บทที่สี่สิบเอ็ด
ความจริงที่อยากรู้
“ไปคุยกันที่แพปลา” สิงหราชสาวเท้าเดินออกมาจากห้องนอนด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง น้ำเสียงเข้มเอ่ยพูดขึ้นกับเพื่อนสนิทของตัวเอง
ตอนนี้สิงหราชอยู่ในอารมณ์ที่ไม่พร้อมรับแขกเป็นอย่างมาก และไม่มีความอยากที่จะสนทนากับใครทั้งนั้น แต่เพราะต้องการที่จะจบเรื่องวุ่นวายนี้ให้เร็วที่สุด จึงจำเป็นที่จะต้องฝืนใจตัวเองในบางเรื่อง
ร่างหนาสาวเท้าออกจากบ้านไปในทันทีหลังจากที่พูดจบ เดิมดุ่ม ๆ ไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจ โดยไม่คิดที่จะรั้งรอใครให้เสียเวลา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงเสียจนไม่มีใครกล้าเอ่ยทักทายขึ้นระหว่างทางอย่างที่เคยเป็น
“นั่งลงแล้วพูดมา” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้น เมื่อจอมทัพและพิมพ์ดาวเดินตามตัวเองเข้ามาในห้องทำงาน
พิมพ์ดาวที่ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจมาอย่างหนัก ถึงกับสะดุ้งสุดตัวกับน้ำเสียงของสิงหราช ร่างเล็กที่บอบช้ำไปทั้งตัว ทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับอีกฝ่ายด้วยความหวาดกลัว
“พิมพ์ดาวบอกกับว่ามีข้อมูลของสัญญาการร่วมหุ้น ในการลงทุนซื้อเกาะวิมันสิตราเมื่อหลายปีก่อน” จอมทัพเอ่ยเข้าเรื่องสำคัญในทันที เพราะรับรู้ได้ถึงความไม่สบอารมณ์อย่างมากของสิงหราช
สิงหราชปรายตามองไปทางพิมพ์ดาวในทันที เมื่อจอมทัพเอ่ยพูดจบประโยค ดวงตาคมสื่ออารมณ์ความดุดันออกมาอย่างเห็นได้ชัด มือหนากำเข้าหากันแน่นเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเอง
ร่างหนาทำเพียงจดจ้องไปที่พิมพ์ดาวนิ่ง ราวกับต้องการที่จะจับพิรุธ เพราะสำหรับสิงหราชแล้ว ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ดูน่าเชื่อถือเลยสักนิด ความเงียบที่เกิดขึ้นส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความรู้สึกอึดอัด
“เอกสารฉบับนั้นกูอ่านด้วยตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่ง และมันก็มีรายชื่อและการลงนามในการร่วมหุ้นอย่างชัดเจน” จอมทัพเอ่ยพูดต่อ เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตัวเองยังคงเงียบอยู่
“แล้วเอกสารอยู่ไหน” สิงหราชปรายตากลับมามองเพื่อนสนิทของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยความร้อนรน
“พิมพ์ดาวเขาต้องการให้เราช่วยเหลือ เพื่อแลกกับเอกสารฉบับนั้น” จอมทัพถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะพยักพเยิดไปที่พิมพ์ดาว ที่ยังคงนั่งกอดกระเป๋าของตัวเองเอาไว้แน่น และยังคงมีอาการตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด
จอมทัพบังเอิญเจอกับพิมพ์ดาวเข้า ในระหว่างที่กำลังเดินทางมายังท่าเรือของเพื่อนสนิท เพราะอีกฝ่ายวิ่งทะเล่อทะล่าออกมากลางถนน จนเกือบที่จะโดนเขาขับรถชนเข้าให้แล้ว แต่ก็ถือว่าโชคยังคงเข้าข้าง ที่ฝีเท้าของจอมทัพยังเหนียวแน่น จนสามารถที่จะเบี่ยงรถหลบได้อย่างปลอดภัย
ในตอนแรกที่ได้เห็นหน้าค่าตากันชัดเจน จอมทัพยอมรับว่ารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก กับการที่ได้พบเจอกับเพื่อนในวัยเรียนของตัวเองและสิงหราชอีกครั้ง บวกกับสภาพที่สะบักสะบอมของเจ้าตัว ทำให้เขาจำเป็นที่จะต้องให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นไปก่อน
แต่พอครั้นได้นั่งพูดคุยกัน พิมพ์ดาวก็หยิบยกในเรื่องของสัญญาการร่วมลงทุนเกาะวิมันสิตราขึ้นมา หลังจากที่ฟังอีกฝ่ายพูดจบ จอมทัพก็พยายามที่จะติดต่อกับสิงหราชด้วยความร้อนใจ
หากแต่สุดท้าย ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนก็ไม่สามารถที่จะติดต่อกับเพื่อนสนิทได้ เลยตัดสินใจโดยพลการรีบเร่งเดินทางมายังเกาะวิมันสิตรา พร้อมกับพ่วงคนที่ถือเอกสารสำคัญอยู่อย่างพิมพ์ดาวมาด้วยในทันที
“เอาออกมา” สิงหราชหลับตาลงเพื่อข่มอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดสั่งให้พิมพ์ดาวเอาเอกสารดังกล่าวออกมาเสียงแข็ง
“ฮึก ฮือ แต่สิงห์ต้องช่วยดาวนะคะ ฮือ” พิมพ์ดาวร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตที่บวมช้ำได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนไปให้อดีตคนรัก
“ช่วยเรื่องอะไร” สิงหราชเอ่ยถามกลับไปเสียงเข้ม
“ฮึก ฮือ” พิมพ์ดาวหลบสายตาของสิงหราชด้วยความรู้สึกละอายใจ ก่อนจะร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าสงสาร
ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเคยทำร้ายอีกฝ่ายให้ต้องเจ็บช้ำ ด้วยการสลัดรักทิ้งไปอย่างไยดี หากแต่ในวันนี้ที่ไร้ทางเลือก กลับมานั่งคร่ำครวญร้องขอความเห็นใจเอาจากอีกฝ่ายอย่างหน้าไม่อาย
“กูถามว่าเรื่องอะไร!!!” สิงหราชที่ใจจดจ่ออยู่กับเอกสารสัญญาตวาดถามออกมาเสียงกร้าว เมื่อเห็นว่าพิมพ์ดาวยังเอาแต่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรอยู่ และไม่ยอมตอบคำถามของตัวเองสักที
ในตอนนี้สิงหราชไม่หลงเหลือแม้แต่ความเห็นใจให้กับอีกฝ่ายเลยสักนิด อาจจะดูเป็นคนใจไม้ไส้ระกำ แต่ถ้าเลือกได้ชีวิตนี้เขาก็ไม่อยาก ที่จะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่ายอีกแล้ว
สิงหราชเป็นคนที่เจ็บแล้วจำ และการกระทำของพิมพ์ดาวในอดีตมันก็เกือบจะทำลายชีวิตของเขาทั้งชีวิต แม้จะไม่ได้คิดแค้นอีกแล้วกับเรื่องราวที่ผ่าน หากแต่ก็ไม่ปรารถนาที่จะพบเจอกันอีก ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหนก็ตาม
และการที่ยอมให้อีกฝ่ายได้มานั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้าเขา โดยที่ไม่จับโยนเจ้าตัวออกไปให้พ้นจากสายตา สิงหราชก็คิดว่าตัวเองใจดีมากพอแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลนั่นก็คือ เขาไม่ได้มีเวลามานั่งฟังใครร้องไห้จะเป็นจะตายได้ทั้งวี่ทั้งวันเสียหน่อย
“ฮือ ฮือ ให้ดาวอยู่ที่นี่ด้วยนะสิงห์ ฮึก ให้ดาวอยู่ด้วยนะ ฮือ ไม่อย่างนั้นไอ้วิโรจน์มันต้องตามมาฆ่าดาวแน่ ๆ” พิมพ์ดาวร้องไห้คร่ำครวญออกมาด้วยความหวาดกลัว มือเล็กยกขึ้นไหว้สิงหราชเป็นพัลวัน
สิงหราชปรายตาไปมองจอมทัพ ที่กำลังนั่งทำตัวไม่ถูกอยู่ข้าง ๆ พิมพ์ดาว ก่อนจะยกมือขึ้นมานวดคลึงขมับของตัวเอง เมื่อได้ยินคำขอร้องที่หน้าไม่อายนั้นของพิมพ์ดาว ร่างหนาแค่นหัวเราะสมเพชออกมา
“หน้าด้านเกินไปหรือเปล่าพิมพ์ดาว ที่จะหนีตายจากผัวแก่มาซบอกผัวเก่าแบบนี้” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้น ดวงตาคมจดจ้องไปที่พิมพ์ดาวนิ่งราวกับจะเชือดอีกฝ่ายออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยสายตา
“ไอ้สิงห์” จอมทัพรีบห้ามปรามเพื่อนสนิทของตัวเอง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายใช้ถ้อยคำที่รุนแรงจนเกินไป สำหรับคนที่พึ่งผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มา
“มึงสงสารผู้หญิงคนนี้หรือจอมทัพ งั้นอย่าลืมสงสารกูที่เคยอยู่ในสภาพตายทั้งเป็น เพราะเมียตัวเองหนีตามผู้ชายคนอื่นไปด้วยก็แล้วกัน” สิงหราชหันไปตอบกลับจอมทัพ มือหนากำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ ที่คนเป็นเพื่อนเลือกจะเห็นใจผู้หญิงอย่างพิมพ์ดาว
จอมทัพที่ได้ยินอย่างนั้น กลืนคำพูดที่จะเอ่ยห้ามของตัวเองลงคอไปในทันที เพราะเขาเองก็เป็นหนึ่งคนที่ได้เห็นความทรมานของสิงหราช ในช่วงที่ถูกพิมพ์ดาวทอดทิ้งไป เพื่อแต่งงานกับคนอื่นอย่างไร้เยื่อใย ทั้งที่คบหากับสิงหราชมาหลายปี และมีแพลนที่จะแต่งงานกันในอีกไม่ช้า
“ฮึก ดาวขอโทษ ฮือ ดาวขอโทษนะสิงห์” พิมพ์ดาวที่ไร้ซึ่งหนทางจะเอาตัวรอด พร่ำพูดขอโทษสิงหราชออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“น่าสมเพช” สิงหราชแค่นหัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นใส่หน้าคนรักเก่า ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังรู้สึกชาวาบไปทั้งร่างกาย
“ฮือ ขอร้อง ช่วยดาวหน่อยนะ แล้วดาวจะให้เอกสารทั้งหมดเลย ฮึก ช่วยดาวด้วย” พิมพ์เอ่ยยื่นข้อเสนอให้กับสิงหราช มือเล็กที่สั่นจนไม่สามารถควบคุมได้ พยายามล้วงหยิบเอกสารดังกล่าวออกมาจากกระเป๋า
สิงหราชใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด ดวงตาดุดันจดจ้องไปที่ซองเอกสาร ที่ยังคงอยู่ในมือของพิมพ์ดาวไม่วางตา ร่างหนาถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ และกำลังชั่งใจอย่างหนักว่าจะจัดการกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการใด
เอกสารที่อีกฝ่ายครอบครองอยู่ เป็นสิ่งที่เขาพยายามตามหามาเนิ่นนาน เพราะอยากที่จะรู้ว่าในกระบวนการเมื่อวันวาน แท้จริงแล้วมีใครบ้างที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ในเรื่องราวเลวทรามที่เคยเกิดขึ้นกับผู้เป็นอา
“ได้! ฉันจะช่วยเธอ” ในที่สุดสิงหราชก็เลือกที่จะให้ความช่วยเหลือพิมพ์ดาว เพื่อแลกกับข้อมูลที่ต้องการมาตลอด
“ฮือ ขอบคุณ ขอบคุณนะสิงห์ ฮึก” พิมพ์ดาวยกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ มือเล็กที่บวมเป่งจากการโดนกระทืบ ยื่นซองเอกสารสำคัญออกไปให้กับอีกฝ่ายทันที
สิงหราชรับซองเอกสารมา มือหนาแกะเอาเอกสารภายในซองออกมาอ่านด้วยความร้อนใจ กวาดสายตาอ่านเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในแผ่นกระดาษด้วยความละเอียด ไม่ข้ามตัวอักษรที่ถูกระบุเอาไว้แม้แต่ตัวเดียว
“มีคนหนึ่งที่ใช้นามสกุลเกียรติคุณไพศาล แต่กูไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเมียมึงมากแค่ไหน” จอมทัพที่เป็นฝ่ายได้เห็นเอกสารฉบับนี้ก่อนสิงหราช เอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด
และทันทีที่จอมทัพเอ่ยพูดจบประโยค สายตาของสิงหราชก็หยุดลงที่รายชื่อดังกล่าวเข้าพอดี ร่างหนากัดฟันขบกรามของตัวเองเอาไว้แน่น มือหนาเริ่มบีบขย้ำจนกระดาษบอบบางเกิดรอยยับ
“ไอ้สิงห์ มึงต้องตั้งสตินะเว้ย” จอมทัพเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าสิงหราชโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม
สิงหราชพ่นลมหายใจออกมาทางปาก หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่รุนแรงขึ้น ร่างหนาสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ เมื่อเห็นกับตาว่าหนึ่งในกากเดนมนุษย์พวกนั้น มีคนที่ใช้นามสกุลเดียวกันกับภรรยาของตัวเอง
“ไอ้สิงห์ มึงมีสติหน่อย” จอมทัพลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ กับท่าทางของเพื่อนสนิทที่แสดงออกมา พร้อมกับคว้าจับข้อมือสิงหราชเอาไว้แน่น
“สิงห์” พิมพ์ดาวเองที่แทบจะไม่มีบทบาท หลังจากได้มอบเอกสารให้กับสิงหราชไปแล้ว เอ่ยเรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกัน ร่างเล็กห่อไหล่โอบกอดตัวเองเอาไว้ด้วยความกลัว
“ไอ้สิงห์!!!” จอมทัพตะโกนเรียกชื่อสิงหราชเสียงดัง พลางใช้มือแกะกระดาษสัญญาออกจากมือของอีกฝ่าย
“ฮึก” สิงหราชที่หลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง ขย้อนลมหายใจที่ติดขัดออกมาเฮือกใหญ่ ร่างหนาทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้อย่างคนที่หมดเรี่ยวแรง
ความจริงที่เฝ้าตามหามานานหลายปี ในวันนี้กลับมาอยู่ในมือ โดยที่สิงหราชแทบจะไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ ทั้งที่ควรจะต้องกู่ร้องออกมาด้วยความดีใจ หากแต่กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปจนถึงขั้วหัวใจ
เมื่อความเป็นจริงที่ได้ค้นพบ กลับดึงภรรยาสุดที่รักเข้ามาสู่เรื่องราวที่ไม่น่าภิรมย์นี้ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วินาทีที่ได้เห็นนามสกุลของภรรยาเด่นหราอยู่ในสัญญา แม้กระทั่งจะกำหนดลมหายใจให้เป็นปกติ สิงหราชก็ไม่สามารถที่จะทำมันได้
“เกียรติคุณไพศาลเป็นตระกูลใหญ่ คุณเอิงเอยเองก็เป็นรุ่นหลานเข้าไปแล้ว มึงต้องแยกแยะให้ได้นะสิงห์ เขาเป็นเมียมึงนะเว้ย” จอมทัพที่แย่งสัญญามาไว้กับตัวเองได้ ทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นอย่างคนที่วางตัวเป็นกลาง
“เมียกู แต่ก็เป็นลูกหลานของคนที่มันทำลายชีวิตของอากูจนพังย่อยยับ มึงจะให้กูทำยังไงจอมทัพ” สิงหราชเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ไหล่แกร่งที่เคยตั้งสง่าผ่าเผย ในตอนนี้กำลังลู่ตกลงจนหมดมาดความน่าเกรงขาม
“มึงใจเย็น ๆ ก่อน กูจะช่วยมึงสืบเรื่องนี้ต่อเอง” จอมทัพเอื้อมมือไปตบบ่าของเพื่อนสนิท ก่อนจะเอ่ยเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ
“ทำไมว่ะไอ้เหี้ย” สิงหราชทุบมือลงกับโต๊ะด้วยความรุนแรง ก่อนจะแผดเสียงออกมาดังลั่นด้วยความเจ็บใจ มือหนากวาดสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะร่วงหล่นระเนระนาด เพื่อระบายอารมณ์ความอัดอั้นของตัวเอง
จอมทัพได้แต่ทอดมองไปที่สิงหราชด้วยความเห็นใจ ที่ผ่านมาอีกฝ่ายพยายามที่จะสืบเรื่องราว ที่เคยเกิดขึ้นกับเกาะวิมันสิตรามาโดยตลอด เพราะยังคงมีความหวังที่จะลากตัวคนชั่วออกมารับผิดให้จนได้
หากแต่ก็ไม่คิดเลยเหมือนกัน ว่าทุกอย่างมันจะกลับกลายมาเป็นแบบนี้ ตระกูลของภรรยาที่พึ่งแต่งงานกันไปได้ไม่นาน และกำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัวกันด้วยความสุข
กลับมามีส่วนเกี่ยวข้องในสัญญาโศกนาฏกรรมฉบับนี้ ความจริงในข้อนี้ยิ่งทำให้จอมทัพรู้สึกเจ็บปวด ไปกับเพื่อนสนิทของตัวเองอยู่ไม่น้อย กับการที่อีกฝ่ายต้องพบเจอโชคชะตาอันแสนจะโหดร้ายอีกครั้งเข้าให้แล้ว
………………………………………………….
เฮือกกกก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะเนี่ย ว่าแต่สิงหราชเขาปากแซ่บเกินต้าน ด่าแฟนเก่าแต่ละคำคือหน้าชาแทน
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ