เรือนกาญจนา

    บทพิเศษ 2 Love Me Love My Cat (ตอนที่ 8 แสนรู้)

         ทรรศนัยในร่างคิริวเดินออกจากประตูมิติ ทะลุไปโผล่ที่หน้าโรงจอดรถบ้านของตัวเองอย่างงงๆ สักพักก็ได้ยินเสียงรถของรัตน์วิ่งเข้ามาจอดพอดี

             ผ่องศรีรีบเปิดประตูลงจากรถของรัตน์ แล้ววิ่งเข้าไปอุ้มคิริวด้วยความดีใจ เธอทั้งกอดและหอมแมวน้อยด้วยความโล่งอกที่เห็นมันปลอดภัยดี

             “หนีแม่มาถึงที่นี่เลยนะ คิริว ต่อไปอย่าทำอย่างนี้อีกนะ”

             “สงสัยว่าคิริวจะติดใจที่นี่แล้ว” รัตน์เดินตามมาเห็น ก็เลยแซว

             “ไม่ได้นะคิริว เดี๋ยวผู้ชายใจร้ายมาไล่หวดเอานะ” ผ่องศรีรีบพูด

             ทรรศนัยไม่อาจพูดอะไรได้ เขาส่งเสียงได้เพียง “เหมียว เหมียว” เท่านั้น ความจริงเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัว แต่ก็ต้องยอมให้ผ่องศรีทั้งกอดและหอม เขาคิดในใจว่า “ไม่เป็นไรหรอก ฉันเป็นแค่แมว อดทนแค่สิบวันเอง”

             “รีบกลับกันเถอะ” รัตน์มองดูนาฬิกาเห็นว่าดึกมากแล้ว

             ผ่องศรีจึงอุ้มแมวน้อยใส่ในกระเป๋าแคปซูลแมวเพื่อป้องกันแมวหนีมาที่นี่อีก

             ทรรศนัยในร่างแมวน้อยรู้สึกอึดอัด จึงพยายามดิ้น ใจเขาอยากพูดว่า “ปล่อยนะ รู้มั้ยว่ามันอึดอัดน่ะ” แต่พอเปล่งเสียงออกมาก็กลายเป็นเสียงร้องของแมวเท่านั้น

             “ดูเหมือนแมวจะไม่ชอบอยู่ในนั้นนะ” รัตน์เริ่มสงสาร

             “ทำไงได้ล่ะ ก็คิริวดื้อนี่” ผ่องศรีกล่าว

             ทรรศนัยเหนื่อยที่จะดิ้น เขาก็เลยนั่งอย่างสงบในแคปซูลนั้น สักพักก็ต้องแปลกใจที่รถของรัตน์มาจอดอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของภัทร ในใจคิดว่า “หรือว่ารัตน์จะพาผ่องศรีมาพักอยู่กับภัทรชั่วคราวนะ”

             รัตน์ช่วยถือกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นไปส่งผ่องศรีที่หน้าห้องของภัทร ในขณะที่ผ่องศรีสะพายเป้แคปซูลที่บรรจุแมวน้อยไว้ด้านหลัง

             ทรรศนัยรอฟังเสียงเคาะประตู แต่ก็ต้องตกใจที่ได้ยินเสียงผ่องศรีค้นหากุญแจและเปิดเข้าไปอย่างกับเจ้าของห้อง ในใจคิดว่า “หรือว่ารัตน์มาเปิดห้องให้ผ่องศรี และคงให้ภัทรช่วยหาห้องในอพาร์ทเม้นท์นี้”

             ผู้หญิงทั้งสองเดินเข้าไปในห้อง ผ่องศรีจึงรีบปล่อยตัวแมวน้อยให้เป็นอิสระ

             “ภัทร เธอรีบไปล้างหน้าล้างตาเถอะ เห็นมั้ยว่าคิ้วเลอะเหงื่อหมดแล้ว” รัตน์ทักเพื่อน

             “ฝากดูคิริวให้ด้วยนะรัตน์” ภัทรกล่าวแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ

             “จ้า จะดูอย่างดี” รัตน์หันไปลูบหัวแมวอย่างเอ็นดู พร้อมกับกล่าวว่า “ฉันว่านะภัทร ที่คิริวดื้อไม่ยอมฟัง อาจเป็นเพราะมันจำเธอในคราบของผ่องศรีไม่ได้ มันอาจเข้าใจว่าเธอเป็นคนอื่น”

             “แต่กลิ่นตัวฉันเหมือนเดิมเลยนะ” ภัทรตะโกนจากในห้องน้ำ

             ภัทรดึงไฝปลอมออก พร้อมล้างหน้าออกหมด แล้วเดินออกมา

             “อ้าว ทำไมถึงยังไม่เปลี่ยนชุดล่ะ” รัตน์สงสัย

             “เอาไว้เปลี่ยนทีเดียวตอนอาบน้ำก็แล้วกัน” ภัทรกะออกมาคุยกับเพื่อนต่อ

             แมวน้อยอึ้งที่รู้ความจริงว่าที่แท้ผ่องศรีก็คือภัทรปลอมตัวเข้าไปทำงานในบ้านของเขา

             “นั่นไง ฉันว่าแล้ว คิริวต้องดีใจแน่ๆที่เห็นหน้าเธอนะภัทร” รัตน์เดากริยาของคิริว

             “ไหน จริงมั้ย มาให้แม่อุ้มหน่อยซิ” ภัทรเดินเข้าไปอุ้มคิริวมากอดและหอมอีก

             แมวน้อยไม่อาจขัดขืน เลยปล่อยเลยตามเลย จนตอนนี้เขารู้สึกเขินมากที่อยู่ดีๆมีผู้หญิงมาหอมเขาตั้งหลายครั้ง

             รัตน์นำมือถือเปิดคลิปวีดีโอให้คิริวดู

             “ทำอะไรน่ะรัตน์” ภัทรสงสัย

             “ฉันจะให้คิริวดูว่ามันถูกใส่ร้าย จนถูกไล่ออกจากบ้านน่ะสิ” รัตน์เจ็บใจแทน

             “มันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก” ภัทรเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะให้แมวดูคลิป

             “อย่าดูถูกแมวตัวเองสิ”

             ภัทรตามใจเพื่อนก็เลยนั่งดูคลิปอีกครั้ง ซึ่งมันคือคลิปฉากที่อันน่าสั่งให้คนขับรถตีหนูแฮมสเตอร์ของน้าศรีพรรณ

             ทรรศนัยจึงรู้ว่าแมวของผ่องศรีถูกใส่ร้ายจริงๆ

             “เห็นมั้ย เห็นมั้ย คิริวแสดงสีหน้าเข้าใจเหตุการณ์ด้วย เป็นไง คิริว แค้นอันน่ามั้ยล่ะ” รัตน์ถามพร้อมกับลูบหัวมัน

             “ไม่เอาน่ารัตน์ อันน่าทำเพียงเพื่อรักษาภาพพจน์เท่านั้นเอง” ภัทรเห็นใจอันน่า

             “ฉันกลัวได้อันน่าเป็นพี่สะใภ้นี่นา” รัตน์กล่าว

             “รัตน์ช่วยย้อนภาพได้มั้ย” ภัทรฉุกคิดอะไรได้เลยให้เพื่อนย้อนคลิปให้ดูอีกครั้ง

             “ทำไมหรอ” รัตน์สงสัย

             “ฉันสงสัยอะไรบางอย่าง”

             รัตน์กดมือถือย้อนภาพให้

             “หยุดตรงนี้แหละ” ภัทรบอกเพื่อน

             “มีอะไรหรอ” รัตน์รีบทำตามและถามอีก

             “แฮมสเตอร์วิ่งมาชนเท้าของอันน่า แล้วก็ตายทันที อันน่าตกใจหนูเกินเหตุ เลยสั่งคนขับรถให้ตีมันให้ตายซ้ำอีกครั้ง พอตั้งสติได้ว่าเป็นแฮมสเตอร์ของคุณศรีพรรณ อันน่าก็สร้างเรื่องโยนความผิดให้คิริว” ภัทรอธิบายเหตุการณ์

             “แฮมสเตอร์ตายเพราะอะไรล่ะ” รัตน์สงสัย

             “มันอาจจะเผลอไปกัดแทะว่านซับแร่ที่สวนหลังบ้านก็ได้ และมันคงได้รับพิษจากสารตะกั่วในว่านชนิดนั้น” ภัทรคาดคะเน

             “ฉันว่า ฉันไปเตือนน้าศรีพรรณดีกว่า น้าเขาจะได้ป้องกันไม่ให้หนูตัวเองได้รับอันตราย อีกอย่างจะได้ไม่เผลอมอบว่านชนิดนี้ไปให้ใครต่อใครไปปลูกในห้องนอน และได้รับพิษตะกั่วอย่างพ่อและแม่ฉัน” รัตน์ไม่อยากให้ใครเป็นอะไรอีก ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าพ่อแม่ได้รับพิษตะกั่วจากว่านซับแร่จริงๆ เพราะไปค้นในห้องพ่อแม่ก็เจอว่านดังกล่าว

             “ก็ดีนะรัตน์ บางทีการที่พ่อแม่เธอได้รับพิษตะกั่วจากว่านซับแร่ อาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของน้าและลุงเธอก็ได้ มันคงไม่มีฆาตกรหรอก” ภัทรให้ความเห็น

             “เอาเป็นว่าฉันคงต้องประกาศให้ทุกคนรู้เรื่องพิษของว่านซับแร่ จะได้ทำลายให้สิ้นซากด้วย” รัตน์แสดงสีหน้าจริงจัง

             ทรรศนัยเพิ่งรู้ว่าอาราวรรณและอารวิทย์ตายเพราะได้รับพิษตะกั่วจากว่านซับแร่ และตัวเขาเองก็เคยได้รับต้นไม้ชนิดนี้มาปลูกในห้องเหมือนกัน โชคดีที่คิริวบุกเข้ามาทำลายต้นชนิดนี้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องได้รับพิษเช่นกัน

             ทรรศนัยเริ่มปวดปัสสาวะ เขาก็เลยกระโดดจากตักของภัทร เดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่เขาปิดประตูเองไม่ได้ เลยยอมปล่อยให้เจ้าของแมวเห็น เพราะคิดว่ายังไงตอนนี้เขาก็เป็นแค่แมว มันไม่ได้อนาจารเสียหน่อย

             “เฮ้ย ดูนั่นสิ แมวเธอฉี่บนชักโครกเองได้” รัตน์ชี้ไปที่ห้องน้ำ

             “เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อฉันสอนให้มันฉี่หรืออึบนกระบะทรายนี่” ภัทรประหลาดใจ

             “นั่นไง มันเป็นไปแล้ว” รัตน์ทึ่ง

             สองสาวเดินไปดูที่ห้องน้ำอย่างตกตะลึง

             แมวน้อยใช้ขาหน้าไปเลื่อนกดชักโครกเอง ยิ่งทำให้สองสาวถึงกับทึ่ง

             “แมวเธออัจฉริยะจังเลย” รัตน์ชม

             ทรรศนัยมองสองสาวที่จ้องตาไม่กระพริบ ในใจคิดว่า “มามุงดูอะไร คนจะปัสสาวะไม่เคยเห็นหรอ เอ้ย ไม่ใช่สิ ตอนนี้ฉันเป็นแมวนี่”

             ภัทรเช็ดทำความสะอาดให้คิริว พร้อมกับรีบเดินไปหยิบขนมแมวเลียให้มัน “อะ นี่ รางวัล คิริวเก่งมากเลยรู้มั้ย กินสิเจ้าแมวน้อย”

             ทรรศนัยคิดในใจ “นี่ถึงกับต้องให้รางวัลเลยงั้นหรอ” แต่เขาก็เดินหนีไม่ยอมสนใจขนมนั่น

             “แมวเธอเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่า มันเบื่ออาหาร พาไปให้สัตวแพทย์จับฉีดยาดีมั้ย” รัตน์เสนอ

             “นั่นสิ” ภัทรเป็นห่วง

             พอได้ยินว่าจะโดนจับฉีดยาเท่านั้น ทรรศนัยก็เลยหันกลับไปเลียขนมที่เจ้านายยื่นมาให้ ยอมหลับหูหลับตาเลียไม่หยุด

             “มันไม่เป็นอะไรแล้ว เห็นมั้ยเลียได้ปกติ” ภัทรยิ้มเมื่อเห็นคิริวเลียขนมจนหมด

             “สงสัยเมื่อกี้ มันคงความจำเสื่อมชั่วคราว คงลืมว่าตัวเองเป็นแมวมั้ง” รัตน์พูดไปก็หัวเราะไป

             “เลิกแซวมันเถอะ เธอควรกลับบ้านได้แล้วนะ มันดึกมากแล้ว เดี๋ยวทางบ้านเป็นห่วงหรอก” ภัทรห่วงเพื่อน

             “จ้า งั้นฉันไปก่อนนะภัทร” รัตน์ลูบหัวแมวก่อนเดินออกไปจากห้องภัทร

             “ขอบใจมากนะรัตน์”