เอี้ยนเฟยซาลืมตาขึ้นมาในยามเช้าของวันใหม่เขาจำได้ว่าตนเองตื่นขึ้นมาด้วยความเ็ปสิบเอ็ดครั้งติดต่อกันจากนั้นก็ถูกเจียวซินและหมอเทวะกรอกยานอนหลับให้หมดสติครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เช้าวันนี้กลับไม่มีความรู้สึกเ็ปอีกความรู้สึกของการถูกทำลายอวัยวะภายในล้วนหายไปจนหมดสิ้นเมื่อเขาลองขยับตัวก็สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้แม้จะรู้สึกเจ็บแปลบปลาบไปทั้งร่างก็ตาม
ที่ผ่านมาแม้ว่าเขาจะนอนหลับไม่ได้สติมากกว่ามีสติแต่เขาก็รู้ตัวดีว่ากระดูกแตกหักตรงไหนบ้างไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้กระดูกทั้งหมดที่เคยแตกหักจะกลับมาคงรูปดังเดิมแม้ว่าจะยังไม่แข็งแรงดังเดิมก็ตาม หมอเทวะสมกับเป็หมอเทวะตนาเ็ถึงเพียงนี้ยังคงรักษาได้
เอี้ยนเฟยซาลุกออกจากเตียงอย่างระมัดระวังทุกครั้งที่ขยับตัวจะมีเสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูรูขุนขน แต่เขาหาได้สนใจไม่ยังคงพยายามเดินไปจนถึงประตูบ้านดินสายตาเหม่อมองออกไปนอกบ้านด้วยความรู้สึกของคนที่ฟื้นคืนชีพกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งทิวทัศน์หุบเขาปรากฏแก่สายตา น้ำใสสะอาดจากลำธารไหลรินไม่ขาดสาย เขาเดินไปแล้วบรรจงนั่งลงริมลำธารอย่างช้าๆ หย่อนเท้าลงไปแช่ในธาราที่เย็นเฉียบปลาเล็กปลาน้อยหลายตัวมาตอดขาที่ขาวซีดด้วยความกระหาย
“เ้าปลาน้อยดูคล้ายกับว่าเ้าจะหิวโหยนะ น่าเสียดายที่ข้าไม่มีอะไรติดตัวมาเลยแม้แต่ชีวิตก็คล้ายจะเป็หนี้คนอื่นเสียแล้ว”
เ้าปลาน้อยทั้งหลายคล้ายจะไม่ได้ยินคำพูดของเขาพวกมันยังคงตอดเท้าที่ซีดเผือดคู่นั้นต่อไปเอี้ยนเฟยซาเองก็รู้สึกผ่อนคลายที่ได้รับการนวดเฟ้นจากปลาเหล่านี้หากคนผู้หนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงมากกว่าห้าหกวันเช่นเขาเมื่อตื่นขึ้นย่อม้าการนวดเฟ้นเช่นนี้
“เ้าไม่ควรลุกจากที่นอนในตอนนี้”
เอี้ยนเฟยซาหัวไปทางซ้ายมือก็พบกับบุรุษที่คุ้นเคยผู้หนึ่งครู่เดียวก็จดจำออกว่าคนผู้นี้เป็บุคคลที่เขาพบเจอตอนเดินทางขึ้นเขาเทียมฟ้าเป็บุคคลที่แบกกระถางั์และรู้จักกับม้าแสนรู้ตัวนั้นไฉนเขาจึงมาอยู่ที่แห่งนี้หรือว่าคนที่ช่วยเหลือและพาเขามาที่นี้จะเป็บุคคลนี้
“ท่านเป็คนช่วยเหลือข้าและส่งข้ามาที่นี่?”
“สามารถบอกกล่าวเช่นนั้นได้”
“ท่านเป็พี่หวงจิวเมิ่งของเจียวซิน?”
“ตัววิเศษนั้นไปเก็บสมุนไพรั้แ่เช้าแล้วยังคงไม่กลับมา”
เอี้ยนเฟยซาลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็นเขาก้มหัวลงจรดพื้นดินแล้วกราบแทบเท้าของหวงจิวเมิ่งแทนการขอบคุณที่ช่วยชีวิตั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยกราบกรานใครผู้ใดมาก่อนแม้แต่บิดามารดาผู้ให้กำเนิดก็ตามคนเมื่อฟื้นคืนชีพจากความตายมาแล้วครั้งหนึ่งย่อมสำนึกในบุญคุณของผู้มีพระคุณช่วยชีวิตมากกว่าอื่นใด
หวงจิวเมิ่งไม่ได้กล่าวอันใดไม่ได้ประคองเอี้ยนเฟยซาให้ลุกขึ้นกลับเดินไปนั่งลงริมธารติดกับที่นั่งเดิมของเอี้ยนเฟยซา กล่าวว่า
“มานั่งที่เดิมเถอะเ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงช่วยเหลือเ้ามา”
เอี้ยนเฟยซาสั่นหัวไปมาเขาไม่ได้สติั้แ่ถูกเจี่ยจงเฉิงฟาดฝ่ามือใส่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้งที่นี่ก็ไม่มีเวลาสนทนากับผู้ใดมากนักเพราะอาการเ็ปจากาแต้องดื่มยานอนหลับจนสลบไสลครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงครั้งนี้ที่เขาไม่รู้สึกเ็ปจนทนไม่ได้เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ตื่นขึ้นมา
“ข้ามีโอกาสได้ัักับดาบกำราบมารของท่านพ่อหลายคราแต่มันไม่เคยมีปฏิกิริยาใด ๆ ต่อข้ามาก่อน แต่มันกลับเลือกเ้าที่เป็มนุษย์ผู้ด้อยยุทธ์ผู้หนึ่งรวมไปถึงอาชาคู่ใจของท่านพ่อมันไม่เคยยินยอมติดตามใครมาก่อนนอกจากท่านพ่อแต่มันกลับเลือกติดตามเ้าที่เพิ่งพบเจอเป็ครั้งแรกเกิดคำถามมากมายขึ้นในใจของข้าการช่วยเหลือเ้าให้มีชีวิตต่อก็เพื่อไขปริศนาในใจเหล่านี้”
“ขอบคุณท่าน”
เอี้ยนเฟยซารู้ว่ายังมีเหตุผลมากกว่านั้นที่คนผู้นี้ช่วยเหลือตนเองแต่ยังคงไม่กล้าเอ่ยปากถามยอดฝีมือระดับนี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนับเป็เกียรติแก่ตนเองมากแล้วหากสามารถรอดชีวิตกลับไปยังบ้านเกิดตนเองคงสามารถหาเงินจากการเล่าเื่ราวเหล่านี้ในโรงน้ำชาได้ไม่น้อย
“ได้เวลาทานยาและพักผ่อนแล้ว”
เสียงหมอเทวะดังมาจากบ้านดินหลังที่ใช้ต้มยาสองบุรุษหันมามองหน้ากันก่อนที่จะแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางหวงจิวเมิ่งเดินไปยังที่มาของเสียงส่วนเอี้ยนเฟยซาพยุงกายลุกขึ้นเดินไปยังเตียงด้วยความยากเย็นเมื่อทิ้งตัวลงบนเตียงในท่านอนเดิมแล้วก็พบว่าหมอเทวะกับหวงจิวเมิ่งมาถึงหน้าประตูแล้วเมื่อคนทั้งสองมาถึงขอบเตียง เอี้ยนเฟยซาก็ส่งยิ้มต้อนรับคนทั้งสองคราหนึ่ง
“ทานยานี้ก่อนอาหาร”
เอี้ยนเฟยซารับถ้วยยาจากหมอเทวะดื่มรวดเดียวจนหมดด้วยใบหน้าที่สุดฝืนเพราะความขมของมันพอเห็นดังนั้นทั้งสองล้วนยิ้มมุมปาก คล้ายกับกำลังบอกว่ายาดีย่อมขม ยิ่งขมยิ่งดียิ่งดียิ่งมากสรรพคุณ ยิ่งมากสรรพคุณก็รักษาได้ดียิ่งกว่า
เจียวซินเดินเข้ามาพร้อมกับข้าวจานโตที่ราดด้วยผัดผักใส่เต้าหู้กลิ่นของมันทำให้คนป่วยต้องกลืนน้ำลายตามด้วยเสียงท้องร้องโครกครากเป็เวลาหกเจ็ดวันที่เอี้ยนเฟยซาไม่ได้รับประทานอะไรลงกระเพาะนอกจากนมแพะที่เจียวซินป้อนให้วันละหนึ่งครั้งในยามหมดสติ
เอี้ยนเฟยซาลงมือกินอย่างรวดเร็วแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะถูกตีมือจากเจียวซินที่บอกให้กินอย่างช้าๆ ยิ่งช้ายิ่งดี เขาจำเป็ต้องกินอย่างเชื่องช้าเพราะมีคนคอยคุมอยู่ด้านข้างหมอเทวะกับหวงจิวเมิ่งได้แต่ยืนอมยิ้มอยู่อีกด้านหนึ่งในห้องนี้ไม่มีใครกล้าขัดใจสาวน้อยเจียวซินแม้แต่คนเดียว
เมื่อเอี้ยนเฟยซากินข้าวในจานจนหมดไม่เหลือแม้แต่เม็ดเดียวเจียวซินก็บริการป้อนน้ำดื่มให้เสร็จสรรพ
“เ้าต้องขอบใจพี่หวงนะที่เขาช่วยเหลือและพาเ้ามาที่นี่อีกทั้งยังยอมมอบของวิเศษล้ำค่าที่ไม่สามารถตีราคาได้ให้กับเ้า”
เอี้ยนเฟยซาหันมามองเจียวซินด้วยใบหน้าที่งุนงงแน่นอนว่าหวงจิวเมิ่งช่วยชีวิตและพาเขามายังที่แห่งนี้แต่ของวิเศษอะไรนั้นเขาไม่ได้รู้เื่เลย
“ของวิเศษล้ำค่า?”
“ใช่แล้วโอสถนฤมิตเทวาเป็ของล้ำค่าที่มีเพียงชิ้นเดียวบนโลกใบนี้เป็มรดกตกทอดจากาายุทธจักรหวงหยางหลิวไม่นึกว่าท่านพี่หวงจะให้เ้าดื่มมันเข้าไป”
เอี้ยนเฟยซาย่อมเคยได้ยินชื่อโอสถนฤมิตเทวาคนที่สนใจเื่ราวในยุทธภพอย่างเขาย่อมเคยรับรู้เื่ราวของมันผ่านหูมาบ้างของวิเศษล้ำค่าเช่นนี้กลับกลายเป็ส่วนหนึ่งในร่างกายของตนเองไปแล้วที่ร่างกายของเขาฟื้นตัวได้รวดเร็วปานนี้คงเนื่องจากสรรพคุณของโอสถวิเศษนี้แน่นอน
“โอสถนฤมิตเทวาแต่เดิมก็เคยเป็สมบัติของท่านอาจารย์มาก่อนเมื่อท่านมอบมันให้กับท่านพ่อมันก็กลายเป็สมบัติของเขาเมื่อท่านพ่อละสังขารไปมันก็ตกเป็ของข้าเมื่อข้าเอามันกลับมาที่นี่มันก็ต้องกลายเป็สมบัติของเ้าของเดิมท่านอาจารย์ตกลงใจให้ท่านดื่มมันลงไป คนที่ท่านควรขอบคุณต้องเป็ท่านอาจารย์แล้ว”
“เ้าควรขอบคุณท่านหวงเป็ลำดับแรกจากนั้นก็เป็หลานสาวของเราที่คอยดูแลเ้าไม่ห่าง ส่วนข้านั้นเป็หมออยู่แล้วและหมอก็ต้องรักษาคนเก็บไข้ได้ป่วย โอโอสถนฤมิตเทวาเป็ของที่เรากับท่านอาจารย์ปรุงขึ้นมาเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่แล้วเป็การปรุงที่ใช้สมุนไพรหนึ่งพันสามร้อยสี่สิบห้าชนิด บัวหิมะหายากสิบสายพันธุ์โสมพันธุ์ดีอีกสามสิบหัว ทำการต้มและเคี่ยวติดต่อกันเจ็ดวันท้ายที่สุดแล้วเหลือน้ำยาเพียงสามขวด เรากับท่านอาจารย์ดื่มคนละขวดอีกขวดหนึ่งได้ยกให้กับาายุทธจักรหวงหยางหลิว สรรพคุณของมันสุดที่เราจะอธิบายให้เข้าใจได้นี่อาจจะเป็เพียงหนทางเดียวที่เ้าจะกลับไปเป็เช่นเดิม”
เอี้ยนเฟยซารับฟังจนน้ำตาคลอเบ้าเขาตื้นตันจนไม่สามารถกล่าววาจาออกจากปากได้คนแปลกหน้าสามคนกลับเสียสละช่วยเหลือเขาโดยไม่หวังค่าตอบแทนยังเสียสละของวิเศษล้ำค่าเพื่อให้เขาฟื้นฟูร่างกายดังเดิมนี่เป็เื่ราวที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะประสบพบเจอ
“ถึงเวลาพักผ่อนเสียทีหลับตาลงแล้วนอนได้แล้ว”
เจียวซินพูดกับคนป่วยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเอี้ยนเฟยซาได้แต่ทำตามคำสั่ง บางทีการกระทำของนางเป็การช่วยเหลือเขาเสียด้วยซ้ำหากว่าลืมตาต่อไป น้ำตาที่เอ่อล้นจะต้องไหลพรากอย่างแน่นอน
ลูกผู้ชายไม่ควรหลั่งน้ำตาให้ผู้อื่นเห็น
แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่ามีน้ำสองสายไหลออกจากหางตาเสียแล้ว