์มารับรันไปทานข้าวสองต่อสอง พัฒน์จึงถือโอกาสพากรณ์ไปทานร้านส้มตำด้วยกัน
ระหว่างที่อาหารอีสานตั้งพร้อมแล้ว กรณ์ก็ทานไปคุยไป “ฉันไม่คิดว่า หลังจากนายเลิกกับญาแล้ว ยังเทียวมาเทียวไปที่สำนักงานของฉันอีก”
“ฉันมาเป็นเพื่อนวัฒน์น่ะ” พัฒน์กล่าวอ้าง
“หรือว่า มารอให้ญาเปิดใจให้หรือเปล่า” กรณ์อยากรู้
“เปล่า รอเธอต่างหาก” พัฒน์พูดเพื่อหยั่งเชิง
กรณ์ที่ทานส้มตำอยู่ ถึงขั้นสำลักจนไอไม่หยุด พอได้ดื่มน้ำ เธอก็กล่าวว่า “พูดล้อเล่นอยู่ได้”
“วันหยุดนี้ไปทำบุญที่วัดด้วยกันมั้ย” พัฒน์เปลี่ยนเรื่อง
“ทำไมไม่ชวนญาล่ะ” กรณ์สงสัย
“ก็ฉันเห็นนายตักบาตรทุกวันไม่ใช่หรอ” พัฒน์รู้ดีว่าญาไม่ยอมไปกับเขา
“ก็ได้ ฉันไปเป็นเพื่อนนายก็ได้” กรณ์ใจอ่อน
“ขอบใจนะกรณ์”
ทำให้วันอาทิตย์ พัฒน์ขับรถไปรับกรณ์ตั้งแต่เช้าเพื่อไปทำบุญที่วัดด้วยกัน
***********************************
ทางด้านบุษที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ เธอนึกขึ้นได้ว่ามันใกล้จะถึงวันที่รันถูกรถชนตายแล้ว เธอจึงขอร้องให้สามีจ้างวานนักสืบคอยสืบพฤติกรรมของญาอย่างใกล้ชิด และจ้างบอดี้การ์ดให้คอยคุ้มครองรันธิมาให้ด้วย
และแล้ววันนั้นก็มาถึง แม้ว่าบุษจะคอยป้องกันรันธิมาทุกทางแล้ว แต่มันอาจเป็นเพราะชะตากรรม ทำให้สถานที่เกิดเหตุ ได้เปลี่ยนไปเกิดอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่บุษไม่รู้จัก
ด้วยความร้อนใจบุษจึงรีบโทรบอกกรณ์ เรื่องที่ญาจะขับรถชนรันธิมา
กรณ์รับรู้ว่ารันธิมาจะไปหอสมุด เธอก็เลยรีบขับรถตามไป
ในสถานที่เกิดเหตุแห่งใหม่ มันเกิดขึ้นที่ป่าหลังหอสมุด
รันได้รับข้อความจากวัฒน์ว่า ให้รอเขาไปรับที่หลังหอสมุด ดังนั้นจึงเดินไปตรงนั้น
พอถึงเวลาที่จะเกิดอุบัติเหตุ ญาก็ขับรถคันสีแดงพุ่งชนรันที่กำลังเดินหารถแฟนอยู่
“ตายซะเถอะรัน” ญารู้สึกแค้น
ด้วยเหตุการณ์มันก็คล้ายเดิมคือ กรณ์รีบวิ่งไปผลักให้รันธิมาหลบรถของญาทันควัน แต่กรณ์นั้นกลับถูกชนแทน ทำให้กรณ์กระเด็นกลิ้งตกที่ป่าข้างทางที่มีหญ้าขึ้นรกรุงรัง
ญาเห็นว่าเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ตนคิด เลยตั้งใจจะขับรถหนี แต่ถูกอาของกรณ์ขับรถมาดักไว้
รันรีบวิ่งไปหากรณ์ และโทรแจ้งโดยกดเบอร์สายด่วน เพื่อให้เขาส่งรถพยาบาลมารับ
“อย่าเป็นอะไรนะกรณ์ ทำใจดีๆ ไว้” รันจับมือเพื่อนไว้
“เธอปลอดภัยก็ดีแล้ว รัน” สักพักกรณ์ก็สลบไป
เหตุการณ์การตั้งใจขับรถชนของญานั้น ถูกกล้องหน้ารถอาของกรณ์จับภาพไว้ได้ทัน ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดวนัญญา
***********************************
ครอบครัวของพัฒน์และครอบครัวของรันมาเยี่ยมกรณ์พร้อมกัน ตอนนี้กรณ์พ้นขีดอันตรายแล้ว เพราะโชคดีที่กรณ์กระเด็นไปตกในพื้นหญ้า ทำให้อาการบาดเจ็บไม่รุนแรงมาก แต่ถึงกระนั้นกรณ์ก็ยังคงไม่ฟื้น
ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นวันที่บุษได้พบอนุชินและรวิวรรณอีกครั้ง
“สบายดีหรอบุษ” อนุชินทัก
“บุษสบายดีค่ะพี่ชิน แล้วพวกพี่ล่ะคะ” บุษถามกลับ
“ตอนนี้รวิวรรณกำลังตั้งครรภ์ นี่คงเป็นลูกหลงน่ะ” อนุชินเล่า
“ยินดีด้วยค่ะ แต่พี่ต้องดูแลรวิวรรณดีๆ นะคะ” บุษกล่าว
“นี่พี่ก็ห้ามเธอแล้วว่าไม่ต้องมา แต่เพราะเธอห่วงรันมาก เลยต้องเห็นหน้าลูกถึงจะสบายใจ” อนุชินกล่าว
“กรณ์เลยรับเคราะห์แทนค่ะ” บุษสงสารกรณ์
“แล้วหนูกรณ์ล่ะ พวกเราอยากขอบคุณเธอ” อนุชินสอบถาม
“พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่ฟื้นค่ะ” บุษเล่า
“วรรณเริ่มมีอาการแพ้ท้องแล้ว พี่ขอตัวพาวรรณและรันกลับก่อนนะ” อนุชินกล่าว
“โชคดีค่ะพี่” บุษกล่าวลา
***********************************
วันถัดมา กรณ์ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่น ก็พบว่ามีคนนั่งเฝ้าเธออยู่ไม่ห่าง คนคนนั้นก็คือพัฒน์
“นี่นายนั่งเฝ้าฉันงั้นหรอ” กรณ์ทัก
“ปะ เปล่า ฉันมาเป็นเพื่อนวัฒน์น่ะ พอดีเขาพารันไปกินข่าว” พัฒน์รีบแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะ ทั้งๆ ที่ตนก็เฝ้าหญิงสาวทั้งคืน
“เมื่อคืนไปทำอะไรมาล่ะ ดูนายมีอาการง่วงหงาวหาวนอนราวกับคนไม่นอน คงไปดื่มเหล้าย้อมใจอีกล่ะสิ” กรณ์คาดเดา
“ฟื้นแล้วหรอกรณ์” รันทักเสียก่อน ทำให้พัฒน์ไม่ได้ตอบอะไร
“ใช่แล้วล่ะรัน เธอปลอดภัยดีใช่มั้ย” กรณ์เองก็ห่วงเพื่อน
“ขอบใจนะกรณ์ที่ช่วยชีวิตฉันไว้” รันรู้สึกซาบซึ้ง
“ก็พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่นา ว่าแต่ญาล่ะ” กรณ์อยากรู้
“ถูกจำคุกแล้ว” พัฒน์ตอบ
“ไม่น่าเลยญา” กรณ์เสียดาย เพราะเธอคบญามานาน
“ฉันจะไปเรียกหมอให้นะ และจะได้เดินไปทานข้าวที่โรงอาหารด้วย” รันกล่าว
“อ้าวก็ไหนว่า วัฒน์พาไปทานแล้วไง” กรณ์สงสัย
“วันนี้วัฒน์ไม่ว่าง มาไม่ได้ต้องทำงานแทนพัฒน์น่ะ นี่พัฒน์เขาอยู่เฝ้าเธอทั้งคืนเลยนะ” รันพูดยิ้มๆ
“อะไรนะ!” กรณ์ตกใจ
พัฒน์รู้สึกเขินก็เลยขอตัวกลับทันที “ผมกลับก่อนนะครับ”
“แค่นี้ทำไมต้องโกหกด้วย” กรณ์บ่น
“เขาคงแอบชอบเธอแน่ๆ” รันกล่าว
“ไม่หรอก ลองที่สเป๊กผู้หญิงของเขาเป็นแบบญาด้วยแล้ว เขาไม่มีทางชอบฉันหรอก” กรณ์ไม่เชื่อ
“เธอสวยจะตาย แค่ไม่แต่งสวยเท่านั้นเอง” รันกล่าว
“เอาไว้ฉันหายก่อน พวกเราไปเยี่ยมญาด้วยกันนะ” กรณ์ชวน
“ได้สิ จะได้อโหสิกรรมต่อกันด้วย”
***********************************
สัปดาห์ต่อมา รันพากรณ์ไปเยี่ยมญาที่เรือนจำ แต่พอไปถึง เจ้าหน้าที่ออกมาบอกว่า ญาไม่ต้องการพบพวกเธอทั้งสอง ทำให้สองสาวกลับไปอย่างผิดหวัง
ตอนนี้จึงเหลือรันและญามาทำงานที่สำนักงานแห่งนี้สองคน
สักพักทั้งสองก็พบญาติผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย รันจึงทัก “อ้าว สวัสดีค่ะ คุณจักรวุฒิ มาทำอะไรคะ”
“คือว่า ฉันอยากได้รูปภรรยาฉันตอนเป็นสาวๆ น่ะ” จักรกล่าว
“โห น่าอิจฉาจัง ดูคุณจะรักคุณบุษบงมากเลยนะคะ” รันพูดยิ้มๆ
“ใช่ แต่พวกเธอต้องเก็บเป็นความลับนะ” จักรอาย
“ค่ะ” รันแอบยิ้มกับความน่ารักของสามีของน้าบุษ
แต่ถึงกระนั้นความลับก็ไม่เป็นความลับ เพราะรันได้เล่าให้วัฒน์ฟัง และวัฒน์ก็เล่าให้พัฒน์ฟัง จากนั้นกรณ์ก็เล่าให้น้าบุษฟัง ทำให้ทุกคนพากันรู้กันหมด
ดังนั้นวันนี้รันจึงให้กรณ์เป็นคนไปเอารูปของน้าบุษจากโน๊ตบุ๊คของพัฒน์ เพราะพัฒน์ได้เก็บรวบรวมภาพของแม่ตัวเองไว้หมดแล้ว เขามีทุกรูปจริงๆ
ตอนนั้นพัฒน์ไม่อยู่ที่แผนกไอที กรณ์จึงเข้าไปติดต่อวัฒน์ ซึ่งวัฒน์ก็เป็นคนอนุญาตให้กรณ์ไปเปิดหาในโน๊ตบุ๊คของพัฒน์เอง เธอจึงนั่งลงตรงโต๊ะทำงานของพัฒน์ และเปิดค้นหาทีละ folder จนกระทั่งเห็น folder ที่เก็บรูปภาพ พอกรณ์เปิด folder นั้นก็พบไฟล์ทื่มีชื่อว่า “ปริญภากรณ์” กรณ์ที่แปลกใจกับชื่อไฟล์นี้เพราะมันเป็นชื่อของเธอ เธอก็เลยแอบเปิดดู เธอนั้นคิดว่าจะรีบปิดภายหลัง แต่แล้ว ไฟล์ที่เปิดนั้น มันกลับเป็นคลิปภาพของเธอตอนที่เธอแต่งหญิง และโพสต์ท่าถ่ายแบบที่ห้องนอนของน้าบุษคืนนั้น ด้วยความตกใจ กรณ์กำลังจะปิดไฟล์นั้น แต่ด้วยความลนลาน เธอจึงปิดไม่ได้สักที และได้ยินเสียงเจ้าของโน้ตบุ๊คทัก
“เห็นหมดแล้วสินะกรณ์” พัฒน์เห็นหญิงสาวอยู่หน้าโน้ตบุ๊คของตน
“พัฒน์! ฉัน ฉัน ปะ เปล่าเปิดนะ” ด้วยความตกใจ กรณ์จึงพูดตะกุกตะกัก จากนั้นเธอก็วิ่งหนีออกจากบริษัทไป
พัฒน์จึงวิ่งตามฝ่ายหญิงไป จนกระทั่งไปถึงที่ลานจอดรถของบริษัท
กรณ์เหนื่อยมากจึงหยุดพัก ทำให้พัฒน์วิ่งมาดักหน้าได้ทัน
“วิ่งหนีทำไมน่ะกรณ์” พัฒน์ถาม
“นี่นายมีรูปฉันได้ยังไงน่ะ” กรณ์รีบถาม
“ก็แม่ให้” พัฒน์พูดสั้นๆ
“แล้วนายจะเอาไปทำอะไรไม่ทราบ” กรณ์กล่าวอย่างเอาเรื่อง
“เก็บรูปแฟนไว้ ไม่เห็นแปลกตรงไหน” พัฒน์พูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“ใครเป็นแฟนนายไม่ทราบ” กรณ์หน้าแดง
“ก็กำลังขอเป็นแฟนอยู่นี่ไง” พัฒน์เองก็เขิน
“นายจะบ้างั้นหรอ” กรณ์ไม่คิดว่าฝ่ายชายจะพูดแบบนี้
“ฉันชอบเธอนะกรณ์ ฉันหวังว่าเธอคงไม่หักอกฉันหรอกนะ” พัฒน์กล่าวน้ำเสียงจริงจัง
“แต่ฉันเป็นทอมนะ นายรับได้หรอ” กรณ์สงสัย
“เธอก็แค่แต่งตัวแบบนี้ เพื่อสร้างกำแพงต่างหาก” พัฒน์กล่าว
“นายเห็นว่าญาหักอกนาย ก็เลยเอามาลงที่ฉันใช่มั้ย” กรณ์ระแวง
“อ่านนิยายมากไปหรือเปล่า ฉันรักนายจริงๆ พอฉันกำลังจะสูญเสียนายไป มันจึงทำให้ฉันรู้ตัวเองว่าชีวิตฉันขาดนายไม่ได้” พัฒน์ไม่พูดเปล่า เขายังเข้าไปกอดกรณ์เพื่อบอกความรู้สึก
ตอนนี้กรณ์ใจเต้นแรงมาก เธอนึกไม่ถึงว่า เขาจะทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวได้มากขนาดนี้ “นายจะคบฉันจริงๆ หรอ”
“ใช่! แต่เธอต้องเรียกฉันว่า พี่พัฒน์ และเรียกแทนตัวเองว่ากรณ์ด้วย” พัฒน์สั่ง
“นายไม่มีสิทธิ์สั่งฉันนะ” กรณ์ดื้อดึง
พัฒน์จึงจูบกรณ์กลางลานจอดรถ พอเขาปล่อย ก็เลยพูดอีกว่า “ยอมหรือยัง”
“นาย” กรณ์ชะงัก เมื่อเห็นพัฒน์กำลังจะจูบเธออีก ก็เลยว่า “พี่พัฒน์ไม่มีสิทธ์ทำกับกรณ์แบบนี้นะคะ”
“แบบนี้ค่อยว่าง่ายหน่อยที่รัก พวกเราเป็นแฟนกันแล้วนะ” พัฒน์เผด็จการ
กรณ์ที่อายจนหน้าแดง เลยว่า “งั้นกรณ์กลับนะคะ”
ฝ่ายชายไม่ยอมปล่อย เขาจูงมือกรณ์กลับไปที่แผนกไอที เพื่อแนะนำให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้กรณ์เป็นแฟนเขาแล้ว
***********************************
ณ ไร่ของบุษ
บุษชงกาแฟให้สามีดื่มในระหว่างที่เขากำลังอ่านแฟ้มคดี สักพักเธอก็วางแฟลชไดร์ฟข้างๆ ถ้วยกาแฟนั้น
“นี่คืออะไรหรอคุณ” จักรสงสัย
“รูปของบุษตอนสาวๆ ไงคะ ไม่เห็นจำเป็นต้องจ้างสำนักงานช่วยหาเลย ขอบุษตรงๆก็ได้” บุษพูดยิ้มๆ
“โธ่ ผมก็อุตส่าห์จะทำคลิปภาพคุณ เหมือนที่ลูกทำให้กรณ์บ้างไง” จักรหน้าแดง
“คุณน่ะ พวกเราไม่ได้เป็นหนุ่มสาวเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ” บุษเองก็เขิน
“เก็บไว้ให้ลูกหลานดู พวกเขาจะได้รู้ว่าผมมีภรรยาสวยมากแค่ไหน” จักรพูดยิ้มๆ
“อะ นี่ค่ะ ค่าชม” บุษยื่นรางวัลให้
จักรวุฒิรับสร้อยล็อกเก็ตมา พอเปิดดูก็เห็นรูปเขากับรูปภรรยาตอนวัยหนุ่มสาว เขารู้สึกดีใจจึงหอมแก้มภรรยา และพาไปทานข้าวเที่ยงที่สาวใช้ได้จัดวางไว้พร้อมแล้ว ตอนนี้คู่รักทานข้าวด้วยกันเพียงสองคน
บุษนึกขอบคุณเรือนกาญจนาในใจที่ทำให้เธอมีความสุขเหมือนทุกวันนี้
จบบริบูรณ์
“ด้วยอำนาจความโลภ ความโกรธ และความหลง จึงทำให้ผู้คนต่างทำร้ายซึ่งกันและกันเพียงให้ได้ในสิ่งที่ต้องการเท่านั้น แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้มานั้นกลับเหลือเป็นเพียงความว่างเปล่า”